เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - คำสาปสั่งตาย

บทที่ 35 - คำสาปสั่งตาย

บทที่ 35 - คำสาปสั่งตาย


บทที่ 35 - คำสาปสั่งตาย

"จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อกี้ก็ไม่เห็นเฟลิเซียเลย หล่อนหายไปไหนกันนะ?"

จนกระทั่งตอนนี้เอง ไลอิสถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าทางฝั่งตัวเองเหมือนจะมีคนหายไปคนนึง เขาจึงรีบหันไปถามคาสเตอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

"ถ้าเป็นคุณมอร์ริสล่ะก็...หล่อนไปช่วยงานที่โรงเตี๊ยมในหมู่บ้านน่ะค่ะ ตั้งแต่ตอนที่ไปดื่มเหล้าที่โรงเตี๊ยมในหมู่บ้านวันนั้น หล่อนก็สิงสู่อยู่ที่นั่นตลอดเลย"

"พูดตามตรงนะ หนูไม่เคยคิดเลยว่าทำไมคนเราถึงได้ชอบดื่มเหล้ากันนัก ตอนที่ยังอยู่กับท่านเจ้าเมือง หนูเห็นพวกเขากินเหล้ากันอยู่บ่อยๆ แต่หนูไม่เข้าใจเลยว่าเหล้ามันมีดีอะไร" เอมิเลียพูดขึ้น

"ลางเนื้อชอบลางยา อะไรที่ไม่เข้าใจก็ปล่อยผ่านไปเถอะ ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจให้รกสมองหรอกนะ"

ไลอิสพูดพลาง ตบไหล่ของเอมิเลียเบาๆ พลาง

เมื่อเดินออกมาจากห้องใต้ดินที่ทั้งมืดและชื้น แล้วได้อาบแสงแดดอันสว่างไสวด้านนอก ก็รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง

"ตอนนี้อย่าเพิ่งไปรบกวนเฟลิเซียเลยดีกว่า ไว้ฉันกลับมาแล้ว พวกเราค่อยไปหาหล่อนที่โรงเตี๊ยมด้วยกันนะ" สิ้นเสียง ไลอิสก็เดินตรงไปทางหน้าหมู่บ้าน

"เดี๋ยวสิ อาจี นาย...จะไปไหนน่ะ?" คาสเตอร์ดึงชายเสื้อของไลอิสเอาไว้

ไลอิสหันกลับมา ภายใต้หน้ากากทองสัมฤทธิ์นั้นคือใบหน้าที่กำลังเปื้อนยิ้ม "ก็ต้องไปหาทางจบเรื่องทั้งหมดนี้น่ะสิ"

"ไปคนเดียวมันจะดีจริงๆ เหรอ? วู้ด? ข้างนอกมันอันตรายแค่ไหน นายเองก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ"

"ยังไม่ต้องพูดถึงพวกแม่มดที่เดินเตร็ดเตร่ไปมาอยู่ทั่วหรอกนะ แค่พวกตุ๊กตากลพวกนั้นก็มากพอที่จะทำให้นายรับมือไม่หวาดไม่ไหวแล้วล่ะ ต่อให้นายจะควบคุมมังกรยักษ์ตัวนั้นได้ก็เถอะ" อเล็กซานดร้ามองไลอิสด้วยความเป็นห่วง

"ก็เพราะมันอันตรายไง ฉันถึงต้องไปคนเดียว ถ้าไม่ไปสำรวจอันตรายข้างหน้าให้ชัดเจนล่ะก็ ขืนพวกเราไปด้วยกัน มีหวังได้บาดเจ็บล้มตายกันเป็นเบือแน่"

ไลอิสตัดสินใจแน่วแน่แล้ว สิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้วไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าทีม และเป็นความเชื่อมั่นในฐานะผู้แข็งแกร่ง

ประตูหน้าหมู่บ้านค่อยๆ เปิดออก ไลอิสเดินออกไปเพียงลำพัง และเมื่อต้นไม้ปิดสนิท แผ่นหลังของไลอิสก็เลือนหายไปจากสายตาของทุกคน

"ถ้าเป็นฉันในตอนนี้ล่ะก็ น่าจะใช้กระบวนท่านั้นได้แล้วล่ะ" เขาพูดราวกับกำลังพึมพำกับตัวเอง หรือไม่ก็กำลังพูดกับใครสักคนอยู่

"...คัดลอก เริ่มได้!"

เปลวไฟที่ลุกโชนอยู่บนร่างกาย ราวกับแปรเปลี่ยนเป็นเส้นด้ายที่เปล่งประกายแสงสว่างวาบ แนบสนิทไปกับผิวหนังของไลอิส และข้างๆ เปลวไฟสีแดงฉานนั้น ก็มีแสงสีดำขลับสาดส่องออกมา

หากสังเกตดูให้ดี ก็จะพบว่านั่นไม่ใช่แสงสว่างอะไรเลย แต่มันคือตัวอักษรประหลาดที่ประกอบเข้าด้วยกันทีละตัวๆ ต่างหาก

และนี่ก็คือพลังแห่งรอยสักศักดิ์สิทธิ์และนามพระราชทานของไลอิส

"ตำแหน่งซวิ่น ลมจงมา!"

ในชั่วพริบตา ใต้เท้าของไลอิสก็มีกระแสลมปรากฏขึ้น เขารู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวขึ้นมาก ราวกับสามารถเดินทางได้พันลี้ในวันเดียวเลยทีเดียว

เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียว ไลอิสก็หายตัวไปจากจุดเดิม ความเร็วนั้นเหนือกว่าการก้าวกระโดดแบบเดิมเสียอีก แถมยังทรงพลังกว่าด้วย

เขาวิ่งทะลวงไปตามป่าทึบ แม้จะมีตุ๊กตากลจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งตรงมาทางเขา แต่มันก็ไม่สามารถแตะต้องตัวเขาได้เลยแม้แต่น้อย

แต่นี่ก็เป็นแค่สิ่งที่คัดลอกมาจากคนอื่น จึงไม่สามารถใช้งานได้นานนัก ไม่กี่นาทีต่อมา ความเร็วของไลอิสก็ลดลง จนกลับมาอยู่ในระดับคนปกติ

"สิ้นเปลืองพลังเวทไปเยอะกว่าที่คิดแฮะ แต่นี่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีนะ จากนี้ไปพลังของคนอื่น ฉันก็จะสามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมดแล้วล่ะ"

แต่เขากลับดำดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเองจนหมดสิ้น โดยไม่ได้สนใจการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมรอบตัวเลยสักนิด

จนกระทั่งได้ยินเสียงข้อต่อของตุ๊กตาขยับ ไลอิสถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าตัวเองมาอยู่ที่ไหน

ป่าแห่งนี้ไม่ได้รกทึบอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยสีม่วงหม่น ไม่ว่าจะเป็นกิ่งก้านสาขาบนต้นไม้ หรือแม้แต่ดอกไม้ใบหญ้าบนพื้น ล้วนแล้วแต่เป็นสีเดียวกันหมด

และเมื่อเขาหันกลับไปมอง ก็พบว่าด้านหลังของตัวเองมีตุ๊กตากลจำนวนมหาศาลมารวมตัวกันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

แต่ในจังหวะที่ไลอิสกำลังจะชักดาบออกมาโจมตี เขาก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า พอเขามองไปที่พวกตุ๊กตา พวกมันกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ทำเพียงแค่จ้องมองไลอิสด้วยสีหน้าประหลาดๆ

"หรือว่าจะเป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ?" เขาหันหน้ากลับมา ไม่มองดูพวกตุ๊กตากลอีกต่อไป แต่กลับเดินตรงไปข้างหน้าแทน

และเพียงแค่หันหน้าหนี พวกตุ๊กตากลที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มขยับตัว ข้อต่อของพวกมันส่งเสียงดังกึกกัก พวกมันก้าวเท้าเหยียบย่ำไปบนพงหญ้า แล้วเดินตรงมาทางไลอิส

ในจังหวะที่มือของพวกตุ๊กตากลกำลังจะแตะโดนตัวของไลอิส เขาก็หันขวับกลับมา ดาบยาวเกล็ดมังกรในมือตวัดฟันออกไปเบาๆ ฟันมือของตุ๊กตากลที่เข้ามาใกล้จนขาดสะบั้นไปจนหมด

"อย่างนี้นี่เอง เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วยสิ ขอแค่ไม่มองพวกแก พวกแกก็จะเริ่มขยับตัวสินะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ช่วยพังทลายลงไปตรงนี้ให้หมดเลยก็แล้วกัน!"

สิ้นเสียง ประกายไฟฟ้าสีขาวก็สว่างวาบขึ้นในมือ หอกสายฟ้าเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของไลอิสในชั่วพริบตา

เขาจับปลายหอกเอาไว้ แล้วกวัดแกว่งเป็นวงกลมเบาๆ ก็สามารถฟันพวกตุ๊กตาที่อยู่ตรงหน้าขาดเป็นสองท่อนได้เกือบหมด

แต่ในขณะที่ไลอิสกำลังจะเดินหน้าต่อไปนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

เพียงแค่พริบตาเดียว ตุ๊กตาที่ถูกฟันจนขาดวิ่นกลับฟื้นฟูสภาพกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่มีความแตกต่างออกไปนิดหน่อย ตรงที่ตุ๊กตาพวกนี้มีแสงสีม่วงหม่นแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายอย่างน่าประหลาด

และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ตุ๊กตาพวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีข้อจำกัดแบบเมื่อก่อนแล้ว พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวอย่างสะเปะสะปะ

ต่อให้ไลอิสจะจ้องมองพวกมันอยู่ พวกมันก็ยังคงพุ่งเข้าโจมตีใส่ไลอิสอยู่ดี

ไลอิสก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งแผ่นหลังไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ เขาใช้สองมือจับหอกสายฟ้าตั้งรับเอาไว้ตรงหน้า แล้วเริ่มวิเคราะห์สถานการณ์ในตอนนี้

"ดูเหมือนจะฆ่าไม่ได้แฮะ ไม่อย่างนั้นพวกมันก็จะปลดล็อกข้อจำกัดได้จนหมด ดูท่าคงต้องหนีอย่างเดียวแล้วล่ะ" แต่ในจังหวะที่ไลอิสกำลังจะถอยทัพไปตั้งหลักก่อน การโจมตีก็พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน!

ตุ๊กตาที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเด็กมนุษย์กระโดดลงมาจากต้นไม้ใหญ่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันเกาะติดอยู่บนหลังของไลอิสแน่น ก่อนจะใช้สองมือบีบคอเขาอย่างแรง

ทั้งๆ ที่ดูตัวเล็กนิดเดียว และน่าจะไม่มีเรี่ยวแรงอะไร แต่พอได้สัมผัสกับตัวไลอิสจริงๆ เขาถึงได้รับรู้ถึงพละกำลังอันมหาศาลนั้น

"อะไรกัน!"

และเพียงแค่สัมผัสกันในเสี้ยววินาที ไลอิสก็สัมผัสได้ว่าสติของตัวเองเริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ

"ถึงกับสั่งตายเลยงั้นเหรอ!?"

ในวินาทีต่อมา ไลอิสก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมร่างกายได้อีกต่อไป ก่อนจะล้มฟุบไปข้างหน้า

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 35 - คำสาปสั่งตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว