- หน้าแรก
- ปลุกพลังหลุมดำมฤตยู ข้านี่แหละผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 107 - เสี่ยวอ้าย ปัญญาประดิษฐ์จำลอง
บทที่ 107 - เสี่ยวอ้าย ปัญญาประดิษฐ์จำลอง
บทที่ 107 - เสี่ยวอ้าย ปัญญาประดิษฐ์จำลอง
เฟิงเฉี่ยวหลานสะดุ้งสุดตัว ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อเห็นพลังงานมหาศาลกำลังรวมตัวกันที่ปากกระบอกปืน ใบหน้าสวยเฉี่ยวซีดเผือดไร้สีเลือด
"หยุดนะ ปล่อยให้เธอเข้ามา"
หลินเทียนเห็นท่าไม่ดี รีบออกคำสั่งห้ามทันที
ระบบป้องกันของเอไอตัวนี้ทำงานเฉียบขาดจริงๆ พอมีคนแปลกหน้าเข้าใกล้ มันก็เตรียมจะเป่าให้กระจุยเลย
"รับทราบค่ะ เจ้านาย"
เสียงเซ็กซี่เย้ายวนดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกระบอกปืนที่หดกลับเข้าไปในตัวยานอย่างรวดเร็ว
เฟิงเฉี่ยวหลานถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายเต็มหน้าผากเนียน แข้งขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้น เธอสัมผัสได้ถึงพลังทำลายล้างจากปืนกระบอกนั้นได้อย่างชัดเจน พลังนั่นมากพอที่จะสอยเธอให้ดับดิ้นได้ในนัดเดียว
ถ้าหลินเทียนสั่งห้ามไม่ทัน ป่านนี้เธอคงกลายเป็นศพไปแล้ว
เธอนั่งหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน แล้วค่อยๆ ก้าวเข้าไปในยานอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นดังนั้น พวกลูกน้องแก๊งเซวี่ยขุยก็อยากจะตามเข้าไปดูบ้าง
นี่คือยานอวกาศที่พวกเขาทุ่มเทเวลาวิจัยมาตั้งหลายปีนะ ใครล่ะจะไม่อยากเข้าไปดูข้างใน โดยเฉพาะตอนที่ได้ยินเสียงเอไอสุดเซ็กซี่เมื่อกี้ด้วยแล้ว
แต่ทันทีที่พวกเขาขยับตัวเข้าใกล้...
ปากกระบอกปืนสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็ยื่นออกมาจากด้านข้างของตัวยาน
ทำเอาทุกคนเบรกหัวทิ่ม รีบกระโดดถอยหลังหนีแทบไม่ทัน
ภายในยาน
เมื่อเดินมาถึงห้องบังคับการ เฟิงเฉี่ยวหลานก็เบิกตากว้างเป็นไข่ห่าน อ้าปากค้างมองอุปกรณ์ล้ำยุครอบตัวด้วยความตื่นตะลึง
"เทคโนโลยีระดับนี้ บนดาวสุ่ยซิงในปัจจุบันไม่มีทางสร้างได้แน่ๆ"
หลินเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ พลางพึมพำด้วยความทึ่ง
จังหวะนั้นเอง ร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสอง
เธอสวมชุดหนังสีขาวรัดรูปรัดทรง เน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน มีเส้นสีดำพาดผ่านด้านข้างยาวลงไปถึงต้นขา ตัดกันเป็นรูปสามเหลี่ยมสีดำตรงกลาง ใบหน้างดงามไร้ที่ติราวกับภูตพราย หลุดออกมาจากโลกแฟนตาซีจนดูไม่เหมือนมนุษย์จริง
"ฉันคือเสี่ยวอ้าย ปัญญาประดิษฐ์จำลองประจำยานรบสีชาด ยินดีต้อนรับกลับค่ะ เจ้านาย"
หลินเทียนถึงกับมีเครื่องหมายคำถามลอยอยู่บนหัว
"ระบบ ทำไมเอไอมันถึงหน้าตาไม่เหมือนที่ฉันคิดไว้เลยวะ?"
[ตอบโฮสต์ นี่คือสิ่งมีชีวิตจำลอง เป็นภาพโฮโลแกรมครับ]
หลินเทียนลองยื่นมือไปแตะดู มือของเขาทะลุผ่านร่างของเธอไปจริงๆ ด้วย มันคือภาพโฮโลแกรมจริงๆ
แต่มองดูเสี่ยวอ้ายที่ทำท่าทางเขินอายแก้มแดงแปร๊ด หลินเทียนก็อดสงสัยไม่ได้ หรือว่ามันจะถูกตั้งค่าโปรแกรมอะไรแปลกๆ เอาไว้ด้วย?
"เจ้าของเดิมนี่รสนิยมแพรวพราวใช้ได้เลยนะเนี่ย" หลินเทียนลูบคางพลางส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ
[ตอบโฮสต์ รูปลักษณ์นี้ระบบเป็นคนปรับแต่งให้คุณเองครับ]
หลินเทียน "???"
[จากที่ผมประเมินโฮสต์มา สเปคแบบนี้คุณต้องชอบแน่นอนครับ ผมก็เลยถือวิสาสะจัดการให้]
ได้ยินระบบพูดแบบนั้น หลินเทียนก็แอบพูดไม่ออก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบมันพูดถูก ถึงเสี่ยวอ้ายจะเป็นแค่ภาพโฮโลแกรม แต่มองแล้วก็เจริญหูเจริญตาดี ดีกว่ามีหน้าจอทื่อๆ หรือผู้ชายหน้าเถื่อนๆ มาคอยรับใช้เป็นไหนๆ
"ปรับแต่งได้เยี่ยมมาก"
หลินเทียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเลิกสนใจเสี่ยวอ้าย แล้วหันไปสำรวจอุปกรณ์ต่างๆ ในยานแทน
อุปกรณ์ไฮเทคที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเหล่านี้ทำเอาหลินเทียนตื่นเต้นไม่น้อย ในใจแอบสงสัยว่านอกอวกาศอันกว้างใหญ่นั้น จะมีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่อีกจริงๆ หรือเปล่า
แต่จากที่ระบบหลุดปากพูดถึง 'เผ่าเหล็กกล้า' ออกมา ก็พอจะเดาได้ว่านอกจากดาวสุ่ยซิงแล้ว ในจักรวาลนี้ยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆ ดำรงอยู่อีกแน่นอน
เขาเดินสำรวจอยู่นาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้กัปตันที่ทำจากวัสดุล้ำยุคนุ่มสบาย แล้วหันไปสั่งการ
"เสี่ยวอ้าย เปิดระบบโฮโลแกรม"
"รับทราบค่ะ เจ้านาย" เสี่ยวอ้ายรับคำ
วูบ!
บรรยากาศภายในยานเปลี่ยนไปในพริบตา ผนังยานทึบตันค่อยๆ โปร่งใสราวกับกระจก เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ภายนอกได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ในขณะเดียวกัน สายตาของคนที่รออยู่ข้างนอกกลับมองเห็นว่ายานอวกาศลำนั้น... หายวับไปแล้ว!
พวกเขารีบวิ่งเข้าไปคลำดู ก็พบว่ายานยังอยู่ที่เดิม จับต้องได้ แต่กลับมองไม่เห็น
นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!
ข้างในมองเห็นข้างนอก แต่ข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน!
เฟิงเฉี่ยวหลานอ้าปากค้าง จ้องมองคนของตัวเองที่กำลังทำหน้างงงวยอยู่ข้างนอก สลับกับเสี่ยวอ้ายที่ยืนอยู่ข้างหลินเทียน นี่สินะที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์
ไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย แค่ขยับปากสั่งก็พอแล้ว
เฟิงเฉี่ยวหลานไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งตัวเองจะมีสภาพเหมือนคนบ้านนอกเข้ากรุง เห็นอะไรก็ตื่นเต้นร้องว้าวไปซะหมด
ก็แหม... เทคโนโลยีพวกนี้มันล้ำยุคเกินไปนี่นา!
เดี๋ยวนะ!
หลินเทียนมองฉันทำไม? หรือว่าเขาเห็นตอนที่ฉันทำท่าทางบ้านนอกแตกตื่นเมื่อกี้?
...
"ลูกพี่! เจ๊ใหญ่! ในที่สุดก็ออกมาสักที"
"รีบเล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิครับว่าข้างในยานมันเป็นยังไงบ้าง"
หลังจากยืนรออย่างกระวนกระวายใจอยู่หลายชั่วโมง ในที่สุดทั้งสองคนก็เดินลงมาจากยาน ท่ามกลางลูกน้องที่กรูกันเข้าไปหาอย่างตื่นเต้น
ในตอนนั้นเอง ยานรบสีชาดก็คลายสภาวะล่องหน กลับมาปรากฏแก่สายตาทุกคนอีกครั้ง
วิจัยยานลำนี้มาตั้งหลายปี พวกเขาไม่เคยตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อน ทุกคนต่างอยากรู้ว่าสภาพแวดล้อมข้างในมันเป็นยังไง
พวกเขาอยากรู้จนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว!
แต่ก็เข้าไปไม่ได้! ขืนก้าวเข้าไปแค่ก้าวเดียว ระบบป้องกันภัยก็จะทำงาน แล้วพวกเขาก็จะโดนเป่ากระจุยทันที
"เจ๊ใหญ่ครับ ข้างในอากาศไม่ค่อยดีเหรอครับ หน้าเจ๊แดงแปร๊ดเลย"
ลูกน้องคนหนึ่งโพล่งถามขึ้นมา
"อ...อ๋อ! ใช่ๆ! อากาศข้างในมันไม่ค่อยถ่ายเทน่ะ บวกกับอากาศในห้องใต้ดินก็อับอยู่แล้ว ฉันเลยต้องรีบออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกไง"
เฟิงเฉี่ยวหลานสะดุ้งโหยง ยกมือขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะรีบยกมือขึ้นพัดไปมาแก้เก้อ
เธอชำเลืองมองหลินเทียนที่กำลังผิวปากอย่างสบายอารมณ์ ไม่เห็นมีท่าทีอึดอัดกับอากาศไม่ถ่ายเทเลยสักนิด
"อ๋อออ อย่างนี้นี่เอง เจ๊รีบออกไปสูดอากาศข้างนอกเลยครับ ขืนอยู่นานๆ เดี๋ยวจะหน้ามืดเอานะครับ"
ลูกน้องพากันพยักหน้าหงึกหงัก รีบแหวกทางให้
เห็นหน้าเจ๊ใหญ่แดงเถือกขนาดนั้น พวกเขาก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าอากาศข้างในมันจะย่ำแย่ขนาดไหน
"ฉันจะเก็บยานลำนี้ไปก่อนแล้วกัน"
หลินเทียนกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะประสานมือเข้าด้วยกัน ยานรบสีชาดลำเบ้อเริ่มก็หายวับไปจากตรงนั้นทันที
ทุกคนอ้าปากค้าง ตาถลนแทบหลุดออกจากเบ้า
ยานล่ะ?
ยานลำเบ้อเริ่มของพวกเราหายไปไหนแล้ววะ!
พวกเขาจ้องมองหลินเทียนด้วยความตกตะลึง อึ้งกับสิ่งที่เห็นจนพูดไม่ออก นี่มันใช้วิธีไหนกันวะเนี่ย? ต่อให้มีถุงมิติ ก็ไม่น่าจะใส่ยานลำยักษ์ขนาดนี้ได้นี่หว่า!
การแสดงอภินิหารครั้งนี้ ทำให้ความเคารพยำเกรงที่พวกเขามีต่อหลินเทียนพุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีกขั้น
นี่แหละของจริง! สมแล้วที่เป็นลูกพี่ของเจ๊ใหญ่ โคตรเทพเลย!
เสียดายอย่างเดียวที่พวกเขาไม่ได้เข้าไปดูข้างใน อยากจะรู้จริงๆ ว่าข้างในมีของเล่นอะไรสนุกๆ ถึงทำให้สองคนนี้ขลุกอยู่ด้วยกันตั้งหลายชั่วโมง
อยากรู้โว้ยยย!
ข้างในมีปืนใหญ่ทำลายล้างดาวเคราะห์ไหม? บินด้วยความเร็วแสงได้หรือเปล่า? วาร์ปข้ามมิติได้ไหม? บลาๆๆ คำถามนับไม่ถ้วนตีกันวุ่นในหัวพวกเขา
"เดินทางปลอดภัยครับลูกพี่! เจ๊ใหญ่!"
ลูกน้องนับร้อยยืนส่งหลินเทียนและเฟิงเฉี่ยวหลานที่กำลังเดินออกไปจากห้องใต้ดิน ตอนนี้พวกเขาศิโรราบให้กับความเทพของหลินเทียนอย่างราบคาบ
ผู้ชายแบบนี้นี่แหละที่คู่ควรจะเป็นลูกพี่ใหญ่ของพวกเรา และคู่ควรที่จะเป็นผู้ชายของเจ๊ใหญ่!
เมื่อออกมาถึงข้างนอก ใบหน้าของเฟิงเฉี่ยวหลานก็ยังคงแดงระเรื่อ ดูเหมือนยังไม่ค่อยจะตั้งสติได้เท่าไหร่
เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่
สิ่งที่หลินเทียนให้เธอได้เห็นในวันนี้ มันช่วยเปิดหูเปิดตาให้เธออย่างแท้จริง มันบ้าบอเกินไปแล้ว นี่มันใช่เทคโนโลยีที่มนุษย์จะสร้างได้จริงๆ เหรอ? เผลอๆ อาจจะเป็นของที่พวกมนุษย์ต่างดาวสร้างขึ้นมาด้วยซ้ำ
และนั่นก็ทำให้เธอตระหนักได้ว่า ตัวเองนั้นต้อยต่ำและไร้พลังขนาดไหน เพิ่งจะรู้ก็วันนี้แหละว่าบนโลกใบนี้ยังมีเทคโนโลยีสุดล้ำแบบนี้อยู่ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นตัวยานอวกาศ หรือปัญญาประดิษฐ์เสี่ยวอ้าย ทุกอย่างล้วนตราตรึงอยู่ในใจเธอจนยากจะลืมเลือน
"ว้าย..."
เฟิงเฉี่ยวหลานกำลังจะก้าวขึ้นรถ แต่จู่ๆ ขาก็อ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ขาเธอยังสั่นไม่หายเลย ซวยแล้วไง
ในจังหวะที่เธอกำลังหลับตาปี๋ เตรียมใจรับแรงกระแทกจากพื้นถนน ก็มีท่อนแขนแข็งแรงตวัดโอบรอบเอวเธอไว้แน่น เมื่อลืมตาขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นหลินเทียนนั่นเอง
"ระวังหน่อยสิ"
"ขอบคุณค่ะ"
เมื่อได้สบตากับหลินเทียน แถมยังได้รับคำพูดเป็นห่วงเป็นใย ใบหน้าของเฟิงเฉี่ยวหลานก็ซับสีเลือดขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจเต้นโครมครามรัวเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศจากร่างสูงทำให้เธอต้องก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ
หลินเทียนประคองเธอไปนั่งที่เบาะรถ ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้าย "อย่าลืมโอนเงินเข้าบัญชีฉันด้วยล่ะ ถ้าไอ้สองแก๊งนั่นมาหาเรื่อง ก็ติดต่อมาได้เลย..."