- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นบอสลับ คุมกระดานล้างแค้นพระเจ้า
- บทที่ 8 - สาวน้อยเวทมนตร์
บทที่ 8 - สาวน้อยเวทมนตร์
บทที่ 8 - สาวน้อยเวทมนตร์
บทที่ 8 - สาวน้อยเวทมนตร์
"นี่ ถามหน่อยเถอะ ทำไมพวกเราต้องไปตามหาผู้ชายที่ชื่อดอนกิโฆเต้นั่นด้วยล่ะ?" เสียงแหลมปรี๊ดบาดหูของหญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของคาสเตอร์
"ในเมื่อพวกเธอมีพลัง ก็รีบพาพวกเราออกไปจากสถานที่บ้าๆ นี่ซะทีสิ ฉันไม่อยากทนอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยงูเงี้ยวเขี้ยวขอและหนูแมลงพวกนี้ไปตลอดหรอกนะ"
"พอเถอะพี่ อย่าพูดอะไรอีกเลย พวกเขาอุตส่าห์หวังดีมาช่วยพวกเรานะ พี่พูดแบบนี้มันเนรคุณกันชัดๆ"
เด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปีคนหนึ่งดึงแขนเสื้อของหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือฝ่ามือของหญิงสาวที่ฟาดลงมาฉาดใหญ่
"เดี๋ยวนี้แกกล้าสั่งสอนพี่สาวแกแล้วเหรอ!"
"นี่คุณผู้หญิง ถึงยังไงคุณก็ไม่ควรตบตีน้องชายตัวเองซี้ซั้วแบบนี้นะ?"
เฟลิเซียทนดูไม่ไหว เธอไม่คาดคิดเลยว่าในกลุ่มคนที่พวกเธอเพิ่งจะช่วยชีวิตมาหมาดๆ จะมีคนที่มีนิสัยใจคอคับแคบและปากคอเราะรายแบบนี้อยู่ด้วย
"ใช่ๆ ยังไงเขาก็เป็นน้องชายของคุณนะ"
"ถ้าฉันกล้าทำแบบนี้กับน้องชายนะ มีหวังโดนแม่ตีตายแน่"
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้าง หญิงสาวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตวาดกร้าวขึ้นมาว่า "ฉันเป็นพี่สาวเขานะ ฉันจะสั่งสอนเขายังไงมันก็เรื่องของฉัน พวกคนนอกอย่างพวกเธอจะไปรู้อะไร? แล้วที่ฉันพูดไปมันไม่ใช่เพราะอยากจะพาทุกคนรีบออกไปจากที่บ้าๆ นี่หรือไงฮะ?"
และในขณะที่หญิงสาวกำลังตะโกนอยู่นั้น คาสเตอร์ก็กวักมือเรียกเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก้อนน้ำเล็กๆ ปรากฏขึ้นในมือ ก่อนจะซึมเข้าไปในผ้าเช็ดหน้า จากนั้นเธอก็ประคบมันลงบนใบหน้าที่บวมเป่งของเด็กหนุ่มอย่างเบามือ
"ขอบคุณครับพี่สาว"
คาสเตอร์ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ลูบหัวเด็กหนุ่มเบาๆ
"ฉันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากตั้งไกล นี่พวกเธอไม่กลัวจะเรียกพวกสัตว์ป่ามาเขมือบพวกเธอจนหมดหรือไง?" ร่างเงาสีดำสายหนึ่งเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่
"ถ้าไม่ใช่เพราะต้องมาตามหานาย พวกเราจะมาทนอยู่ที่นี่ตั้งนานสองนานทำไมล่ะ?"
หญิงปากร้ายหันกระบอกปืนไปทางไลอิสที่เพิ่งปรากฏตัว ก่อนจะยิงใส่เขาทันที
เธอเคยได้ยินคำอธิบายจากพวกคาสเตอร์มาแล้ว จึงรู้ว่าคนที่สวมหน้ากากทองสัมฤทธิ์คนนี้คือดอนกิโฆเต้
ไลอิสไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเพียงแค่ตวัดสายตาจ้องมองหญิงคนนั้น การจ้องมองเพียงครั้งเดียวนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนตกลงไปในธารน้ำแข็ง เสียวสันหลังวาบ ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าที่ดุร้าย
"ท่านดอนกิโฆเต้ ในเมื่อมาสมทบกันแล้ว งั้นพวกเราก็ควรหาทางออกกันได้แล้วใช่ไหมคะ?"
"มันก็จริงอยู่หรอกนะ แต่ป่าแห่งนี้มันค่อนข้างแปลกประหลาดทีเดียว ขอบเขตการตรวจสอบของฉันไม่สามารถเจาะทะลุป่านี้ออกไปภายนอกได้เลย ราวกับว่ามันเป็นม่านพลังฉนวนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติยังไงอย่างงั้น"
ไลอิสเคาะหน้าผากตัวเองผ่านหน้ากากทองสัมฤทธิ์ที่หนาทึบ
แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างเงาสีแดงเพลิงก็พุ่งดิ่งลงมาจากยอดไม้ มุ่งตรงเข้าใส่ไลอิส
"ไอ้ตุ๊กตาบ้า รีบมารับความตายซะเถอะ!"
ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงนี้มันต่างจากเสียงของโซเฟียลิบลับ แถมโซเฟียของเขาก็ยังห้อยอยู่ที่คอ ไลอิสคงคิดว่าเป็นโซเฟียที่คิดจะลอบสังหารเขาซะแล้ว
เขายกดาบยาวเกล็ดมังกรขึ้นมาปัดป้องการโจมตีในครั้งนี้ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองถูกทิ้งห่างออกไปหลายเมตรในทันที จนกระทั่งตอนนี้เอง ไลอิสถึงได้เห็นการแต่งกายของผู้ที่มาเยือนได้อย่างชัดเจน
ผู้มาเยือนเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง การแต่งกายของเธอดูประณีตงดงามเป็นพิเศษ ดูไม่เหมือนคนที่จะมาโผล่อยู่ในป่าทึบแบบนี้เลย
รองเท้าบูทยาวสีแดงเพลิง เส้นผมยาวสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิง สวมถุงมือยาวจรดข้อศอก ซึ่งเป็นสีแดงเพลิงเช่นเดียวกัน
สวมชุดเดรสสีขาว มีระบายลูกไม้เล็กน้อย และมีโบว์สีแดงเพลิงผูกติดอยู่ที่หน้าอก
ส่วนในมือของเด็กสาวถือคทาเวทสีแดง โดยที่ส่วนหัวของคทามีดาบเรียวยาวโผล่ออกมา
"หึ มากันเยอะแยะรวดเดียวแบบนี้ คิดว่าฉันจะกลัวเหรอ? ฉันไม่ยอมให้พวกแกไปทำร้ายชาวบ้านหรอกน่า นี่คือสิ่งที่ฉันรับปากกับพี่อเล็กซานดราเอาไว้แล้ว"
เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นเคย ราวกับเป็นคนรู้จักในอดีต แต่ไลอิสก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นเพียงการบังเอิญชื่อซ้ำกัน หรือเป็นเพื่อนในอดีตของเขาจริงๆ กันแน่
"แม่หนูน้อย ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ มีอะไรพวกเราค่อยๆ คุยกันได้ ไม่เห็นจะต้องชักดาบฟาดฟันกันตั้งแต่เริ่มเลยนี่นา" ไลอิสพยายามใช้วิธีเจรจาเพื่อยุติการต่อสู้ที่ไร้เหตุผลนี้
"ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับพวกหุ่นเชิดกลอย่างพวกแกทั้งนั้น!"
ทว่าเด็กสาวกลับไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอชูคทาเวทในมือขึ้นแล้วพุ่งทะยานเข้ามา ตวัดดาบฟันฉับ เล็งเข้าที่คอของไลอิส
เรื่องราวลุกลามมาถึงขั้นนี้แล้ว หากไม่ลงมือตอบโต้กลับไปบ้าง ก็คงจะทำให้ถูกฝ่ายตรงข้ามดูถูกเอาได้
ไลอิสกระทืบเท้าอย่างจนใจ แรงโน้มถ่วงรอบด้านเพิ่มสูงขึ้นในทันที การเคลื่อนไหวของเด็กสาวก็พลันเชื่องช้าลงในชั่วพริบตา
"ใช้เวทมนตร์ได้ด้วยเหรอเนี่ย เพิ่งเคยเห็นสัตว์ประหลาดแบบแกเป็นครั้งแรกเลยแฮะ แต่ไม่เป็นไรหรอก สาวน้อยเวทมนตร์ไม่มีวันยอมถอยเด็ดขาด"
ได้ยินคำที่คุ้นเคยอีกแล้ว แต่คำนี้...มันไม่ควรมาปรากฏอยู่ในโลกใบนี้เลยไม่ใช่เหรอ ไลอิสสงสัยเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งขบคิด
ร่างของเด็กสาวชุดแดงเพลิงหายวับไปจากตรงนั้น และในวินาทีต่อมาเธอกลับไปโผล่อยู่ที่ด้านหลังของไลอิส
"ก้าวพริบตางั้นเหรอ? ก็น่าสนใจดีนี่ น่าเสียดายที่ยังช้าไปหน่อยนะ" เพียงแค่วางดาบยาวเกล็ดมังกรไว้ด้านหลังของตัวเอง เขาก็สามารถป้องกันการโจมตีของเด็กสาวชุดแดงเพลิงเอาไว้ได้แล้ว
จากนั้น เขาก็แค่หมุนตัว มือซ้ายออกแรงคว้าหมับเข้าที่คอของเด็กสาวชุดแดงเพลิง จับเธอกดลงกับพื้นอย่างจัง แรงโน้มถ่วงในมือเพิ่มสูงขึ้นในทันที บดขยี้ร่างของเด็กสาวให้แนบติดกับพื้น จนเธอไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิดเดียว
แต่แน่นอนว่าไลอิสไม่ได้เอาจริง หากเขาเอาจริงล่ะก็ ตอนนี้เด็กสาวคงถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว ไม่ใช่แค่ถูกจับกดลงกับพื้นง่ายๆ แบบนี้หรอก
"บ้าเอ๊ย!"
เด็กสาวชุดแดงเพลิงยังอยากจะดิ้นรนต่อ แต่เธอก็พบว่าร่างกายของตัวเองขยับไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เขาชำเลืองมองคาสเตอร์ที่กำลังร่ายเวทสนับสนุนให้เขาอยู่ข้างๆ พร้อมกับพยักหน้ายิ้มๆ ทว่าเมื่อมีหน้ากากทองสัมฤทธิ์ขวางกั้นอยู่ ย่อมไม่มีใครมองเห็นรอยยิ้มของเขาได้
"ได้โปรดหยุดก่อนเถอะค่ะ!"
เสียงใสกังวานราวกับกระดิ่งเงินดังแว่วมา พร้อมกับร่างที่พุ่งดิ่งลงมาจากยอดไม้ ผู้มาเยือนคือเด็กสาวอีกคนที่แต่งกายคล้ายคลึงกับเด็กสาวชุดแดงเพลิงถึงเจ็ดแปดส่วน เพียงแต่ชุดของเธอเป็นสีฟ้าคราม
"สาวน้อยเวทมนตร์อีกคนงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าสาวน้อยเวทมนตร์ในโลกนี้ก็น่าจะทำงานกันเป็นทีมสามคนสินะ"
เขาอดไม่ได้ที่จะคิดในใจเช่นนั้น ก่อนจะปล่อยมือที่บีบคอของเด็กสาวชุดแดงเพลิงออก
พร้อมกันนั้น แรงโน้มถ่วงที่กดทับร่างของเด็กสาวชุดแดงเพลิงก็ถูกปลดเปลื้องออกไปด้วย
เด็กสาวชุดแดงเพลิงที่ลุกขึ้นยืนยังคงอยากจะต่อสู้ต่อ แต่กลับถูกเด็กสาวชุดฟ้าครามเขกหัวไปหนึ่งที
"พวกเขาไม่ใช่หุ่นเชิดกลซะหน่อย เธอไม่เห็นข้อต่อของพวกเขาหรือไง? พวกเขาเป็นมนุษย์กันทุกคนเลยนะ!"
จนกระทั่งตอนนี้เอง เด็กสาวชุดแดงเพลิงถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า คนที่เธอเพิ่งจะโจมตีไปเมื่อครู่นี้ ไม่มีใครมีข้อต่อของหุ่นเชิดเลย กลับเต็มไปด้วยเลือดเนื้อต่างหาก
เมื่อตระหนักได้ถึงความผิดพลาดของตัวเอง เด็กสาวชุดแดงเพลิงก็รีบคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนจะโค้งคำนับในทันที
แต่มองยังไงมันก็ดูพิลึกพิลั่นอยู่ดี การคุกเข่ากับโค้งคำนับมันทำพร้อมกันได้ด้วยเหรอเนี่ย?
(จบแล้ว)