เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - มนุษย์เงินเดือนสู้ชีวิต

บทที่ 28 - มนุษย์เงินเดือนสู้ชีวิต

บทที่ 28 - มนุษย์เงินเดือนสู้ชีวิต


บทที่ 28 - มนุษย์เงินเดือนสู้ชีวิต

คนงานยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ราวกับไม่ได้ยินคำถามของเจี่ยนซิงเซี่ยเลย

แต่เจี่ยนซิงเซี่ยตั้งใจจะจับผิดอยู่แล้ว มีหรือจะไม่สังเกตสีหน้าท่าทางของอีกฝ่าย และก็เป็นอย่างที่คิด มีคนงานสองคนที่ดูยังเด็กกว่าคนอื่นแอบสบตากันอย่างมีพิรุธ แต่ก็ยังคงไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมา

เจี่ยนซิงเซี่ยเข้าใจกระจ่างแจ่มแจ้ง แต่การที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบ ก็คงมีแค่สองเหตุผลคือ ไม่อยากตอบ หรือไม่ก็ตอบไม่ได้ เหมือนกับตอนที่เธอถามต้าเฮยเรื่องคะแนนประเมินนั่นแหละ

เจี่ยนซิงเซี่ยก็เลยไม่ซักไซ้ให้มากความ ไม่นานคนงานก็ติดตั้งเสร็จ พอทดสอบระบบจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหา แบตเตอรี่สำรองขนาด 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ของระบบโซลาร์เซลล์ก็ขึ้นตัวเลขแสดงปริมาณไฟฟ้าที่ชาร์จได้ 1% ทันที

คนงานไม่พูดพร่ำทำเพลง ยื่นเอกสารหน้าตาคล้ายๆ ใบเซ็นรับพัสดุให้เจี่ยนซิงเซี่ยเซ็น

เจี่ยนซิงเซี่ยเพิ่งจะเซ็นเสร็จ คนงานก็รับใบเซ็นรับของคืน แล้วพากันกระโดดขึ้นรถบรรทุกอย่างพร้อมเพรียง รถบรรทุกที่ใส่ยางวิบากคันนั้นแล่นฉิวไปบนทางภูเขาขรุขระได้อย่างสบายๆ

ในจังหวะที่คนงานกำลังจะก้าวขึ้นรถ เจี่ยนซิงเซี่ยก็แอบเห็นว่าคนงานที่ดูเด็กสองคนนั้นแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก สีหน้าดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นการแสดงออกทางอารมณ์เพียงครั้งเดียวของพวกเขาในวันนี้เลยก็ว่าได้

พวกเขาคือคนจริงๆ ไม่ใช่ NPC

ที่แท้ก็เป็นพนักงานชั่วคราวจากต่างมิติเหมือนกันสินะ!

เจี่ยนซิงเซี่ยรู้สึกตื่นเต้นกับข้อสันนิษฐานนี้ เธอหันกลับมาตรวจสอบของรางวัลที่ระบบส่งมาให้

แผงโซลาร์เซลล์นี้ไม่เหมือนกับแผงทั่วไปที่เธอเคยเห็น มันเบากว่า ทนทานกว่า แถมยังมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าด้วย

แดดตอนกลางวันแรงจัด แค่แป๊บเดียว แบตเตอรี่สำรองขนาด 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ก็ชาร์จไฟเข้าไปได้ตั้ง 3% แล้ว

เจี่ยนซิงเซี่ยกะดูคร่าวๆ แค่สี่ชั่วโมงก็น่าจะชาร์จเต็มแล้ว ในบ้านเก่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่เยอะ ไฟฟ้า 100 กิโลวัตต์-ชั่วโมง น่าจะพอใช้ไปได้เป็นเดือนๆ

ถึงจะเอาไปขายต่อให้การไฟฟ้าเหมือนพวกที่เซ็นสัญญาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดค่าไฟให้เจี่ยนซิงเซี่ยได้เยอะเลย

พอไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องค่าไฟ เจี่ยนซิงเซี่ยก็ยิ่งอยากได้รถสามล้อไฟฟ้าเข้าไปใหญ่

เดี๋ยวรอให้ซ่อมทางในเขาเสร็จเมื่อไหร่ พอขับรถสามล้อไฟฟ้าลงเขาไปหมู่บ้าน ไปตำบลได้ล่ะก็ ชีวิตคงจะดีสุดๆ ไปเลย

อยู่บนเขานี่มันดีจริงๆ นะ ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่ต้องจ่าย แถมยังเข้าป่าหาของป่าได้อีกต่างหาก...

