- หน้าแรก
- มาร์เวล: จัดอันดับ 10 ซูเปอร์ฮีโร่
- บทที่ 12 : แบนเนอร์
บทที่ 12 : แบนเนอร์
บทที่ 12 : แบนเนอร์
วิดีโอยังคงดำเนินต่อไป แบนเนอร์และเบ็ตตี้หลบหนีไปทั่วทุกแห่ง พยายามค้นหาวิธีกำจัดการกลายพันธุ์ของเขา
แต่พลเอก รอสส์ ผู้เป็นพ่อของเบ็ตตี้กลับต้องการใช้ตัวแบนเนอร์เพื่อสร้างเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์ เขาจึงไล่ล่าพวกเขาไม่หยุด และเป็นต้นเหตุให้เกิดการสูญเสียมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เขาอดทนมาตลอด คอยหลบหนีอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะกลัวว่าถ้าตัวเองควบคุมไม่ได้จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์” มีคนพูดเบา ๆ
แต่อีกคนรีบโต้กลับทันที
“แต่ความจริงมันก็เป็นแบบนี้แหละ ยิ่งถอย คนอื่นก็ยิ่งคิดว่าเรารังแกได้ง่ายๆ”
เสียงของหลินเฟิงทุ้มต่ำและกดดัน ราวกับกำลังข่มความโกรธเอาไว้
เมื่อดนตรีประกอบค่อย ๆ ดังขึ้น อารมณ์ของผู้ชมก็ถูกดึงตามไปทีละน้อย
จนถึงตอนนี้เอง พวกเขาถึงตระหนักได้ว่าการไล่ล่าฮัลค์ของกองทัพไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อรักษาสันติภาพเลย แต่ต้องการใช้เขาเป็นวัตถุทดลอง และพยายามสร้างสุดยอดทหารขึ้นมา
จากนั้นภาพก็ตัดเปลี่ยน
แบนเนอร์ตกอยู่ในมือของกองทัพ
พวกเขาใช้เลือดของเขาสร้างสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมขึ้นมา นั่นคือ อะบอมิเนชั่น
ผู้ชมหลายคนกำหมัดแน่น ความอัดอั้นคับข้องใจพลันปะทุขึ้นในใจ
จังหวะดนตรีเร่งเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน
แรงกระแทกของดนตรียิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
บนจอ ฮัลค์และอะบอมิเนชั่นกำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่หมัดของทั้งสองชนกันจะเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว
การปะทะแต่ละครั้งก่อให้เกิดคลื่นกระแทกมหาศาล ซัดอาคารและรถยนต์รอบข้างปลิวกระเด็นออกไปทั้งหมด
ฮัลค์เคยถูกกดลงกับพื้นจนไม่อาจตอบโต้ได้
“โฮกกกก !”
ฮัลค์ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับจะสะเทือนฟ้าดิน
เขามองเห็นแฟนสาวถูกพ่อของเธอพาตัวไปต่อหน้าต่อตา ความไม่ยินยอมและความเจ็บปวดเอ่อล้นอยู่ในใจ
ภายใต้แรงกระเพื่อมทางอารมณ์อันรุนแรง พลังของเขาระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน และสุดท้ายก็จับอะบอมิเนชั่นฟาดลงกับพื้นอย่างโหดเหี้ยม
พื้นดินแตกร้าวเป็นรอยแยกนับไม่ถ้วน ราวกับเพิ่งผ่านแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
มีคนอุทานว่า
“นี่คือพลังของฮัลค์งั้นเหรอ? น่าตกใจจริง ๆ!”
อีกคนรีบเสริม
“ดูแล้วสะใจสุด ๆ ในที่สุดก็ได้ระบายอารมณ์สักที!”
แต่ก็ยังมีคนตั้งคำถาม
“แต่เขาก็ยังไม่ได้ออกไปปกป้องคนธรรมดาเหมือนสไปเดอร์แมนไม่ใช่เหรอ”
แม้ผู้ชมส่วนใหญ่จะรู้สึกสะใจ แต่ความสงสัยก็ยังไม่หายไป ทำไมฮัลค์ถึงไม่เคยลุกขึ้นมาปกป้องผู้คนในยามวิกฤต?
วิดีโอยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ดนตรีเปลี่ยนจากเร้าใจกลายเป็นเศร้าหมอง
ทันใดนั้น ลำแสงสว่างจ้าก็พุ่งทะลุท้องฟ้าขึ้นไป ราวกับกุญแจที่ไขประตูสวรรค์ ทำให้ผืนฟ้าทั้งหมดสว่างไสว
กลางท้องฟ้า กองยานรบขนาดยักษ์นับไม่ถ้วนทะลุผ่านชั้นเมฆลงมา ราวกับวาฬยักษ์จากห้วงสมุทรลึก พร้อมแรงกดดันแห่งการทำลายล้างที่พุ่งเข้าหาโลก
ผู้คนต่างมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความหวาดกลัว
มีคนร้องอุทานว่า
“นี่คือภาพอนาคตงั้นเหรอ?”
“กองยานแบบนี้สามารถทำลายดาวเคราะห์ทั้งดวงได้ในพริบตา!”
ทุกคนกลั้นหายใจ จ้องหน้าจอเขม็ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากเชื่อ หัวใจเต้นแรงราวกับกลองศึก รู้สึกราวกับว่ายานรบเหล่านั้นจะพุ่งทะลุจอออกมาตรงหน้าในวินาทีถัดไป
ไม่ใช่แค่ชาวโลกเท่านั้น
แม้แต่อารยธรรมต่างดาวอย่างแอสการ์ดก็ยังสั่นสะเทือนกับภาพตรงหน้า
พวกเขารู้ดีว่ากองกำลังทางทหารขนาดนี้มากพอจะบดขยี้ดาวเคราะห์เทคโนโลยีขั้นสูงได้สบาย ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโลกที่เทคโนโลยียังอยู่ในระดับเริ่มต้น
ชั่วขณะนั้น ความคาดหวังและความหวาดกลัวผสมปนเปกันอยู่ในใจของทุกคน
ทุกคนต่างอยากรู้ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
วิดีโอดำเนินต่อไป
ท่ามกลางพายุลมคำราม ยานรบยักษ์พุ่งทะยานผ่านตึกสูงของนิวยอร์กเหมือนภาพโฮโลแกรมสามมิติ คลื่นลมที่เกิดขึ้นทำให้กระจกของอาคารทั้งสองฝั่งแตกกระจาย ผู้คนบนถนนถูกพัดล้ม รถยนต์ระเบิดต่อเนื่องไม่หยุด
ด้านหน้ากองยาน มีชุดเกราะสีแดงกำลังบินด้วยความเร็วสูง
ทุกคนจำได้ทันทีว่านั่นคือไอรอนแมน
ยานรบอ้าปากเหล็กขนาดมหึมาราวกับสัตว์ร้าย ไล่ล่าตามหลังเขาอย่างกระชั้นชิด
ทันใดนั้น กล้องก็ดึงออกในมุมกว้าง
ร่างของแบนเนอร์ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน
มีคนตะโกนขึ้นว่า
“ฮัลค์มาแล้ว! พอเกิดหายนะ เขาก็ปรากฏตัวจริง ๆ ด้วย!”
แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงกังวลดังขึ้น
“เขาไม่ได้คิดจะรับการพุ่งชนของยานรบนั่นตรง ๆ ใช่ไหม? แรงกระแทกแบบนั้นทำให้คนบาดเจ็บสาหัสได้เลยนะ!”
คนที่เคยสงสัยฮัลค์ต่างเงียบไป
ส่วนคนที่เชื่อมั่นในตัวเขาก็เริ่มเป็นห่วง
เมื่อเทียบกับสัตว์เหล็กยักษ์ยาวหลายร้อยเมตรตรงหน้า ฮัลค์ที่สูงเพียงไม่กี่เมตรดูเล็กจนน่าใจหาย
“ถึงจะรอด เขาก็คงบาดเจ็บหนักจนรักษาไม่หายแน่”
ทันใดนั้น แบนเนอร์ก็หันหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดกับกัปตันอเมริกาด้วยเสียงเบาๆ
“นี่แหล่ะความลับของผม... กัปตัน จริง ๆ แล้วผมโกรธตอนไหนก็ได้”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับยานรบลำนั้น กล้ามเนื้อทั่วร่างขยายตัวอย่างรวดเร็ว และแปลงร่างเป็นฮัลค์ในพริบตา
เขาคำรามก้อง รวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่หมัดขวา ก่อนปล่อยหมัดออกไปพร้อมแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว!
ตูมมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วฟ้า
หมัดของฮัลค์กระแทกเข้ากับหัวเรือรบอย่างจัง
แรงปะทะมหาศาลถึงขั้นทำให้ยานรบทั้งลำหยุดชะงักทันที
ตัวเรือครูดพื้นดินเป็นรอยลึกยาวหลายเมตร ส่วนท้ายเรือถูกแรงเฉื่อยยกสูงขึ้น เศษหินและฝุ่นควันกระจายไปทุกทิศทาง
จากนั้นโครงสร้างของยานรบก็พังทลายโดยสมบูรณ์
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องไม่หยุด เปลวเพลิงและควันหนาทึบแผ่กระจายออกไปเหมือนคลื่นยักษ์
ผู้คนที่รับชมต่างอ้าปากค้าง
ผ่านไปนานก็ยังไม่มีใครพูดอะไร
มีคนพึมพำเบา ๆ
“ฮัลค์อารมณ์รุนแรงจริง และพลังทำลายล้างของเขาก็น่ากลัวจนหลายคนหวาดระแวง”
“แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาไม่เคยถอยแม้แต่ก้าวเดียว ทุกหมัดของเขาเต็มไปด้วยพลังที่สั่นสะเทือนฟ้าดิน!”
“หรือว่าพลังของฮัลค์มีแค่นี้?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ หมัดของเขา แม้แต่เทพเจ้าก็ยังต้องหวาดหวั่น!”
ดนตรีพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างฉับพลัน
เสียงของหลินเฟิงเองก็เปลี่ยนจากทุ้มต่ำกลายเป็นเร้าใจและทรงพลัง
หน้าจอทุกแห่ง ผู้ชมจำนวนมหาศาลต่างกลั้นหายใจ อยากรู้เหลือเกินว่าฮัลค์เคยต่อสู้กับเทพองค์ใด
เพราะเพียงฉากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ก็ทำให้ผู้คนตะลึงงันมากพอแล้ว
ส่วนภาพการต่อสู้กับเทพเจ้านั้น ย่อมต้องน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเดิมแน่นอน
ไกลออกไปในแอสการ์ด ธอร์และโลกิต่างจ้องภาพตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา
ในใจของทั้งคู่เต็มไปด้วยคำถามเดียวกัน
เทพเจ้าคนนั้นเป็นใครกันแน่...
“ไม่คิดเลยว่าฉันจะกลายเป็นฮัลค์อีกครั้ง...”
หลังจากเอาชนะอะบอมิเนชั่นได้ แบนเนอร์ก็ออกเดินทางไปทั่วโลก และสุดท้ายเลือกตั้งรกรากอยู่ที่เมืองโกลกาต้า ประเทศอินเดีย ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ คอยช่วยเหลือผู้ป่วยอยู่เบื้องหลัง
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นตัวเองในวิดีโอแปลงร่างอีกครั้ง ความรู้สึกซับซ้อนมากมายก็เอ่อล้นขึ้นในใจ
เดิมทีเขาเพียงอยากใช้ชีวิตอย่างสงบ ห่างไกลจากการทำลายล้างและการสูญเสียที่ฮัลค์นำมา
แต่เมื่อโลกกำลังเผชิญหายนะครั้งใหญ่ เขาก็เข้าใจว่าการหลบหนีไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
มีเพียงการลุกขึ้นเผชิญหน้าเท่านั้น จึงจะสามารถปกป้องโลกใบนี้ได้
และคำพูดของผู้สร้างวิดีโอก็ยิ่งทำให้เขาสงสัย
หมัดของตัวเอง... สามารถต่อกรกับเทพเจ้าได้จริง ๆ งั้นเหรอ?
ไม่ใช่แค่แบนเนอร์เท่านั้น
ทุกคนที่กำลังรับชมวิดีโอต่างก็มีความคาดหวังและความตกตะลึงแบบเดียวกัน
“หมัดของฮัลค์เมื่อกี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ทั้งที่มนุษย์เคยปฏิบัติต่อเขาแบบนั้น แต่เขาก็ยังเลือกต่อสู้เพื่อโลก ผู้ชายคนนี้น่านับถือจริง ๆ!”
“ดูเหมือนพวกเราจะเข้าใจเขาผิดมาตลอด”
“ถ้าไม่ได้ดูวิดีโอนี้ ฉันคงยังคิดว่าเขาเป็นแค่สัตว์ประหลาดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้”
“ใช่แล้ว พลังของเขาเหนือจินตนาการจริง ๆ แม้แต่ยานรบยังถูกต่อยแตกด้วยหมัดเดียว”
“แต่สิ่งที่ฉันอยากรู้ที่สุดก็คือ เขาเคยต่อสู้กับเทพเจ้าจริง ๆ หรือเปล่า?”
ภายในดินแดนเทพแห่งแอสการ์ด ทุกคนต่างเฝ้ารอคำตอบที่จะถูกเปิดเผย
เสียงพูดคุยดังขึ้นทั่วทั้งท้องพระโรง
ในตอนนี้ มุมมองที่ทุกคนมีต่อฮัลค์ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
ที่ผ่านมา ภาพของฮัลค์ที่แพลตฟอร์มมิตินำเสนอมีแต่ความโกรธเกรี้ยวและการทำลายล้าง จนทิ้งภาพลักษณ์ด้านลบเอาไว้ในใจผู้คน
แต่เมื่อเห็นว่าฮัลค์ยังคงเลือกปกป้องมนุษยชาติ แม้จะถูกกองทัพปฏิบัติอย่างโหดร้าย ทุกคนก็รู้สึกซาบซึ้งอย่างลึกซึ้ง และชื่นชมความกล้าหาญของเขาจากใจจริง
แม้แต่ธอร์เองก็ยังเผยสีหน้าชื่นชม
“ถ้ามีโอกาส ข้าอยากชวนคนคนนี้มาเป็นสหายร่วมรบของข้า ให้เขาต่อสู้เคียงข้างข้า มันต้องเป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมแน่นอน”
โลกิที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถอนหายใจเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความขบขันเล็กน้อย
“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าท่านพี่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้จริงหรือเปล่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ธอร์ก็หันกลับไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนตอบเสียงดัง
“จัดการเจ้าตัวเขียวนั่นน่ะเหรอ? ใช้มือเดียวก็พอแล้ว!”
คำประกาศอันเปี่ยมด้วยบารมีของว่าที่ราชาแห่งแอสการ์ด ทำให้ชาวแอสการ์ดทั้งหลายส่งเสียงโห่ร้องยินดีทันที
……………