เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16

บทที่ 16

บทที่ 16


บทที่ 16 ฉายา “ผู้กล้า”

หลังจากเดินข้ามทะเลสาบที่แห้งขอด ก็จะมองเห็นรังมอนสเตอร์ที่สร้างจากหินเป็นรูปหัวกะโหลก

ฟางจื้อหลบมุมแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อมูลของพวกมัน

ก็อบลินจิ๋วห้าตัว ก็อบลินยักษ์ห้าตัว

และยังมีก็อบลินยักษ์ผิวแดงอีกหนึ่งตัว

ก็อบลินผิวปกติสิบตัวนั้นฟางจื้อคุ้นเคยดี ถือเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่กันเลยก็ว่าได้

แต่ก็อบลินผิวแดงนั้นเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

ก็อบลินยักษ์ผิวแดง: พลังโจมตี 40, พลังชีวิต 100

หอกเหล็ก: พลังโจมตี 15~18

ฟางจื้อขมวดคิ้วแน่น มอนสเตอร์ที่นี่เยอะกว่าที่เขาคาดไว้มาก

ปกติรังขนาดเล็กจะมีมอนสเตอร์แค่ห้าตัว รังนี้น่าจะเป็นรังขนาดกลางแล้วล่ะ

มอนสเตอร์เยอะขนาดนี้ ต่อให้เขาจะอัปเกรดอาวุธมาแล้ว ก็รับมือไม่ง่ายเลย

ภายในรัง มีแพนด้าแดงขนสีน้ำตาลแดงสองตัวถูกจับแขวนห้อยต่องแต่งอยู่

พวกมันตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง

ก็อบลินผิวปกติหลายตัวกำลังเดินวนรอบๆ แพนด้าแดงอย่างตื่นเต้น น้ำลายไหลย้อย

พวกมันส่งเสียงร้องแปลกๆ พร้อมกับชูอาวุธขึ้น ราวกับกำลังเร่งเร้าให้รีบกินสัตว์ตัวเล็กสองตัวนี้

หลังจากเกิดภัยพิบัติตั๊กแตน ไม่ใช่แค่สัตว์เล็กๆ บนเกาะที่ขาดแคลนอาหาร แม้แต่มอนสเตอร์เองก็ต้องทนกินดินประทังชีวิตเหมือนกัน

นานๆ จะจับสัตว์ได้สักที พวกมันก็เลยคลั่งกันสุดๆ

ลิลเลียนร้องอุทานออกมาเบาๆ แล้วกระซิบว่า "ลุงจอร์จกับป้าเจนนี่นี่นา! นึกว่าอพยพไปกับผู้ใหญ่บ้านแล้วซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะยังอยู่"

ฟางจื้อถอยห่างจากรังอย่างเงียบๆ ไปตั้งหลักในที่ห่างไกลเพื่อวางแผนการรบ

ถ้าบุกเข้าไปโต้งๆ มีหวังโดนรุมสกรัมตายแน่ ไม่ต้องถึงมือก็อบลินผิวแดงหรอก แค่ก็อบลินผิวปกติห้าตัวนั้นก็รับมือยากแล้ว

เขาหยิบอาวุธออกมาจากกระเป๋า แล้วก็เหลือบไปเห็นเมือกสไลม์ใสๆ หลายชุดในกระเป๋า

"คิดออกแล้ว!"

"ลิลเลียน เธอเอาเมือกสไลม์พวกนี้ไปวางดักไว้หน้าปากถ้ำได้ไหม?"

เฮือก!

ลิลเลียนยกมือปิดหูทั้งสองข้าง พยายามมุดหัวเข้าไปในพุงกะทิของตัวเอง แล้วส่ายหน้าดิก "ไม่เอานะ ตายแน่ๆ!"

ฟางจื้อดึงหัวเล็กๆ ของเธอออกมาอย่างไร้ปรานี แล้วบอกว่า "เธอขุดอุโมงค์จากตรงนี้ไปโผล่หน้าถ้ำสิ วางเสร็จแล้วก็รีบกลับมา พวกมันไม่เห็นหรอก"

"อีกอย่างนะ ต่อให้พวกมันเห็น รูที่เธอขุดก็เล็กนิดเดียว พวกมันมุดตามเข้าไปจับเธอไม่ได้หรอก"

หูของลิลเลียนกระดิกไปมา เธอถามอย่างลังเลว่า "จริงเหรอ?"

ฟางจื้อปล่อยไม้ตายสุดท้าย เอาของชอบมาล่อลิลเลียน เขายิ้มแล้วพูดว่า "เธอไม่อยากช่วยเพื่อนเหรอ? เดี๋ยวพอช่วยเสร็จ ฉันจะย่างเนื้อนกให้กินนะ"

ซี้ด...

