- หน้าแรก
- ข้าไม่ปรารถนาตำแหน่งเจ้าสำนักจริงๆ นะ
- บทที่ 13: ล่าสมบัติ
บทที่ 13: ล่าสมบัติ
บทที่ 13: ล่าสมบัติ
บทที่ 13: ล่าสมบัติ
หลังจากกลับมาที่หอถ่ายทอดวิชา เฉินหยวนก็เรียกจางเสี่ยวอี่มาพบเป็นอันดับแรก
"ไปหาพวกคนว่างงานตามข้างถนนมาสักหน่อย ให้ไปเฝ้าดูที่ประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ถ้าพวกมันเห็น 'ต้วนคุน' หนึ่งในห้าผู้พิทักษ์ของพรรควารีทมิฬ เจ้าของฉายา 'ดาบเขี้ยวผี' ออกจากเมืองเมื่อไหร่ ให้รีบมาบอกข้าทันที"
จางเสี่ยวอี่พยักหน้ารัวๆ "คุณชายวางใจได้ขอรับ ครั้งนี้ข้าจะต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาให้แน่นอน"
เขายังคงโทษตัวเองเรื่องเว่ยอีเตาเมื่อครั้งก่อนอยู่... ดันไปหาคนโลภมากและพึ่งพาไม่ได้มาทำงาน จนคุณชายต้องมาตามเช็ดตามล้างให้ นี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ
"ไม่ต้องเกร็งไป แค่ให้ไปเฝ้าประตูเมือง ไม่ได้นับว่าเป็นการสะกดรอยด้วยซ้ำ ใครมีตาก็ทำได้ทั้งนั้น แค่อย่าให้ความแตกก็พอว่าเป็นคนของพรรคหมาป่าสวรรค์"
จางเสี่ยวอี่พยักหน้าแล้วรีบวิ่งออกไปจัดการทันที
ทว่าครั้งนี้เขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาดแล้ว จะไปไว้ใจพวกคนข้างถนนมากเกินไปไม่ได้
ดังนั้น เขาจึงวางแผนหาคนว่างงานไปเฝ้าประตูเมืองประตูละสามคน โดยไม่ให้แต่ละคนรู้ว่ามีคนอื่นเฝ้าอยู่ด้วย
ต่อให้มีคนแอบอู้งาน แต่อย่างน้อยก็ต้องมีสักคนในสามคนที่พึ่งพาได้ล่ะน่า? แต่ถ้าดันอู้งานกันหมดทั้งสามคน ก็ถือว่าซวยไปก็แล้วกัน!
การที่เฉินหยวนให้จางเสี่ยวอี่ไปจับตาดูต้วนคุนแห่งพรรควารีทมิฬ ก็เพื่อจะแย่งชิงของบางอย่างมาจากมัน
ก่อนที่จะไปแย่งชิงศัสตราเทพ เฉินหยวนย่อมต้องการรวบรวมไพ่ตายไว้ในมือให้ได้มากที่สุด
ทว่า ต่อให้เฉินหยวนจะมีเคล็ดวิชาลมปราณหรือวรยุทธ์มากแค่ไหน เวลาของเขาก็มีจำกัด อีกไม่ถึงสองเดือน เจี่ยงไคไท่ก็จะเริ่มทำพิธีสังเวยโลหิตศัสตราเทพแล้ว
ดังนั้นก่อนจะถึงวันนั้น นอกจากความแข็งแกร่งของตัวเองแล้ว เฉินหยวนยังต้องการไพ่ตายอย่างอื่นมาเสริมด้วย
และต้วนคุนก็มีสิ่งที่เฉินหยวนต้องการอยู่พอดี!
