- หน้าแรก
- ระบบเช็กอินสุดแกร่งแห่งหน่วยรบพิเศษ
- บทที่ 7 : ขาก ถุย!
บทที่ 7 : ขาก ถุย!
บทที่ 7 : ขาก ถุย!
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเฉินหลิน ผู้กองเหมียวก็โบกมือหนาของเขาพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ
"ก็แค่พวกวัยรุ่นเลือดร้อน ต่อยตีกันนิดหน่อยจะเป็นไรไป? ถ้าไม่รู้จักก่อเรื่องสิถึงจะแปลก แล้วแบบนี้จะเป็นทหารลาดตระเวนได้ยังไง?!"
"ไป ไปค้นหาเหล้าชั้นดีที่ฉันซ่อนไว้ในตู้มา ฉันจะไปหาผู้กองกองร้อยสามสักหน่อย!"
เมื่อเห็นว่าผู้กองเหมียวออกโรงรับจัดการเรื่องนี้ให้ เฉินหลินก็วิ่งหน้าบานไปที่ตู้เก็บของในสำนักงาน แล้วหยิบเอาเหล้าเหมาไถรุ่นพิเศษสำหรับเขตทหารออกมาจากลิ้นชักชั้นบนสุด
"โอ้โห! ผู้กองครับ นี่มันเหล้าชั้นดีเลยนี่นา!"
ผู้กองเหมียวรับขวดเหล้าไป ก่อนจะหาผ้าสะอาดมาเช็ดขวดอย่างทะนุถนอม "แหงล่ะสิ! ผู้การกรมเป็นคนให้เหล้าขวดนี้มาตอนที่ฉันไปประชุมที่กองบัญชาการกรมเลยนะ เอาเหล้าขวดเดียวไปแลกกับว่าที่ทหารลาดตระเวนตั้งแปดคน คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม!"
เฉินหลินเดินตามไปส่งผู้กองเหมียวจนถึงรถ จากนั้นจึงเดินกลับมาที่กองร้อยทหารใหม่
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในค่าย เขาก็เห็นเจิ้งซานเพ่าเดินหิ้วข้าวของพะรุงพะรังออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ
ในนั้นมีทั้งโจ๊กปาเป่า เนื้อกระป๋อง นมสด น้ำวอลนัต... เฉินหลินรีบเดินเข้าไปช่วยเจิ้งซานเพ่าถือถุงใบใหญ่สองถุง พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย "พี่เป้า ทำอะไรอยู่เนี่ย? นี่ยังไม่ทันถึงปีใหม่เลย พี่ตุนของขวัญไว้แล้วเหรอ?"
เจิ้งซานเพ่าตอบกลับอย่างหัวเสีย "ฉันซื้อมาให้นายนั่นแหละ! อย่าลืมจ่ายเงินคืนฉันด้วยล่ะ!"
"ซื้อให้ผม?"
เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติทางสังคมของเฉินหลิน เจิ้งซานเพ่าก็สั่งสอนเขาอย่างจริงจัง
"ทหารของนายไปรุมอัดสือเผิง นายคิดว่าหมอนั่นจะยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ หรือไง? รีบเอาของพวกนี้ไปเยี่ยมเขาซะ พอให้ของขวัญแล้วก็พูดจาดีๆ หน่อย พยายามทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กซะ"
"เจ้าเด็กจวงเหยียนนั่นคงช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ แต่สำหรับคนอื่นๆ มันก็แค่เรื่องวัยรุ่นตีกัน ถ้าสือเผิงไม่เอาเรื่อง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินหลินก็รีบคว้าถุงสองใบมาจากมือของเจิ้งซานเพ่าทันที
"ท้ายที่สุดแล้ว ทหารของสือเผิงนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อเรื่องก่อน จำเป็นต้องเอาของไปให้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่ต้องห่วงหรอกพี่เป้า ผมรู้ว่าควรทำยังไง"
เจิ้งซานเพ่ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก "อย่าทำอะไรวู่วามนะไอ้น้อง นายต้องไปเยี่ยมเขานะ ไม่งั้นถ้าเรื่องมันบานปลาย มันจะกลายเป็นประวัติด่างพร้อยในบันทึกของนายแน่!"
"ไม่ต้องห่วงน่า ไม่ต้องห่วง ผมไปแน่ๆ"
เมื่อกลับมาถึงหอพัก เฉินหลินก็ยัดถุงสี่ใบเข้าไปในตู้เก็บของ หยิบออกมาแค่กล่องนมหนึ่งกล่องกับผลไม้กระป๋องสองกระป๋องเท่านั้น
ยังไงเสีย สือเผิงก็ได้รับบาดเจ็บ และพวกเขาก็เป็นสหายร่วมรบในกรมเดียวกัน เขาต้องไปเยี่ยมแน่อยู่แล้ว แต่นั่นเป็นเพราะความสัมพันธ์ฉันมิตร ไม่ใช่ไปเพื่อขอร้องอ้อนวอน!
แถมตอนนี้ผู้กองเหมียวก็ออกโรงจัดการเรื่องนี้แล้ว ด้วยเส้นสายและทรัพยากรของทหารผ่านศึกอย่างเขา เฉินหลินไม่เชื่อหรอกว่าจะปกป้องพวกจวงเหยียน สี่หวา และคนอื่นๆ ไม่ได้
ตอนบ่ายสองโมงกว่าๆ เฉินหลินก็ได้รับข้อความจากผู้กองเหมียวว่าเขาได้เชิญบรรดาผู้นำของกรมและผู้กองกองร้อยสามมาทานอาหารด้วยกัน หลังจากดื่มกันไปได้หลายแก้ว ผู้กองเหมียวก็พูดแสดงความชื่นชมพวกตัวแสบ 'เลือดร้อน' เหล่านั้น และบอกว่าเขาต้องการรับตัวพวกนั้นเข้ากองร้อยลาดตระเวน
บรรดาผู้นำกรมและผู้กองกองร้อยสามเข้าใจความหมายของผู้กองเหมียวในทันที ในเมื่อดื่มเหล้ากินข้าวกันไปแล้ว พวกเขาก็เลยตกลงกันตรงนั้นว่าจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป
แน่นอนว่าบทลงโทษนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อย่างน้อยโอกาสที่เจ้าพวกนั้นจะได้เข้าร่วมกองร้อยก็ยังคงอยู่
เมื่อได้ยินข่าวนี้ เฉินหลินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ภูเขาที่ทับอยู่บนอกก็ถูกยกออกไปในที่สุด
เขาหยิบกล่องนมกับผลไม้กระป๋องขึ้นมา ไปขอลาพักครึ่งวันกับครูฝึกการเมือง แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลทหาร
"เอาล่ะ ต่อไปก็ถึงเวลาไปเจอไอ้หินรองส้วมนั่นแล้ว!"
...โรงพยาบาลทหาร แผนกผู้ป่วยใน
เฉินหลินมาถึงหน้าประตูห้องพักฟื้นของสือเผิงและชะโงกหน้าเข้าไปดู
สือเผิงกำลังนอนอยู่บนเตียงโดยที่ขาข้างหนึ่งใส่เฝือกเอาไว้ มือข้างหนึ่งถือหนังสือนิตยสาร ส่วนอีกข้างถือแอปเปิล ดูผ่อนคลายและมีความสุขสุดๆ
ให้ตายเถอะ... ทหารของฉันกำลังถูกขังอยู่ในห้องกักบริเวณ แต่แกกลับมานอนเสวยสุขอยู่ที่นี่เนี่ยนะ
【ติ๊ง แจ้งเตือนภารกิจ】
【เมื่อต้องเผชิญหน้ากับต้นเหตุที่ทำให้ทหารใหม่ใต้บังคับบัญชาของคุณต้องถูกกักบริเวณ โฮสต์โปรดเลือก:】
【A. พุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่เขาสักหมัด รางวัล: 200 คะแนน, โดนบันทึกความผิดร้ายแรงหนึ่งครั้ง และถูกประจานไปทั่วทั้งเขตทหาร】
【B. เดินเข้าไปหาเขา ขาก ถุย~! ไอ้สวะ ถ้าแกไม่พอใจก็ลุกขึ้นมาต่อยฉันสิ?! รางวัล: 100 คะแนน, โดนพนักงานรักษาความปลอดภัยเตะโด่งออกจากโรงพยาบาล และโดนบันทึกความผิดหนึ่งครั้ง】
【C. โน้มน้าวเขาด้วยเหตุผล ปะทะฝีปากงั้นเหรอ? นั่นของถนัดฉันเลย! รางวัล: 50 คะแนน】
"นี่มัน..."
เฉินหลินขมวดคิ้วขณะจ้องมองหน้าต่างระบบที่อยู่ตรงหน้า
ระบบเริ่มสร้างตัวเลือกดักทางแล้วเหรอเนี่ย?!
อะไรคือการพุ่งเข้าไปประเคนหมัดให้เขากัน? ถึงแม้ว่าใจจริงเฉินหลินจะอยากทำแบบนั้นมากๆ ก็เถอะ
แต่การได้ระบายอารมณ์แค่ชั่ววูบ แลกกับการโดนบันทึกความผิดร้ายแรงและถูกประจานไปทั่วทั้งเขตทหาร มันไม่คุ้มกันเลยสักนิด
"เอาปลอดภัยไว้ก่อน เลือก C!"
เฉินหลินข่มความคิดเหล่านั้นเอาไว้ ปั้นหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตรประหนึ่งมาเยี่ยมสหายเก่า แล้วเดินฉับๆ เข้าไปในห้องพักฟื้น
"ฮ่าๆ สือเผิง สีนายดูดีนี่นา! ฉันมาเยี่ยมแล้วสหาย!"
"เฉินหลิน?!" เมื่อได้ยินเสียงของเฉินหลิน สือเผิงก็วางนิตยสารลง สายตาของเขาแทบจะพ่นไฟออกมาได้ "นายยังกล้ามาอีกเหรอ?"
เฉินหลินนั่งลงข้างเตียง แล้วยัดกล่องนมกับผลไม้กระป๋องเอาไว้ใต้เตียงผู้ป่วย "ก็สหายเก่าได้รับบาดเจ็บทั้งทีนี่นา? ฉันก็เลยเอาผลไม้กับนมมาเยี่ยมไง"
"เก็บของของนายแล้วไสหัวไปซะ! ฉันไม่ต้องการให้ใครมาเยี่ยม!" สือเผิงแค่นเสียงเย็นชา "อย่าคิดนะว่าเอาของแค่นี้มาให้แล้วฉันจะยอมปล่อยพวกตัวแสบนั่นไป กล้าลงไม้ลงมือกับหัวหน้าหมู่—พวกมันเหิมเกริมกันเกินไปแล้ว!"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินหลินก็ขมวดคิ้ว "สือเผิง นายบาดเจ็บ ฉันที่เป็นพี่น้องก็เลยมาเยี่ยม จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?"
"ไม่จำเป็น! ฉันจะบอกให้นะ ทหารคนไหนในหมู่หนึ่งของนายที่แตะต้องตัวฉัน ฉันจะกัดไม่ปล่อยจนกว่าพวกมันจะถูกเตะโด่งออกจากกองร้อยทหารใหม่!"
ให้ตายสิ ไอ้หินรองส้วมนี่ ให้คืบจะเอาศอกจริงๆ
รู้งี้ฉันน่าจะเลือกข้อ A ไปตั้งแต่แรก! พุ่งเข้ามาแล้วประเคนหมัดใส่เจ้านี่ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!
สีหน้าของเฉินหลินเย็นชาลงทันที เขาคว้าเก้าอี้ม้านั่งมาแล้วนั่งลงอย่างแรง "เหอะ! ไอ้หินรองส้วม แกนี่มันทั้งเหม็นโฉ่ทั้งหัวแข็งจริงๆ ถ้าแกจะพูดแบบนี้ งั้นเราก็คงต้องมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องต่อหน้าซะแล้ว"
"นายหมายความว่าไง!"
เมื่อเห็นเฉินหลินนั่งอยู่บนเก้าอี้ม้านั่งราวกับไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปไหน สือเผิงก็โกรธจัด แต่เขาก็ลุกจากเตียงไปเตะไล่หมอนี่ไม่ได้
"อย่างแรกเลยนะ ทหารหมู่สามของนายเป็นคนเริ่มก่อเรื่องก่อน ตอนที่สองหมู่ตีกัน มันไม่มีคำว่าใครถูกใครผิดหรอกนะ ตีกันก็คือตีกัน ถ้าแกคิดจะเล่นงานคนในหมู่หนึ่งของฉัน งั้นฉันก็จะใช้ข้ออ้างเดียวกันนี้ไปจัดการคนในหมู่สามของแกบ้าง!"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินหลิน สือเผิงก็ตวาดลั่น "เลิกเล่นลิ้นได้แล้ว! นายลองเดินไปดูที่ห้องข้างๆ สิว่าคนเจ็บทั้งหมดน่ะมาจากหมู่สามของฉันหรือเปล่า! นายคิดว่าการตีกันธรรมดากับการซ้อมคนจนต้องเข้าโรงพยาบาลมันจะปฏิบัติเหมือนกันได้หรือไง?!"
"ไอ้หินรองส้วม แกไม่อายบ้างเหรอที่เอาแต่หาข้ออ้างเนี่ย?! การที่คนของแกต้องมาเข้าโรงพยาบาล มันก็แค่แปลว่าสือเผิงอย่างแกมันไร้น้ำยา ไม่สามารถฝึกทหารให้ต่อสู้เป็นได้ก็เท่านั้นแหละ!"
"แก!!" ใบหน้าของสือเผิงแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาหอบหายใจถี่กระชั้น "ได้ ได้ ได้ ถึงเราจะไม่พูดเรื่องที่ทหารสองหมู่ตีกัน แต่นายจะอธิบายยังไงเรื่องที่คนของนายมาลงไม้ลงมือกับฉันที่เป็นหัวหน้าหมู่ของพวกมัน?!"
เฉินหลินไม่เกรงใจเลยสักนิด เขาคว้าผลไม้จากโต๊ะข้างเตียงของสือเผิงมายัดเข้าปาก พลางเคี้ยวตุ้ยๆ และพูดไปด้วยว่า
"มีอะไรต้องอธิบายล่ะ? แกเป็นถึงหัวหน้าหมู่ เห็นทหารสองหมู่ตีกัน แทนที่จะเข้าไปห้าม แกกลับเข้าไปผสมโรงด้วย เข้าไปผสมโรงยังไม่พอ สุดท้ายดันโดนทหารใหม่กระทืบเอาอีก แบบนี้มันก็ย้อนกลับไปที่เดิมว่า สือเผิงอย่างแกมันไร้น้ำยา ไม่ใช่หรือไง?"