- หน้าแรก
- สร้างอารยธรรมใหม่ในแดนเถื่อน
- บทที่ 24 - กลับมาพร้อมอาหารรสเลิศ
บทที่ 24 - กลับมาพร้อมอาหารรสเลิศ
บทที่ 24 - กลับมาพร้อมอาหารรสเลิศ
บทที่ 24 - กลับมาพร้อมอาหารรสเลิศ
ระหว่างที่สะกดรอยตามม้าเขายาวขนปุกปุย พวกของหยางซั่วเคยเห็นป่าไม้อยู่บ้าง แม้จะไกลไปสักหน่อย แต่พวกลี่ก็กลับมาทันก่อนฟ้ามืด
ก่อนไป หยางซั่วกำชับไว้แล้วว่า กิ่งไม้ขนาดเล็กกว่าท่อนแขนสักหน่อยจะดีที่สุด ถ้ามีเถาวัลย์ด้วยก็ให้เอากลับมาด้วย
สี่คนแบกกิ่งไม้กลับมาเต็มหลัง มัดรวมกันด้วยเถาวัลย์เรียบร้อย พวกเขาอาศัยแสงจันทร์เริ่มทำงานรอบใหม่กันที่ก้นทะเลสาบ
นี่เป็นครั้งแรกที่มนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ได้ลิ้มรสเนื้อที่มีรสเค็ม แม้จะดิบ แต่รสชาติที่ยอดเยี่ยมนี้ก็ทำให้ทุกคนตื่นตะลึง หยางซั่วเองก็เงียบลงอย่างประหลาด
ทะลุมิติมาอยู่โลกดึกดำบรรพ์ครบหนึ่งปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสชาติของการผัดกับข้าวใส่เกลือ
หยางซั่วไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดถึงนานนัก เขาพาทุกคนเริ่มประดิษฐ์ยานพาหนะ นั่นคือ เลื่อนไม้
ที่เรียกว่าเลื่อนไม้ จริงๆ แล้วก็แค่เอาท่อนไม้ขนาดเท่าท่อนแขนมาสานเป็นฐาน แล้วใช้กิ่งไม้และเถาวัลย์มัดติดกัน ทำเป็นแพไม้สามอัน
เถาวัลย์ที่เหลือและหนังสัตว์ที่ถลกออกมาถูกนำมาใช้เป็นเชือกลากจูงผูกติดกับด้านหน้าแพไม้ ยานพาหนะที่เรียบง่ายที่สุดก็ถือกำเนิดขึ้น
จนกระทั่งเถาวัลย์เส้นสุดท้ายถูกมัดจนแน่น หยางซั่วถึงเพิ่งจะรู้สึกเหนื่อย อาศัยแสงจันทร์มองไป ทุกคนล้วนมีสีหน้าอิดโรย ออกจากบ้านมาสามวัน พวกเขาแทบไม่ได้หลับนอนกันดีๆ เลย คนหลายคนนั่งเอนพิงกัน หลับไปทั้งๆ ที่ยังไม่มีคนเฝ้ายามด้วยซ้ำ
เนื่องจากผ่านการหมักเกลือมาอย่างดี กลิ่นคาวเลือดจึงไม่ฟุ้งกระจายออกไป ตลอดทั้งคืนจึงไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนก็เริ่มเดินทางกลับบ้าน หกคนลากแพไม้สามอัน ด้านบนมีม้าเขายาวขนปุกปุยที่ถูกชำแหละแล้วห้าตัว
การลากของพวกนี้ขึ้นมาจากก้นทะเลสาบต้องใช้แรงไม่น้อย แต่ระหว่างทางที่พวกเขามุ่งหน้ากลับไปทางภูเขาหิมะ พวกเขากลับพบว่ายิ่งเดินยิ่งเบาแรง
ช่วงแรกของดินเค็มมีแต่ก้อนหินกรวดเต็มไปหมด แพไม้ที่พวกเขาลากมักจะไปติดกับก้อนหินบนพื้น ทำให้ต้องยกแพไม้ขึ้นเพื่อเปลี่ยนทาง
เมื่อห่างไกลจากพื้นที่นั้น ทุ่งหญ้าก็เริ่มมีหญ้าขึ้นหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์มากขึ้น แพไม้ราวกับแล่นฉิวอยู่บนผิวน้ำ ทิ้งรอยทางไว้ด้านหลัง
ระหว่างทางกลับ หยางซั่วสังเกตเห็นร่องรอยของมนุษย์ด้วย ดูเหมือนว่าจะมีชนเผ่าดึกดำบรรพ์อาศัยอยู่แถวเทือกเขาหิมะเยอะทีเดียว แต่พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่อาจมีคนอยู่ และเดินทางกลับมาถึงชนเผ่าได้อย่างปลอดภัย
