- หน้าแรก
- ใครว่าเป็นแค่นักธนูธรรมดา พอดีดาเมจผมทะลุหลอดครับ
- บทที่ 3 - ก็คนมันหยิ่งแบบนี้แหละ
บทที่ 3 - ก็คนมันหยิ่งแบบนี้แหละ
บทที่ 3 - ก็คนมันหยิ่งแบบนี้แหละ
เวลาล่วงเลยไป พิธีจบการศึกษาก็ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย
หลังจากผู้อำนวยการร่ายยาวคำปราศรัยปลุกใจจนจบ พิธีก็ปิดฉากลง เซี่ยมู่รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที เขาแทบจะทนรอไปทดสอบพรสวรรค์ซ่อนเร้นของตัวเองไม่ไหวแล้ว
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ในที่สุดก็เห็นซุนม่านม่านยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่รุมล้อม เซี่ยมู่ตาเป็นประกาย รีบยกมือโบกเรียกเธอทันที
ซุนม่านม่านที่อยู่กลางวงก็หันมาเห็นเขาเหมือนกัน แววตาของเธอลังเลอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเบือนหน้าหนี ทำเป็นมองไม่เห็นการทักทายของเขาซะอย่างนั้น
เซี่ยมู่ชะงักไปนิด เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเธอเห็นเขาแน่ๆ แต่ท่าทางแบบนี้... เธอจงใจหลบหน้าเขางั้นเหรอ...
เป็นเพราะเขาได้แค่อาชีพนักธนูงั้นสิ?
เซี่ยมู่เหยียดยิ้มเย้ยหยัน โลกนี้มันจะผลประโยชน์นิยมเกินไปหน่อยมั้ง?
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินตรงไปหาซุนม่านม่าน
คุยกันให้รู้เรื่องต่อหน้าไปเลยดีกว่า เขาไม่อยากมโนไปเองจนเกิดความเข้าใจผิด
แม้ซุนม่านม่านจะก้มหน้าอยู่ แต่หางตาก็ยังคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเซี่ยมู่ตลอด พอเห็นเขาเดินตรงดิ่งเข้ามาหา ความหงุดหงิดก็ก่อตัวขึ้นในใจ
เอาจริงๆ ในใจลึกๆ เธอก็รู้สึกขัดแย้งไม่น้อย เซี่ยมู่ดีกับเธอมาก ถ้าวันนี้เขาสามารถปลุกพลังได้อาชีพซ่อนเร้นตามปกติ คนที่จะดีใจที่สุดก็คงเป็นเธอนี่แหละ
แต่นี่อะไร เซี่ยมู่กลับได้แค่อาชีพนักธนูกระจอกๆ ในขณะที่ตัวเธอทะยานขึ้นไปเป็นเนโครแมนเซอร์ขั้นสูงแล้ว ช่องว่างระหว่างพวกเขาสองคนมีแต่จะยิ่งห่างกันออกไปเรื่อยๆ ถ้าเธอยังฝืนทนคบกับเขาต่อไป มันคงเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลาที่สุด
ซุนม่านม่านพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ตัดสินใจเด็ดขาด "ช่างเถอะ คุยให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า เซี่ยมู่เป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีจะตาย ถ้าพูดกันตรงๆ เขาคงไม่มาตามตื๊อฉันหรอก"
เมื่อคิดได้แบบนั้น สายตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา เธอเงยหน้าขึ้นมองเซี่ยมู่ที่เดินเข้ามาใกล้ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับเขาอีกต่อไป
เซี่ยมู่เห็นสายตาของซุนม่านม่าน หัวใจก็ร่วงวูบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตลอดสามปีที่คบกันมา เขาเข้าใจนิสัยใจคอของเธอดี สายตาแบบนี้เป็นการยืนยันความคิดในหัวของเขาได้ชัดเจนที่สุดแล้ว
"เฮ้อ... ดูท่าจะไม่มีอะไรให้เข้าใจผิดแล้วล่ะ..."
ซุนม่านม่านมองเซี่ยมู่ที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เธอกำลังจะอ้าปากพูด แต่กลับต้องชะงักค้างเมื่อเห็นว่าเซี่ยมู่เดินผ่านหน้าเธอไปเฉยๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า ราวกับว่าเธอเป็นแค่อากาศธาตุ!
รอยยิ้มเย็นชาค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าของซุนม่านม่าน คอของเธอหันขวับตามแผ่นหลังของเขาไปโดยอัตโนมัติ คำพูดที่เตรียมไว้ในหัวจุกอยู่ที่คอหอย อึดอัดจนแทบจะบ้าตาย
"เซี่ยมู่ เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ซุนม่านม่านทนไม่ไหวต้องตะโกนเรียก
เซี่ยมู่ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ "ไม่ต้องหรอก... ฉันพอจะเข้าใจความหมายของเธอแล้วล่ะ"
ซุนม่านม่านสะอึก น้ำเสียงเย็นชาของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก
จังหวะนี้เขาควรจะโวยวายหรือตามตื๊อเธอสิ? ทำไมถึงทำท่าทางเย็นชาแบบนี้ล่ะ?
เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งเงียบ เซี่ยมู่ก็ส่ายหน้าเบาๆ ตัดใจจากความหวังริบหรี่สุดท้ายทิ้งไป หมุนตัวเดินออกจากสนามกีฬาไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ซุนม่านม่านเดาถูก เซี่ยมู่เป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรี... และหยิ่งยิ่งกว่าที่เธอคิดไว้ซะอีก!
ซุนม่านม่านจ้องมองแผ่นหลังของเขา ความรู้สึกผิดที่เคยมีในใจมลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความไม่พอใจที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมา
แค่ไอ้กระจอกที่ได้อาชีพนักธนูธรรมดา ยังจะมีหน้ามาหยิ่งใส่ฉันอีกเหรอ?
เซี่ยมู่เดินปลีกตัวมาที่ร้านขายอาวุธหน้าโรงเรียนเพียงลำพัง ถ้าจะออกไปตีมอนสเตอร์ ยังไงก็ต้องมีอุปกรณ์ระดับเริ่มต้นสักชุด
ภายในร้านคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กจบใหม่รุ่นเดียวกับเขานี่แหละ
เจ้าของร้านนี้หัวใสไม่เบา เลือกมาเปิดร้านอยู่ติดประตูโรงเรียนแบบนี้ ขายแค่อาวุธระดับเริ่มต้นอย่างเดียว อาศัยแค่ช่วงเทศกาลจบการศึกษาที่เด็กใหม่แห่กันมาซื้อของเตรียมตัว แค่ขายช่วงนี้ไม่กี่วันก็ฟันกำไรเละเทะ เลี้ยงตัวไปได้ทั้งปีสบายๆ
เซี่ยมู่เดินตรงไปที่โซนของนักธนู อุปกรณ์ระดับเริ่มต้นไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ต้องคิดให้ปวดหัว แค่มองปราดเดียวก็เห็นว่ามีธนูให้เลือกแค่สองแบบเท่านั้น
[ธนูไม้หลิว]
[พลังโจมตี: +10]
[ความเร็วโจมตี: 0.3]
[เลเวลที่สวมใส่ได้: เลเวล 1]
[ธนูเหล็กกล้า]
[พลังโจมตี: +80]
[ความเร็วโจมตี: 0.5]
[เลเวลที่สวมใส่ได้: เลเวล 10]
เซี่ยมู่ดึงป้ายราคาธนูไม้หลิวมาดูแล้วก็อดซี๊ดปากไม่ได้ อาวุธระดับกากสุดที่ผลิตแบบแมสขนาดนี้ แม่งยังกล้าตั้งราคาตั้ง 600 เหรียญทอง
ตั้งแต่โลกเข้าสู่ยุคข้อมูลดิจิทัล เงินเหรียญทองก็ค่อยๆ เข้ามาแทนที่สกุลเงินเดิมของประเทศมังกร จนกลายเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้กันทั่วโลกไปแล้ว
เงิน 1 เหรียญทอง มีค่าประมาณ 10 หยวนในยุคก่อน
ไอ้ 600 เหรียญทองนี่ มันแทบจะเป็นค่ากินอยู่ของเขากับน้องสาวตั้งครึ่งปีเลยนะเว้ย
"อ้าว เซี่ยมู่นี่นา?" เสียงใสๆ ของใครบางคนดังขึ้น
เซี่ยมู่เลิกคิ้ว เงยหน้าขึ้นมอง ฉินเชี่ยนเสวี่ยพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสาวเดินออกมาจากมุมชั้นวางของพอดี
ฉินเชี่ยนเสวี่ยเป็นที่รู้จักในฐานะเทพธิดาของโรงเรียนมัธยมหนานอีอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เธอได้อาชีพซ่อนเร้น ออร่าก็ยิ่งจับ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองเหลียวหลัง
บรรยากาศในร้านที่เคยจอแจจู่ๆ ก็เงียบกริบลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาชีพสุดแสนจะธรรมดาของเซี่ยมู่ หรือเพราะเทพธิดาอย่างฉินเชี่ยนเสวี่ยเป็นฝ่ายทักทายเขาก่อนกันแน่ สายตาหลายคู่จึงจับจ้องมาที่เซี่ยมู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง
เมื่อเห็นฉินเชี่ยนเสวี่ยเดินเข้ามาใกล้ เซี่ยมู่ก็ยิ้มรับ เอ่ยปากแซว "ไงเนี่ย คุณหนูฉินอย่างเธอยังต้องมาเดินซื้อของกิ๊กก๊อกในร้านมือใหม่แบบนี้ด้วยเหรอ?"
ใครๆ ในโรงเรียนหนานอีต่างก็รู้ดีว่า ฉินเชี่ยนเสวี่ยภูมิหลังไม่ธรรมดา เธอคือคุณหนูไฮโซตัวจริงเสียงจริง พ่อของเธอ ฉินไป๋ คือผู้บัญชาการหอวิญญาณนักรบสาขาเมืองหนาน
ด้วยอำนาจบารมีของหอวิญญาณนักรบในประเทศนี้ ตำแหน่งของฉินไป๋เรียกได้ว่าคับฟ้า แม้แต่นายกเทศมนตรียังต้องเกรงใจ
ครอบครัวระดับนี้ ของสวมใส่ระดับเริ่มต้นของเธอคงมีคนเตรียมระดับท็อปฟอร์มไว้ให้ตั้งนานแล้ว ไม่มีทางที่จะต้องมาเดินเบียดเสียดซื้อของโหลๆ ในร้านแบบนี้หรอก ที่เซี่ยมู่ถามก็แค่หยอกเล่นขำๆ เท่านั้น
ฉินเชี่ยนเสวี่ยชะงักไปนิด เมื่อก่อนเซี่ยมู่ไม่เคยคุยเล่นทีเล่นทีจริงกับเธอแบบนี้เลย พวกเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดาๆ รักษาระยะห่างและให้เกียรติกันมาตลอด
ที่จริงฉินเชี่ยนเสวี่ยเองก็อยากจะสนิทกับเซี่ยมู่ให้มากกว่านี้ แต่เขาก็มักจะขีดเส้นเว้นระยะห่างกับเธอเสมอ
ไม่ได้แปลว่าเซี่ยมู่เป็นคนหยิ่งยโสหรือเย็นชาอะไรหรอก แต่เป็นเพราะคำพูดของซุนม่านม่านที่เคยบ่นว่า "รู้สึกไม่ปลอดภัย" เขาเลยเลือกที่จะเว้นระยะห่างกับฉินเชี่ยนเสวี่ยเอาไว้
ก็แหม ทั้งชาติตระกูลและศักยภาพของฉินเชี่ยนเสวี่ยมันทิ้งห่างซุนม่านม่านแบบไม่เห็นฝุ่น เซี่ยมู่ทำแบบนั้นก็เพราะไม่อยากให้แฟนสาวต้องรู้สึกกดดันก็เท่านั้นเอง
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินเชี่ยนเสวี่ยกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้สึกดีใจที่เห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเซี่ยมู่ เธอหันไปมองเพื่อนสาวสามคนที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ก็ไม่มีอะไรทำนี่นา เลยมาเดินเล่นเป็นเพื่อนพวกนี้เฉยๆ"
"อ้อ" เซี่ยมู่พยักหน้ารับ หยิบธนูไม้หลิวลงมาจากชั้น ยิ้มแล้วพูดว่า "มีเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ ทุกคนเขากำลังรีบปั่นเลเวลให้ถึง 10 เพื่อเอาสิทธิ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยผู้ปลุกพลังกันทั้งนั้น เห็นเธอมาเดินชิลแบบนี้แล้ว แอบอิจฉาเหมือนกันนะเนี่ย"