ต้วนคุน เจ้าของฉายา 'ดาบเขี้ยวผี' เป็นหนึ่งในห้าผู้พิทักษ์ของพรรควารีทมิฬ มีระดับพลังอยู่ขั้น 'โคจรโลหิต'
ผู้พิทักษ์ทั้งห้าของพรรควารีทมิฬล้วนแข็งแกร่ง และทั้งหมดก็อยู่ในขั้นโคจรโลหิต
ไม่ผิดเลยที่หูเหลาซานเคยบอกว่า ผู้พิทักษ์ทั้งห้าของพรรควารีทมิฬนั้นแข็งแกร่งกว่าสามผู้กล้าหมาป่าสวรรค์
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเฉินหยวนและพี่ชายบุญธรรมยังอายุน้อยกันอยู่มาก ในขณะที่ผู้พิทักษ์ที่อายุน้อยที่สุดของพรรควารีทมิฬก็ปาเข้าไปสี่สิบกว่าแล้ว
ในเนื้อเรื่องเดิม หลังจากพิธีสังเวยโลหิตศิลาเจ็ดสังหาร พรรคหมาป่าสวรรค์ก็ถูกล้างบาง พรรควารีทมิฬจึงสามารถเข้ายึดครองเมืองเหลียนซานได้ทั้งหมดโดยแทบไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
เมื่อไร้เสี้ยนหนาม พรรควารีทมิฬก็ยิ่งโอหังและกำเริบเสิบสาน ก่อกรรมทำเข็ญสารพัด ด้วยเหตุนี้จึงมีพล็อตเรื่องที่ผู้เล่นต้องไปต่อสู้กับห้าผู้พิทักษ์ของพรรควารีทมิฬ
ต้วนคุนได้งัดเอาไพ่ตายของมันออกมาใช้ในเนื้อเรื่องช่วงนั้น นั่นคือ อาวุธลับระดับสูงที่สร้างโดย 'หอคอยกลไกเทวะ'นามว่า... 'น้ำตาเจ้าแม่กวนอิม'
หอคอยกลไกเทวะมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วยุทธภพในด้านอาวุธลับกลไก โดยใช้ศัสตราเทพ 'ร้อยหลอมกลไกเทวะ'
อาวุธลับทุกชิ้นที่ผลิตโดยหอคอยกลไกเทวะ ล้วนมีอานุภาพทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
ในเนื้อเรื่องเดิม เบาะแสเดียวที่เชื่อมโยงต้วนคุนกับน้ำตาเจ้าแม่กวนอิม มีเพียงฉากความทรงจำในอดีตของต้วนคุนเองเท่านั้น
มีคนเอาชิ้นส่วนกลไกไปจำนำที่โรงรับจำนำของพรรควารีทมิฬ และต้วนคุนก็บังเอิญพบว่าชิ้นส่วนนั้นมีสัญลักษณ์ของหอคอยกลไกเทวะ
เมื่อสืบตามเบาะแส ต้วนคุนก็พบว่ามีอดีตคนรับใช้ที่หนีออกมาจากหอคอยกลไกเทวะ อาศัยอยู่นอกเมืองเหลียนซาน และคนที่เอาของไปจำนำก็คือลูกชายของคนรับใช้ผู้นั้น
ในเมื่อมีชิ้นส่วนกลไก พวกเขาก็อาจจะมีอาวุธลับที่สมบูรณ์อยู่ด้วย
ด้วยความคิดที่อยากลองเสี่ยงโชค ต้วนคุนจึงนำลูกน้องไปฆ่าล้างโคตรครอบครัวนั้น และพวกมันก็เจอน้ำตาเจ้าแม่กวนอิมซ่อนอยู่ในบ้านจริงๆ
ฉากความทรงจำนี้แวบเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้ระบุเวลาหรือวันที่ชัดเจน หรือแม้แต่ที่อยู่ของคนรับใช้ทรยศจากหอคอยกลไกเทวะผู้นั้น
แต่จากฉากสั้นๆ เหล่านั้น เฉินหยวนก็ปะติดปะต่อได้ว่า ช่วงเวลาที่ต้วนคุนได้น้ำตาเจ้าแม่กวนอิมมา น่าจะเป็นช่วงก่อนพิธีสังเวยศิลาเจ็ดสังหาร
ถ้าต้วนคุนนำลูกน้องออกนอกเมืองในช่วงเวลานี้ล่ะก็... มีโอกาสถึงเก้าในสิบส่วนเลยทีเดียวที่มันกำลังจะไปชิงน้ำตาเจ้าแม่กวนอิม!
หลังจากสั่งให้จางเสี่ยวอี่ไปเฝ้าสังเกตการณ์ เฉินหยวนก็กลับไปเก็บตัวฝึก 《เคล็ดวิชาวารีเมฆาคลั่ง》 ต่อการทะลวงจุดชีพจรทั่วร่างเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น หากต้องการจะบรรลุวิชานี้อย่างถ่องแท้ เขาต้องกระตุ้นจุดชีพจร ปรับสมดุลเส้นชีพจร และขยายจุดตันเถียนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อตั้งจิต ลมปราณในจุดชีพจรทั่วร่างก็จะพองตัวและพุ่งพล่าน เติมเต็มจุดตันเถียนในพริบตา และระเบิดพลังลมปราณอันรุนแรงดั่งกระแสน้ำเชี่ยว... ถึงขั้นนี้จึงจะเรียกได้ว่าบรรลุ《เคล็ดวิชาวารีเมฆาคลั่ง》อย่างสมบูรณ์
หลังจากเก็บตัวเงียบมากว่าสามสิบวัน ในที่สุดจางเสี่ยวอี่ก็นำข่าวมาบอก
"ต้วนคุนนำลูกน้องออกจากเมืองไปทางประตูทิศใต้แล้วขอรับ!"
จางเสี่ยวอี่ไม่ได้อู้งานเลยตลอดสามสิบกว่าวันที่ผ่านมา
เพราะกลัวว่าพวกสายสืบจะอู้งาน เขาจึงจ่ายเงินแบบรายวัน และเปลี่ยนกลุ่มคนเฝ้าทุกๆ สองสามวัน แถมบางทียังแกล้งเดินไปป้วนเปี้ยนแถวประตูเมืองด้วยตัวเอง
ในที่สุดก็มีคนมารายงานว่าต้วนคุนนำลูกน้องออกจากเมืองไปแล้ว จางเสี่ยวอี่จึงรีบมารายงานเฉินหยวนโดยไม่รอช้า
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า เฉินหยวนก็หยิบหมวกปีกกว้างสานด้วยไม้ไผ่มาสวม
"ไปหาม้าให้ข้าตัวหนึ่ง"
จางเสี่ยวอี่รีบไปเตรียมม้ามาให้ แล้วเฉินหยวนก็ควบม้าออกไปทันที
ถนนสายหลักของเมืองเหลียนซานพาดผ่านจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก พวกกองคาราวานจึงมักจะใช้ประตูเมืองฝั่งตะวันออกและตะวันตกเป็นหลัก
ถนนที่มุ่งสู่ทิศเหนือและใต้ส่วนใหญ่เป็นทางแคบๆ กองคาราวานไม่ค่อยใช้ มักจะมีแต่ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงสัญจรไปมา
ต้วนคุนนำลูกน้องสิบกว่าคนควบม้าออกจากเมือง เฉินหยวนสังเกตรอยเกือกม้าบนพื้นดิน แล้วควบตามรอยนั้นไป
ราวสิบห้านาทีต่อมา ก็มีเสียงเอะอะแว่วมาจากที่ไกลๆ
มันคือเรือนหลังหนึ่งที่สร้างอยู่ริมลำธาร ตอนนี้ถูกล้อมรอบด้วยลูกสมุนพรรควารีทมิฬเจ็ดแปดคนที่มีอาวุธครบมือ
มีศพชายหญิงคู่หนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น เลือดสาดกระเซ็นแดงฉานไปทั่วลานบ้าน
ชายหัวโล้นรูปร่างบึกบึนอายุราวสี่สิบกว่าปี ถือดาบยาวเล่มหนาเตอะที่มีความยาวเกินครึ่งหนึ่งของส่วนสูงของเขา
ดาบเล่มนั้นมีสีดำสนิท คมดาบหยักแหลมคล้ายเขี้ยวหมาป่า ดูดุดันและน่าเกรงขาม ดาบเล่มนั้นเป็นของต้วนคุน ฉายา 'ดาบเขี้ยวผี' หนึ่งในห้าผู้พิทักษ์แห่งพรรควารีทมิฬ
ต้วนคุนถือดาบเขี้ยวผีไว้ในมือ ตบเบาๆ ที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีที่นอนอยู่บนพื้น แล้วแสยะยิ้มเยาะ
"ไอ้หนู ยอมส่งอาวุธลับของหอคอยกลไกเทวะมาแต่โดยดี แล้วข้าอาจจะเมตตาสงเคราะห์ให้เจ้าตายสบายขึ้นอีกหน่อย ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ข้ามีวิธีอีกร้อยแปดที่จะรีดเค้นให้เจ้าคายออกมาหมดเปลือก แม้แต่เรื่องที่เจ้าเคยฉี่รดที่นอนตอนเด็กๆ!"
คมดาบเย็นเยียบแนบลงบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ทำเอาเขาสะดุ้งเฮือก ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเสียใจ
เขาเสียใจที่ไม่ยอมฟังคำเตือนของพ่อแม่ และดึงดันที่จะเข้าเมืองเหลียนซานให้ได้
หลังจากได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเหลียนซาน เขาก็อยากกินอยากได้ทุกอย่างไปหมด แต่เขาไม่มีเงิน มีแค่เหรียญทองแดงไม่กี่อีแปะติดตัว
ครอบครัวเขาไม่ได้มีเงินทองมากมาย แต่เขาจำได้ว่าที่บ้านมีเศษโลหะอยู่หลายชิ้น พ่อของเขาทะนุถนอมมันมากและไม่เคยยอมให้เขาแตะต้องมันเลย
เด็กหนุ่มรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าของสิ่งนั้นต้องมีค่า เขาจึงแอบขโมยชิ้นที่เล็กที่สุดไปจำนำที่โรงรับจำนำ ได้เงินมาสองร้อยกว่าอีแปะ แล้วเขาก็เอาไปใช้กินดื่มเที่ยวเล่นในเมืองอย่างสำราญใจตลอดทั้งวัน
ใครจะไปคิดล่ะว่า การกระทำเช่นนั้นจะนำพามหันตภัยมรณะมาสู่ครอบครัวของเขา!
ในตอนนั้นเอง ลูกสมุนพรรควารีทมิฬคนหนึ่งก็เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับถือกล่องใบหนึ่งพลางตะโกน "ลูกพี่! ข้าเจอของแล้ว!"
ต้วนคุนดีใจเนื้อเต้น แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด เสียงควบม้าตะบึงก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
พร้อมกันนั้น เสียงดาบแหวกอากาศแหลมปรี๊ดก็ดังขึ้น!
ลูกสมุนพรรควารีทมิฬคนนั้นยังคงประคองกล่องไว้ในมือ แต่หัวของมันกลับปลิวหลุดกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศแล้ว!
เฉินหยวนคว้ากล่องใบนั้นมายัดเข้าไว้ในอกเสื้อ แล้วกระโดดลงจากหลังม้า หมวกปีกกว้างบังใบหน้าของเขาไปกว่าครึ่ง
ต้วนคุนชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดโทสะออกมา "บังอาจมาชิงของของข้า! รนหาที่ตายนัก! ฆ่ามัน!"
สิ้นเสียงสั่ง ลูกสมุนพรรควารีทมิฬที่เหลือก็พุ่งเข้าล้อมกรอบและจู่โจมเฉินหยวนทันที
เฉินหยวนสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ดาบเยี่ยนหลิงก็ถูกชักออกจากฝัก ประกายดาบสว่างวาบบาดตาพุ่งทะยานดุจสายฟ้าแลบ งดงามตระการตาและรวดเร็วสุดเปรียบ!
"ฉั๊วะ!"
เสียงเนื้อฉีกขาดดังขึ้นเบาๆ เลือดอุ่นๆ พุ่งกระฉูดออกจากลำคอของลูกสมุนคนแรกที่พุ่งเข้ามา มันยังไม่ทันได้หยุดวิ่ง ร่างก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
สีหน้าของต้วนคุนเปลี่ยนไปทันที
ดาบคมกริบอะไรเช่นนี้!
ลูกสมุนอีกคนที่ถือหอกพุ่งเข้าแทงเฉินหยวนจากด้านหลัง เฉินหยวนเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะใช้มือซ้ายคว้าดึงและกระชากอย่างแรง พลังมหาศาลทำให้ลูกสมุนคนนั้นสะดุดหน้าคะมำถลาเข้ามาหาเฉินหยวน
เสี้ยววินาทีต่อมา มือซ้ายของเฉินหยวนก็เลื้อยพันราวกับอสรพิษ หักข้อมือของมัน บิดข้อศอก และบดขยี้กระดูกจนแหลกละเอียด
《ฝ่ามือหยกสลายไหมพันธนาการ》!
กร๊อบ! สิ้นเสียงกระดูกแตกหัก แขนซ้ายและกระดูกลูกกระเดือกของลูกสมุนพรรควารีทมิฬผู้นั้นก็แหลกละเอียด ร่างร่วงลงไปกองกับพื้น
เพียงชั่วพริบตา เฉินหยวนก็สังหารไปสองศพ เขาเคลื่อนไหวพลิ้วไหวไปท่ามกลางวงล้อมของพวกลูกสมุน ดาบเยี่ยนหลิงร่ายรำดุจบุปผาสีเลือดที่กำลังเบ่งบาน งดงามจับตา ทว่าแฝงไว้ด้วยรังสีอำมหิตเต็มเปี่ยม
ทุกครั้งที่ประกายดาบอันงดงามสว่างวาบ จะต้องมีคนล้มลงไปกองกับพื้น เลือดพุ่งกระฉูดออกมาเป็นสาย
แทบจะในพริบตาเดียว เฉินหยวนก็ฆ่าลูกสมุนพรรควารีทมิฬไปถึงสี่คนจากทั้งหมดแปดคน!
"ถอยไป! ข้าจัดการเอง!"
ต้วนคุนแผดเสียงคำราม กวัดแกว่งดาบเขี้ยวผี พัดพายุหมุนเข้าใส่เฉินหยวน
ในตอนแรก ต้วนคุนไม่ได้ลงมือเอง แต่สั่งให้ลูกน้องเข้าไปล้อมกรอบ เพื่อเป็นการหยั่งเชิงดูฝีมือของเฉินหยวน
ต้วนคุนอาจจะดูภายนอกเหมือนพวกบ้าพลังไร้สมอง แต่มันกลับเป็นคนที่ฉลาดและคิดลึกซึ้ง
ไอ้หมอนี่กล้ามาฉกของข้าทั้งๆ ที่มาตัวคนเดียว มันต้องมีของดีอะไรสักอย่างแน่นอน
ดังนั้น ต้วนคุนจึงอยากให้พวกลูกน้องเข้าไปทดสอบฝีมือ หาจุดอ่อน แล้วค่อยจัดการลงมือฆ่าทิ้ง
แต่มันไม่คาดคิดเลยว่าไอ้หนุ่มตรงหน้าจะมีเพลงดาบที่โหดเหี้ยม งดงามแต่อำมหิต และรวดเร็วปานสายฟ้าแลบขนาดนี้ ฟันทีตายทีแทบจะไม่พลาดเป้าเลย!
ต้วนคุนตั้งใจจะเก็บอาวุธลับของหอคอยกลไกเทวะไว้เป็นไพ่ตายของตัวเอง มันไม่คิดจะเอาไปมอบให้ประมุขพรรคหรอก
ครั้งนี้มันเลยพามาแต่ลูกน้องคนสนิทที่ไว้ใจได้ แต่ตอนนี้ลูกน้องมันตายไปครึ่งนึงแล้ว หัวใจของต้วนคุนแทบจะแหลกสลาย
ใบดาบเยี่ยนหลิงของเฉินหยวนสั่นสะเทือนส่งเสียงหึ่งๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันหนักหน่วงของต้วนคุน เขาไม่หลบหรือถอย แต่เลือกที่จะฟันดาบสวนกลับไปปะทะตรงๆ!
ในพริบตานั้น 《เคล็ดวิชาวารีเมฆาคลั่ง》ในร่างของเฉินหยวนก็โคจรอย่างรวดเร็ว หยดลมปราณในจุดชีพจรทั้ง 365 จุดรวมตัวกัน และแปรเปลี่ยนเป็นพลังมหาศาลที่ระเบิดออกมาราวกับพายุ
เมื่อดาบฟันออกไป อากาศก็สั่นสะเทือน ราวกับคลื่นยักษ์สีครามที่ม้วนตัวโหมกระหน่ำ พลังทำลายล้างไร้ขีดจำกัด!
ประกายดาบอันงดงามที่แวบผ่านดั่งสายน้ำในฤดูสารท แหวกคลื่นฝ่าพายุ!
เขารวบรวมลมปราณและปลดปล่อยการโจมตีอันรุนแรงที่มีพลังดุจเกลียวคลื่นทะยาน การโจมตีนี้ไม่เพียงแต่รวดเร็ว แต่ยังแฝงไว้ด้วยพลังที่ดุดันและเกรี้ยวกราด
เสียงปะทะดังกึกก้อง ต้วนคุนรู้สึกราวกับฟันใส่กำแพงเหล็กกล้าที่ไม่อาจเจาะผ่าน ง่ามนิ้วมือของมันฉีกขาดเลือดสาดกระเซ็นทันที
แก่นแท้ของ 《เพลงดาบสารทวารีสะท้านหงส์》 อยู่ที่คำว่า 'ความเร็ว' และกระบวนท่าโดยรวมก็ไม่ได้มีท่วงท่าที่ซับซ้อนมากมาย
นอกเหนือจากการพลิกแพลงเพลงดาบพื้นฐานแล้ว แก่นแท้ของเพลงดาบทั้งหมดก็ถูกรวบยอดไว้ใน 'สามดาบ' เท่านั้น
ดาบทั้งสามนี้ได้แก่ ดาบเหยียบคลื่น, ดาบวายุสารท, และดาบสะท้านหงส์
ด้วยความเข้าใจของเฉินหยวนที่มีต่อ《เพลงดาบสารทวารีสะท้านหงส์》ในตอนนี้ เขาสามารถปลดปล่อยอานุภาพของดาบที่พื้นฐานที่สุดในสามดาบนี้อย่าง 'ดาบเหยียบคลื่น' ออกมาได้ถึง 80%!
ต้วนคุนรู้สึกสยดสยอง สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
เคล็ดวิชาและวรยุทธ์ที่มันฝึกฝนความจริงก็ค่อนข้างธรรมดา แต่มันเกิดมาพร้อมกับพละกำลังมหาศาล เมื่อมันใช้ดาบเขี้ยวผี ยอดฝีมือในระดับเดียวกันทำได้เพียงคอยหลบหลีก แทบจะไม่มีใครกล้ารับมือกับมันตรงๆ
ใครจะไปคิดล่ะว่า เพลงดาบของไอ้คนนี้ไม่เพียงแต่จะรวดเร็วและไร้ปรานี แต่ยังมีพลังรุนแรงมหาศาลขนาดนี้?
ต้วนคุนยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ดาบเยี่ยนหลิงอันบ้าคลั่งของเฉินหยวนก็ฟันกระหน่ำลงมาไม่ยั้ง เงาดาบนับไม่ถ้วนรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน บีบให้ต้วนคุนต้องถอยร่นไปทีละก้าวๆ จนมันแทบจะจับดาบเขี้ยวผีไว้ไม่อยู่
ต้วนคุนคำรามลั่น สองมือจับดาบยาวฟันกวาดตามขวาง ก่อนจะขว้างดาบเขี้ยวผีเล่มยักษ์พุ่งตรงเข้าใส่เฉินหยวนอย่างกะทันหัน!
จังหวะเดียวกับที่เฉินหยวนฟันปัดดาบเขี้ยวผีทิ้งไป ก็เกิดช่องโหว่ขึ้นที่เบื้องหน้าเขา
กล้ามเนื้อของต้วนคุนพองตัวขึ้นกะทันหัน มันกระโจนเข้าใส่เฉินหยวนดุจหมีควาย กางกรงเล็บตะปบเข้าที่หน้าอกของเฉินหยวน!
ฝ่ามือทะลวงศิลา!
เฉินหยวนยื่นมือซ้ายออกไป พลังปราณไหมพันธนาการค่อยๆ อ่อนหยุ่นลง กรงเล็บของต้วนคุนรู้สึกเหมือนตะปบใส่ปุยนุ่น ไม่ว่ามันจะเปลี่ยนท่าโจมตียังไง ก็ไม่อาจสัมผัสมือของเฉินหยวนได้เลย
วินาทีต่อมา เฉินหยวนก็คว้าหมับเข้าที่มือของต้วนคุน ดึง กระชาก บิดเกลียว และฟัน! พลังหยกสลายระเบิดออกกะทันหัน พลังอันน่าสะพรึงกลัวบดขยี้มือของต้วนคุนจนบิดเบี้ยวผิดรูป!
ต้วนคุนแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา พยายามจะกระชากมือกลับ แต่เฉินหยวนก็จับมันไว้แน่น
พริบตาต่อมา ประกายดาบก็วาบขึ้น... หัวของต้วนคุนกระเด็นตกกระแทกพื้นทันที!
ในจังหวะที่หัวกระแทกพื้น ต้วนคุนดูเหมือนจะได้เห็นใบหน้าของเฉินหยวนภายใต้หมวกปีกกว้าง รูม่านตาของมันเบิกกว้างขึ้นทันที ราวกับตายตาไม่หลับด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!