เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - รับเป็นน้องชาย

บทที่ 23 - รับเป็นน้องชาย

บทที่ 23 - รับเป็นน้องชาย


"ฉันยินดีค่ะ"

สิ้นเสียงฉู่เทียน น้ำเสียงหนักแน่นของฉีซิงหลานก็ดังขึ้นทันควัน

สีหน้าของเธอจริงจัง ไม่เหมือนคนพูดเล่นเลยสักนิด

ฉู่เทียนถึงกับอึ้งไปเลย

เขาแค่แหย่เล่นขำๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอาจริงซะงั้น

นี่มัน...

ฉู่เทียนเริ่มทำตัวไม่ถูก ยิ้มเจื่อนๆ "คุณฉี ความจริงแล้วผมแค่ล้อเล่นน่ะครับ!"

ฉีซิงหลานในชุดทำงานทรงสาวออฟฟิศ จับคู่กับกระโปรงทรงเอรัดรูปลายนิ้วสีดำ ดูเป็นสาวมาดมั่นทรงพลัง เธอยิ้มมุมปาก

ก่อนจะยื่นมือมาเชยคางฉู่เทียนขึ้นช้าๆ ปลายรองเท้าส้นสูงสีครีมเหยียบลงบนหน้าขาของฉู่เทียน พร้อมกับเป่าลมหายใจร้อนผ่าวรดเบาๆ

"คุณฉู่คะ แต่... ฉันเอาจริงนะคะ!"

ร่างของฉู่เทียนสั่นสะท้าน ลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นมาทันที

"คุณฉู่คะ ในเมื่อคุณต้องการ จะเหนียมอายไปทำไมล่ะคะ?"

"ฉัน ฉีซิงหลาน ถึงจะเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ก็รู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีของฟรี"

"มาสิคะ เพื่อความร่วมมือของเรา ฉันขอเป็นฝ่ายแสดงความจริงใจขั้นสุดให้คุณเห็นก่อนก็แล้วกัน"

ฉีซิงหลานทำท่าจะโน้มตัวลงมา ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ฉู่เทียน

เชี่ยเอ๊ย!

ฉู่เทียนกลั้นหายใจ ในหัวมีแต่คำสบถผุดขึ้นมา

แต่วินาทีต่อมา เขาก็ผลักฉีซิงหลานออกไปอย่างไม่ลังเล

จากนั้นก็ผุดลุกขึ้นยืนถอยกรูดไปหลายก้าวราวกับแกะน้อยตื่นตูม ทิ้งระยะห่างจากเธอทันที

ฉีซิงหลานมองฉู่เทียนที่หน้าแดงเถือก แอบยิ้มกริ่มในใจ

"หึ! พ่อหนุ่มน้อย คิดว่าฉันจะปราบเธอไม่อยู่หรือไง?"

ฉู่เทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง พยายามสงบอารมณ์พลุ่งพล่านในใจลง

ถึงฉีซิงหลานจะไม่ได้อ่อยเก่งเท่ากุหลาบสีเลือด

แต่สาวมาดมั่นทรงเสน่ห์แบบนี้ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าให้ตื่นตัวได้ดีนักแหละ

ทว่า ฉู่เทียนเป็นคนรักเดียวใจเดียว

มีคู่หมั้นตั้งเก้าคนแล้ว จะไปโปรยเสน่ห์เรี่ยราดอีกไม่ได้

เป็นผู้ชาย ต้องรู้จักหักห้ามใจตัวเอง

"คุณฉี เรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่าครับ!"

"ผมช่วยคุณจัดการตระกูลจินได้ แต่คุณต้องช่วยผมตามหาสร้อยคอหัวใจสมุทรมาให้ผมนะ"

ฉู่เทียนสูดลมหายใจลึก ดึงบทสนทนากลับเข้าเรื่อง

ไหนๆ เขาก็ลงมือจัดการตระกูลจินอยู่แล้ว ก็ถือโอกาสนี้ยื่นหมูยื่นแมวซะเลย

"คุณอยากได้สร้อยคอหัวใจสมุทรงั้นเหรอ?"

ฉีซิงหลานชะงักไป

"ใช่ครับ"

ฉู่เทียนพยักหน้า ก่อนจะถามต่อ "ทำไม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"

"ไม่มีหรอกค่ะ"

ฉีซิงหลานส่ายหน้า พลางถอนหายใจยาว "ฉันแค่รู้สึกว่า พวกเราสองคนมีบุพเพสันนิวาสต่อกันมากเลยนะคะ"

"สร้อยคอหัวใจสมุทรที่คุณอยากได้น่ะ บังเอิญอยู่ในมือฉันพอดีเลยค่ะ"

