- หน้าแรก
- โรงเรียนคิงส์อะคาเดมี่ ฉันได้รับค่าสถานะเพิ่มขึ้นวันละแต้ม
- บทที่ 7 - มอนสเตอร์บุก
บทที่ 7 - มอนสเตอร์บุก
บทที่ 7 - มอนสเตอร์บุก
บทที่ 7 - มอนสเตอร์บุก
ทว่าในขณะที่เขากำลังใช้สายตาอาฆาตมาดร้ายจ้องมองคาเอลจากด้านหลัง เขากลับคาดไม่ถึงว่าจู่ๆ คาเอลจะหันกลับมา
สายตาของทั้งคู่ประสานกันพอดี คาเอลจึงได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง สาเหตุที่เขาหันกลับมา ก็เป็นเพราะเขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกสายตาที่รุนแรงจ้องมองอยู่ น่าจะเป็นผลมาจากการที่ค่าสถานะจิตวิญญาณเพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของอาริน ถึงคาเอลจะแปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไรมากนัก เพราะเขาจับความรู้สึกเป็นศัตรูของคนพวกนี้ได้ตั้งแต่แรกแล้ว
อารินรีบหันหน้าหนีเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน ทำทีเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คาเอลไม่ได้เดินเข้าไปหาเรื่องโดยตรง เพราะตอนนี้หัวหน้าผู้คุ้มกันยังจับตาดูอยู่ ตลอดการเดินทางนี้น่าจะไม่มีโอกาสลงมือ เอาไว้รอจนกว่าจะถึงสถาบันราชาค่อยว่ากันอีกที
เวลาผ่านไปอีกสิบวันอย่างรวดเร็ว
ในช่วงสิบวันนี้ คาเอลได้รับค่าพละกำลังเพิ่มสามแต้ม กายภาพสี่แต้ม ความคล่องตัวสองแต้ม และจิตวิญญาณอีกหนึ่งแต้ม
ทำให้สถานะทั้งสี่ของคาเอลพุ่งพรวดมาอยู่ที่ พละกำลัง: 13, ความคล่องตัว: 10, กายภาพ: 12, จิตวิญญาณ: 12
และยังคงเป็นการเพิ่มค่าสถานะหลักทั้งสี่ล้วนๆ นี่ทำให้คาเอลเริ่มสงสัยแล้วว่า โอกาสที่จะสุ่มเพิ่มค่าสถานะอื่นๆ นอกจากสถานะทั้งสี่นั้นมันเท่าไหร่กันแน่ หรือว่าเปอร์เซ็นต์มันจะไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ?
แต่ความจริงแล้วมันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักหรอก เพราะถึงแม้จะเพิ่มแค่สถานะหลักทั้งสี่ ในช่วงท้ายคาเอลก็สามารถใช้ค่าสเตตัสอันมหาศาลบดขยี้คู่ต่อสู้ได้อย่างสบายๆ อยู่ดี
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากค่าสถานะเพิ่มสูงขึ้น รูปร่างหน้าตาของคาเอลก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ผอมแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกอีกต่อไปแล้ว
แม้โดยรวมจะยังดูค่อนข้างผอม แต่ก็พอนับได้ว่าเป็นรูปร่างปกติ แถมส่วนสูงก็เพิ่มขึ้นด้วย กางเกงที่เคยใส่พอดีก็เต่อกลายเป็นกางเกงเก้าส่วนไปแล้ว
เดิมทีอารินสูงกว่าคาเอลครึ่งหัว แต่ตอนนี้ทั้งคู่สูงเท่ากันแล้ว
คาเอลมองดูคนอื่นๆ ในขบวน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเริ่มชินกับสภาพถนนแล้ว ตอนนี้สภาพของหลายๆ คนกลับมาดูดีขึ้นบ้างแล้ว ไม่ได้ดูแย่เหมือนตอนแรกๆ
ทว่าแววตาของทุกคนกลับเลื่อนลอย รู้สึกสิ้นหวังกับการเดินทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุดนี้
เดิมทีทุกคนคิดว่าชีวิตจะดำเนินต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ แต่เสียงหอนของหมาป่าในยามค่ำคืนก็ทำลายความเงียบสงบนั้นลง
"บรู๊ววว~~~"
เสียงหอนอันยาวนานของหมาป่าดังแว่วมา ทุกคนในขบวนต่างสะดุ้งตื่น และมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว
หัวหน้าหน่วยคุ้มกันก็รีบลุกขึ้นยืน เส้นทางที่พวกเขาเลือกใช้คือเส้นทางหลักของศาสนจักร ซึ่งมักจะมีหน่วยลาดตระเวนคอยเคลียร์มอนสเตอร์ในบริเวณใกล้เคียงอยู่เสมอ ดังนั้นโดยปกติแล้วจะไม่ค่อยเจอมอนสเตอร์หรอก
แต่การเดินทางที่ยาวนานขนาดนี้ การเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก็ถือเป็นเรื่องปกติ
เขารีบลุกขึ้นสั่งการทันที
"ทุกคนรวมตัวกัน! หน่วยรบตั้งวงล้อมป้องกันไว้รอบนอก! คนอื่นๆ รีบเข้าไปในวงล้อมเร็วเข้า!"
เมื่อได้ยินคำสั่งของหัวหน้าหน่วยคุ้มกัน คาเอลก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปตรงกลางทันที แต่ในสถานการณ์ที่ชุลมุนวุ่นวายแบบนี้ โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เหยียบกันตายนั้นมีสูงมาก เรน่ายังไม่ทันลุกขึ้น ก็โดนใครบางคนเหยียบเข้าที่ท้องอย่างจัง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน เธอรู้สึกเพียงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ในขณะที่เรน่ากำลังจะลุกไม่ขึ้น คาเอลก็รีบคว้าตัวเธอและดึงให้ลุกขึ้นมา
ยังไม่ทันที่เรน่าจะได้กล่าวขอบคุณ คาเอลก็พูดขึ้นก่อนว่า "ไป!"
เรน่าถึงได้รีบวิ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่นตรงกลาง
ทว่าคาเอลเพิ่งจะก้าวเท้าเตรียมจะวิ่ง ก็รู้สึกถึงแรงผลักจากด้านหลัง เกือบทำให้เขาล้มคะมำลงไป
คาเอลหันขวับไปมอง ก็พบว่าเป็นฝีมือของอาริน ถึงแม้จะรู้ว่าหมอนี่ไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่การมาเล่นสกปรกในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าคนชัดๆ
คาเอลไม่สนอะไรแล้ว เขาหันกลับไปและถีบยอดอกอารินเข้าอย่างจัง
อารินเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ผลักคาเอลไม่ล้มในทีแรก เพราะพรสวรรค์ของเขาคือเสริมพละกำลังเชียวนะ การที่เขาผลักคาเอลไม่ล้มนี่มันผิดหลักการสุดๆ
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ เขาก็รู้สึกปวดแปลบที่หน้าอกอย่างรุนแรง วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็กระเด็นถอยหลังไปอย่างควบคุมไม่ได้
เขาล้มลงไปกองกับพื้น ตอนนี้มีหมาป่าหลายตัวเข้ามาล้อมรอบแล้ว เมื่อคาเอลเห็นดังนั้น เขาก็ไม่ลังเลใจ รีบวิ่งเข้าไปในวงล้อมทันที
อารินเพิ่งจะลุกขึ้น หมาป่าเวทมนตร์ตัวหนึ่งก็อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม และงับเข้าที่ไหล่ของเขาอย่างแรง
"อ๊ากกก!!!"
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่น แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเขาเลย เพราะคนที่โดนหมาป่าเล่นงานเป็นคนแรกไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว เดิมทีเขาสามารถหนีรอดไปได้เป็นคนแรกๆ แท้ๆ แต่เพราะความคิชั่ววูบ กลับทำให้เขาต้องจบชีวิตลง
คาเอลวิ่งเร็วมาก พริบตาเดียวเขาก็ทะลวงเข้าไปถึงใจกลางวงล้อม ถือว่าเข้ามาอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว หลังจากหยุดพักหายใจ เขาก็เริ่มสังเกตสถานการณ์รอบตัวอย่างจริงจัง
จำนวนของฝูงหมาป่าเยอะกว่าที่คิดไว้มาก มีอย่างน้อยสี่ห้าสิบตัว การที่ฝูงหมาป่าฝูงใหญ่ขนาดนี้มาปรากฏตัวในสถานที่แบบนี้ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติเอามากๆ
แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องผ่านวิกฤติตรงหน้าไปให้ได้ วงล้อมที่เกิดจากผู้คุ้มกันยี่สิบคนที่โอบล้อมทุกคนไว้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยสักนิด เพราะแนวป้องกันนี้ดูเปราะบางเหลือเกิน
ราวกับว่ามันจะถูกฝูงหมาป่าดุร้ายเจาะทะลวงได้ทุกเมื่อ แม้แต่คาเอลเองก็เตรียมพร้อมที่จะหนีสุดชีวิต หากแนวป้องกันถูกตีแตก
แต่ตอนนี้เมื่อฝูงหมาป่าเห็นวงล้อมนี้ พวกมันกลับไม่ได้โจมตีเข้ามาทันที
พวกมันกลับวิ่งวนรอบวงล้อม ราวกับกำลังหาช่องโหว่ของแนวป้องกันนี้
พวกมันพร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อ ดูออกเลยว่าถึงจะเป็นมอนสเตอร์ แต่พวกมันก็มีกลยุทธ์ ไม่ได้สักแต่จะพุ่งเข้าใส่แบบไร้ทิศทาง
หัวหน้าหน่วยคุ้มกันจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตอนนี้เขาเลเวลประมาณ 39
เขามองออกว่า จ่าฝูงหมาป่าตัวนี้ก็น่าจะมีเลเวลประมาณ 35 หรือ 36 สูสีกับเขาเลยล่ะ แต่จำนวนพวกมันเยอะกว่ามาก
แถมฝูงหมาป่ายังต่างจากเผ่าพันธุ์อื่น การโจมตีของพวกมันมักจะเป็นระบบระเบียบและมีวินัย ยิ่งฝูงหมาป่ามีขนาดใหญ่เท่าไหร่ ระดับความอันตรายก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเอื้อก ไม่รู้เลยว่าจะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
การโจมตีของฝูงหมาป่าเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด หมาป่าเวทมนตร์หลายตัวพุ่งเข้าโจมตีจากหลายทิศทางโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ
แม้แต่หมาป่าเวทมนตร์ระดับธรรมดาที่สุด ลำตัวก็ยาวถึงสองเมตรกว่า ดูแล้วความยาวพอๆ กับเสือเลยทีเดียว เมื่อหมาป่าเวทมนตร์จำนวนมากขนาดนี้พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน จะสร้างแรงปะทะได้มหาศาลขนาดไหนคงจินตนาการได้ไม่ยาก
โชคดีที่หน่วยคุ้มกันมีอุปกรณ์ครบมือ และฝีมือก็ไว้ใจได้มากกว่าที่คิด จึงไม่ถูกตีแตกตั้งแต่ระลอกแรก
ขณะที่มองดูลูกฝูงของตัวเองกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด จ่าฝูงหมาป่าก็ใช้สายตาเจ้าเล่ห์และเหี้ยมเกรียมจ้องมองไปที่กลุ่มคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา มันกำลังหาจุดอ่อนของคนพวกนี้
ดูเหมือนว่าสมองของจ่าฝูงหมาป่าจะฉลาดกว่าที่คิด ไม่นานมันก็สังเกตเห็นว่า คนที่อยู่รอบนอก ดูเหมือนจะพยายามปกป้องคนที่อยู่ตรงกลาง