- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นบอสลับ คุมกระดานล้างแค้นพระเจ้า
- บทที่ 66 - ทองคำ
บทที่ 66 - ทองคำ
บทที่ 66 - ทองคำ
บทที่ 66 - ทองคำ
คนบางคนมีป้ายไม้แขวนไว้ที่คอ บนป้ายนั้นเขียนด้วยตัวอักษรโย้เย้ว่า
"ยอมทำทุกอย่าง"
หากมีเพียงเท่านี้ ก็คงยังบอกไม่ได้ว่าเมืองนี้มีความมืดมิดซุกซ่อนอยู่มากน้อยเพียงใด
แต่เมื่อไลอิสกับเอมิเลียทอดสายตาไปตามถนนที่รถม้ามุ่งหน้าไปจนสุดทาง พวกเขาก็ต้องเบิกตากว้าง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกำแพงที่ทรุดโทรม และเบื้องหลังกำแพงนั้นคือพระราชวังอันวิจิตรตระการตา
ใช่แล้ว มันคือความวิจิตรตระการตาในความหมายตามตัวอักษรเลย
ภายนอกของพระราชวังแห่งนั้นสร้างขึ้นจากทองคำนับตัน แสงสีทองส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงตะวัน
แสงสว่างนั้นสาดส่องไปไกลถึงสลัมที่อยู่ห่างไกลออกไป ราวกับดวงอาทิตย์บนฟากฟ้าที่แผดเผามนุษย์ทุกคนบนพื้นดินด้วยความร้อนแรง
ทว่าบรรดาผู้คนที่สวมเสื้อผ้าขาดวิ่นซึ่งนอนหรือนั่งอยู่บนพื้น กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองพระราชวังอันหรูหราที่อยู่ไกลออกไปเลย พวกเขาเอาแต่มุ่งมั่นค้นหาสิ่งที่พอจะประทังความหิวโหยได้เท่านั้น
ดูเหมือนพวกเขาจะชินชากับความเหลื่อมล้ำอันมหาศาลนี้เสียแล้ว พวกเขาไม่แม้แต่จะมีความคิดที่จะต่อต้านเลยสักนิด
"ท่านดอนกิโฆเต้คะ เมืองนี้เหมือนกับเมืองที่พวกเราเจอกันครั้งแรก ที่เป็นเหมือนสวรรค์ครึ่งหนึ่ง นรกครึ่งหนึ่งหรือเปล่าคะ?" เอมิเลียก้มหน้าลง ราวกับกำลังนึกย้อนถึงอดีต
เมื่อได้ยินดังนั้น ไลอิสก็ตอบกลับ "ที่นี่ตังหากคือนรกบนดินอย่างแท้จริง หรือไม่ก็อาจจะเป็นนรกทั้งสองแห่ง เพียงแต่แห่งหนึ่งรุนแรงกว่า ส่วนอีกแห่งดูธรรมดากว่าก็เท่านั้น"
ไม่นานนัก รถม้าก็ค่อยๆ หยุดลง
ทหารยามอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาเคาะกระจกรถม้า ก่อนจะเอ่ยถามคนข้างใน "ไม่ทราบว่ามาทำอะไรกันครับ? มีบัตรเชิญจากเมืองหลักไหมครับ?"
ไลอิสเปิดหน้าต่างรถม้า ก่อนจะยื่นบัตรเชิญออกไปให้
ใช่แล้ว พวกเขามีบัตรเชิญ ซึ่งปีขาลเป็นคนให้มา เพราะคราวนี้พวกเขาปลอมตัวมาเป็นชนชั้นสูงเพื่อเข้าร่วมงานเต้นรำ
"ขออภัยที่เสียมารยาทนะครับ แต่หน้ากากทองสัมฤทธิ์บนหน้าของคุณ ดูคล้ายกับคนร้ายที่เพิ่งไปก่อเรื่องฆ่าล้างบางที่เมืองราศีมังกรเมื่อวันก่อนเลยนะครับ"
เมื่อได้ยินประโยคแรก ไลอิสก็รีบยกมือขึ้นปิดหน้า เบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพื่อไม่ให้ทหารยามมองเห็นได้ชัดเจน
"ขออภัยด้วยนะครับ รบกวนลงจากรถม้าเพื่อให้พวกเราตรวจค้นด้วยครับ พวกเราต้องรับรองความปลอดภัยของท่านเจ้าเมือง หรือก็คือท่านราศีพฤษภน่ะครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทหารยามคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ มือของพวกเขาเผลอกำอาวุธเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ไลอิสรู้ดีว่าคงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว จึงค่อยๆ เปิดประตูรถม้า แล้วก้าวลงมา
ทว่าในวินาทีที่ไลอิสเงยหน้าขึ้น ทหารยามทุกคนก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า ชายคนนี้ไม่ได้สวมหน้ากากทองสัมฤทธิ์เลยสักนิด มันก็แค่การเพนต์หน้าด้วยสีดำสลับแดงเท่านั้นเอง
"แค่นี้พอใจหรือยัง? อย่ามาขัดจังหวะความสนุกของพวกเราได้ไหม" ไลอิสขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับแสดงความไม่พอใจออกมา
"ขออภัยที่เสียมารยาทครับ ขอให้สนุกกับงานเต้นรำนะครับ"
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าหน้ากากของไลอิสเป็นเพียงการแต่งหน้า ทหารยามก็พากันลดอาวุธลง ท่าทีก็เปลี่ยนเป็นนอบน้อมขึ้นมาทันที
พวกเขารู้ดีว่าคนที่ได้รับบัตรเชิญ ล้วนแต่เป็นผู้ลากมากดีมีหน้ามีตาทั้งสิ้น
ไลอิสกลับขึ้นไปนั่งบนรถม้าอีกครั้ง รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป มุ่งหน้าสู่พระราชวังที่ส่องประกายสีทองอร่าม
เอมิเลียมองดูภาพเบื้องนอกผ่านหน้าต่างรถม้า ในใจรู้สึกสับสนวุ่นวาย เบื้องหลังความหรูหราอลังการของพระราชวังแห่งนี้ จะมีความทุกข์ยากซุกซ่อนอยู่อีกมากเพียงใดกันนะ?
ในที่สุดรถม้าก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูหลักของพระราชวัง พนักงานต้อนรับที่สวมชุดหรูหราเดินเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างมีมารยาท พร้อมกับนำทางพวกเขาเข้าไปในพระราชวัง
การตกแต่งภายในพระราชวังยิ่งทำให้น่าตื่นตาตื่นใจ เพดานสีทองอร่ามประดับประดาด้วยอัญมณีนับไม่ถ้วน สะท้อนแสงประกายเจิดจ้า สองข้างทางของพรมแดงที่ทอดยาวเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับหายากนานาพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว
งานเต้นรำเริ่มต้นขึ้นแล้ว เสียงดนตรีบรรเลงดังกังวาน แขกเหรื่อทั้งชายหญิงสวมชุดราตรีหรูหรา กำลังวาดลวดลายเต้นรำกันอย่างพลิ้วไหว
ไลอิสกับเอมิเลียก็กลมกลืนไปกับบรรยากาศอันหรูหรานี้เช่นกัน แต่ในใจของพวกเขากลับไม่สามารถผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่
"ยินดีต้อนรับ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน"
ราศีพฤษภเดินออกมาจากเงามืด ก่อนจะเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม "หวังว่าพวกคุณจะชื่นชอบพระราชวังทองคำแห่งนี้นะครับ"
ทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงความเย่อหยิ่งในน้ำเสียงของราศีพฤษภ ราวกับว่าสมบัติทุกชิ้นบนโลกใบนี้สมควรตกเป็นของเขาทั้งหมด
"แต่ต้องขออภัยด้วยที่ต้องรบกวนเวลาของพวกคุณสักหน่อย เพราะดูเหมือนว่าจะมีหนูตัวน้อยแอบลอบเข้ามาที่นี่"
เมื่อได้ยินดังนั้น แขกทุกคนก็พากันหันซ้ายแลขวาด้วยความหวาดระแวง บางคนถึงกับกระซิบกระซาบกันเสียงเบา
"ถ้างั้น ขอเชิญทุกท่านเข้าสู่วิมานที่แท้จริงของฉัน 'เขาวงกตทองคำ' ได้เลย!"
จนกระทั่งได้ยินประโยคนี้ แขกบางคนถึงเพิ่งจะตั้งสติได้ พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่ราศีพฤษภพูดถึงคืออะไร จึงไม่รอช้า หันหลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดทันที
แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว บางทีตั้งแต่วินาทีที่พวกเขาก้าวเท้าผ่านประตูพระราชวังเข้ามา พวกเขาก็อาจจะไม่มีวันหนีรอดออกไปได้อีกแล้ว
ในจังหวะที่แขกเหล่านั้นกำลังจะวิ่งออกพ้นประตูพระราชวัง จู่ๆ กำแพงที่ทำจากทองคำก็ปรากฏขึ้นขวางทางพวกเขาเอาไว้ในชั่วพริบตา!
และพวกเขาก็พุ่งชนกำแพงนั่นเข้าอย่างจัง จนหัวร้างข้างแตก! แม้กะโหลกจะไม่ถึงกับแตกละเอียด แต่ก็มีเลือดไหลซึมออกมาจากหนังศีรษะ หยดลงบนพื้นทองคำ
"บอกแล้วไงว่าแค่จะกำจัดหนูสกปรกบางตัว ไม่เห็นต้องทำตัวให้น่าเกลียดแบบนี้เลย ไม่ใช่เหรอ?" ราศีพฤษภส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
สิ่งที่ไลอิสกับเอมิเลียไม่รู้ก็คือ แขกทุกคนที่ได้รับบัตรเชิญ ล้วนไม่อยากมาร่วมงานเลี้ยงอันตรายแบบนี้เลยสักนิด
เพราะพวกเขารู้ดีว่าผู้พิทักษ์เหล่านี้มีจิตใจที่วิปริตผิดมนุษย์มนา ไม่รู้ว่าจะถูกนำมาเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์และถูกฆ่าทิ้งเมื่อไหร่
แต่ถ้าขืนปฏิเสธไม่มาร่วมงาน ทั้งๆ ที่ได้รับบัตรเชิญแล้วล่ะก็ ท้ายที่สุดพวกเขาก็ต้องถูกราศีพฤษภตามเช็กบิลอยู่ดี เพราะเจ้านี่เป็นคนใจแคบสุดๆ
เขาเกลียดการถูกหักหน้า และเกลียดพวกที่มีเงินมากกว่าเขา ด้วยเหตุนี้ เขาถึงได้ไต่เต้าขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้
และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ปีขาลสามารถหาบัตรเชิญมาได้อย่างง่ายดาย
"เอาล่ะ ออกมาได้แล้วมั้ง? หนูสกปรกสองตัว ตัวหนึ่งคือมังกร ส่วนอีกตัวก็เป็นวัวเหมือนฉัน ฉันพูดถูกไหมล่ะ? ฮ่าๆๆ!"
ราศีพฤษภหัวเราะร่วนอย่างมั่นใจ ราวกับว่าในวินาทีถัดไป เขาจะสามารถจับตัวไลอิสกับเอมิเลียที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชนออกมาได้
ทว่าในวินาทีถัดมา พระราชวังทั้งหลังก็เกิดอาการสั่นสะเทือน ไลอิสคว้ามือเอมิเลียเอาไว้ตามสัญชาตญาณ และเพียงชั่วพริบตา ทุกคนก็รู้สึกหน้ามืดไปชั่วขณะ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง พวกเขาก็มาโผล่ในห้วงมิติสีทองอร่ามเสียแล้ว
(จบแล้ว)