"อยู่กับคุณเหรอ?" ฉู่เทียนอึ้งไปเหมือนกัน

ตอนแรกเขากะจะให้กุหลาบสีเลือดไปจัดการเรื่องนี้ แต่ยายกุหลาบนั่นร่านซะเหลือเกิน

เขาดูออกว่ายายกุหลาบนั่นอยากจะกินเขา ก็เลยไม่อยากจะไปคลุกคลีด้วยมากนัก

แต่ไม่คิดเลยว่า แค่ลองเปรยๆ ขึ้นมา ของที่ตามหาจะไปอยู่กับฉีซิงหลานพอดี

บังเอิญอะไรขนาดนี้

"คุณฉี สร้อยคอหัวใจสมุทรเส้นนั้น ผมต้องการมันจริงๆ ครับ"

"คุณเสนอราคามาได้เลย ไม่ว่าจะเท่าไหร่ ผมยินดีจ่าย"

ฉีซิงหลานยิ้มบางๆ ตอบอย่างใจป้ำ "ก็แค่พันล้านเอง ฉันไม่เดือดร้อนเงินแค่นี้หรอกค่ะ"

"แถมคุณยังรับปากว่าจะช่วยจัดการตระกูลจินให้ ฉันก็ควรจะให้ผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ"

"แต่ว่า..."

จู่ๆ ฉีซิงหลานก็หยุดพูดไปดื้อๆ มีสีหน้าลำบากใจ

ฉู่เทียนรีบถาม "แต่อะไรครับ?"

ฉีซิงหลานถอนหายใจ "แต่ว่า ฉันเคยสาบานเอาไว้ ว่าจะมอบสร้อยคอหัวใจสมุทรเส้นนี้ ให้กับพี่ชายหรือน้องชายในครอบครัวเท่านั้น"

"กะว่ารอพวกเขาแต่งงาน จะได้เอาไปให้คู่หมั้น หน้าตาจะได้บานแฉ่ง"

"แต่พวกเราไม่ได้เป็นญาติพี่น้องกัน..."

พูดถึงตรงนี้ ฉีซิงหลานก็แกล้งทำเป็นลังเล

แต่วินาทีต่อมา ดวงตาเธอก็เป็นประกาย

"เอาอย่างนี้ไหมคะ คุณมาเป็นน้องชายบุญธรรมฉันสิ"

"แบบนี้ ฉันก็ไม่ถือว่าผิดคำสาบานแล้ว"

ฉู่เทียนตอบตกลงอย่างไม่ลังเล "ได้สิครับ!"

พี่สาวเนี่ย สเปกเขาเลยล่ะ

ประกายเจ้าเล่ห์พาดผ่านดวงตาฉีซิงหลาน

คำสาบานอะไรกันล่ะ ก็แค่ข้ออ้างอยากจะตีสนิทกับฉู่เทียนก็เท่านั้นเอง

เด็กผู้ชายนี่หลอกง่ายจริงๆ แฮะ

"ตกลง เอาตามนี้นะคะ"

"ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป คุณคือน้องชายบุญธรรมของฉันแล้ว"

"มาสิ เรียกพี่สาวให้ชื่นใจหน่อย"

ฉีซิงหลานยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงปริ่มสุข

"พี่สาวครับ"

ฉู่เทียนเรียกอย่างว่าง่าย

"จ้า!"

"น้องชายเด็กดีของพี่"

ฉีซิงหลานยิ้มแก้มแทบปริ "เดี๋ยวรอแป๊บนะ พี่จะโทรบอกหงซิ่วให้ กินข้าวเสร็จเมื่อไหร่ พี่จะให้เธอเอาไปส่งให้ที่บ้านตระกูลเย่ด้วยตัวเองเลย"

"ขอบคุณครับพี่สาว" ฉู่เทียนแปลงร่างเป็นลูกหมาน้อยขี้อ้อน เรียกซะฉีซิงหลานใจละลาย ยิ้มจนตาหยี

มีน้องชายที่ทั้งหล่อทั้งเก่งขนาดนี้ ผู้หญิงคนไหนจะไม่หลงรักบ้างล่ะ?

...

"วันนี้ฉันอยากจะรู้นัก ว่าไอ้หน้าไหนมันตาบอด กล้ามาแย่งห้องส่วนตัวกับฉัน?"

"แกเข้าไปบอกพวกมันเลยนะ ว่าห้องระดับเพชรห้องนี้ ฉันถูกใจแล้ว ให้พวกมันรีบไสหัวออกไปซะ"

"ไม่งั้นล่ะก็ รับผลที่ตามมาเองก็แล้วกัน หึ!"

จู่ๆ ก็มีเสียงผู้ชายตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดดังมาจากหน้าประตู

ฉู่เทียนกับฉีซิงหลานยังไม่ทันตั้งตัว ผู้จัดการล็อบบี้ โจวมู่ชวน ก็เดินเข้ามา

"คุณผู้ชาย คุณผู้หญิงครับ ขอประทานโทษที่มารบกวนนะครับ"

"พอดีห้องส่วนตัวห้องนี้ คุณชายเฉินถูกใจเข้าน่ะครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณพอจะกรุณาย้ายไปห้องอื่นได้ไหมครับ?"

น้ำเสียงของโจวมู่ชวนยังถือว่าสุภาพอยู่ เขายิ้มแย้มขณะเอ่ยถาม

"คุณชายเฉินไหน?"

การสนทนาถูกขัดจังหวะ ฉีซิงหลานจึงมีสีหน้าไม่พอใจ

โจวมู่ชวนตอบ "คุณชายเฉินเส้าเฉิง ลูกชายคนโตของตระกูลเฉิน หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเจียงเป่ยครับ"

พอได้ยินดังนั้น ฉีซิงหลานก็ปฏิเสธเสียงแข็ง "ขอโทษด้วย ไม่ย้ายค่ะ"

โจวมู่ชวนขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าฉีซิงหลานจะปฏิเสธหน้าตาเฉยแบบนี้ จึงเอ่ยเตือน

"คุณผู้หญิงครับ ตระกูลเฉินเป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเจียงเป่ย มีอำนาจล้นฟ้านะครับ"

"คุณไม่ไว้หน้าคุณชายเฉินแบบนี้ เกรงว่าจะไม่ค่อยดีมั้งครับ?"

ฉีซิงหลานเบ้ปาก "สี่ตระกูลใหญ่แห่งเจียงเป่ยแล้วมันยังไงล่ะ?"

"บอกว่าไม่ย้าย ก็คือไม่ย้ายไง"

"ไปบอกเขา ให้รีบไสหัวไปซะ"

สีหน้าของโจวมู่ชวนเปลี่ยนไปทันที เขาตวาดด้วยความโกรธ "หึ! นังเด็กเมื่อวานซืน ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย"

"อุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดี กลับไม่รับน้ำใจ"

"เดี๋ยวเถอะ อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"

พูดจบ เขาก็สะบัดหน้าเดินปึงปังออกไป

ก่อนจะเข้ามา เขาเช็กประวัติมาแล้ว ฉีซิงหลานจองห้องระดับเพชรนี้ผ่านทางออนไลน์

ถึงแม้ห้องระดับเพชรจะเป็นห้องหรูของโรงแรมเยว่ฮว๋า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพวกเศรษฐีมีระดับ

แต่เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี โรงแรมเลยเปิดให้จองออนไลน์ด้วย

เพราะงั้น ในสายตาโจวมู่ชวน ฉีซิงหลานก็คงเป็นแค่พวกบ้านนอกเข้ากรุง ที่อยากมาลองสัมผัสบรรยากาศหรูหราในห้องระดับเพชรก็เท่านั้น

ไม่อย่างนั้น ทำไมเธอถึงไม่โทรมาจองกับผู้จัดการโรงแรมโดยตรงล่ะ?

อีกอย่าง พวกไฮโซมีระดับในเจียงเป่ย เขาก็คุ้นหน้าคุ้นตาทั้งนั้น

ฉีซิงหลาน ไม่ได้อยู่ในรายชื่อคนดังพวกนั้นเลย

ส่วนเฉินเส้าเฉิงที่รออยู่หน้าประตู พอได้ยินโจวมู่ชวนรายงาน ก็ปรี๊ดแตกทันที

"แกว่าไงนะ? นังผู้หญิงกระจอกๆ ข้างในนั่นกล้าไล่ให้ฉันไสหัวไปงั้นเหรอ?"

เพื่อนร่วมแก๊งที่ผอมเป็นไม้เสียบผี แกล้งพูดแหย่ขึ้นมา "น้องเฉิน ไหนนายบอกว่าอยากได้ห้องระดับจักรพรรดิของโรงแรมเยว่ฮว๋า แค่กระดิกนิ้วสั่งคำเดียวก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ!"

"แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้ล่ะ หรือว่านายโม้ขี้ฟันวะ?"

เพื่อนอีกสองคนก็พากันหัวเราะเยาะ

"นั่นสิ! คุณชายเฉิน นายคงไม่ได้แค่คุยโวโอ้อวดหรอกนะ!"

"เอาไงดีล่ะ ไปกินร้านอื่นแทนไหม?"

เฉินเส้าเฉิงหน้าเขียวปัดด้วยความโกรธ

เพื่อนสามคนนี้เป็นเพื่อนสมัยมหา'ลัยของเขา

คราวนี้อุตส่าห์นัดกันมาเที่ยวเจียงเป่ย เขาก็กะจะเลี้ยงต้อนรับอย่างดีซะหน่อย ถือโอกาสโชว์พาวเวอร์ อวดบารมีของตัวเองในเจียงเป่ยให้เพื่อนเห็นด้วย

ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอเรื่องพรรค์นี้

เฉินเส้าเฉิงทนหน้าแตกไม่ไหว แค่นเสียงฮึดฮัด "วันนี้ฉันอยากจะรู้นัก ว่าในเจียงเป่ย ใครมันกล้าไม่ไว้หน้าเฉินเส้าเฉิงคนนี้บ้าง?"

พูดจบ เขาก็ยกเท้าถีบประตูห้องส่วนตัวจนเปิดผางออก

จบบทที่ บทที่ 23 - รับเป็นน้องชาย

คัดลอกลิงก์แล้ว