เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 : ทายาทนายทุน

บทที่ 24 : ทายาทนายทุน

บทที่ 24 : ทายาทนายทุน


ผู้อำนวยการสวี่โผเข้ากอดเสิ่นเหนี่ยวทันทีที่อีกฝ่ายก้าวพ้นประตูเข้ามา

"เสี่ยวเสิ่น ขอบใจเธอมากนะ ถ้าไม่ได้เธอ หลานสาวตัวน้อยของฉันคงจะ..."

จางชุ่ยฮวาที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับงุนงงไปชั่วขณะ หล่อนรีบเอ่ยถามขึ้นมา "ผู้อำนวยการสวี่คะ นี่มันเรื่องอะไรกันคะเนี่ย?"

ผู้อำนวยการสวี่เช็ดน้ำตา นัยน์ตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งขณะจ้องมองเสิ่นเหนี่ยว

"เด็กที่เสี่ยวเสิ่นช่วยชีวิตไว้เมื่อเช้านี้คือหลานสาวของฉันเอง แล้วก็ชุ่ยฮวา ขอบใจเธอด้วยนะ วันนี้เธอช่วยได้มากจริงๆ"

จางชุ่ยฮวารีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน "ฉันแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ ทั้งหมดเป็นความดีความชอบของเสี่ยวเสิ่นต่างหาก"

ผู้อำนวยการสวี่ได้สอบถามรายละเอียดมาหมดแล้ว จึงรู้ดีว่าใครเป็นคนช่วยเหลือและช่วยไปมากน้อยแค่ไหน

เธออายุใกล้จะห้าสิบแล้ว และมีลูกกับสามีเพียงคนเดียว นั่นก็คือลูกชายที่ชื่อ หนิวเซิ่งลี่

หนิวเซิ่งลี่เป็นทหารเช่นกัน แต่เขาประจำการอยู่ที่เมืองลู่เฉิงในตำแหน่งผู้บังคับการกรม และภรรยาของเขาก็เป็นคนเมืองลู่เฉิงด้วย

ครั้งนี้ ลูกสะใภ้พาหลานๆ มาเยี่ยมเพื่อจะได้ใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันตามประสาครอบครัว ใครจะไปคิดว่าหลังจากได้ยินปู่เล่าเรื่องการเดินเก็บของริมชายหาดเมื่อคืนก่อน เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลานชายคนโตจะแอบพาน้องสาววัยสองขวบไปที่ชายหาดเสียอย่างนั้น

ตอนนั้นคนทั้งบ้านยังคงหลับสนิท ผู้บัญชาการกองพลหนิวได้ยินเสียงกุกกัก แต่ก็คิดว่าเป็นแค่เสียงลมพัดประตู

กว่าลูกสะใภ้จะตื่นมาพบว่าเด็กๆ หายตัวไป เธอก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบถล่มลงมา

คนทั้งครอบครัวรวมถึงทหารยามต่างออกตามหากันให้วุ่นวายไปหมด เมื่อได้ยินข่าวว่ามีเด็กจมน้ำที่ชายหาด ลูกสะใภ้ก็วิ่งร้องไห้ฟูมฟายออกไป แล้วก็ถึงกับเป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเลย

เมื่อฟื้นขึ้นมา เธอจึงได้รู้ว่าเด็กที่จมน้ำคือหลานสาวตัวน้อยของเธอจริงๆ แต่ก็นับว่าโชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจนฟื้นคืนสติกลับมาได้

สวี่กุ้ยฟาง รีบเร่งไปที่โรงพยาบาลและสวมกอดหลานสาว ร้องไห้อยู่นานกว่าจะเอ่ยปากถามลูกสะใภ้ว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตแม่หนูน้อยเอาไว้

ตอนนั้นลูกสะใภ้กำลังสติแตก มัวแต่พะวงเรื่องลูกจนไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของผู้มีพระคุณ เธอจำได้แค่ว่ามีชายในเครื่องแบบทหารเรืออยู่กับผู้หญิงคนนั้นด้วย

เบาะแสแค่นั้นก็สืบหาได้ไม่ยากแล้ว หลังจากสอบถามพลทหารที่เป็นคนขับรถในวันนี้ เธอจึงได้รู้ว่าคนที่ช่วยชีวิตหลานสาวของเธอไว้ก็คือ เสิ่นเหนี่ยว ว่าที่ภรรยาของผู้บังคับการกรมอู๋นั่นเอง

ดังนั้น เธอจึงรีบมุ่งหน้าไปที่เรือนรับรอง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเสิ่นเหนี่ยวไม่ได้อยู่ที่นั่น เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายสนิทสนมกับจางชุ่ยฮวา เธอจึงตามมาหาที่นี่ และก็ได้พบจริงๆ

เสิ่นเหนี่ยวไม่เคยคาดคิดเลยว่าเด็กที่เธอช่วยไว้จะเป็นหลานสาวของผู้อำนวยการสวี่ ในตอนนี้ ผู้บัญชาการสูงสุดของเขตทหารรักษาการณ์แห่งนี้ก็คือผู้บัญชาการกองพลหนิวนี่เอง

แต่ตอนที่ช่วยชีวิตเด็กคนนั้น เธอไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นใดเลย เธอแค่รู้สึกดีใจที่แม่หนูน้อยปลอดภัย

เสิ่นเหนี่ยวเอ่ยขึ้น "สถานการณ์ตอนนั้นฉุกเฉินมากค่ะ ฉันคิดว่าถ้าพาส่งโรงพยาบาลเลยอาจจะใช้เวลานานเกินไป บังเอิญว่าฉันพอจะรู้วิธีปฐมพยาบาลคนจมน้ำอยู่บ้าง แต่วิธีนี้ต้องใช้แรงกดค่อนข้างเยอะ ฉันก็เลยพลั้งมือทำให้ซี่โครงของหลานสาวคุณหักน่ะค่ะ"

แม้ว่าสวี่กุ้ยฟาง จะเป็นสูตินรีแพทย์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่เข้าใจถึงความร้ายแรงของการจมน้ำ มันเป็นเรื่องของความเป็นความตายในเวลาเพียงไม่กี่นาที มีคนเล่าว่าหลานสาวของเธอหยุดหายใจไปแล้วตอนที่ถูกดึงตัวขึ้นมา ไม่ว่าจะพาส่งคลินิกทหารหรือที่ไหนก็คงไม่ทันการ

เมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตแล้ว ซี่โครงหักถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เธอได้ยินจากลูกสะใภ้ว่า เสิ่นเหนี่ยวยังป้อนยาช่วยชีวิตให้หลานสาวของเธอระหว่างทางที่นั่งรถไปโรงพยาบาลอีกด้วย

ไม่ว่าจะมองในแง่ไหน เสิ่นเหนี่ยวก็ถือเป็นผู้มีพระคุณอย่างใหญ่หลวงต่อครอบครัวของพวกเธอ

สวี่กุ้ยฟาง นำของขวัญมามอบให้มากมาย ทั้งของใช้ทั่วไปอย่างนมมอลต์สกัดและอาหารกระป๋อง ไปจนถึงของหายากอย่างกล้วยและแอปเปิล เสิ่นเหนี่ยวและจางชุ่ยฮวาได้รับแบ่งไปคนละส่วน ในขณะที่โสมภูเขาเก่าแก่รากหนึ่งถูกมอบให้เสิ่นเหนี่ยวโดยเฉพาะ

"โสมรากนี้มีอายุแปดร้อยปี เป็นมรดกตกทอดมาจากคุณปู่ของฉันเอง"

สวี่กุ้ยฟาง ยัดโสมใส่มือของเสิ่นเหนี่ยว "เก็บรักษาไว้ให้ดีล่ะ เผื่อวันหน้าอาจจะได้ใช้ประโยชน์"

ผู้ชายของพวกเธอล้วนเป็นทหาร หลายปีก่อน ตอนที่เหล่าหนิว สามีของเธอต้องออกไปรบ เธอเคยบอกให้เขาพกโสมรากนี้ติดตัวไปด้วยเพื่อใช้รักษาชีวิต

ตอนนี้เหล่าหนิวแทบจะไม่ได้ออกไปรบที่แนวหน้าแล้ว และถึงแม้จะไป เขาก็เป็นเพียงผู้บัญชาการอยู่แนวหลัง อันตรายจึงไม่ได้สูงมากนัก เธอคิดจะมอบมันให้กับเสิ่นเหนี่ยว เพราะอู๋ชิงชวนยังหนุ่มแน่นและเป็นที่คาดหวังอย่างมาก ในอนาคตเขาจะต้องสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่อีกมากมายอย่างแน่นอน การมีโสมเก่าแก่รากนี้ติดตัวไว้อาจจะช่วยกู้สถานการณ์ในยามคับขันได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอยัดมันใส่มือของเสิ่นเหนี่ยว เสิ่นเหนี่ยวกลับปฏิเสธ

"มันล้ำค่าเกินไปค่ะ ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก"

เธอไม่มีความตั้งใจที่จะรับมันไว้จริงๆ การช่วยชีวิตคนเป็นความดีงาม มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรับของมีค่าขนาดนี้เป็นการตอบแทน

สวี่กุ้ยฟาง ยืนกรานที่จะยัดมันใส่มือเธอ "เธอต้องรับโสมรากนี้ไว้นะ"

"ไม่ค่ะ ไม่เอาจริงๆ ฉันไม่ได้ช่วยเธอเพราะเธอเป็นหลานสาวของคุณนะคะ ฉันแค่บังเอิญอยู่ที่นั่นพอดี ต่อให้เป็นคนอื่นฉันก็จะช่วยเหมือนกันนั่นแหละค่ะ"

"ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนจิตใจดี แต่เธอช่วยชีวิตหลานสาวของฉันไว้ และเราก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นที่จะตอบแทนเธอได้เลย ได้โปรดรับโสมรากนี้ไว้เถอะนะ"

เสิ่นเหนี่ยวดันโสมกลับไป แล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของสวี่กุ้ยฟาง

"ผู้อำนวยการสวี่คะ ถ้าคุณอยากจะขอบคุณฉันจริงๆ รบกวนช่วยฉันเรื่องหนึ่งได้ไหมคะ"

ผู้อำนวยการสวี่จากไปอย่างมีความสุข โดยนำโสมรากนั้นกลับไปด้วย

จางชุ่ยฮวางุนงงไปหมด "คุณพูดอะไรกับหล่อนเหรอ? แล้วคุณปฏิเสธโสมที่อายุขนาดนั้นไปได้ยังไงกัน?"

แปดร้อยปีเชียวนะ! นั่นมันโสมอายุแปดร้อยปีเลยนะ!

เสิ่นเหนี่ยวฮัมเพลงในคอแล้วขยิบตาให้หล่อน "ลองทายดูสิคะ"

...

เมื่อผู้บัญชาการกองพลหนิวเห็นผู้อำนวยการสวี่กลับมาพร้อมกับโสม เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก "สหายคนนั้นไม่รับงั้นรึ?"

"สหายคนนั้นอะไรกัน? ฉันบอกคุณแล้วไงว่าเธอชื่อเสี่ยวเสิ่น"

ผู้อำนวยการสวี่รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก สหายเสี่ยวเสิ่นก็มีชื่อเสียงเรียงนาม การเรียกเธอแบบนั้นดูไม่ให้เกียรติเอาเสียเลย

"ฉันจะบอกอะไรให้นะเหล่าหนิว เสี่ยวเสิ่นคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตอาเม่ยของเรา คุณจะมาพูดจาแบบนี้ไม่ได้นะ"

เมื่อเห็นว่าคำถามลอยๆ ทำให้ภรรยาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ผู้บัญชาการกองพลหนิวก็รีบเออออห่อหมกทันที

"โอเคๆ เสี่ยวเสิ่นก็เสี่ยวเสิ่น ฉันแค่จำชื่อเธอไม่ได้แม่นนักหรอกน่า ต่อไปนี้ฉันจะจำไว้แล้วกัน"

ผู้อำนวยการสวี่พ่นลมหายใจฮึดฮัด "คุณควรจะจำให้ขึ้นใจเลยล่ะ เสี่ยวเสิ่นเป็นสหายที่ดีมาก ทั้งสวยทั้งจิตใจดี เธอปฏิเสธโสมหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมรับ แล้วก็ไม่คิดจะใช้บุญคุณมาทวงของรางวัลเลยด้วยซ้ำ"

"เธอขอร้องฉันแค่เรื่องเดียว คุณรู้ไหมว่าเรื่องอะไร?"

ผู้บัญชาการกองพลหนิวสะบัดหนังสือพิมพ์ในมือ "เธออยากให้ใบคำร้องขอแต่งงานได้รับการอนุมัติเร็วๆ สินะ"

"คุณรู้ได้ยังไง?"

รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เคร่งขรึมและดุดันของผู้บัญชาการกองพลหนิว "ไอ้หนุ่มชิงชวนนั่นก็มาหาฉัน แล้วก็พูดเรื่องเดียวกันเป๊ะเลยน่ะสิ"

"หึ ไอ้เด็กนั่นเพิ่งจะมารู้จักร้อนรนก็ตอนนี้เอง"

เมื่อนึกย้อนไปตอนที่อู๋ชิงชวนมาหาเขา พร้อมกับตีหน้าขรึมถามว่าพอจะช่วยเร่งรัดเบื้องบนให้ออกใบคำร้องขอแต่งงานให้เร็วที่สุดได้หรือไม่ ผู้บัญชาการกองพลหนิวก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา

ผู้อำนวยการสวี่เองก็รู้สึกขบขันเช่นกัน "ฮ่าๆ คู่รักคู่นี้ช่างน่าสนใจจริงๆ"

"แล้วตกลงคุณได้ไปช่วยเร่งรัดให้พวกเขาหรือเปล่าล่ะ? โธ่เอ๊ย ในเมื่อทั้งสองคนก็มีใจให้กัน คุณก็แค่โทรศัพท์ไปบอกกล่าวสักหน่อยเถอะ ก็แค่ประทับตราไม่กี่ทีเองไม่ใช่หรือไง"

"ฉันทำแล้ว" รอยยิ้มของผู้บัญชาการกองพลหนิวจางหายไป "เสี่ยวเสิ่นคนนี้เป็นทายาทของนายทุน"

"พื้นที่ของพวกเราค่อนข้างมีความพิเศษ และชื่อของชิงชวนก็ถูกขึ้นทะเบียนไว้ในระดับสูง การเข้าไปพัวพันกับพวกนายทุนไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก"

รอยยิ้มของผู้อำนวยการสวี่พลันมลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาแห่งความกังวล

ทายาทนายทุน... นั่นจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน

ผู้บัญชาการกองพลหนิวกล่าวต่อ "คุณรู้ไหมว่าครอบครัวนายทุนตระกูลไหน?"

"ตระกูลเสิ่นแห่งเมืองไห่เฉิง"

ผู้อำนวยการสวี่พยายามสะกดกลั้นความตกใจในแววตาเอาไว้

"ฉันจำได้ว่าคฤหาสน์ตระกูลเสิ่นบริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้กับสงครามต่อต้านเลยนะ"

"ใช่ ถ้าเป็นพวกคนขายชาติ พวกนั้นคงถูกจับกุมแล้วก็จบเรื่องไปแล้ว แต่ตระกูลเสิ่นยอมบริจาคทรัพย์สมบัติเกินครึ่งในตอนนั้น แม้แต่ฉันเองก็ยังเคยใช้ยาที่พวกเขาบริจาคมาตอนอยู่ประจัญบานในสนามรบเลย"

"แต่กระนั้น คนบางพวกก็ทำตัวประเภทกินเสร็จก็ทุบหม้อข้าวทิ้ง พยายามจะหาเรื่องสร้างปัญหาโดยใช้ป้ายชื่อ 'นายทุน' มาเล่นงาน"

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ผู้บัญชาการกองพลหนิวก็โยนหนังสือพิมพ์ทิ้งไว้ข้างๆ ด้วยความขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

จบบทที่ บทที่ 24 : ทายาทนายทุน

คัดลอกลิงก์แล้ว