เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 609 - ตั๋วยืนราคา 10 ล้าน หวังต้าโก่วเมินคฤหาสน์ริมทะเล!

บทที่ 609 - ตั๋วยืนราคา 10 ล้าน หวังต้าโก่วเมินคฤหาสน์ริมทะเล!

บทที่ 609 - ตั๋วยืนราคา 10 ล้าน หวังต้าโก่วเมินคฤหาสน์ริมทะเล!


"นี่คุณเอาการ์ดเชิญงานครบรอบ 100 วันไปปล่อยในตลาดมืดทำไมเนี่ย? หมู่บ้านเจียงของเราไม่ได้ขาดแคลนเงินเศษกระพี้จากการเก็งกำไรขายตั๋วสักหน่อย!"

"ขาดเงินเหรอ? แค่ผมลืมตาตื่นขึ้นมา ดอกเบี้ยที่เด้งเข้าบัญชีในแต่ละวันก็ซื้อลาเฟอร์รารี่ได้เป็นสิบๆ คันแล้ว" เจียงเฉินถ่มเมล็ดองุ่นออกไป พลางหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี

เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หวาย ยกถ้วยชาขึ้นจิบ

"ที่ผมทำเนี่ย ก็แค่อยากจะดูว่าน้ำในมณฑลหนานเจียงมันจะลึกสักแค่ไหนกันเชียว!"

"ปล่อยตั๋วออกไปไม่กี่ใบ ก็เหมือนโยนก้อนเนื้อติดมันลงไปในบ่อปลา" เจียงเฉินชี้มือออกไปทางหน้าประตู "ผมอยากจะเห็นนักหนา ว่าไอ้พวกปลาตัวใหญ่ข้างนอกที่วันๆ เอาแต่ทำตัวสูงส่งหยิ่งยโสเนี่ย พอถึงเวลาที่อยากจะก้าวข้ามธรณีประตูหมู่บ้านเจียงของเราจริงๆ พวกมันจะยอมฉีกหน้ากากตัวเองทิ้งได้ถึงขนาดไหน!"

ซูชิงตวัดสายตาค้อนใส่เขา

"คุณนี่มันร้ายจริงๆ เลยนะ! ตั๋วไม่กี่ใบที่คุณโยนโครมออกไปน่ะ ป่านนี้ข้างนอกเขาบ้าคลั่งกันไปหมดแล้วรู้ไหม!" เธออุ้มหนูน้อยอานหยานไว้ในอก พลางถลึงตาใส่สามีอย่างหมั่นไส้

ตัวเมืองหลวงมณฑล ภายในโรงน้ำชาธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด

บรรดาเถ้าแก่กระเป๋านักจับเข่าคุยกันอยู่ในห้องวีไอพี ไม่มีใครมีอารมณ์จะสุนทรีย์จิบชาแม้แต่น้อย แต่ละคนนั่งเหงื่อแตกพลั่กด้วยความร้อนใจ

"ได้ยินข่าวหรือยัง! เมื่อกี้เหล่ามาเพิ่งจะทุ่มเงินสดๆ ไปตั้ง 10 ล้านหยวน (ประมาณ 48 ล้านบาท) กว่าจะแงะตั๋วเข้าหมู่บ้านเจียงมาจากญาติห่างๆ ได้ใบหนึ่ง!" เถ้าแก่พุงเบียร์คนหนึ่งตะโกนลั่นจนคอเป็นเอ็น

"10 ล้านซื้อที่นั่งเนี่ยนะ?! เหล่ามาบ้าไปแล้วเหรอ?" ชายร่างผอมฝั่งตรงข้ามร้องเสียงหลง

"ที่นั่งบ้าบออะไรล่ะ! 10 ล้านนั่นมันตั๋วยืนแถวหลังสุดเว้ย! ไม่มีแม้แต่เก้าอี้พับให้ด้วยซ้ำ! ได้แค่ยืนพิงกำแพงลานบ้านดูอยู่ห่างๆ เท่านั้นแหละ!" เถ้าแก่พุงเบียร์กระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังปัง

ทั้งห้องเงียบกริบไปสองวินาที ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่พร้อมกัน

"โอ้โห! ตั๋วยืน 10 ล้าน?! แล้วเหล่ามามันจะยอมจ่ายไปเพื่ออะไรวะเนี่ย! ปกติถือเงินหมื่นหยวนไปเที่ยวย่านอาบอบนวดก็ได้รับการปรนนิบัติเหมือนเป็นฮ่องเต้แล้วแท้ๆ!"

"แกจะไปรู้อะไรล่ะวะ!" เถ้าแก่พุงเบียร์ชี้หน้าด่าชายร่างผอม "ขอแค่ได้เข้าไปยืนเสนอหน้าอยู่ในลานเพนต์เฮาส์สุดหรูนั่น ได้ชูแก้วเหล้าให้ผู้ใหญ่บ้านเจียงเห็นหน้าสักแวบเดียว... หลังจากนั้นแค่มีออร์เดอร์หลุดรอดออกมาจากซอกนิ้วของกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ตระกูลเจียงสักงาน กำไรที่ได้มันก็นับกันเป็นหลักร้อยล้านแล้วเว้ย! 10 ล้านเนี่ยนะ? เขาเรียกว่าการลงทุนที่โคตรจะคุ้มค่าต่างหาก!"

"มิน่าล่ะ!" เถ้าแก่สวมแว่นตาที่นั่งอยู่ข้างๆ ตบเข่าฉาดใหญ่ "ฉันได้ยินมาว่าเมื่อเช้านี้ หวังเส้า แห่งกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซีเฉิง ขับรถเฟอร์รารี่ไปที่ศูนย์กระจายสินค้าของตระกูลเจียงเลยนะ!"

"ไปทำไมวะ? ไปหาซื้อตั๋วเหมือนกันเหรอ?"

"ซื้อบ้าอะไร! เขาบุกไปหาหลี่เฉียง คุกเข่าอ้อนวอนขอเป็นพนักงานเดินตั๋ว... เอ้ย ขอเป็นพนักงานเสิร์ฟคอยถือถาดในวันงานครบรอบ 100 วัน! เงินเดือนก็ไม่เอา แถมยังเสนอจะจ่ายค่ามัดจำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยอีก 1 ล้านหยวนด้วย!" เสียงของเถ้าแก่สวมแว่นสั่นสะท้านไปด้วยความตื่นตระหนก

"ระดับคุณชายทายาทอสังหาฯ ไปเดินถือถาดเนี่ยนะ?! แล้วหลี่เฉียงยอมตกลงไหม?"

"ตกลงกับผีสิ! หลี่เฉียงไล่ตะเพิดให้หมอนั่นไสหัวไปพ้นๆ ตรงนั้นเลย! แถมยังตอกกลับหน้าหงายว่า 'ถาดของหมู่บ้านเจียง มีแต่คนตระกูลเจียงเท่านั้นที่มีสิทธิ์ถือ! คนนอกอย่างพวกแก... แค่ปลายก้อยก็ไม่มีสิทธิ์ได้แตะ!'"

เหล่ามหาเศรษฐีในโรงน้ำชาได้ยินดังนั้น ต่างพากันทรุดตัวลงนั่งพิงพนักโซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างที่สุด

ความสิ้นหวังแบบเดียวกันนี้ กำลังแผ่ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์หรูของตระกูลจ้าว

จ้าวไท่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายพร้อยกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องรับแขกเหมือนหนูติดจั่น มือขยี้ผมจนฟูฟ่องไม่ต่างจากรังนก

"พ่อ! พ่อรีบคิดหาวิธีเข้าสิ! ตอนนี้พวกตระกูลใหญ่ๆ ที่มีหน้ามีตาในตัวเมืองหลวงมณฑลเขาได้การ์ดเชิญกันหมดแล้ว มีแต่บ้านเรานี่แหละที่ยังเงียบกริบไม่มีแม้แต่เงา!" จ้าวไท่แหกปากตะโกนใส่จ้าวเฉิงจื้อที่นั่งอยู่บนโซฟา

จ้าวเฉิงจื้อนั่งหน้าดำคร่ำเครียด ปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไร

"พ่อ! ถ้าเราเข้าหมู่บ้านเจียงไม่ได้ ต่อไปเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในแวดวงสังคมมณฑลล่ะ?!" จ้าวไท่ร้อนใจจนตบโต๊ะผาง "ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีใครเห็นหัวพวกเราในงานเลี้ยงล่ะก็... มะรืนนี้พวกธนาคารมันต้องสั่งระงับสินเชื่อบ้านเราแน่! พาร์ตเนอร์ธุรกิจทุกคนจะพากันคิดว่าเราโดนเจียงเฉินสั่งแบน! เราจะกลายเป็นหมาหัวเน่าในวงการทันทีเลยนะพ่อ!"

จ้าวเฉิงจื้อขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุกยิกๆ

"แกคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง?! แกคิดว่าฉันไม่อยากไปเหรอวะ?!" จ้าวเฉิงจื้อตบโต๊ะโครมใหญ่แล้วผุดลุกขึ้นยืน "ไอ้เด็กหนุ่มเจียงเฉินนั่นมันตั้งกำแพงไว้สูงเสียดฟ้า! ฉันวิ่งเต้นผ่านคนกลางไปเป็นสิบๆ คนแล้ว แต่โดนปัดตกกลับมาหมดเลยเว้ย!"

เขาหายใจฟึดฟัดอย่างแรง ก่อนจะหมุนตัวไปดึงลิ้นชักโต๊ะไม้แดง หยิบโฉนดที่ดินประทับตราทองคำเล่มหนึ่งออกมา

เขากระแทกโฉนดเล่มนั้นลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง

"เอาไป!" จ้าวเฉิงจื้อชี้หน้าโฉนดพลางคำรามลั่น "นี่คือคฤหาสน์ตากอากาศวิวทะเลที่อ่าวอวิ๋นไห่ มูลค่า 50 ล้านหยวน (ประมาณ 240 ล้านบาท) ของเรา! ตกแต่งพร้อมอยู่ จ่ายเงินสดครบหมดแล้ว!"

จ้าวไท่อึ้งไปชั่วขณะ

"พ่อ... จะเอาบ้านหลังนี้ไปทำไม?"

"ขับรถไปที่หมู่บ้านเจียง! ไปหาหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ชื่อ หวังต้าโก่ว!" ตาของจ้าวเฉิงจื้อแดงก่ำไปด้วยความเสียดายแทบขาดใจ "โอนบ้านหลังนี้ยกให้มันฟรีๆ ไปเลย! บอกมันว่าไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกหรือวิธีไหนก็ตาม... มันต้องแลกตั๋วเข้างานกลับมาให้ตระกูลเราให้ได้หนึ่งใบ!"

จ้าวไท่ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงสั่นเครือ

"พ่อ... 50 ล้านแลกกับตั๋วแค่ใบเดียวเนี่ยนะ? มันไม่แพงเกินไปหน่อยเหรอพ่อ? ลำพังกระแสเงินสดบ้านเราตอนนี้ก็ตึงมือจะแย่อยู่แล้วนะ!"

"แกจะไปรู้เรื่องอะไร! เวลานี้มันถึงจังหวะที่ต้องถวายหัวสู้ตายแล้วเว้ย!" จ้าวเฉิงจื้อยกเท้าถีบหน้าแข้งลูกชายเข้าให้อย่างจัง "ถ้าไม่ได้ตั๋วใบนี้มา ปีหน้าธุรกิจบ้านเราก็ได้ล้มละลายกันพอดี! เลิกพูดมากแล้วไสหัวไปที่หมู่บ้านเจียงเดี๋ยวนี้!"

สองชั่วโมงต่อมา ณ บริเวณหน้าประตูใหญ่ศูนย์กระจายสินค้าของตระกูลเจียง

หวังต้าโก่วในชุดเสื้อกล้ามตัวย้วยยืนเด่นเป็นสง่า หัวโล้นสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวับวาว เขากำลังยืนแทะแตงโมแช่เย็นฉ่ำอยู่อย่างสบายอารมณ์

จ้าวไท่แทบจะกลิ้งลงมาจากรถ ประคองโฉนดที่ดินเล่มนั้นด้วยสองมือชูขึ้นเหนือหัวอย่างนอบน้อม

"ลูกพี่โก่ว! เอ้ย ไม่ใช่ๆ... หวังจง! (ท่านประธานหวัง) นี่คือคฤหาสน์วิวทะเลที่อ่าวอวิ๋นไห่ราคา 50 ล้านหยวนครับ จ่ายสดหมดแล้ว!" จ้าวไท่ฉีกยิ้มประจบประแจงสุดชีวิต "รบกวนท่านช่วยเมตตาเปิดทาง... ช่วยหาตั๋วเข้างานเลี้ยงร้อยวันให้ตระกูลจ้าวของเราสักใบเถอะครับ! เป็นตั๋วยืนก็ได้ครับ!"

หวังต้าโก่วโยนเปลือกแตงโมในมือทิ้งลงถังขยะข้างๆ อย่างไม่แยแส

เขารับโฉนดเล่มนั้นมา เปิดพลิกดูผ่านๆ ตาแวบหนึ่ง

"50 ล้าน? คฤหาสน์วิวทะเลพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว?" หวังต้าโก่วแค่นหัวเราะหยัน

"ใช่ครับๆ! วิวสวยหลักล้านเลยครับ! ขอแค่ท่านเอ่ยปากคำเดียว ผมพร้อมพาท่านไปทำเรื่องโอนได้ทุกเมื่อเลยครับ!" จ้าวไท่พยักหน้าหงึกๆ รัวเร็ว คิดในใจว่างานนี้มีหวังแน่

หวังต้าโก่วสะบัดข้อมือเพียงทีเดียว ฟาดโฉนดที่ดินเล่มหนาปึกนั่นเข้าใส่ใบหน้ามันแผลบของจ้าวไท่อย่างจัง!

เพียะ!

สันปกแข็งๆ ของโฉนดกระแทกเข้าที่สันจมูก จนจ้าวไท่ร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด

"ไปตายห่าที่ไหนก็ไปเว้ย!" เสียงแหบพร่าประดุจฆ้องแตกของหวังต้าโก่วคำรามลั่น น้ำลายกระเด็นใส่หน้าจ้าวไท่เป็นฝอย

"เอากระดาษเช็ดตูดนี่มาดูถูกพวกข้าเหรอวะ?! รู้ไว้ซะด้วยว่าหมู่บ้านเจียงของพวกข้าตอนนี้... ขนาดป้าทำความสะอาดแกยังขับรถอู่หลิงหงกวงรุ่นท็อปสั่งทำพิเศษกันเลยเว้ย! โบนัสตอนสิ้นปีนี่เขาใช้กระสอบปุ๋ยแบกเงินสดกันกลับบ้าน!" หวังต้าโก่วยืนเท้าสะเอว ชี้หน้าด่าจ้าวไท่ฉาดๆ

"ไอ้บ้านสับปะรังเคของเอ็งในสายตาพวกข้าเนี่ย... มันยังสู้ส้วมหลุมเอาไว้หมักปุ๋ยคอกของพวกข้าไม่ได้เลยเว้ย!"

จ้าวไท่โดนด่าจนต้องถอยกรูดไปสองก้าว ยกมือขึ้นกุมจมูก ปากคอสั่นจนไม่กล้าแม้แต่จะหือ

"ไสหัวไป! ถ้าขืนแกยังเสนอหน้าเอาเศษเหล็กพวกนี้มายัดเยียดให้ข้าอีก... ข้าจะสั่งให้หน่วยรักษาความปลอดภัยทุบรถแลมโบกินีสับปะรังเคของแกให้แบนเป็นแผ่นโรตีเดี๋ยวนี้แหละ!" หวังต้าโก่วตะโกนสั่งการลั่น

ยามรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเจียงนับสิบคนที่ยืนประจำการอยู่หน้าประตู ต่างพร้อมใจกันชักกระบองเหล็กยืดหดข้างเอวออกมาดัง 'กริ๊ก' อย่างพร้อมเพรียง

จ้าวไท่ขวัญหนีดีฝ่อ ลุกลี้ลุกลนตะเกียกตะกายขึ้นรถ พุ่งทะยานหนีหายลับไปในพริบตา

ในเวลาเดียวกัน ณ ตึกสำนักงานใหญ่ของกลุ่มธุรกิจซู

ซูเทียนหาวเดินใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยเลือดฝาดมาตามระเบียงทางเดิน

"เหล่าจาง! อย่าเพิ่งไป! มานี่ๆ... มาดูหน้าจอโทรศัพท์ฉันนี่!" ซูเทียนหาวคว้าแขนกรรมการบริหารของบริษัทที่เดินสวนมาไว้แน่น

"ท่านประธานซู... นี่มันรูปอะไรครับเนี่ย?" เหล่าจางทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

"เห็นไหมล่ะ! นี่ไงหลานชายคนโตของฉัน... เจียงเทียนซื่อ!" ซูเทียนหาวแทบจะเอาหน้าจอโทรศัพท์กระแทกหน้าเหล่าจาง ตะโกนอวดเสียงดังลั่น "ดูโหงวเฮ้งหน้าผากนี่สิ ดูออร่าความยิ่งใหญ่นี่สิ... ถอดแบบฉันสมัยหนุ่มๆ มาเปี๊ยบเลย!"

เหล่าจางรีบฉีกยิ้มประจบ

"ใช่ครับๆ! ดูเผินๆ ก็รู้แล้วว่าเป็นมังกรในหมู่มนุษย์แน่ๆ... เอ่อ ท่านประธานซูครับ คือเรื่องการ์ดเชิญงานเลี้ยงร้อยวันนั่น..."

"แกอยากไปเหรอ? ฝันไปเถอะ!" ซูเทียนหาวพูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่ไว้หน้า "งานเลี้ยงร้อยวันครั้งนี้มันคืองานระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในหัวเซี่ยเชียวนะเว้ย! ความสง่างามที่ไม่มีใครเทียบติด! ตั๋ว 10 ใบในมือฉันน่ะแจกหมดเกลี้ยงไปตั้งนานแล้ว! แกคอยดูถ่ายทอดสดเอาตามหน้าจอทีวีก็แล้วกันนะ!"

ซูเทียนหาวหัวเราะร่วนอย่างเบิกบานใจแล้วเดินเชิดหน้าจากไป ทิ้งให้เหล่าจางยืนอิจฉาตาร้อนผ่าวจนต้องกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่ตรงนั้น

อำเภอชิงเหอ ภายในร้านทำผมธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง

เจียงเสี่ยวเยี่ยนในชุดพนักงานราคาถูก กำลังยืนสระผมให้ลูกค้าผู้หญิงร่างท้วมคนหนึ่งอยู่

โทรทัศน์ที่แขวนอยู่บนผนังกำลังฉายวนซ้ำข่าวท้องถิ่นประจำวัน

"รายงานข่าวด่วนล่าสุด! งานเลี้ยงฉลองครบรอบ 100 วันของคู่แฝดมังกรหงส์แห่งหมู่บ้านเจียงกำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว! ขณะนี้ราคาตั๋วที่นั่งธรรมดาในตลาดมืดได้พุ่งทะยานสูงถึงหลักสิบล้านหยวน! บรรดามหาเศรษฐีจากทั่วทุกสารทิศต่างยอมทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อแลกกับตั๋วเพียงใบเดียว จนถึงขั้นเหมาจองโรงแรมทุกแห่งในอำเภอชิงเหอจนเต็มแน่น..."

เจียงเสี่ยวเยี่ยนจ้องมองภาพข่าวบนหน้าจอตาไม่กะพริบ

ดวงตาทั้งสองข้างของเธอแดงก่ำ

ตัวเธอที่เป็นถึงลูกพี่ลูกน้องห่างๆ... คนที่คอยวางมาดเป็นไฮโซจอมปลอมและคอยดูถูกชาวบ้านมาตลอด เวลานี้กลับถูกหมู่บ้านเจียงขึ้นบัญชีดำอย่างถาวร ถูกยึดคืนสิทธิ์แม้กระทั่งการก้าวเท้ากลับไปเยี่ยมเยียนหมู่บ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง

"ทำไมกัน! ทำไมพวกมันถึงได้เสวยสุขราวกับเป็นเทพเซียนบนสวรรค์แบบนี้!" เจียงเสี่ยวเยี่ยนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ เปลวไฟแห่งความริษยาแผดเผาสติสัมปะชัญญะของเธอจนมอดไหม้ไม่เหลือชิ้นดี

"โอ๊ยยย! นี่เธอจะบีบคอฉันให้ตายหรือไงยะ?!" จู่ๆ ลูกค้าสาวร่างท้วมที่นอนอยู่บนเตียงสระผมก็แผดเสียงร้องลั่นประดุจหมูโดนเชือด

เจียงเสี่ยวเยี่ยนริษยาจนหน้ามืดตามัว ปลายเล็บทั้งสิบจิกจมลึกลงไปบนหนังศีรษะของลูกค้าอย่างแรง!

"นังบ้าเอ๊ย! แค่สระผมแกจะกะเอาให้ตายเลยหรือไงยะ!" ลูกค้ากระเด้งตัวลุกขึ้นยืน สะบัดฝ่ามือตบหน้าเจียงเสี่ยวเยี่ยนฉาดใหญ่

เจียงเสี่ยวเยี่ยนยกมือขึ้นกุมแก้ม จ้องมองภาพมุมสูงของหมู่บ้านเจียงที่ฉายอยู่บนหน้าจอทีวี ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ กอดเข่าร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าเวทนา

คืนก่อนวันงานเลี้ยง ณ ลานกว้างหน้าศาลบรรพชนหมู่บ้านเจียง สว่างไสวไปด้วยแสงไฟประดุจกลางวัน

เจียงโหย่วฝูในสภาพหัวโล้นเลี่ยน คาดเอวด้วยผ้ากันเปื้อนผืนใหม่เอี่ยมสีแดงสด

ในมือของเขาควงตะหลิวเหล็กอันเขื่อง คอยตะโกนสั่งการชายฉกรรจ์ร่างกำยำอีก 80 ชีวิตที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทุกคนล้วนสวมชุดพ่อครัวสีขาวสะอาดตาอย่างพร้อมเพรียง

บนลานกว้างมีการตั้งเตาเหล็กใบยักษ์นับร้อยๆ ใบ ท่อนฟืนด้านล่างลุกไหม้ส่งเสียงดัง 'เป๊าะแป๊ะ'

เปลวเพลิงสว่างโรจน์จนย้อมท้องฟ้าครึ่งฟากให้กลายเป็นสีแดงฉาน

เจียงเฉินในชุดลำลองสวมสบาย ล้วงกระเป๋ากางเกงเดินก้าวฉับๆ เข้ามา

"อาเฉิน!" เจียงโหย่วฝูแหกปากตะโกนเรียกเสียงหลง รีบก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาต้อนรับ "วัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับเมนูระดับงานเลี้ยงรับรองแห่งชาติ 1,000 อย่าง... เตรียมพร้อมเสร็จสรรพหมดแล้วเว้ย!"

"ทั้งของที่บินอยู่บนฟ้า ว่ายอยู่ในน้ำ หรือวิ่งอยู่ตามป่าเขา... ล้วนเป็นของดีระดับพรีเมียมที่สุดที่สั่งส่งตรงทางอากาศมาจากทั่วทุกมุมโลก! ขอแค่เอ็งสั่งคำเดียว พรุ่งนี้เช้าพร้อมเปิดโต๊ะตรงเวลาเป๊ะ!" เจียงโหย่วฝูตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่เพื่อรับประกัน

เจียงเฉินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เขาหันหน้าไปมอง ติงซิว หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ยืนสวมชุดปฏิบัติการเต็มยศอยู่ข้างๆ

"ติงซิว!" เจียงเฉินเอ่ยถามเสียงเข้ม "แนวป้องกันความปลอดภัยรอบนอก... จัดการวางกำลังไปถึงไหนแล้ว?"

จบบทที่ บทที่ 609 - ตั๋วยืนราคา 10 ล้าน หวังต้าโก่วเมินคฤหาสน์ริมทะเล!

คัดลอกลิงก์แล้ว