เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 608 - ตระกูลเจียงร่อนการ์ดเชิญทองคำแท้ เหล่าผู้มีอิทธิพลต่างคุกเข่าอ้อนวอนขอเข้าหมู่บ้าน

บทที่ 608 - ตระกูลเจียงร่อนการ์ดเชิญทองคำแท้ เหล่าผู้มีอิทธิพลต่างคุกเข่าอ้อนวอนขอเข้าหมู่บ้าน

บทที่ 608 - ตระกูลเจียงร่อนการ์ดเชิญทองคำแท้ เหล่าผู้มีอิทธิพลต่างคุกเข่าอ้อนวอนขอเข้าหมู่บ้าน


วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วปานม้าขาววิ่งผ่านช่องหน้าต่าง... ช่วงเวลาสามเดือนเต็มๆ มลายหายไปในชั่วพริบตาราวกับกะพริบตา

สายลมเอื่อยๆ ของต้นฤดูร้อนพัดผ่านหุบเขาหมู่บ้านเจียง บนสนามหญ้าที่ควบคุมอุณหภูมิไว้เป็นอย่างดีภายในลานบ้านของคฤหาสน์หรู... อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศอันแสนสุข

เจียงเทียนซื่อและเจียงอันหยาน ทารกน้อยสองคนนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับลูกโป่งที่โดนเป่าลม... ผิวขาวจั๊วะจ้ำม่ำน่ารัก ท่อนแขนและท่อนขาอวบอ้วนเป็นมัดๆ เหมือนรากบัวกำลังถีบอากาศไปมาอย่างซุกซน

เจียงเฉินสวมกางเกงขาสั้นลายดอกตัวโคร่ง สวมรองเท้าแตะหูหนีบ นั่งยองๆ อยู่ข้างรถเข็นเด็ก

ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา... เขาโยนภารกิจบริหารเครือธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้านทิ้งให้ลูกน้องจัดการจนหมดสิ้น วันๆ เอาแต่ขลุกตัวอยู่บนสนามหญ้าเพื่อคอยเดินตามก้นทารกน้อยทั้งสองคน

"เมียจ๋า! วิ่งมาดูนี่เร็วเข้า!" เจียงเฉินแหกปากตะโกนเรียกเสียงดังลั่นทุ่ง

เขาค่อยๆ สอดปลายนิ้วชี้เข้าไปในฝ่ามืออวบนุ่มนิ่มของเสี่ยวอันหยาน... ทารกน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ ออกแรงบีบปลายนิ้วของเขาไว้แน่น

"ลูกสาวเรานี่แรงบีบโคตรจะเยอะเลยเว้ย! อนาคตต้องได้เลือดนักสู้มาจากฉันเป๊ะๆ ชัวร์ป๊าบ!" เจียงเฉินหัวเราะร่วนจนตาหยี... ท่าทางปัญญาอ่อนเหมือนลูกชายเศรษฐีบ้าสมบัติไม่มีผิด

ซูชิงในชุดนอนผ้าฝ้ายสวมสบาย มือหนึ่งประคองถ้วยซุปกระเพาะปลาตุ๋นรังนกแดงเกรดพรีเมียมที่เพิ่งจะต้มเสร็จร้อนๆ เดินนวดนาดออกมาจากหลังประตูกระจกบานเลื่อน... พร้อมกรอกตาขึ้นมองบนอย่างระอาใจ

"คุณช่วยลดเสียงลงหน่อยจะได้ไหมคะ! ฉันเพิ่งจะกล่อมเทียนซื่อจนหลับไปเมื่อกี้เองนะคะ!" ซูชิงเดินเข้าไปฟาดฝ่ามือลงบนไหล่ของสามีเสียงดังป้าบใหญ่

เจียงเฉินไม่แม้แต่จะปรายตามองรถเข็นเด็กอีกคันที่ลูกชายนอนอยู่เลยด้วยซ้ำ... สองตาจ้องเขม็งอยู่ที่หน้าของเสี่ยวอันหยานอย่างเดียว

"ลูกชายมันหนังหนากระดูกเหล็กเว้ย! ต่อให้ตื่นขึ้นมามันก็นอนเล่นคนเดียวได้! แต่ลูกสาวกูเป็นทองคำล้ำค่า... กูจะยืนหยอกล้อเล่นด้วยนานๆ แล้วมันจะทำไมวะ?"

"ความลำเอียงของคุณนี่มันพุ่งทะลุปรอทลากยาวไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิกแล้วนะคะ!" ซูชิงกระแทกถ้วยรังนกตุ๋นลงบนโต๊ะหินอ่อน "ตกลงธุรกิจข้างนอกคุณจะไม่ยอมเข้าไปดูเลยแม้แต่นิดเดียวจริงๆ เหรอคะ? เมื่อเช้าหลี่เฉียงเพิ่งจะโทรมารายงานว่าศูนย์กระจายสินค้าโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิมียอดสั่งซื้อถล่มทลายจนระบบล่มแล้วนะคะ"

เจียงเฉินสะบัดมืออย่างไม่ใส่ใจ "ล่มก็ปล่อยให้มันล่มไปสิวะ! กูยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเดือนปีละหลายพันล้านจ้างพวกผู้จัดการมืออาชีพมานั่งบริหาร... ถ้าขืนแค่ออร์เดอร์ล้นแค่นี้พวกมันยังจัดการให้เรียบร้อยไม่ได้ล่ะก็... สั่งให้เก็บกระเป๋าไสหัวออกไปจากบริษัทกูให้หมดทุกคนเลยเว้ย!"

เขาค่อยๆ สอดมือลงไปอุ้มตัวเสี่ยวอันหยานขึ้นมาจากรถเข็นเด็กอย่างนุ่มนวล... ท่วงท่าระมัดระวังขั้นสุดเพราะกลัวว่าถ้าขืนขยับแรงเกินไปก้อนแป้งนุ่มนิ่มนี้จะบุบสลาย

"ตลอดสามเดือนนี้... ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า... ก็ไม่มีภารกิจไหนสำคัญไปกว่าการยืนเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกสาวกูเว้ย"

ในขณะที่เจียงเฉินกำลังดื่มด่ำอยู่กับความสุขในการเลี้ยงลูกอยู่นั้นเอง... ที่ถนนใหญ่หน้าหมู่บ้านเจียง... กลับกำลังตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายปานตลาดแตก

เมื่อกำหนดการของงานเลี้ยงร้อยวันแฝดมังกรหงส์ตระกูลเจียงกระชั้นชิดเข้ามาในทุกขณะ... แวดวงไฮโซและมหาเศรษฐีทั่วทั้งมณฑลหนานเจียงก็ตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่งอย่างสมบูรณ์แบบ

ที่นอกซุ้มประตูหยกขาวอันสูงตระหง่านหน้าหมู่บ้าน... อัดแน่นไปด้วยกองทัพรถโรลส์-รอยซ์ เบนทลีย์ และไมบาคจอดต่อท้ายกันเป็นทางยาวเหยียด

บรรดาประธานกรรมการและมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าในมณฑลนับร้อยชีวิต... มาตอนนี้กลับโดนลูกกรงเหล็กกั้นสกัดให้ยืนอออยู่ข้างนอกอย่างหมดสภาพ

หลี่เฉียงในชุดสูทสีดำสนิท ยืนคุมทัพอดีตทหารผ่านศึกอาวุธครบมือกว่าแปดสิบชีวิต... ยืนตั้งแถวปิดล็อกหน้าหมู่บ้านไว้อย่างแน่นหนาปานกำแพงเหล็ก

"พี่เฉียงครับ! ช่วยเมตตาสงสารผมหน่อยเถอะครับ!"

ประธานหลี่ มหาเศรษฐีวงการอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งแห่งมณฑล... ยืนเหงื่อแตกพลั่กท่วมหัว ทิ้งเสื้อนอกสูทลงพื้น สองมือประคองกล่องไม้จันทน์หอมสีแดงสลักลวดลายประณีตไว้แน่น

พอกดเปิดฝากล่องออก... ข้างในนั้นก็ปรากฏล็อกเกตทองคำแท้สลักลายมงคล 'อายุยืนหมื่นปี' ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ... แถมยังฝังประดับด้วยทับทิมสีเลือดนกเม็ดโตสเปกท็อปสุดถึงเก้าเม็ดรวด!

"ประธานหลี่ครับ! ล็อกเกตทองคำฝังทับทิมของคุณเนี่ยมันเดินผ่านประตูเข้าไปไม่ได้จริงๆ ครับ! ผู้ใหญ่บ้านเจียงลั่นวาจาไว้แล้ว... ก่อนจะถึงวันงานเลี้ยงร้อยวันห้ามรับแขกเด็ดขาดครับ!" หลี่เฉียงยกโทรโข่งขึ้นตะโกนตอบเสียงดังกึกก้อง

ประธานหลี่ร้อนรนจนกระทืบเท้าเร่าๆ พุ่งพรวดเข้าไปคว้าแขนเสื้อสูทของหลี่เฉียงไว้แน่น

"พี่เฉียงครับ! ช่วยเมตตาเปิดทางให้ผมหน่อยเถอะครับ! ต่อให้ต้องคลานเข่าเข้าไปก้มลงโหม่งพื้นกราบคำนับตรงหน้าประตูคฤหาสน์ผมก็ยอมครับ!"

"ต่อให้คลานเข่าเข้าไปกราบก็ไม่ได้เว้ย!" หลี่เฉียงสะบัดแขนไล่ประธานหลี่ให้ออกไปพ้นทาง สีหน้าดุดันและเย่อหยิ่ง "หมู่บ้านเจียงเรามีกฎเหล็กเว้ย! ถ้าไม่มีการ์ดเชิญทองคำ... ต่อให้เป็นผู้ว่าการมณฑลเดินทางมาเอง... ก็ต้องยืนเข้าแถวรออยู่ข้างนอกเหมือนกัน!"

"โอ๊ยยยยยคุณพระช่วย!" เถ้าแก่เหมืองแร่เหมืองหนึ่งทุบต้นขาตัวเองป้าบใหญ่ด้วยความร้อนรน "พี่เฉียงครับ! ผมขอเสนอจ่ายเงินสดสองพันล้านหยวนรวด! (ประมาณ 10,000 ล้านบาท) ขอซื้อโควตาการ์ดเชิญเข้าหมู่บ้านพวกคุณแค่ใบเดียวได้ไหมครับ!"

หลี่เฉียงแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างเหยียดหยาม สะบัดมืออย่างทรงอำนาจ

"สองพันล้านหยวน?! มึงคิดจะเอาเศษเงินมาฟาดหัวขอทานหรือไงวะ! ถอยออกไป! ทุกคนถอยหลังกลับไปหลังเส้นกั้นเขตปลอดภัยเดี๋ยวนี้เลยเว้ย!"

บรรดามหาเศรษฐีข้างนอกต่างพากันส่งเสียงโอดครวญอย่างสิ้นหวัง... แต่กลับไม่มีใครกล้าก้าวล้ำเส้นเตือนภัยเข้ามาแม้แต่ครึ่งก้าว

การ์ดเชิญทองคำที่ตระกูลเจียงร่อนแจกในครั้งนี้... กลายเป็นกระแสฮอตฮิตที่ถูกพูดถึงไปทั่วทั้งโลกออนไลน์

ผลิตจำกัดจำนวนแค่ห้าร้อยใบ... การ์ดแต่ละใบถูกถักทอขึ้นรูปด้วยเส้นด้ายทองคำแท้ 100% อย่างประณีตบรรจง ปกหน้าสลักลวดลายมังกรคู่ชิงลูกแก้วทองคำอันแสนสมจริงและทรงพลัง

การ์ดเชิญห้าร้อยใบนี้... กลายสภาพเป็น 'ตั๋วทองคำศักดิ์สิทธิ์' ที่บรรดามหาเศรษฐีและนักการเมืองระดับประเทศต่างพากันแย่งชิงกันแทบคลั่ง!

ใครหน้าไหนสามารถคว้าการ์ดทองคำใบนี้มาครอบครองได้... นั่นก็หมายความว่าพวกมันได้ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดแห่งอำนาจในประเทศจีนอย่างเป็นทางการ

แต่ถ้าหาตั๋วไม่ได้ล่ะ? นั่นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่าทรัพย์สินและเส้นสายทั้งหมดที่มึงมี... มันยังกระจอกเกินไปจนไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้คนหมู่บ้านเจียงด้วยซ้ำ

ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องทำงานประธานกรรมการชั้นบนสุดของตึกซูสกรุ๊ปกลางเมืองหลวงมณฑล

ซูเทียนหาวนั่งพิงเก้าอี้อยู่หลังโต๊ะทำงานไม้หวงฮวาลี่ตัวยักษ์... โทรศัพท์ภายในสี่เครื่องบนโต๊ะกำลังแผดเสียงร้องสั่นระรัวพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง

เซียวหนิงยืนเหงื่อแตกพลั่กอยู่ข้างๆ ในมือหนีบแฟ้มรายชื่อมหาเศรษฐีที่มาขอเข้าพบจนหนาเป็นปึก

"ประธานซูครับ! ที่ชั้นล่างมีประธานกรรมการจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อีกห้าแห่งเดินทางมานั่งรอ... แหกปากบอกว่ายังไงวันนี้ก็ต้องขอเข้าพบประธานให้ได้เลยครับ!"

ซูเทียนหาวกระชากเนกไทบนคอออกอย่างแรง เอื้อมมือไปกระชากหูโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่กำลังดังไม่หยุดขึ้นมา

"เหล่าหม่าเว้ย! ไม่ใช่ว่ากูไม่ยอมไว้หน้ามึงนะเว้ย!" ซูเทียนหาวแหกปากตะโกนกรอกสายเสียงดังลั่น "นิสัยของลูกเขยกูมึงก็รู้ดีไม่ใช่เหรอวะ... มันลั่นวาจาคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้นเว้ย!"

ปลายสายมีเสียงอ้อนวอนแทบจะร้องไห้ของประธานธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งตอบกลับมา

"เหล่าซูเว้ย! พวกเราคบค้าสมาคมกันมาสามสิบปีเต็มๆ แล้วนะเว้ย! มึงช่วยเมตตาแอบปล่อยโควตาการ์ดเชิญหลุดจากซอกเล็บมาให้กูสักใบเถอะวะ! กูสัญญาจะเซ็นอนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยให้มึงห้าพันล้านหยวนรวดเดี๋ยวนี้เลยเว้ย!"

ซูเทียนหาวกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้หวงฮวาลี่เสียงดังป้าบใหญ่

"มึงเลิกโทรมากวนใจกูได้แล้วเว้ย! โควตาในมือกูมีแค่สิบใบเท่านั้น! ลำพังแค่แจกคนในตระกูลกูยังไม่พอเลยเว้ย!"

"อะไรนะ?! มึงเสนอจ่ายสามพันล้านหยวนเพื่อขอซื้อตั๋วใบเดียวเนี่ยนะ?! มึงเห็นกูเป็นคนยังไงวะ! กูดูยากจนจนต้องง้อเงินสามพันล้านของมึงหรือไงวะ! ไสหัวไปเลย!"

ซูเทียนหาวกระแทกหูโทรศัพท์ลงกับแป้นอย่างแรงเพื่อตัดสาย

"ประธานซูครับ... หรือว่าประธานจะลองโทรไปพูดคุยขอความเมตตากับประธานเจียงดูอีกสักรอบดีไหมครับ?" เซียวหนิงเอ่ยปากถามอย่างเกรงใจ

ซูเทียนหาวทิ้งตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้อย่างแรง... ใบหน้าที่เคยแหกปากตวาดลั่นเมื่อครู่นี้... กลับเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้างอย่างสะใจและมีความสุขที่สุดในชีวิต

"โทรไปขอความเมตตาหาพระแสงอะไรล่ะ! ไอ้เฉินมันเดินหมากตานี้ได้โคตรจะสะใจกูเลยเว้ย!"

ซูเทียนหาวลูบปลายคาง แหกปากหัวเราะลั่นห้องทำงาน

"มึงลองมองดูสภาพของไอ้พวกจิ้งจอกเฒ่าที่เมื่อก่อนชอบเดินกร่างเชิดหน้าหยิ่งยโสพวกนี้สิวะ... มาตอนนี้พวกมันพากันคลานเข่าเข้ามาแหกปากอ้อนวอนกูเหมือนเป็นหลานชายเลยเว้ย! ทั้งชีวิตที่กูเปิดบริษัททำธุรกิจมา... กูยังไม่เคยรู้สึกสะใจและมีอำนาจคับฟ้าปานนี้มาก่อนเลยเว้ย!"

"มึงรีบวิ่งไปสั่งการยามข้างล่างเดี๋ยวนี้เลย! ถ้ามีไอ้หน้าไหนมันเสนอหน้ามาขอซื้อตั๋วอีก... สั่งให้ใช้กระบองไฟฟ้าไล่ตีหัวมันออกไปจากตึกกูให้หมด! หลานชายและหลานสาวของซูเทียนหาวคนนี้... ใช่ของกระจอกที่พวกมันนึกอยากจะเดินมาดูก็ดูได้หรือไงวะ?"

ที่หมู่บ้านเจียง บนสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์หรู

เจียงเฉินอุ้มเสี่ยวอันหยานเดินทอดน่องไปมา... เสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กน้อยดังกังวานไปทั่วลานบ้าน

"ลูกสาวจ๋า... อีกไม่กี่วันนี้พ่อจะเปิดฉากจัดปาร์ตี้สเปกท็อปสุดประเคนให้ลูกนะเว้ย!" เจียงเฉินใช้ปลายนิ้วเขี่ยปลายจมูกรั้นของลูกสาวเบาๆ "กูจะเนรมิตให้ไอ้พวกเศรษฐีบ้านนอกข้างนอกได้เบิกเนตรเห็นเป็นขวัญตา... ว่าความยิ่งใหญ่และอลังการของจริงมันเป็นยังไงเว้ย!"

ซูชิงนั่งจิบน้ำผลไม้อยู่ใต้ร่มสนาม... เอ่ยปากบ่นอย่างระอาใจ

"คุณก็เอาแต่สปอยล์ลูกแบบไม่มีขีดจำกัดอยู่ได้ค่ะ... ตกลงงานเลี้ยงร้อยวันเนี่ยคุณตั้งใจจะจัดสเปกใหญ่โตอลังการขนาดไหนกันแน่คะ? ลุงโหย่วฝูกับพวกพ่อครัวเล่นยืนแหกปากเถียงเรื่องเมนูอาหารกันอยู่ในศาลบรรพชนติดต่อกันมาสามวันเต็มๆ แล้วนะคะ!"

เจียงเฉินเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง

"ต้องจัดสเปกอาหารระดับงานเลี้ยงรับรองผู้นำประเทศเท่านั้นเว้ย! สั่งให้ลุงโหย่วฝูคุมทัพลูกศิษย์แปดสิบชีวิต...ลงมือเปิดโต๊ะจีนแบบอาหารไหลมาเทมา เสิร์ฟเมนูพรีเมียมเป็นพันอย่างอย่างรวดเร็ว ประเคนให้แขกกินกันไม่อั้นเลย!"

"พี่เฉิน! พี่เฉิน!"

ที่นอกประตูลานบ้าน หวังต้าโก่วลูบหัวโล้นๆ วิ่งกระหืดกระหอบแฮ่กๆ พุ่งพรวดเข้ามา... ในมือของเขาหนีบปึกเอกสารหนาเตอะ สับขาวิ่งจนลิ้นห้อย

"มีเรื่องบ้าอะไรอีกวะ? ไฟไหม้ก้นมึงหรือไง?" เจียงเฉินค่อยๆ ส่งตัวเสี่ยวอันหยานให้พยาบาลพี่เลี้ยงที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วตบมือแปะๆ

หวังต้าโก่วยกท่อนแขนขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลท่วมหัวโล้นๆ เบิกตาโตเท่าไข่ห่าน

"พี่เฉิน! ข้างนอกมันบ้าคลั่งกันไปหมดแล้วพี่! ที่ตลาดมืด... ราคาตั๋วผีสำหรับการ์ดเชิญทองคำเข้างานร้อยวันของหมู่บ้านเรา... โดนปั่นราคาพุ่งทะลุปรอทไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้วนะพี่!"

"ได้ข่าวว่าประธานหม่าแห่งวงการเดินเรือขนส่ง... ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินสดสิบล้านหยวนรวด! (ประมาณ 50 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อตั๋วผีสเปก 'ยืนกินท้ายหมู่บ้าน' ต่อจากมหาเศรษฐีต่างมณฑลคนหนึ่งมาครองได้สำเร็จเลยนะพี่!"

ซูชิงที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับสำลักน้ำผลไม้พุ่งพรวดออกมาจากปาก

"สิบล้านหยวน?! จ่ายเงินสิบล้านเพื่อซื้อตั๋วยืนกินข้าวท้ายหมู่บ้านเนี่ยนะคะ?! สมองคนพวกนี้มันโดนน้ำท่วมไปหมดแล้วหรือไงคะ?"

"ซ้อครับ! ซ้อไม่เข้าใจกลไกตลาดในตอนนี้หรอกครับ!" หวังต้าโก่วกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ "พวกมหาเศรษฐีข้างนอกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดแล้วเว้ย! ขอเพียงแค่มีโอกาสได้เดินเข้ามายืนเสนอหน้าให้พี่เฉินเห็นแวบเดียว... อนาคตถ้าฟลุคคว้าสัญญาสัมปทานขนส่งจากหมู่บ้านเราไปได้แค่โปรเจกต์เดียว... กำไรเหนาะๆ พันล้านหยวนก็ไหลเข้ากระเป๋าคืนมาแล้วเว้ย!"

เจียงเฉินแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา

"ข้าวของหมู่บ้านเจียงกู... มันใช่ของที่ใครนึกอยากจะมากินก็กินได้ง่ายๆ หรือไงวะ? แล้วไอ้พวกไฮโซที่หาซื้อตั๋วไม่ได้ล่ะ... พวกมันแหกปากโวยวายยังไงบ้าง?"

"บรรดาลูกท่านหลานเธอพวกนั้นพากันสติแตกไปหมดแล้วพี่!" หวังต้าโก่วชี้มือออกไปทางถนนหน้าหมู่บ้าน "พวกลูกเศรษฐีที่มีทรัพย์สินหลักหมื่นล้านหลายคน... ยอมสละมาดคุณชายวิ่งไปต่อคิวที่ศูนย์กระจายสินค้าโลจิสติกส์เพื่อขอสมัครเป็นพนักงานเดินถือถาดเสิร์ฟอาหารในวันงาน! แม้กระทั่งโควตาพนักงานล้างขัดห้องน้ำก็ยังโดนพวกมันแย่งชิงกันจนเกลี้ยงเลยนะพี่!"

พอได้ฟังเจียงเฉินก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่นิดเดียว... ยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ อย่างเย่อหยิ่ง

"ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนกันไปตามสบาย สั่งอัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น... ถ้ามีไอ้หน้าไหนที่ไม่มีการ์ดเชิญพยายามจะแอบลักลอบเข้ามา... สั่งให้จับกุมตัวโยนเข้าซังเตในข้อหาบุกรุกเคหสถานได้ทันทีเว้ย!"

หวังต้าโก่วขยับเท้าเข้ามาใกล้เจียงเฉินอีกสองก้าว... ลดเสียงลงกระซิบกระซาบ

"พี่เฉิน ยังมีอีกเรื่องนึงพี่ พี่จำประธานจ้าวแห่งเมืองหลวงมณฑลได้ไหมพี่? จ้าวเฉิงจื้อที่เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของไอ้จ้าวไท่ที่ชอบขับลัมโบร์กินีน่ะพี่!"

นัยน์ตาของเจียงเฉินทอประกายคมกริบ

"พวกมันทำไมวะ?"

"ไอ้เด็กจ้าวไท่มันเกิดอาการตาร้อนผ่าวขึ้นมาเว้ย... กลัวว่าถ้าขืนตระกูลมันพลาดโควตาเข้าหมู่บ้านเราในครั้งนี้ อนาคตพวกมันจะหมดทางทำมาหากินในวงการไฮโซ! เมื่อกี้จ้าวเฉิงจื้อก็เลยแอบส่งลูกน้องถือของมาดักพบผมที่โกดังเว้ย!"

หวังต้าโก่วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง... ดึงสมุดโฉนดที่ดินปกสีแดงสดบาดตาออกมาโชว์ให้ดู

"แม่งเอ๊ย! จ้าวเฉิงจื้อสั่งให้ลูกน้องหอบโฉนดคฤหาสน์ตากอากาศริมทะเลสเปกท็อปมูลค่าห้าสิบล้านหยวนรวดมาประเคนให้ผมถึงที่เลยนะพี่!"

"มันพูดว่ายังไงวะ?" เจียงเฉินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ... น้ำเสียงเย็นเยียบลงแปดองศาในพริบตา

"มันแหกปากบอกว่าขอเพียงแค่ผมสามารถแอบปล่อยตั๋วผีสเปก 'ที่นั่งธรรมดา' หลุดไปให้มันได้แค่ใบเดียว... คฤหาสน์ห้าสิบล้านหลังนี้จะถูกเซ็นโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อผมทันทีเลยเว้ยพี่!" หวังต้าโก่วแหกปากรายงานเสียงดังลั่นทุ่ง

จบบทที่ บทที่ 608 - ตระกูลเจียงร่อนการ์ดเชิญทองคำแท้ เหล่าผู้มีอิทธิพลต่างคุกเข่าอ้อนวอนขอเข้าหมู่บ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว