- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 22: วอร์แมชชีน???
บทที่ 22: วอร์แมชชีน???
บทที่ 22: วอร์แมชชีน???
“ขอต้อนรับ... เอลเลน ดีเจนเนอเรส!”
เอลเลนเดินออกมาจากหลังเวทีอย่างเรียบง่ายไม่มีอะไรหวือหวา แต่ทันทีที่ปรากฏตัว เสียงเชียร์จากผู้ชมในสตูดิโอก็ดังสนั่นไม่หยุด เอลเลนเองก็พูด ขอบคุณผู้ชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากเสียงปรบมือเริ่มเบาลงเล็กน้อย เอลเลนก็พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนครูประจำชั้นมัธยมต้น
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ พวกคุณเก่งกว่าผู้ชมรอบก่อนมาก ขอบคุณค่ะ ขอให้ทุกคนมีวันศุกร์ที่มีความสุขนะ พวกคุณทั้งฉลาดกว่าและหน้าตาดีกว่าผู้ชมรอบก่อน ฉันรู้สึกว่าพวกคุณเข้าใจฉันมากกว่าพวกเขาอีก ขอบคุณที่มาร่วมรายการค่ะ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วทั้งสตูดิโอ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
หลังจากเปิดรายการเสร็จ เอลเลนก็เข้าสู่ช่วงแรกของรายการทันที นั่นคือช่วง “What's in the Box?” ซึ่งเป็นกิจกรรมจับรางวัลให้ผู้ชมในสตูดิโอ ของรางวัลที่จับได้มักมีมูลค่าไม่น้อย แน่นอนว่าก็มีของขวัญราคาธรรมดาปะปนอยู่บ้าง
แต่ถึงอย่างนั้น มูลค่าของรางวัลที่แจกก็ยังมากกว่าค่าตัวหนึ่งหมื่นดอลลาร์ของจางหยางเสียอีก จนเขาแทบอยากลงไปนั่งร่วมจับรางวัลกับคนอื่นด้วยตัวเอง แน่นอน ต่อให้เขาลงไปจริง เอลเลนก็คงไม่เรียกแขกรับเชิญอย่างเขามาจับรางวัลแน่ ไม่อย่างนั้นข้อครหาว่าล็อกผลก็คงถูกตอกย้ำเต็ม ๆ
หลังจากจับรางวัลเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็ยกโซฟาเดี่ยวสองตัวมาวางไว้กลางเวทีในมุมที่เหมาะสม คนที่นั่งบนโซฟาจะสามารถพูดคุยกับผู้ชมได้สะดวก และสื่อสารกับพิธีกรได้ง่ายเช่นกัน
“แขกรับเชิญคนต่อไปของเรา ฉันเป็นคนไปเชิญถึงโรงเรียนด้วยตัวเองเลยนะ” เอลเลนลูบผมสั้นสีทองของตัวเองพร้อมรอยยิ้ม “ฉันแต่งตัวอยู่นานมาก ตั้งใจแต่งตามแฟชั่นสาวมัธยมยุคนี้เลย แล้วก็นั่งรอว่าพวกหนุ่มมัธยมจะเข้ามาจีบฉันไหม ผลก็คือน่าเศร้ามาก ไม่มีใครเข้ามาจีบสักคน แถมยามโรงเรียนยังถามอีกว่า ลูกโตขนาดนี้แล้วทำไมยังมารับเองอีก... เอิ่มมม...”
เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระลอกตามจังหวะที่เหมาะสม
“เอาล่ะ ไม่พูดมากแล้ว ฉันเชื่อว่าทุกคนคงอยากเจอเขามาก มาต้อนรับ... เดอะแฟลช จางหยาง!”
เอลเลนโบกมือไปทางด้านข้างเวที
ท่ามกลางเสียงดนตรีเร้าใจ จางหยางก็ก้าวออกมาจากทางเดินหลังเวทีอย่างมั่นใจ
ผู้ชมด้านล่างพากันลุกขึ้นยืน ส่งเสียงเชียร์ ปรบมือ และเป่านกหวีดกันอย่างคึกคัก คนฝั่งยุโรปและอเมริกาส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ทำให้สร้างบรรยากาศรายการได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นทอล์กโชว์ คอนเสิร์ต หรือละครเวที ต่อให้เป็นการแสดงริมถนนธรรมดา ๆ ก็ยังมีคนปรบมือกรี๊ดกร๊าดกันได้ทั้งกลุ่ม
“ทักทายผู้ชมหน่อยสิ”
“เฮ้ ทุกคน สวัสดีครับ ผมจางหยาง แน่นอนว่าก็คือไอ้หมอนั่นที่ใส่เกราะเดินไปเดินมาบนทีวีที่พวกคุณเห็นกันบ่อย ๆ นั่นแหละ”
จางหยางยิ้มกว้าง ดูสดใสและเปิดเผยอย่างมาก ไม่มีความเก็บตัวแบบที่คนทั่วไปมักมองว่าคนเอเชียเป็นเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้าง ๆ ตามคำเชิญของเอลเลน
“พูดถึงชุดเกราะ ฉันคิดว่าไม่ใช่แค่ฉันหรอกนะ ผู้ชมทุกคนก็คงอยากรู้เหมือนกันว่าทำไมคุณถึงต้องใส่ชุดเกราะตลอดเวลา?”
“เพราะถ้าผมไม่ใส่ชุดเกราะแล้วไปโผล่ในสถานีโทรทัศน์ ผมว่ารายการนั้นคงต้องเปลี่ยนเรตเป็น 18+ แน่นอน”
หลังจากปล่อยมุกเล็ก ๆ เรียกเสียงหัวเราะแล้ว จางหยางก็เริ่มอธิบายจริงจัง
“เอาล่ะ ผมตอบจริงจังดีกว่า สาเหตุหลักก็คือผมวิ่งเร็วเกินไป เสื้อผ้าธรรมดาจะเกิดแรงเสียดสีกับอากาศจนลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นแบบนั้น สิ่งที่พวกคุณเห็นก็คงเป็นผมในสภาพเปลือยล่อนจ้อน ดังนั้นเพื่อนรักของผม โทนี่ สตาร์ค เลยช่วยสร้างชุดเกราะขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้”
พอพูดถึงโทนี่ เสียงเชียร์จากผู้ชมก็ดังขึ้นอีกครั้ง
และก่อนหน้านี้พวกเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเบื้องหลังการสวมชุดเกราะของจางหยางจะมีเรื่องราวแบบนี้อยู่ด้วย ที่แท้เป็นผลงานของโทนี่ สตาร์ค อัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของโลกนั่นเอง
“ในเมื่อชุดเกราะถูกสร้างโดยคุณสตาร์ค นอกจากป้องกันไม่ให้คุณวิ่งจนเสื้อผ้าไหม้แล้ว มันยังมีความสามารถอื่นอีกไหม?” เอลเลนถามอย่างสนใจ
รายการนี้ถึงแม้จะมีลำดับขั้นตอนที่กำหนดไว้ แต่ไม่มีสคริปต์บทสนทนาเลย ทุกคำถามล้วนเป็นการด้นสดของเอลเลนทั้งสิ้น
“แน่นอนว่ามี แถมยังเยอะด้วย อย่างเช่นติดตั้งอาวุธเบาเอาไว้บ้าง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อีกหลายอย่าง มีเยอะมาก แต่รายละเอียดคงพูดออกมาหมดไม่ได้หรอก เพราะไม่มีใครรู้ว่าหน้าจอทีวีตอนนี้มีซูเปอร์วายร้ายกี่คนกำลังรอให้ผมไปจับอยู่”
“โอเค! เข้าใจได้!”
เอลเลนรู้ทันทีว่าคำถามนี้เริ่มล้ำเส้นไปนิด จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อ
“เมื่อเทียบกับเพื่อนของคุณ มหาเศรษฐีอย่างไอรอนแมน คุณสตาร์ค ดูเหมือนว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคุณจะไม่ได้สะดวกสบายนัก?”
“แน่นอน ถ้าเอาไปเทียบกับโทนี่ ผมว่าคงไม่มีใครกล้าบอกว่าตัวเองใช้ชีวิตสบายหรอก”
จางหยางยิ้มกว้าง
“แล้วก็ใช่ครับ ผมจนจริง ๆ ด้วย”
“แล้วดูเหมือนว่านี่จะเป็นเหตุผลที่คุณมาร่วมรายการของเรา?”
จางหยางทำหน้าตกใจเกินจริงแล้วร้องขึ้นว่า
“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าคุณใช้ค่าตัวล่อผมมารายการนี้เหรอ? เราเซ็นสัญญากันแล้วนะ อย่าคิดจะเบี้ยวสิ!”
เอลเลนก็เล่นมุกต่อทันที ทำหน้าซื่อแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้น
“อะไรนะ? มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ? ฉันจำได้ว่าไปโรงเรียนคุณเพื่อดูว่าจะมีหนุ่มมัธยมคนไหนมาจีบฉันหรือเปล่านะ?”
ผู้ชมทั้งสตูดิโอหัวเราะกันลั่น ต่างถูกทั้งสองคนเรียกเสียงหัวเราะได้อย่างเต็มที่ พร้อมเสียงปรบมือและเสียงเชียร์ไม่ขาดสาย บรรยากาศในรายการเต็มไปด้วยความครึกครื้น
จางหยางไม่ใช่แขกรับเชิญคนเดียว หลังจากเขายังมีเด็กผู้หญิงอีกคนที่ต้องขึ้นรายการต่อ ดังนั้นหลังจากตอบคำถามของเอลเลนเพิ่มอีกสองข้อ เขาก็เสร็จสิ้นภารกิจพิเศษของวันนี้ พร้อมรับเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์เข้ากระเป๋า
แน่นอนว่าเขาไม่ได้รีบกลับ แต่เลือกนั่งดูรายการต่อจากด้านล่างเวทีแทน
ยิ่งดูก็ยิ่งหัวเราะจนแทบหยุดไม่ได้ เสียงหัวเราะของเขาดัง “ฮ่าๆๆ” อยู่ตลอด จนเกือบทำให้จังหวะการหัวเราะของผู้ชมทั้งสตูดิโอเสียศูนย์ไปตามเขา
เขาชอบรายการนี้จริง ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ตอบรับคำเชิญตั้งแต่แรก
ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง โทนี่ก็เริ่มตกอยู่ในภาวะลังเลว่าจะมอบชุดเกราะให้เพื่อนรักอย่างพันโทเจมส์ โรดส์ดีหรือไม่
ซูเปอร์ฮีโร่ที่ชื่อว่าวอร์แมชชีน...
มีโอกาสสูงมากว่าจะถูกปีกผีเสื้อตัวเล็ก ๆ ของจางหยางพัดหายไปจากไทม์ไลน์เสียแล้ว
……………