เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - จื่อโหรวคาดการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดาจริงๆ!

บทที่ 35 - จื่อโหรวคาดการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดาจริงๆ!

บทที่ 35 - จื่อโหรวคาดการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดาจริงๆ!


บทที่ 35 - จื่อโหรวคาดการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดาจริงๆ!

เมื่อได้ยินคำพูดของเล่าเซียน ฮันสงก็ถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่ทันที

เขาหันไปมองลูกน้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

ลูกน้องจึงรีบตอบกลับมา

"เรียนใต้เท้า ขุนพลเตียวอุ๋นบอกว่าพวกเขาระหว่างทางกลับไปซีหลิงถูกข้าศึกดักซุ่มโจมตี จึงจำใจต้องหนีมาพึ่งพิงอำเภออันลู่ของเราขอรับ"

ฮันสงและเล่าเซียนต่างก็หน้าถอดสีทันที

ศัตรูสามารถบุกทะลวงเข้ามาถึงด้านหลังของอำเภอเอ้อได้แล้วงั้นหรือ

แม้เล่าเซียนจะยังรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่ฮันสงก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรอีก เขาจึงสั่งให้ลูกน้องไปเปิดประตูเมืองทันที

เล่าเซียนตั้งใจจะพูดเตือนอะไรอีกสักหน่อย แต่เขาก็ไม่สามารถสั่งให้ปิดประตูใส่ทหารของฝ่ายเดียวกันได้

ในเมื่อตอนนี้อำเภอเอ้อแตกแล้ว เป้าหมายต่อไปของศัตรูก็คงหนีไม่พ้นอำเภอซีหลิงหรือไม่ก็อำเภออันลู่แน่ๆ

และอำเภออันลู่ก็มีกำลังทหารประจำการอยู่เพียงสองพันนายเท่านั้น

หากไม่มีกำลังพลสนับสนุนเพิ่มเติม ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะสามารถต้านทานการบุกโจมตีของข้าศึกได้

เล่าเซียนจึงตัดสินใจเดินตามฮันสงออกไปต้อนรับเตียวอุ๋นที่หน้าประตูเมือง

ณ ประตูเมือง

บานประตูเมืองที่สูงใหญ่ค่อยๆ เปิดอ้าออกทั้งสองฝั่ง

ที่ด้านหลังของเตียวอุ๋น มีทหารเลวสองคนที่กำลังส่งสายตาสื่อสารกัน แววตาของทั้งสองฉายแววดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ทว่าพวกเขาก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรบุ่มบ่าม เพียงแค่แอบใช้ด้ามดาบสะกิดไปที่แผ่นหลังของเตียวอุ๋นเบาๆ

เตียวอุ๋นหันกลับมามองทั้งสองด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

จากนั้นเขาก็นำกองทหารที่แม้ภายนอกจะดูสะบักสะบอม แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความดุดันและเฉียบคม เดินเข้าไปในเมือง

ฮันสงและเล่าเซียนรีบเดินมาต้อนรับพวกเขาที่หน้าประตูเมืองอย่างรวดเร็ว

เมื่อเล่าเซียนสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดและตื่นตระหนกของเตียวอุ๋น แววตาของเขาก็ฉายแววเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง

ในเมื่อเดินทางมาถึงเมืองของฝ่ายตัวเองแล้ว ทำไมเขาถึงยังต้องทำหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้นด้วย

เล่าเซียนกวาดสายตามองไปที่เหล่าทหารเบื้องหลังของเตียวอุ๋นด้วยความสงสัย แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าแววตาของทหารพวกนี้ล้วนดุดันและแข็งกร้าว!

ไม่มีท่าทีของทหารที่พ่ายแพ้และเหนื่อยล้าจากการหลบหนีเลยแม้แต่น้อย!

เล่าเซียนรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางสมอง เขาตะโกนลั่นออกมาตามสัญชาตญาณ

"อย่าให้พวกมันเข้ามา! พวกมันคือข้าศึก! พวกมันคือศัตรู——!!"

เมื่อได้ยินคำเตือนของเล่าเซียน ฮันสงก็ถึงกับยืนเหวอไปเลย ทหารยามที่เฝ้าประตูเมืองก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้ดึงสติกลับมา เงาร่างสองสายก็พุ่งทะยานผ่านร่างของเตียวอุ๋นด้วยความรวดเร็วและดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย พุ่งตรงเข้าไปหาฮันสงและเล่าเซียน!

ดาบสองเล่มถูกพาดไปที่ลำคอของคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว

ฮันสงและเล่าเซียนล้วนเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ไม่มีวรยุทธ์

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดขุนพลอย่างเตียวเลี้ยวและอุยเอี๋ยน พวกเขาย่อมไม่มีทางขัดขืนได้เลย

อุยเอี๋ยนตะโกนใส่ทหารยามชาวอันลู่ที่กำลังยืนทำตัวไม่ถูกด้วยเสียงอันดังกึกก้อง

"หากไม่อยากให้นายอำเภอของพวกเจ้าต้องคอขาดกระเด็น ก็จงวางอาวุธแล้วยอมจำนนซะ!"

ฮันสงที่รักตัวกลัวตายรีบตะโกนสั่งลูกน้องทันที

"เร็ว รีบวางอาวุธลง อย่าขัดขืนเด็ดขาด!"

แม้เล่าเซียนจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เห็นได้ชัดว่าเขาก็หวาดกลัวจนสติแตกไปแล้วเช่นกัน

เมื่อเห็นหัวหน้าของตนถูกจับตัวไว้ เหล่าทหารยามก็หมดกำลังใจที่จะต่อสู้ พวกเขาต่างพากันโยนอาวุธทิ้งแล้วยอมจำนนแต่โดยดี

เตียวเลี้ยวและอุยเอี๋ยนพร้อมด้วยทหารกว่าพันนายเข้าควบคุมอำเภออันลู่ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนฮันสงและเล่าเซียนนั้นก็ถูกจับไปขังคุกตามระเบียบ

ทางด้านของเตียวอุ๋นที่ยอมจำนนมาตั้งแต่ตอนที่อยู่อำเภอเอ้อนั้น ก็ได้รับการต้อนรับจากเตียวเลี้ยวเป็นอย่างดี

ภายในค่ายทหาร

เตียวอุ๋นถูกเชิญให้ไปนั่งในตำแหน่งแขกผู้มีเกียรติ เตียวเลี้ยวยกจอกสุราขึ้นคารวะเขา

"ในครั้งนี้ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยลวงให้พวกเขาเปิดประตูเมือง กองทัพของเราจึงสามารถยึดอำเภออันลู่มาได้โดยที่ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ข้าขอคารวะท่านหนึ่งจอก!"

เตียวอุ๋นยิ้มเจื่อน

"การที่ข้ายอมจำนนต่อใต้เท้าลิโป้ก็นับว่าอกตัญญูแล้ว ตอนนี้ยังต้องมาหลอกลวงสหายร่วมรบอีก ยิ่งทำให้กลายเป็นคนไร้สัจจะ

"คนอกตัญญูและไร้สัจจะเช่นข้า ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรับการคารวะจากท่านเหวินหยวนหรอก"

"อ๊ะ"

เตียวเลี้ยวส่ายหน้าปฏิเสธ

"ท่านกล่าวผิดแล้ว! เล่าเปียวเป็นเพียงพวกโจรที่คอยรักษาฐานที่มั่นของตนเอง เอาแต่คิดจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในมุมเล็กๆ ไม่มีความทะเยอทะยานอันใดเลย

"ทว่านายท่านของข้านั้นเป็นถึงยอดนักรบอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ผู้มีความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่!

"การได้ทำงานรับใช้ใต้เบื้องบาทของท่าน ย่อมต้องมีอนาคตที่สดใสรออยู่อย่างแน่นอน!

"อีกทั้งขุนนางที่ซื่อสัตย์ก็ย่อมต้องเลือกรับใช้เจ้านายที่คู่ควร

"เล่าเปียวผู้นั้นไร้ซึ่งคุณธรรมและความสามารถ เจ้านายที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ ไม่คู่ควรให้ท่านเสียสละเพื่อเขาหรอก!

"การทิ้งความมืดมิดแล้วหันมาหาแสงสว่าง ถือเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดแล้ว"

เมื่อได้ยินเตียวเลี้ยวเหยียดหยามเจ้านายเก่าของตนจนไม่มีชิ้นดี แม้เตียวอุ๋นจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่สามารถหาเหตุผลมาโต้แย้งได้

ในเมื่อเขาตัดสินใจเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ไม่มีทางหันหลังกลับได้อีก

เขาได้แต่หวังว่าการมาสวามิภักดิ์ต่อลิโป้ในครั้งนี้ จะนำพาผลลัพธ์ที่ดีมาให้เขาก็แล้วกัน

...

ณ อำเภอซีหลิง ภายในจวนผู้ว่าราชการเมือง

เล่าเปียวจ้องมองรายงานสถานการณ์การสู้รบสองฉบับที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ราวกับของที่ขึ้นรา!

เดิมทีการที่อำเภอเอ้อถูกกองทัพของลิโป้ตีแตกอย่างกะทันหัน ก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่ข้างหลังแล้ว

แต่นึกไม่ถึงเลยว่า อำเภออันลู่ที่มีความสำคัญราวกับริมฝีปากและฟันสำหรับอำเภอซีหลิง ก็จะมาถูกตีแตกไปอีกเมือง...

นี่มันจะรวดเร็วเกินไปแล้วนะ!

เล่าเปียวเริ่มสัมผัสได้ถึงวิกฤตการณ์ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้!

เขาทอดสายตามองไกเหลียงที่กำลังยืนขมวดคิ้วมุ่นอยู่เบื้องหน้า แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

"จื่อโหรว ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ใช่คนพูดเองหรอกหรือ ว่ากองทัพของลิโป้มีแต่พวกไร้ความสามารถ

"แล้วเหตุใดพวกมันถึงสามารถยึดเมืองของข้าไปได้ถึงสองเมืองภายในเวลาไม่ถึงสามวันเล่า

"ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเราควรจะทำอย่างไรดี"

ในเวลานี้ไกเหลียงเองก็รู้สึกอับอายขายหน้าจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี

ตามข้อมูลที่เขามีเกี่ยวกับลิโป้ ชายผู้นี้และเหล่าแม่ทัพนายกองของเขาควรจะเป็นพวกบ้าพลังที่มีแต่ความกล้าหาญแต่ไร้สติปัญญาเท่านั้นนี่นา

ต่อให้มีกุนซือระดับแนวหน้าอย่างเล่าหัวคอยให้คำแนะนำ ก็ไม่มีทางที่พวกมันจะสามารถตีแตกได้ถึงสองเมืองติดต่อกันรวดเร็วขนาดนี้

เหตุผลเดียวที่สามารถนำมาอธิบายเรื่องนี้ได้ก็คือ แผนการของฝ่ายศัตรูไม่เพียงแต่จะแยบยลเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของทหารใต้บังคับบัญชาก็ยังสูงส่งมากอีกด้วย!

นี่ไม่ใช่ระดับที่กองกำลังธรรมดาทั่วไปจะสามารถทำได้เลย

เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตัวเขาเองประเมินกองทัพของลิโป้ต่ำเกินไปจริงๆ!

ทว่าไกเหลียงก็รีบจัดระเบียบความคิด และพยายามหาทางออกให้กับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

"นายท่านโปรดวางใจ! แม้ศัตรูจะยึดเมืองของพวกเราไปได้ถึงสองเมืองติดต่อกัน แต่พวกเขาก็ยังต้องใช้เวลาในการปลอบขวัญราษฎรและฟื้นฟูกำลังทหารอยู่พักใหญ่

"พวกเราสามารถอาศัยจังหวะนี้ รีบยกทัพไปชิงอำเภออันลู่กลับคืนมาได้ขอรับ!

"ขอเพียงแค่พวกเราได้อำเภออันลู่กลับคืนมา มันก็จะกลายเป็นเหมือนขาทั้งสามของเก้าอี้ที่คอยค้ำยันอำเภอซีหลิงเอาไว้

"เมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าศัตรูจะคิดจะบุกโจมตีเมืองใดเมืองหนึ่ง ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างแน่นอนขอรับ!"

เมื่อได้ยินดังนั้น เล่าเปียวก็เริ่มรู้สึกเบาใจลงมาบ้าง

"หากเป็นเช่นนั้น ก็สั่งให้หองจอและขุนพลชัวมอนำกำลังทหารหนึ่งหมื่นนายไปบุกโจมตีอำเภออันลู่

"อำเภออันลู่เพิ่งจะถูกศัตรูที่มีกำลังคนเพียงพันกว่านายยึดครองไป ทหารกว่าสองพันนายที่เคยประจำการอยู่ที่นั่น ย่อมต้องยังไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อพวกมันอย่างแน่นอน

"ชัวมอกับเตียวอุ๋นก็สนิทสนมกันดี บางทีอาจจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้เตียวอุ๋นกลับใจได้

"หากพวกเขายอมร่วมมือกับเราจากด้านใน การยึดอำเภออันลู่กลับคืนมาก็คงไม่ใช่เรื่องยาก!"

ไกเหลียงพยักหน้าเห็นด้วย

"นายท่านฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก! แต่พวกเราก็ต้องระวังการลอบโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางด้วยนะขอรับ"

พูดจบ บนใบหน้าของไกเหลียงก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ยขึ้นมา

...

กองทัพหนึ่งหมื่นนายภายใต้การนำของหองจอและชัวมอ เร่งรีบเดินทางมุ่งหน้าสู่อำเภออันลู่

เส้นทางที่ใกล้ที่สุด จำเป็นต้องข้ามแม่น้ำสายใหญ่ที่ชื่อว่า แม่น้ำฟู่เหอ

หองจอนำกองทัพขึ้นเรือเพื่อข้ามแม่น้ำ

ทว่าในขณะที่เรือกำลังจะแล่นถึงฝั่ง จู่ๆ กองทหารนับพันนายก็โผล่พรวดออกมาจากหลังเนินดินฝั่งตรงข้าม!

ห่าธนูนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้าใส่กองทัพของหองจอดั่งฝูงตั๊กแตน!

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หองจอก็ยิ้มเยาะออกมา เขารีบสั่งให้ทหารยกโล่ขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้ออกมาป้องกัน ทำให้ลูกธนูส่วนใหญ่ถูกปัดป้องไปได้

เมื่ออุยเอี๋ยนที่ยืนอยู่บนฝั่งเห็นดังนั้น สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

"ศัตรูเตรียมการรับมือไว้ก่อนแล้วงั้นหรือ ถอย เร็วเข้า ถอยทัพ!"

สิ้นเสียงคำสั่ง อุยเอี๋ยนก็นำกองทหารม้าหนึ่งพันนายควบม้าหนีกลับไปที่อำเภออันลู่อย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นศัตรูวิ่งหนีหางจุกตูด ชัวมอก็หัวเราะร่าด้วยความสะใจ

"จื่อโหรวคาดการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดาจริงๆ! ศัตรูเดาได้ว่ากองทัพของเราจะต้องมุ่งหน้าไปตีอำเภออันลู่ จึงตั้งใจจะลอบโจมตีพวกเราในขณะที่ข้ามแม่น้ำมาได้ครึ่งทาง

"น่าเสียดาย ที่แผนการของพวกมันถูกมองออกทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - จื่อโหรวคาดการณ์ได้แม่นยำดั่งเทพยดาจริงๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว