- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นบอสลับ คุมกระดานล้างแค้นพระเจ้า
- บทที่ 49 - เธอคู่ควรกับสมญานามแห่งอัศวิน (2)
บทที่ 49 - เธอคู่ควรกับสมญานามแห่งอัศวิน (2)
บทที่ 49 - เธอคู่ควรกับสมญานามแห่งอัศวิน (2)
บทที่ 49 - เธอคู่ควรกับสมญานามแห่งอัศวิน (2)
ดาบยักษ์สีทองอร่ามปรากฏขึ้นในมือของไลอิส ส่วนอัศวินแห่งความตายดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ หล่อนจึงควบคุมความมืดมิดรอบตัวให้รวมกันเป็นขวานยักษ์สีดำ
และขวานยักษ์เล่มนั้นก็ฟาดฟันลงมาที่หัวของไลอิสอย่างจัง
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ไลอิสจึงรีบยกดาบยักษ์ขึ้นมาตั้งรับไว้เหนือหัว รับการโจมตีในครั้งนี้เอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด แรงกระแทกจากการโจมตีครั้งนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าตอนที่เขาสกัดรถเมล์เอาไว้เลยแม้แต่น้อย
"อั่ก!"
ไลอิสกระอักเลือดออกมาอีกคำ เขารู้สึกราวกับว่าแขนกำลังจะหัก อวัยวะภายในร่างกายราวกับถูกทับด้วยของหนักนับพันชั่งจนแทบจะแหลกสลาย
แต่เพียงไม่นาน พละกำลังมหาศาลที่กดทับอยู่บนหัวก็อันตรธานหายไปในชั่วพริบตา แต่ไลอิสก็ไม่กล้าชะล่าใจแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าการโจมตีระลอกใหม่กำลังจะตามมาในไม่ช้า
ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ความมืดมิดรอบตัวก่อตัวเป็นธนูยาวในมือของอัศวินแห่งความตาย
ทว่ารอบกายของอัศวินแห่งความตายกลับไม่มีร่องรอยของลูกธนูเลย แต่ไลอิสก็รู้ดีว่า ในเมื่อหล่อนเรียกธนูออกมาแล้ว ลูกธนูก็ต้องตามมาอย่างแน่นอน
จากนั้น อัศวินแห่งความตายก็ง้างสายธนูด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ และในจังหวะที่ง้างสายธนูนั้นเอง ที่คันธนูสีดำสนิทก็ปรากฏลูกธนูสีดำสนิทขึ้นมาหลายดอก!
หล่อนปล่อยมือจากสายธนู ลูกธนูสีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศพุ่งตรงมาหาไลอิส
แต่ยังไม่หมดแค่นั้น หลังจากที่ยิงลูกธนูชุดแรกออกไปแล้ว อัศวินแห่งความตายก็ง้างสายธนูเพื่อยิงลูกธนูชุดที่สองต่อทันที
หากนำดาบยักษ์สีทองในมือขึ้นมาใช้เป็นโล่กำบัง มันก็ไม่อาจปกป้องร่างกายของเขาได้ทั้งหมด แต่ถ้านำมาใช้เป็นอาวุธ มันก็หนักอึ้งเกินไป ดังนั้นไลอิสจึงตัดสินใจเด็ดขาด โยนดาบยักษ์สีทองทิ้งไปไว้ข้างกาย
ในชั่วพริบตา ดาบยาวเกล็ดมังกรสีทองหม่นที่ห่อหุ้มด้วยเวทมนตร์ธาตุลมสองเล่มก็ปรากฏขึ้นในมือของไลอิส
เขามองดูอัศวินดาบดำที่พุ่งตรงมาหาตัวเองด้วยสายตาแน่วแน่ ก่อนจะเงื้อดาบในมือขึ้น
เขาตวัดดาบฟันลูกธนูที่พุ่งเข้ามาขาดเป็นสองท่อน ก่อนจะตวัดดาบอีกครั้งเพื่อฟันลูกธนูอีกลูกจนแหลกละเอียด
ดาบยาวเกล็ดมังกรในมือร่ายรำเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนมองเห็นเป็นเพียงภาพติดตา และผลลัพธ์ของการกระทำแบบนี้ก็คือ แขนที่แต่เดิมก็รู้สึกเหมือนจะขาดอยู่แล้ว บัดนี้กลับยิ่งเจ็บปวดทรมานหนักขึ้นไปอีก
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะลูกธนูสีดำสนิทเหล่านี้ไม่สามารถเข้าใกล้ตัวไลอิสได้เลย
"เธอคืออัศวินที่แท้จริง ต่อให้จะตายไปแล้ว ต่อให้ร่างกายจะถูกคนอื่นควบคุม แต่เธอก็ยังยึดมั่นในหลักการของอัศวินอย่างเหนียวแน่น"
แม้ว่าไลอิสจะเจ็บปวดเจียนตาย แต่เขาก็รู้ดีว่าอเล็กซานดร้าคืออัศวินที่แท้จริง
ไม่ว่ายังไง เธอก็ยังคงเป็นอัศวินอยู่ดี
"ไม่ไหว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พละกำลังของฉันต้องหมดเกลี้ยงแน่ แต่ถ้าไม่ป้องกัน อีกเดี๋ยวฉันก็คงพรุนเป็นรังผึ้งแหงๆ...ช่างเถอะ ลุยมันเลยแล้วกัน!"
เถาวัลย์ที่มือซ้ายของไลอิสก่อตัวเป็นโล่เถาวัลย์ขึ้นมาข้างกาย บดบังทัศนวิสัยระหว่างเขากับอัศวินแห่งความตายจนหมดสิ้น
ซึ่งก็หมายความว่า ทั้งสองฝ่ายต่างก็มองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเลย
ทว่าในจังหวะที่ระยะห่างระหว่างไลอิสกับอัศวินแห่งความตายเหลือไม่ถึงหนึ่งเมตร อัศวินแห่งความตายก็เงื้อดาบที่แผ่กลิ่นอายสีดำทะมึนขึ้น แล้วฟันฉับลงมาที่โล่เถาวัลย์อย่างแรง
แต่ในขณะนั้นเอง แสงสีทองอร่ามก็สว่างวาบขึ้นมาจากมือของคนที่อยู่หลังโล่เถาวัลย์
"ดาบศักดิ์สิทธิ์ ปลดปล่อยพลังสูงสุด! ระยะประชิด...ปลดปล่อยพลังเวท!"
ดาบที่แผ่กลิ่นอายสีดำทะมึนยังคงฟันลงมา ฟันทั้งโล่เถาวัลย์และซีกร่างของไลอิสจนขาดสะบั้น
แต่นี่ก็ถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับไลอิส ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของไลอิสแทงทะลุหน้าอกของอัศวินแห่งความตาย
สิ่งที่ตามมาคือแสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นฟ้า แสงสีทองนี้ราวกับสามารถทะลวงผ่านอาณาเขตของอัศวินแห่งความตาย สาดส่องความมืดมิดรอบด้านจนสว่างไสว ทำให้ความมืดมิดทุกซอกทุกมุมไม่มีที่หลบซ่อนอีกต่อไป
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็ต้องหลับตาลง แล้วยกมือขึ้นมาบังแสงที่แยงตา
แสงสว่างนี้มันช่างเจิดจ้าและอบอุ่นเหลือเกิน ราวกับสามารถเยียวยาจิตใจของอัศวินแห่งความตายได้เลยทีเดียว แต่ไม่ว่ายังไง หล่อนก็ยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม และยังคงเป็นศัตรูของไลอิสอยู่ดี
แต่ในจังหวะที่ไลอิสตั้งใจจะโจมตีต่อนั้น เขากลับพบว่าความมืดมิดรอบด้านได้อันตรธานหายไปจนหมดแล้ว และเขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองมาโผล่อยู่ในพื้นที่สีขาวสะอาดตานี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
"ที่นี่คือ..."
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ วู้ด"
เสียงผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลังของไลอิส ดึงดูดความสนใจของเขาให้หันไปมอง
และเมื่อหันไป เขาก็พบกับหญิงสาวร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น "คุณแบล็ก มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ? แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่?"
และในตอนนี้ อเล็กซานดร้าไม่ได้สวมชุดเกราะที่ใส่อยู่เป็นประจำแล้ว แต่กลับเปลี่ยนมาใส่ชุดเดรสยาวสีแดงแทน
จนกระทั่งตอนนี้ ไลอิสถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นแค่อัศวินเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอีกด้วย
"ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกน่า นั่งลงค่อยๆ คุยกันดีกว่า"
สิ้นเสียงของอเล็กซานดร้า เก้าอี้ไม้สองตัวก็ปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เก้าอี้ดูเก่าๆ โทรมๆ แต่พอนั่งลงไปก็จะพบว่ามันแข็งแรงทนทานมาก
"ถ้าฉันเดาไม่ผิด ฉันน่าจะตายไปแล้วใช่ไหม?" อเล็กซานดร้าเอ่ยถาม
"..."
ไลอิสไม่รู้จะตอบยังไงดี พูดตามตรง นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้เหมือนกัน ต่อให้เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน แต่เขาก็ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีเท่านั้น
"ไม่เป็นไรหรอก นี่ก็ถือเป็นคำตอบที่ดีเหมือนกัน" อเล็กซานดร้ายิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ
"ความจริงการต่อสู้กับความตายมันยากมากเลยใช่ไหมล่ะ? เพราะดูจากระดับพลังของฉันแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นก็น่าจะทะลวงขีดจำกัดระดับเจ็ดจนกางอาณาเขตได้แล้วล่ะ"
"แต่ตามหลักการแล้ว มันไม่น่าจะรับมือยากขนาดนั้นนี่นา นายไม่ได้กดระดับพลังของฉันไว้หรอกเหรอ? ตามที่ฉันคิด นายก็น่าจะมีความสามารถแบบนี้นี่นา ก็ขนาดท่านเจ้าเมืองไวท์ยังบอกเลยว่าพวกเราเป็นคนประเภทเดียวกันน่ะ"
"ผม..."
ไลอิสไม่รู้จะพูดอะไรจริงๆ อย่างแรกคือเขาไม่แน่ใจว่าอเล็กซานดร้าที่อยู่ที่นี่คืออเล็กซานดร้าตัวจริงหรือเปล่า อย่างที่สองคือเขาไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้ยังไงดี
"หรือว่า...จนวินาทีสุดท้าย นายก็ยังคิดว่าฉันจะสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อยู่ใช่ไหมล่ะ?" อเล็กซานดร้าเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของไลอิสก็แดงก่ำ น้ำตาเอ่อล้นออกมา หยาดน้ำตาใสแจ๋วหยดแหมะลงบนพื้นสีขาวสะอาดตา
"ผม...ผม...ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้? ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นผมจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขตอนจบของที่นี่เอง ผมจะไม่ยอมให้คุณตายเด็ดขาด ต่อให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดเป็นสามสิบล้านรอบ ผมก็จะกลับมาแก้ไขตอนจบของที่นี่ให้ได้"
เขาไม่ได้พูดโกหก และไม่ได้พูดโอ้อวดด้วย เมื่อเขาตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว เขาก็จะเดินหน้าต่อไปอย่างแน่วแน่
ต่อให้เส้นทางนั้นจะเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน เขาก็จะพุ่งชนมันอย่างไม่ลังเล เพราะนี่แหละคือไอ้งั่งที่กล้าท้าทายกังหันลม
(จบแล้ว)