หวังกำลังเดินลาดตระเวนอยู่บนกำแพงเมือง สือกับซวิ่นออกไปล่าสัตว์แล้ว ส่วนพวกผู้หญิงกำลังค้นหาของกินได้ทุกชนิดในป่าใกล้ๆ
จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากหุบเขาด้านล่างเนินเขา ตามมาด้วยคนที่สอง คนที่สาม
ดวงตาของหวังรื้นไปด้วยน้ำตาทันที เขาคุ้นเคยกับเงาร่างเหล่านี้ดี นี่คือคนที่เขาเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวัน
"กลับมาแล้ว พวกเขากลับมาแล้ว"
หวังตะโกนสุดเสียงจากบนกำแพง เสียงดังก้องไปทั่วชนเผ่า พวกผู้หญิงที่อยู่ไกลออกไปก็เริ่มทยอยกันกลับบ้าน
หยางซั่วเข้ามาในชนเผ่าเพื่อขอความช่วยเหลือ ลำพังพวกเขาสองสามคนไม่มีทางลากม้าเขายาวขนปุกปุยทั้งห้าตัวขึ้นมาบนเนินเขาได้แน่
เมื่อเข้ามาในชนเผ่า หยางซั่วก็ตรงดิ่งไปดูอ้าวเป็นคนแรก อ้าวฟื้นแล้ว แม้จะยังอ่อนแรงมาก แต่น่าจะรอดชีวิตมาได้อย่างแน่นอน
เฉินอวิ๋นอวิ๋นบอกว่าอ้าวไข้ขึ้นสูงอยู่สามวัน แล้วก็อดทนผ่านพ้นมาได้ แผลที่ท้องแม้จะอักเสบ แต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว
หยางซั่วฟังแล้วก็อดเดาะลิ้นไม่ได้ ภูมิต้านทานของมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์นี่แข็งแกร่งผิดมนุษย์มนาจริงๆ ตอนที่เฉินอวิ๋นอวิ๋นไม่บาดเจ็บถึงลำไส้ แถมมียาแก้อักเสบยังแทบเอาชีวิตไม่รอด หมอนี่ดันอดทนเอาเองจนหายได้
จ้านสามารถลงเดินได้แล้ว แม้จะเจ็บหนัก แต่ก็นะ มนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์นี่ ไม่ตายก็มีชีวิตอยู่ได้
ที่ลานกว้างใจกลางชนเผ่า กิจกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนเผ่าหยางซั่วกำลังจะเริ่มขึ้น
หยางซั่วใช้น้ำล้างม้าเขายาวขนปุกปุยหนึ่งตัว การหมักหลายวันทำให้เนื้อเข้าเนื้อแล้ว แต่ดินเค็มที่เหลือจะปล่อยให้เสียของไม่ได้ เขาต้องการสกัดเกลือออกมา
ม้าเขายาวขนปุกปุยที่ล้างสะอาดแล้วถูกชำแหละเป็นชิ้นๆ ย่างอยู่บนกองไฟ ส่วนหยางซั่วกำลังง่วนอยู่กับการต้มน้ำล้างเนื้ออยู่ในหม้ออีกใบ
ตั้งน้ำโคลนขุ่นๆ ทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วรินออก หยางซั่วยังไม่ยอมแพ้ นำดินเค็มมาล้างน้ำซ้ำอีกหลายรอบ ในที่สุดก็ได้น้ำเกลืออันล้ำค่ามาสามหม้อ
ทันใดนั้น เสียงร้องตะโกนก็ดังขึ้นระงมไปทั่วชนเผ่า ทุกคนต่างตกตะลึงกับอาหารเลิศรสที่ส่งเข้าปาก
เนื้อม้าเขายาวขนปุกปุยย่างจนน้ำมันหยด มีรสเค็มจางๆ ของเกลือ มันพิชิตต่อมรับรสของทุกคนในพริบตา เฉินอวิ๋นอวิ๋นกินไปคำเดียวถึงกับก้มหน้าร้องไห้โฮ
หยางซั่วอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้าง ม้าเขายาวขนปุกปุยห้าตัวพอให้ชนเผ่ากินไปได้หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ รอให้อ้าวและคนอื่นๆ ค่อยๆ ฟื้นตัว หน่วยล่าสัตว์ของพวกเขาก็จะทำงานหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาวิกฤตด้านอาหารของชนเผ่าได้อย่างมหาศาล
หยางซั่วนั่งต้มน้ำอย่างมีความสุข กินเนื้อม้าเขายาวขนปุกปุยที่เฉินอวิ๋นอวิ๋นนำมาให้ มองดูฟองเดือดปุดๆ ในหม้อ
น้ำเกลือสามหม้อสกัดเกลือออกมาได้ไม่ถึงครึ่งกระปุก ต่างจากดินเค็มทั่วไป สถานที่ที่พวกของหยางซั่วไปคือทะเลสาบน้ำเค็มที่เหือดแห้ง ปริมาณเกลือจึงค่อนข้างสูง เสียอย่างเดียวคืออยู่ไกลไปหน่อย
ผ่านไปค่อนคืน นอกจากเกลืออันล้ำค่าครึ่งกระปุกนี้แล้ว หยางซั่วยังได้ของที่เฝ้าฝันหามาตลอดจากเฉินอวิ๋นอวิ๋น เมล็ดพันธุ์หนึ่งกระปุกเต็มๆ
โลกดึกดำบรรพ์ไม่มีการเพาะปลูก พืชทุกชนิดเติบโตตามยถากรรม หากสภาพแวดล้อมเป็นใจก็อาจจะออกผลได้หลายรอบในหนึ่งปี ก่อนไปหยางซั่วฝากเฉินอวิ๋นอวิ๋นให้ช่วยสังเกตดูให้ เมล็ดพันธุ์ของพืชที่พบเห็นและกินได้ทุกชนิด เขาเอาหมด
เวลาออกไปหนึ่งสัปดาห์ ด้วยความช่วยเหลือของโหรวและคนอื่นๆ เฉินอวิ๋นอวิ๋นก็เก็บเมล็ดพันธุ์มาได้เต็มกระปุก
ส่วนใหญ่เป็นเมล็ดหญ้า หนึ่งในอาหารหลักของมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ ที่ทุกคนเจียดมาจากปากท้องของตัวเอง
ตอนนี้มนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์ติดนิสัยอย่างหนึ่งคือ ของอะไรที่หยางซั่วต้องการ ต่อให้ต้องอดมื้อกินมื้อก็ต้องหามาให้เขา ความจริงพิสูจน์แล้วว่าหยางซั่วไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวังเลยสักครั้ง
ที่มุมกำแพงใกล้กับหน้าผาหิน มีกองอุจจาระของคนในชนเผ่ากองอยู่ หลังจากสร้างกำแพงเสร็จ ชนเผ่าก็ไม่ต้องขับถ่ายอย่างหลบๆ ซ่อนๆ อีก หยางซั่วจึงสร้างส้วมหลุมขึ้นมา
ขุดหลุมให้เรียบร้อย เอาหินปูรองตรงที่เหยียบทั้งสองข้าง ใช่แล้ว เรียบง่ายแค่นี้แหละ
ดังนั้นในเวลาต่อมาก็มีภาพแปลกตาเกิดขึ้น ทุกระยะเวลาหนึ่ง จะเห็นหยางซั่วถือกระบวยดินเผานั่งยองๆ อยู่ข้างส้วม ตักอุจจาระออกมาทีละกระบวย
อุจจาระที่ตักออกมาถูกหยางซั่วนำไปกองไว้ที่มุมกำแพง ตอนนี้หญ้าป่าบริเวณนั้นเจริญงอกงามดีเป็นพิเศษ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หยางซั่วก็อุ้มกระปุกเมล็ดหญ้าไปที่ลานดินใกล้ๆ ส้วม ใช้ท่อนไม้พรวนดิน แล้วค่อยๆ หว่านเมล็ดหญ้าลงไป
หาบน้ำ ใส่ปุ๋ย เฉินอวิ๋นอวิ๋นเดินตามหยางซั่วต้อยๆ ราวกับทั้งสองได้ย้อนกลับไปใช้ชีวิตในยุคผู้ชายไถนาผู้หญิงทอผ้า
พื้นที่ว่างมีอยู่แค่นี้ ใช้เมล็ดหญ้าไปไม่ถึงครึ่ง หยางซั่วเก็บเมล็ดหญ้าที่เหลือไว้อย่างระมัดระวัง มองดูแปลงทดลองตรงหน้า
"เมล็ดพันธุ์ในโลกดึกดำบรรพ์ อย่าทำให้ข้าผิดหวังนะ"