ลิลเลียนสูดน้ำลาย

'ไม่สนเนื้อยงเนื้อย่างแล้ว...'

'ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรีบไปช่วยคุณลุงคุณป้าต่างหาก!'

......

ลิลเลียนขุดดินได้เร็วมาก และด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบแหลม เธอจึงเลือกเจาะรูตรงจุดที่ปลอดภัยสุดๆ

ร่างเล็กจิ๋ววิ่งสลับไปมาระหว่างสองฝั่ง ขนเมือกสไลม์ไปวางดักไว้หน้าปากถ้ำของพวกก็อบลินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

จนกระทั่งวางเมือกสไลม์จนเต็มบริเวณปากถ้ำ เธอถึงกลับมาหาฟางจื้อด้วยอาการใจเต้นตึกตัก

ฟางจื้อยืนอยู่ในระยะยิงที่ไกลที่สุด ง้างธนูเล็งเป้า

ลูกธนูสองดอกถูกปล่อยออกไป เมือกสไลม์บนพื้นก็แตกกระจาย กลายเป็นแอ่งเมือกเหนียวหนืดขนาดใหญ่

พวกก็อบลินที่ได้ยินเสียงรีบคว้าอาวุธวิ่งออกมาดู แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกเมือกสไลม์ติดหนึบจนขยับไม่ได้

ฟางจื้อหรี่ตามอง ก็อบลินจิ๋วห้าตัว กับก็อบลินยักษ์สามตัว

ที่เหลือยังอยู่ในถ้ำ

เขาง้างธนูเล็งไปที่ก็อบลินจิ๋วที่มีพลังชีวิตน้อยที่สุดก่อน

ก็อบลินจิ๋วมีพลังชีวิตแค่ 15 ด้วยพลังโจมตีของเขาในตอนนี้ ยิงดอกเดียวก็ตายแล้ว

เอฟเฟกต์ของเมือกสไลม์อยู่ได้แค่สิบวินาทีเท่านั้น

เขารีบน้าวสายธนูอย่างรวดเร็ว ด้วยผลของวิชายิงธนู ขอแค่เป้าหมายอยู่ในระยะยิง และไม่สามารถขยับตัวได้ พวกมันก็กลายเป็นเป้านิ่งให้เขายิงเล่นสบายๆ

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

ก็อบลินจิ๋วทั้งห้าตัวถูกจัดการอย่างรวดเร็ว

ส่วนก็อบลินยักษ์อีกสามตัวที่โดนเมือกสไลม์ไป แค่เคลื่อนไหวช้าลงเท่านั้น ไม่ได้ถูกตรึงไว้กับที่

หลังจากจัดการก็อบลินจิ๋วเสร็จ ก็อบลินยักษ์ก็กำลังจะหลุดจากเมือกพอดี ฟางจื้อจึงรีบยิงลูกธนูชาใส่ แล้วตามด้วยลูกธนูเมือกสไลม์ทันที

ก็อบลินยักษ์มีพลังชีวิต 50 ยิงสามดอกก็ตายแล้ว

ขอแค่รักษาระยะห่างให้ปลอดภัย ก็ไม่มีอะไรน่ากลัว

ไม่ถึงหนึ่งนาที ก็อบลินยักษ์สามตัวก็ถูกจัดการเรียบ

ขณะที่ฟางจื้อกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอก โดยไม่ทันสังเกตว่าก็อบลินยักษ์ตัวอื่นๆ ในถ้ำได้เดินออกมาหมดแล้ว ก็อบลินผิวปกติตัวหนึ่งย่องมาอยู่ด้านหลังเขาเงียบๆ แล้วเงื้อกระบองหนามฟาดลงกลางหลังฟางจื้ออย่างแรง

ผัวะ!

ฟางจื้อกระเด็นไปไกลหลายเมตร เขาลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก

"บ้าเอ๊ย โคตรเจ็บเลย!"

แค่ฟาดทีเดียว เลือดสามหัวใจของเขาก็หายวับไปเกือบหมด เหลือแค่ขีดแดงๆ เท่านั้น

เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็อบลินในถ้ำออกมากันหมดแล้ว รวมถึงก็อบลินผิวแดงตัวนั้นด้วย

ร่างกายกำยำบึกบึน สูงเกือบสามเมตร

เขี้ยวแหลมคมสองซี่ และแววตาที่เย็นเยียบ

แค่มันยืนอยู่เฉยๆ ก็แผ่รังสีอำมหิตออกมากดดันจนหายใจแทบไม่ออกแล้ว

ถ้าเมื่อกี้เป็นฝีมือของไอ้ตัวแดงล่ะก็ ตอนนี้เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว

ฟางจื้อชักดาบยาวออกมา จ้องมองก็อบลินผิวปกติสองตัวและก็อบลินผิวแดงตรงหน้าอย่างระแวดระวัง เขาตะโกนบอกลิลเลียนว่า "ลิลเลียน เข้าไปช่วยแพนด้าแดงในถ้ำก่อน!"

ลิลเลียนที่เฝ้าอยู่หน้าปากถ้ำมาตลอด พอได้ยินคำสั่งของฟางจื้อ ก็พุ่งเข้าไปในถ้ำทันที เธอกัดเชือกที่มัดแพนด้าแดงขาด แล้วร้องบอกอย่างร้อนรนว่า "ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ตามฉันมาเร็ว!"

สองสามีภรรยาแพนด้าแดงพยักหน้า รีบวิ่งตามลิลเลียนมุดเข้าไปในอุโมงค์ที่เธอขุดไว้อย่างรวดเร็ว

ฟางจื้อเห็นพวกนั้นหนีไปได้แล้ว ก็หันหลังวิ่งสุดชีวิต

สู้ไม่ได้ก็ต้องหนีสิวะ!

ขืนเอาเลือดที่เหลืออยู่นิดเดียวไปสู้กับมอนสเตอร์สามตัวนี้ก็บ้าแล้ว!

มีหรือที่ก็อบลินจะยอมปล่อยอาหารอันโอชะให้หลุดมือไป พวกมันวิ่งไล่ตามมาติดๆ

ด้วยช่วงขายาวๆ ของพวกมัน ไม่นานก็วิ่งตามฟางจื้อทัน

'เวรเอ๊ย...'

'วิ่งเร็วๆ หน่อยสิวะไอ้ขานี่!'

จังหวะที่ก็อบลินผิวแดงกำลังจะเงื้อหอกแทง จู่ๆ ร่างของฟางจื้อก็เปล่งแสงสว่างวาบขึ้นมา

คุณช่วยเหลือสัตว์เล็กๆ ที่สวดอ้อนวอนต่อเทพธิดาได้สำเร็จ เทพธิดาซาบซึ้งในความช่วยเหลือของคุณ คุณได้รับค่าความไว้วางใจจากเทพธิดา 1 แต้ม

เทพธิดาได้มอบ "พลังแห่งการปกปักษ์" เป็นกรณีพิเศษให้กับคุณ

คุณได้รับ "พลังแห่งการปกปักษ์"

พลังแห่งการปกปักษ์: แฝงไปด้วยคำอวยพรอันดีงามที่สุดจากเทพธิดา เมื่อพลังชีวิตของคุณลดลงจนถึงขีดอันตราย คุณจะเข้าสู่สภาวะอมตะ เนื่องจากเทพธิดากำลังหลับใหลอยู่ พลังแห่งการปกปักษ์จึงแสดงผลได้เพียง 30 วินาทีและใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

อมตะ!

งั้นก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว!

ฟางจื้อหยุดวิ่ง จับดาบยาวด้วยสองมือ แล้วหันหน้าเผชิญกับก็อบลินทั้งสามตัว

"เข้ามาเลยไอ้พวกเวร!"

ก็อบลินยักษ์ไม่ได้ฉลาดนัก พวกมันไม่เข้าใจว่าทำไมอาหารตรงหน้าถึงไม่หนีต่อ รู้แค่ว่าวันนี้มีเนื้อกินแล้ว

เคร้ง!

การโจมตีทั้งหมดถูกแสงสีทองปัดป้องเอาไว้ได้

ฟางจื้อไม่พูดพร่ำทำเพลง เอาแต่แกว่งดาบฟันไม่ยั้ง

สามสิบวินาทีต่อมา ก็อบลินทั้งสามตัวก็ล้มลงแล้วสลายไป

ฟางจื้อทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรงด้วยความใจหายใจคว่ำ

"นึกว่าจะตายซะแล้ว..."

ขอแสดงความยินดี คุณกวาดล้างรังมอนสเตอร์ขนาดกลางสำเร็จ ได้รับแต้มสำรวจ 5 แต้ม

เกาะร้างทึ่งที่คุณสามารถกวาดล้างรังขนาดกลางได้ด้วยตัวคนเดียว จึงขอมอบฉายา "ผู้กล้า" ให้กับคุณ

ผู้กล้า: เมื่อสวมใส่ พลังโจมตีและพลังป้องกันจะเพิ่มขึ้น 5%

คุณบรรลุความสำเร็จ "มอนสเตอร์เยอะขึ้นนิดหน่อยเอง" ได้รับแต้มสำรวจ 1 แต้ม

ตรงจุดที่ก็อบลินผิวแดงล้มลง มีของบางอย่างกำลังส่องแสงวิบวับอยู่ ฟางจื้อก้มลงเก็บมันขึ้นมา

คุณได้รับ "เศษกุญแจซากวิหาร*1"

จบบทที่ บทที่ 16

คัดลอกลิงก์แล้ว