พอพูดถึงของป่า เกาลัดป่านี่ก็อร่อยจริงๆ นะ ถึงเม็ดจะเล็ก แต่เพราะเก็บไว้ข้ามปี รสชาติเกาลัดก็เลยยิ่งเข้มข้น เจี่ยนซิงเซี่ยปอกเกาลัดกินไปเม็ดนึง แล้วก็ดูดนิ้วที่เปื้อนน้ำเชื่อมซ้ำอีกรอบ

แล้วจู่ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

"ตายแล้ว! ลืมต้าเฮยไปสนิทเลย!"

เมื่อกี้ตอนที่ชาวบ้านแห่กันมา เจี่ยนซิงเซี่ยก็ไล่ต้าเฮยเข้าป่าไป แล้วเธอสั่งเขาว่าอะไรนะ?

'ถ้าเก็บไม่เต็มตะกร้าห้ามกลับมานะ'

พระเจ้าช่วย! กระสอบตั้งสองใบ กับตะกร้าไม้อีกใบ ต้าเฮยจะเก็บเสร็จชาติไหนเนี่ย!

เจี่ยนซิงเซี่ยรีบสะพายตะกร้าไม้ไผ่ คว้าเคียวแล้ววิ่งพรวดเข้าป่าไปทันที

เดินไปได้แค่กิโลกว่าๆ ก็เห็นเงาดำประหลาดๆ เดินมาแต่ไกล ท่อนบนดูบึกบึนใหญ่โต ตัดกับท่อนล่างที่เป็นขาลีบๆ ยาวๆ

"ต้าเฮย!" เจี่ยนซิงเซี่ยรีบตะโกนเรียก

ต้าเฮยเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ เจ้านายมารับเขาด้วย!

แต่ตอนนี้ที่หลังเขาแบกตะกร้าไม้ไผ่ที่หนักอึ้ง แถมที่ใต้รักแร้สองข้างยังหนีบกระสอบใบเบ้อเริ่มมาอีก ของพวกนี้น้ำหนักรวมกันน่าจะเกินสองร้อยชั่งเลยทีเดียว

"สวรรค์! ทำไมของเยอะขนาดนี้... นี่เกาลัดทั้งหมดเลยเหรอ?"

จู่ๆ ต้าเฮยก็รู้สึกผิดขึ้นมา เขาพยักหน้า แล้วก็ส่ายหน้า ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ก็เลยหันหลังให้เจี่ยนซิงเซี่ยดูซะเลย

ที่ด้านนอกตะกร้าไม้ไผ่ มีไก่ป่าถูกห้อยแขวนไว้หลายตัว ส่วนด้านในตะกร้าก็มีหญ้าแห้งรองไว้ ด้านบนมีไข่ไก่ป่าวางกองอยู่เพียบ!

เจี่ยนซิงเซี่ยถึงกับอ้าปากค้าง "นี่... นี่มันอะไรกันเนี่ย?"

ต้าเฮยก้มหน้างุด ร่างสูงเกือบเมตรเก้าสิบ กลับทำตัวหดลีบเหมือนเด็กทำความผิด ไม่กล้าสบตาผู้ใหญ่

"ข้ากำลังเก็บเกาลัดอยู่ ไก่พวกนี้มันก็มาแย่งกิน ข้าไล่ไปแล้ว มันก็ยังหน้าด้านกลับมาอีก..."

ต้าเฮยรำคาญจนทนไม่ไหว บวกกับสัญชาตญาณนักล่าของทาสคุนหลุน เขาก็เลยจัดการเก็บเรียบทั้งฝูงเลย

พอจัดการเสร็จ ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคราวก่อนเพิ่งจะโดนเจี่ยนซิงเซี่ยด่าเรื่องจับกระรอกไปหมาดๆ

ต้าเฮยรู้สึกกังวล พยายามอธิบายแก้ตัว "ไก่มันแย่งเกาลัดกิน พอข้าไล่ มันก็จิกข้า..."

ขนาดต้าเฮยยังรู้สึกเลยว่าข้ออ้างนี้มันฟังดูไม่ค่อยขึ้น

แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมา กลับเห็นเจี่ยนซิงเซี่ยกำลังยิ้มแฉ่งอย่างอารมณ์ดี เจี่ยนซิงเซี่ยตบไหล่เขาเบาๆ "ถูกต้องแล้ว! ไก่มันจิกคุณ มันก็เป็นอันตรายกับคุณน่ะสิ! คุณฆ่ามันก็สมควรแล้วล่ะ"

ก็แหม ไก่เนื้อมันอร่อยนี่นา

เจี่ยนซิงเซี่ยลองกะน้ำหนักดู ไก่ป่าห้าตัวนี่น่าจะไม่ใช่สายพันธุ์เดียวกับต้าฮวา ตัวมันเล็กกว่า สีสันก็ไม่สดใสเท่า ออกสีเทาๆ มอมๆ ดูคล้ายๆ ไก่บ้านที่ปล่อยหากินเองตามธรรมชาติซะมากกว่า

เจี่ยนซิงเซี่ยไม่แปลกใจเลยที่มีไก่ป่าอยู่ในเขา ก็เถายาเพิ่งจะมาถอนหญ้าวันแรกก็เจอไข่ไก่ป่าตั้งหลายฟองแล้วนี่นา

แต่ก็ไม่คิดว่าต้าเฮยจะเหมามาทีเดียวตั้งห้าตัว

เจี่ยนซิงเซี่ยค่อยๆ ย้ายไข่ไก่ป่ากับหญ้าแห้งมาใส่ตะกร้าของตัวเอง แล้วเอาไก่ป่าทั้งห้าตัวมาผูกติดกับตะกร้าของตัวเองแทน จากนั้นก็เดินนำต้าเฮยกลับบ้าน

เธอหันไปถามต้าเฮย "ต้าเฮย คุณชำแหละไก่เป็นไหม? หมายถึงถอนขน ควักไส้ สับไก่อะไรพวกนี้น่ะ"

ต้าเฮยแอบสังเกตสีหน้าเจี่ยนซิงเซี่ย รู้สึกว่าคราวนี้เจ้านายคงพูดจริงๆ ไม่ได้อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวดุเหมือนเมื่อก่อน

"เป็นขอรับ ตอนที่ข้าติดตามเจ้านาย... เจ้านายเก่าออกท่องเที่ยงตามป่าเขา ก็มักจะล่าสัตว์บ่อยๆ ข้าก็เป็นคนทำอาหารให้เจ้านายกินขอรับ"

"งั้นดีเลย เดี๋ยวเราเก็บไว้กินเองสองตัว ที่เหลือฉันจะเอาไปขายนะ!"

ต้าเฮยไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว ในความคิดของเขา เขาเป็นทาสคุนหลุน เจี่ยนซิงเซี่ยเป็นเจ้านาย ของที่เขาล่ามาได้ ก็ต้องตกเป็นของเจ้านายอยู่แล้ว

ต่อให้พูดแรงๆ ก็คือ ถ้าเจ้านายอยากจะจัดการเขายังไง จะฆ่า จะตี จะเอาไปขาย ก็เป็นสิทธิ์ของเจ้านายทั้งนั้น

แต่เจี่ยนซิงเซี่ยเติบโตมาในยุคสังคมนิยม ภายใต้ธงชาติสีแดงอันรุ่งโรจน์ ไม่เคยสัมผัสระบบทาสมาก่อน

แต่เธอเคยทำงานออฟฟิศ เคยเป็นพนักงานกินเงินเดือนมาก่อน ถึงตอนนี้เธอจะกลายเป็นนายจ้าง ส่วนต้าเฮยเป็นลูกจ้างก็เถอะ

ที่เขาว่ากันว่า 'ถ้าพนักงานขยันทำงาน นายจ้างก็จะได้ขับเบนท์ลีย์ในไม่ช้า' ... เอ้ย นอกเรื่องไปไกลละ เอาเป็นว่าเจ้านายได้กินเนื้อ ลูกน้องก็ต้องได้ซดน้ำแกงบ้างล่ะนะ

พอกลับถึงบ้านเก่า เพิ่งจะบ่ายสองโมงครึ่ง เจี่ยนซิงเซี่ยก็สั่งให้ต้าเฮยจัดการชำแหละไก่สองตัวนั้นซะ

"น้ำสกปรกอย่าเททิ้งในลานบ้านนะ ให้เอาไปเทลงท่อระบายน้ำนู่น ส่วนขนไก่กับเครื่องในที่กินไม่ได้ ก็เอาไปฝังไว้ในแปลงผักที่คุณขุดไว้ ขุดให้ลึกๆ หน่อยนะ ที่เหลือเดี๋ยวฉันกลับมาจัดการเอง"

เจี่ยนซิงเซี่ยปล่อยให้ต้าเฮย พนักงานสุดขยัน ดูแลบ้านเก่าอย่างสบายใจ "เดี๋ยวคืนนี้กลับมาทำของอร่อยให้กินนะ!"

ต้าเฮยนึกถึงโจ๊กข้าวฟ่างที่เย็นชืดเมื่อเช้า แล้วก็เลียริมฝีปาก "ขอรับ เจ้านาย!"

เจี่ยนซิงเซี่ยโบกมือลา แบกตะกร้าไม้ไผ่เดินออกจากเขาไป

พอพ้นจากป่าทึบ ภูเขาก็จะลูกเล็กลง เปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น

ระยะทางแค่สองสามกิโลเมตร เจี่ยนซิงเซี่ยเดินจ้ำอ้าว แป๊บเดียวก็ถึงหมู่บ้านลู่อันแล้ว

เธอมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านป้าลู่ แต่ที่บ้านไม่มีใครอยู่ มีแค่ฟางฟางกำลังนั่งดูทีวีอยู่ "พ่อกับแม่ไปทำนาค่ะ เดี๋ยวหนูพาไปหานะ!"

ช่วงนี้ของปีเป็นช่วงที่ชาวนาหาง่ายที่สุด ถึงตอนนี้หลายที่เขาจะใช้รถไถรถเกี่ยวข้าวกันหมดแล้ว แต่พื้นที่แถวนี้มันไม่เหมือนกัน สภาพพื้นที่มีแต่ขึ้นๆ ลงๆ แปลงนาก็กระจายอยู่ตรงนู้นทีตรงนี้ที คนยังเดินเข้าไปลำบากเลย นับประสาอะไรกับเครื่องจักร

เพราะงั้นชาวบ้านหมู่บ้านลู่อันส่วนใหญ่ก็ยังต้องพึ่งแรงงานคนในการหว่านไถเกี่ยวข้าวอยู่ดี

นี่แหละคือสาเหตุที่หมู่บ้านลู่อันย่ำอยู่กับที่ หรือถึงขั้นถอยหลังลงคลอง เพราะข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ ทำให้ก้าวไม่ทันเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

ยังดีที่ป่าเขายังอุดมสมบูรณ์ ชาวหมู่บ้านลู่อันก็เลยไม่อดตาย แค่หาเงินไม่ค่อยได้เท่านั้นเอง

ป้าลู่กับลุงลู่กำลังช่วยเพื่อนบ้านเกี่ยวข้าวอยู่ ข้าวแต่ละบ้านสุกไม่พร้อมกันเพราะปลูกบนที่สูงต่ำต่างกัน บ้านไหนข้าวสุกก่อน ทุกคนก็จะแห่ไปช่วยบ้านนั้นเกี่ยวข้าวก่อน

เจี่ยนซิงเซี่ยชอบบรรยากาศแบบนี้มาก

ป้าลู่ได้ยินเสียงเจี่ยนซิงเซี่ยเรียก เคียวในมือก็แทบจะบาดโดนเนื้อ "เซี่ยเซี่ย? มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก?"

เจี่ยนซิงเซี่ยหิ้วขาไก่ป่า ชูขึ้นให้ป้าลู่ดู "คนงานเขาไปกวนพวกมันเข้า ตอนช่วยกันจับ หนูก็เลยได้มาตั้งห้าตัวแน่ะ!"

เจี่ยนซิงเซี่ยลอกเลียนความหน้าด้านของเถ้าแก่สมัยตอนที่เธอไปทำงานพาร์ตไทม์มาเป๊ะๆ

"ที่บ้านไม่มีตู้เย็น มันเก็บไว้ไม่ได้นานน่ะค่ะ หนูเลยเก็บไว้กินเองสองตัว อีกสามตัวเลยเอามาถามดูเผื่อว่ามีใครอยากแลกเป็นเสบียงบ้าง"

พึ่งพาป่าเขา ก็ได้กินของป่า แต่โชคกับความสามารถของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนปลูกผักเก่ง บางคนล่าสัตว์เก่ง ของที่ล่ามาได้ก็เอาไปแลกข้าวแลกเสบียงเอา

"อ๋อ ไปจับไก่ป่ามาได้นี่เอง!" ป้าลู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วก็รีบตะโกนเรียกเพื่อนบ้านที่กำลังเกี่ยวข้าวอยู่ใกล้ๆ "เซี่ยเซี่ยเขาไปจับไก่ป่ามาได้น่ะ อยากจะเอามาแลกข้าวสาร ป้าขอแลกตัวนึงนะ ที่เหลืออีกสองตัว มีใครอยากแลกบ้างไหม?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 28 - มนุษย์เงินเดือนสู้ชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว