- หน้าแรก
- จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นอมตะ
- บทที่ 9 - ข้าชื่อจีหลิง
บทที่ 9 - ข้าชื่อจีหลิง
บทที่ 9 - ข้าชื่อจีหลิง
บทที่ 9 - ข้าชื่อจีหลิง
"พรวด... อะแฮ่มๆ"
จูปู้พานดิ้นรนลุกขึ้น กระอักเลือด ฝ่ามือเมื่อครู่ ทำให้แว่นแคว้นภายในเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสจริงๆ สีหน้าซีดเผือด มองจีหลิงด้วยสายตาประหลาด
"ไอ้บ่าวชั้นต่ำ จำเอาไว้ให้ดี"
ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงก่ำ จ้องมองจีหลิงด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม จูปู้พานตวาดลั่น จากนั้นก็เตรียมจะพาจูลี่จากไป
"ข้าชื่อจีหลิง และข้าก็ยังไม่ได้บอกให้เจ้าไปเลยนะ"
จีหลิงเอ่ยเสียงเย็น น้ำเสียงเย็นเยียบ แฝงความหนาวเหน็บอยู่บ้าง ได้ยินดังนั้น ผู้คนก็อดไม่ได้ที่จะชะงักงัน จูปู้พานถอยทัพแล้ว บ่าวรับใช้คนนี้ถึงกับยังได้คืบจะเอาศอกอีก
ช่างอวดดีเสียจริง
"จี... หลิง เจ้ายังต้องการสิ่งใดอีก"
จูปู้พานมองจีหลิง กัดฟันเอ่ย วันนี้พลาดท่าพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของบ่าวรับใช้คนหนึ่ง หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป หน้าตาของเขา รวมถึงหน้าตาของตระกูลจูคงป่นปี้หมดสิ้น
จิตสังหารรุนแรง พวยพุ่งในดวงตา ทว่าจูปู้พานกลับไม่บันดาลโทสะ ความแข็งแกร่งของบ่าวรับใช้คนนี้ประหลาดยิ่งนัก เขาไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะได้
"ทิ้งแขนไว้ข้างหนึ่ง แล้วไสหัวไปได้"
จีหลิงเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงแฝงความดุดันที่ไม่ยอมให้ผู้ใดปฏิเสธ นัยน์ตาดุจดวงดาวจับจ้อง มีกลิ่นอายเย็นเยียบพลุ่งพล่านอย่างเลือนราง
"เจ้า อย่ารังแกกันให้มากนัก"
จูปู้พานตวาดด้วยความโกรธ เขายอมถอยให้แล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจีหลิงจะทำเกินไปเช่นนี้ หากเขาทุ่มสุดกำลังโจมตี แม้จะเอาชนะจีหลิงไม่ได้ แต่ก็ป้องกันตัวเองได้ไม่มีปัญหา
ชั่วพริบตานั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา กระบวนท่าเดียวก็ทำลายความโชคดีในใจเขาจนหมดสิ้น
"เร็วมาก"
จูปู้พานตกตะลึง ยังไม่ทันตอบสนอง รอยหมัดก็พุ่งลงมา กระแทกเข้าที่แขนขวาอย่างจัง
"กร๊อบ"
เสียงกระดูกหักดังขึ้น พลันเห็นจูปู้พานถอยร่นไปหลายก้าว แขนขวาทิ้งตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรง สีหน้าซีดขาวดั่งกระดาษ ท่าทางเจ็บปวดแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงร้อง นัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองจีหลิง
จีหลิงยกมุมปากขึ้น วาดรอยยิ้มออกมา พลันเห็นจูปู้พานไม่รั้งอยู่อีกต่อไป รีบพาจูลี่จากไปทันที
เห็นดังนั้น นัยน์ตาดุจดวงดาวของจีหลิงมีแววประหลาดใจวาบผ่าน ถูกหยามเกียรติถึงเพียงนี้ กลับไม่บันดาลโทสะ รู้จักอดกลั้น ช่างมีแผนการลึกซึ้งทีเดียว
"เป็นมนุษย์หมาป่า"
"มนุษย์หมาป่าหรือ"
ได้ยินดังนั้น หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนจึงเอ่ยถาม พลันเห็นจีหลิงตอบกลับว่า
"โหดกว่าคนเหี้ยมโหดขึ้นมาหน่อย ก็คือมนุษย์หมาป่า"
เสียงใสกระจ่างดังก้องไปทั่ว ทันใดนั้น ผู้คนต่างรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา
หากเทียบกับจูปู้พานแล้ว ดูเหมือนเจ้าจะโหดกว่าอีกนะ
เมื่อเห็นจูลี่สองคนจากไป หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นจูลี่เสียหน้า และทั้งหมดนี้ก็เพราะจีหลิง
"มาๆๆ เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย เอาเนื้อเอาปลามาให้หมด"
หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนเรียกผู้ติดตามมา สั่งการ ราวกับเป็นหัวหน้าแก๊ง ครู่ต่อมา บนโต๊ะก็เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส ทั้งสองคนไม่เกรงใจ กินกันอย่างตะกละตะกลาม
"วันนี้ข้าอารมณ์ดี เจ้าอยากได้สิ่งใด ข้าจะตกรางวัลให้เจ้าให้หมด"
กลืนข้าวคำโตลงคอ หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนกล่าวอย่างตรงไปตรงมา คราบน้ำมันเปื้อนเต็มปาก ไม่มีมาดคุณหนูในตระกูลใหญ่เลยแม้แต่น้อย ได้ยินดังนั้น จีหลิงก็เลิกคิ้วขึ้น หัวเราะพลางกล่าวว่า
"ข้าต้องการเงิน"
"ต้องการเงินหรือ เท่าใด"
"ห้าร้อยตำลึง"
"อะแฮ่มๆ"
ได้ยินดังนั้น หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมไอสองสามครั้ง ก่อนจะกัดฟันพูดว่า
"ตกลง"
เห็นดังนั้น จีหลิงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
ตอนนี้ มีเงินแล้วก็จะสามารถสร้างยันต์อาคมได้ ถึงเวลานั้นความแข็งแกร่งของจีหลิงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากกินอิ่ม ทั้งสองก็กลับมาที่ตระกูลหลิ่ว วินาทีที่ก้าวเท้าเข้าประตูจวน ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
"เฉาเต๋อ"
เมื่อเห็นผู้มาเยือน หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนก็เอ่ยเรียก ขณะที่จีหลิงที่อยู่ด้านข้าง สัมผัสได้ถึงสายตาอันเย็นชา พลันเห็นเขามองพินิจมาทางตน
"เนี่ยนเนี่ยน เหตุใดจึงมาเดินกับบ่าวชั้นต่ำเล่า"
เฉาเต๋อยืนอยู่ตรงหน้าหลิ่วเนี่ยนเนี่ยน หัวเราะพลางกล่าว ใบหน้าหล่อเหลาพร้อมรอยยิ้มดูก็น่ามองดี ระหว่างที่พูด สายตาจับจ้องจีหลิงที่ยืนเคียงคู่หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนอย่างไม่วางตา ความโกรธแค้นแฝงลึกวาบผ่าน
"บ่าวรับใช้ส่วนตัวของข้า เดินใกล้กันแล้วจะทำไม"
หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนเอ่ยด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ดูเหมือนจะไม่สนใจเฉาเต๋อเลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็พาจีหลิงเดินเข้าจวนไป ได้ยินดังนั้น เฉาเต๋อก็เดินตามไปติดๆ ตลอดทางเอาแต่จ้องมองจีหลิง จนกระทั่งจีหลิงกลับเข้าห้อง ถึงได้เดินตามหลิ่วเนี่ยนเนี่ยนจากไป
เมื่อกลับเข้าห้อง จีหลิงนั่งขัดสมาธิบนเตียง หลับตาลง เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นลมปราณ
"ไม่คิดเลยว่า ยันต์อัสนีกัมปนาทเพียงไม่กี่แผ่น จะช่วยให้ข้าทะลวงถึงขอบเขตทะลวงชีพจรระดับเก้า"
จีหลิงคิดในใจ ภายใต้ผลลัพธ์ของเคล็ดวิชา พลังสายฟ้าราวกับเป็นยาบำรุงขนานใหญ่ จากนั้นก็สงบสติอารมณ์ หลับตาฝึกฝน
ทันใดนั้น แรงดึงดูดอันดุดันก็ระเบิดออกจากร่างของจีหลิง กลืนกินพลังวิญญาณฟ้าดิน ราวกับวาฬกลืนกินน้ำทะเล ขณะเดียวกันพลังวิญญาณภายในร่างกายของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทว่าระหว่างที่จีหลิงนั่งขัดสมาธิฝึกฝนอยู่นั้น ภายนอกกลับเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย
ณ ลานเรือนแห่งหนึ่งในจวนตระกูลหลิ่ว หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนกำลังสนทนากับชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง
"พ่อบ้านตู้ เบี้ยหวัดรายเดือนของข้าเดือนนี้ แบ่งออกมาห้าร้อยตำลึง นำไปมอบให้บ่าวรับใช้ที่ชื่อจีหลิง"
หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนสั่งการ ได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง เอ่ยว่า
"คุณหนู นั่นมันเบี้ยหวัดครึ่งหนึ่งของท่านเลยนะ"
"นำไปมอบให้เขา"
หลิ่วเนี่ยนเนี่ยนเอ่ยอย่างหนักแน่น พ่อบ้านตู้รีบรับคำ เห็นดังนั้น นางก็จากไปอย่างพึงพอใจ
ตอนนั้นเอง เฉาเต๋อก็ค่อยๆ เดินออกมาจากมุมหนึ่งของลานเรือน สีหน้ามืดมน
"เพื่อบ่าวรับใช้ต่ำต้อยคนหนึ่ง"
เฉาเต๋อตวาดด้วยความโกรธ จากนั้นเอ่ยกับพ่อบ้านตู้ว่า
"เจ้าคงรู้ว่าควรทำเช่นไร"
ได้ยินดังนั้น พ่อบ้านตู้พยักหน้ารัวๆ เผยท่าทีนอบน้อม
เฉาเต๋อผู้นี้ เป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ในเมืองใหญ่ ฐานะสูงส่ง เขาเพื่อตามจีบหลิ่วเนี่ยนเนี่ยน จึงรั้งอยู่ที่ตระกูลหลิ่ว ทว่าหลิ่วเนี่ยนเนี่ยนกลับไม่มีใจให้เขาเลย
ตอนนี้ จู่ๆ จีหลิงก็โผล่มา บ่าวรับใช้คนหนึ่ง กลับยั่วโมโหเฉาเต๋อครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นนี้เขาจะทนได้อย่างไร
เวลานี้ ณ เทือกเขาเจวี๋ยเยา ที่ตั้งของสำนักชิงอู่ ยอดเขาสูงเสียดฟ้า มีศิษย์นับพันคน
ภายในหอวิถีแห่งยุทธ์ ชายร่างกำยำสวมชุดรัดกุม นั่งอยู่ตำแหน่งหัวหน้า เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วห้อง พลันเห็นผู้คุมกฎชิงอู่ใบหน้าดุร้าย คุกเข่าอยู่กับพื้น ร่างกายสั่นกระตุก
ตรงหน้าเขามีชายชราสวมชุดคลุมสีดำยืนอยู่ หมวกคลุมหน้า ฝ่ามือที่โผล่พ้นชุดคลุมราวกับไม้แห้ง แผ่กลิ่นอายความชั่วร้ายออกมา ราวกับโครงกระดูกจากนรกภูมิ ฝ่ามือข้างหนึ่งบีบศีรษะผู้คุมกฎไว้ มีควันสีดำลอยวนอยู่รอบๆ
"กร๊อบ"
เสียงแตกหักดังขึ้นฉับพลัน พลันเห็นศีรษะผู้คุมกฎระเบิดแตกกระจาย กลายเป็นเถ้าถ่าน ส่วนชายชราค่อยๆ หดมือกลับ เสียงแหบพร่าดังมาจากใต้หมวกคลุม
"เจ้าสำนักชิว ฆาตกรที่สังหารบุตรชายของท่าน ข้าล่วงรู้แล้วว่าเป็นผู้ใด"
"หวังว่ากุยเยี่ย จะสังหารโจรชั่วผู้นี้ ข้าย่อมมีรางวัลตอบแทนอย่างงาม"
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนตำแหน่งหัวหน้าเอ่ยเสียงหนักแน่น สีหน้าเศร้าโศก ได้ยินดังนั้น ชายชราพยักหน้าพลางกล่าว
"วางใจเถอะ วันนี้มันต้องตายแน่"
สิ้นเสียง ร่างก็กลายเป็นแสงหายไปจากจุดเดิม
เวลาล่วงเลยไป จีหลิงที่อยู่ภายในห้องนั่งขัดสมาธิ พลังวิญญาณฟ้าดินวนเวียนอยู่รอบกาย พุ่งเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องตามจังหวะลมหายใจ
"วิธีการฝึกฝนแบบธรรมดา ช่างล่าช้าเสียจริง หากต้องการก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อนกำเนิดด้วยวิธีนี้ เกรงว่าต้องใช้เวลาถึงสองเดือน"
จีหลิงพึมพำกับตัวเอง พ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ค่อยๆ ลืมตาดุจดวงดาวขึ้น สีหน้าผิดหวัง เวลานี้ดึกสงัด ลมเย็นยะเยือกพัดมาเป็นระลอก