- หน้าแรก
- ข้าไม่ปรารถนาตำแหน่งเจ้าสำนักจริงๆ นะ
- บทที่ 11: แน่นอนว่าต้องฆ่าเจ้าทิ้งน่ะสิ!
บทที่ 11: แน่นอนว่าต้องฆ่าเจ้าทิ้งน่ะสิ!
บทที่ 11: แน่นอนว่าต้องฆ่าเจ้าทิ้งน่ะสิ!
บทที่ 11: แน่นอนว่าต้องฆ่าเจ้าทิ้งน่ะสิ!
ฉู่จื่อผิงกระโดดลงมาจากต้นไม้ ห่างจากเฉินหยวนไปทางด้านหลังราวสิบก้าว เขามองเฉินหยวนด้วยรอยยิ้มแฝงนัยยะ "เจ้าสาม ประสาทสัมผัสของเจ้าเฉียบคมไม่เบานี่"
เฉินหยวนไม่ปริปากพูดอะไร เพียงแต่มองฉู่จื่อผิงด้วยสายตาเรียบเฉย
หลังจากแยกย้ายกับสายลับของหอสดับพิรุณล่องนภา เฉินหยวนก็สัมผัสได้ว่ามีคนแอบสะกดรอยตามเขามา
ทว่าในตอนนั้น เฉินหยวนกำลังรีบไล่ตามจั่วสิงเลี่ย จึงไม่มีเวลาไปตรวจสอบ
อีกอย่าง สถานการณ์ตอนนั้นค่อนข้างเร่งด่วน หากปล่อยให้จั่วสิงเลี่ยหนีรอดไปได้จริงๆ แผนการที่เขาวางไว้ทั้งหมดก็คงสูญเปล่า
ตลอดการเดินทาง อีกฝ่ายเอาแต่สะกดรอยตามเขามาโดยตลอด ทว่ากลิ่นอายของมันกลับชัดเจนเกินไป แถมการควบคุมลมปราณก็ยังด้อยกว่าเขามาก เฉินหยวนรับรู้ถึงตัวตนของมันมาตลอด จนกระทั่งสบโอกาสเมื่อครู่ถึงได้เอ่ยปากเปิดโปง
"ทำไมเจ้าไม่ไปจับตาดูพี่ใหญ่ล่ะ? มาตามก้นข้าทำไม?"
ฉู่จื่อผิงระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "พี่ใหญ่มันก็แค่คนโง่ มีอะไรให้น่าจับตามอง? กลับเป็นเจ้าต่างหากเจ้าสาม... เจ้าทำให้ข้าประหลาดใจจริงๆ"
"ข้าเห็นเจ้าเป็นคนซื่อๆ ทื่อๆ มาตลอด ท่านพ่อบุญธรรมก็คิดเช่นนั้น"
"ใครจะไปคิดว่าในบรรดาสามพี่น้อง เจ้าต่างหากที่ซ่อนคมไว้ลึกที่สุด!"
"เพื่อยอดวิชานี้ เจ้าถึงกับกล้าแอบไปสร้างศัตรูกับพรรคปลาวาฬลี้ลับแห่งแคว้นหลานโจวโดยไม่ให้ท่านพ่อบุญธรรมรู้ จุ๊ๆ เจ้าสาม... ขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ! เจ้ารู้หรือเปล่าว่าพรรคปลาวาฬลี้ลับมันอยู่ระดับไหน? ครั้งนี้เจ้าสร้างปัญหาใหญ่แล้ว!"
อันที่จริงฉู่จื่อผิงไม่ได้ตั้งใจจะสะกดรอยตามเฉินหยวนแต่แรก
ลูกน้องเพิ่งมารายงานว่าเฉินหยวนออกไปข้างนอกอีกแล้ว กอปรกับเขาว่างพอดี จึงเกิดความสงสัยและตามออกมาดูว่าช่วงหลายวันมานี้เฉินหยวนออกไปทำอะไรนักหนา
ดังนั้น กว่าฉู่จื่อผิงจะตามมาทัน เฉินหยวนก็แยกทางกับสายลับของหอสดับพิรุณล่องนภาไปแล้ว
เขาจึงได้ยินเพียงบทสนทาระหว่างเฉินหยวนกับจั่วสิงเลี่ย โดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนั่นคือละครที่เฉินหยวนจัดฉากขึ้น
"แล้ว... เจ้าต้องการอะไร?" เฉินหยวนยังคงมองฉู่จื่อผิงด้วยสายตาเรียบเฉย
ฉู่จื่อผิงจ้องมองคัมภีร์ยุทธ์ในมือของเฉินหยวนด้วยสายตาละโมบ
แม้คนอื่นๆ ในเมืองเหลียนซานอาจจะไม่รู้จักจั่วสิงเลี่ยและพรรคปลาวาฬลี้ลับ แต่ฉู่จื่อผิงบังเอิญรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
เขาสะสมอำนาจมาเร็วกว่าเฉินหยวนหลายปี นอกจากเบี้ยหวัดรายเดือนที่ได้จากพรรคแล้ว เขายังร่วมลงทุนกับกองคาราวานในเมืองเหลียนซาน เพื่อนำสินค้าพื้นเมืองของโยวโจวไปขายทางตอนใต้
กองคาราวานเหล่านั้นเคยเดินทางไปถึงแม่น้ำจิ่วหลงในแคว้นหลานโจว เขาจึงได้ยินเรื่องความขัดแย้งระหว่างพันธมิตรสามสิบหกสายน้ำกับพรรคปลาวาฬลี้ลับมาจากผู้คุมกองคาราวาน
ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรสามสิบหกสายน้ำหรือพรรคปลาวาฬลี้ลับ ต่างก็เป็นขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่กว่าพรรคหมาป่าสวรรค์ของพวกเขามากนัก เคล็ดวิชาของพวกมันย่อมต้องทรงพลังอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างน้อยๆ วิชานี้ก็ต้องร้ายกาจกว่า 《เคล็ดวิชาไม้เขียว》 ที่ท่านพ่อบุญธรรมสอนให้ หรือเผลอๆ อาจจะแกร่งกว่า 《เคล็ดปราณทมิฬ》 ที่ท่านพ่อบุญธรรมแอบซ่อนไว้เสียอีก
"เจ้าสาม ส่งคัมภีร์พวกนั้นมาให้ข้า แล้วข้าจะช่วยปกปิดเรื่องนี้ ลบร่องรอยให้เจ้าเอง พรรคปลาวาฬลี้ลับไม่มีทางหาพวกเราเจอแน่ นับแต่นี้ไป ในพรรคเจ้าต้องมาอยู่ข้างข้า ช่วยข้ากำจัดไอ้พี่ใหญ่งี่เง่านั่น แล้วยึดอำนาจในพรรคหมาป่าสวรรค์มา! ไม่ต้องห่วง พอข้าได้ขึ้นเป็นประมุขพรรค ข้าจะไม่เอาเปรียบเจ้าแน่นอน อย่างน้อยที่สุด ตำแหน่งรองประมุขพรรคก็ต้องเป็นของเจ้า!"
"ท่านพ่อบุญธรรมยังอยู่ในวัยแข็งแรง เจ้าก็รีบร้อนอยากจะฮุบพรรคหมาป่าสวรรค์แล้วรึ?"
ฉู่จื่อผิงแค่นเสียงเยาะ "เจ้าสาม เลิกเสแสร้งได้แล้ว ท่านพ่อบุญธรรมหวาดระแวงพวกเรามาตลอดนั่นแหละ ตาแก่นั่นไม่มีทางสอน 《เคล็ดปราณทมิฬ》 และ 《ท่าฟันหมาป่าสวรรค์ดาวเหนือ》 ให้พวกเราจนกว่าจะตายเข้าโลงหรอก ถ้าเจ้าตามข้า อย่างน้อยเจ้าก็ยังมีอนาคต แต่ถ้ายังภักดีต่อท่านพ่อบุญธรรม ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าก็ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้! เอาล่ะ เลิกพล่ามได้แล้ว ส่งคัมภีร์มาซะ เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว"
เฉินหยวนจู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมา "ที่เจ้าตามข้ามานี่... ไม่มีใครรู้เลยงั้นรึ?"
"ไม่ต้องห่วง ลูกน้องข้าแค่รายงานว่าเจ้าออกจากพรรคไปเท่านั้น การสะกดรอยตามเจ้าเป็นแค่การตัดสินใจปุบปับของข้า ข้าไม่ได้บอกใครทั้งนั้น ขอเพียงเจ้ารู้จักทำตัวให้ฉลาด เรื่องนี้ก็จะเป็นความลับระหว่างเราสองคน ไม่มีบุคคลที่สามล่วงรู้เด็ดขาด"
ฉู่จื่อผิงคิดว่าเฉินหยวนกังวลว่าจะมีคนอื่นรู้เรื่องนี้ จึงเกิดอาการประหม่า
เฉินหยวนพยักหน้า "ถ้าเป็นแบบนั้นก็จัดการง่ายหน่อย ความจริงแล้ว... เรายังมีอีกทางเลือกหนึ่งนะ"
"ทางเลือกอะไร?"
"ก็ฆ่าเจ้าทิ้งซะไงล่ะ"
เฉินหยวนเงยหน้าขึ้น ส่ายหน้าอย่างระอาใจ "ความจริงข้าไม่อยากจะฆ่าเจ้าเลย แล้วก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวในเวลาแบบนี้ด้วย ถ้าจะโทษใคร ก็จงโทษความสอดรู้สอดเห็นและความโลภของตัวเจ้าเองก็แล้วกัน"
เจี่ยงไคไท่ใกล้จะเริ่มทำพิธีสังเวยโลหิตศิลาเจ็ดสังหารแล้ว เฉินหยวนไม่อยากให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนใดๆ ขึ้นในตอนนี้จริงๆ
เฉินหยวนไม่เคยคิดจะเข้าไปก้าวก่ายเส้นเรื่องเดิมของฉู่จื่อผิงกับฉินหยวนเฉิง ที่ถูกกำหนดมาให้เป็นแค่วัสดุสิ้นเปลืองของเจี่ยงไคไท่ ปล่อยให้พวกมันไปตายตามยถากรรมนั่นแหละดีแล้ว
หากตอนนี้ฉู่จื่อผิงถูกฆ่าตาย เฉินหยวนก็แอบกังวลว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของพล็อตเรื่องในอนาคต
ทว่าในเมื่อมันถูกความโลภครอบงำ และคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมเขาไว้ได้ในกำมือ... เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเชือดมันทิ้งเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม!
"ฆ่าข้า?" ฉู่จื่อผิงแค่นเสียงเยาะ "เจ้ามั่นใจเกินไปแล้วมั้ง! ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักถอย ก็อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน!"
มันไม่ได้เห็นตอนที่เฉินหยวนปะทะกับสายลับของหอสดับพิรุณล่องนภา จึงยังทึกทักเอาเองว่าเฉินหยวนยังอยู่แค่ ขั้นหลอมกายา
ความแตกต่างระหว่าง 'ขั้นทะลวงชีพจร' กับ 'ขั้นหลอมกายา' ในแง่ของพละกำลังนั้น ห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว!
ก่อนหน้านี้ ฉู่จื่อผิงไม่เพียงแต่ต้องการคัมภีร์ยุทธ์เท่านั้น แต่ยังหวังจะบงการเฉินหยวน ให้มาเป็นเบี้ยรับใช้คอยช่วยกำจัดพี่ใหญ่ให้พ้นทาง
แต่ในเมื่อเฉินหยวนมันไม่รู้จักเจียมกะลาหัว งั้นก็แค่ฆ่ามัน ชิงคัมภีร์มา แล้วค่อยหาทางขึ้นเป็นประมุขพรรคด้วยตัวเอง!
ฉู่จื่อผิงลงมืออย่างเด็ดขาด เมื่อเห็นว่าเฉินหยวนไม่ยอมอยู่ใต้การควบคุม มันก็ชักดาบออกมาทันที
ดาบใบหลิวถูกชักออกจากฝัก ร่างของมันพุ่งทะยานดุจหมาป่าร้าย ฟาดฟันตรงเข้าใส่เฉินหยวนด้วยความเร็วปานสายลมกรด
เพลงดาบหมาป่าสวรรค์ เป็นกระบวนท่าสายความเร็ว เน้นการใช้ดาบที่เบา บาง และพลิ้วไหว
ดาบใบหลิวของฉู่จื่อผิงนั้นเรียวบางยิ่งกว่าดาบเยี่ยนหลิงของเฉินหยวน ความเร็วของมันจึงสูงล้ำเป็นอย่างมาก
ทว่าในจังหวะที่ฉู่จื่อผิงคิดว่าดาบของตนกำลังจะบั่นคอเฉินหยวนได้นั้น เสียงดาบกรีดร้องแหลมปรี๊ดแสบแก้วหูก็ดังขึ้น!
ดาบที่ออกตัวทีหลังแต่ไปถึงก่อน... หมาป่าสวรรค์ลอบสังหาร!
ทุกกระบวนท่ารวดเร็วยิ่งกว่าเพลงดาบของฉู่จื่อผิง เสียงโลหะปะทะกันดังรัวถี่ยิบเมื่อใบดาบทั้งสองเข้าปะทะกัน
พลังที่ส่งผ่านมานั้นหนักหน่วงรุนแรงเสียจนฉู่จื่อผิงรู้สึกชาง่ามนิ้วมือทันทีที่ปะทะกันเพียงดาบแรก!
"เป็นไปได้ยังไง?! เจ้าบรรลุขั้นทะลวงชีพจรตั้งแต่เมื่อไหร่!?" ฉู่จื่อผิงเบิกตาโพลงด้วยความเหลือเชื่อ
เฉินหยวนเพิ่งฝึกวรยุทธ์มาไม่ถึงสองปี จะก้าวเข้าสู่ขั้นทะลวงชีพจร แถมยังมีพลังลมปราณกล้าแข็งยิ่งกว่าเขาได้อย่างไร?
คนที่ฝึกแค่วิชาขยะอย่าง《เคล็ดวิชาไม้เขียว》จะสามารถสะสมพลังภายในได้ลึกล้ำขนาดนี้ในเวลาไม่ถึงสองปีได้อย่างไร?
เฉินหยวนไม่ตอบคำถาม แต่สวนกลับด้วยประกายดาบสว่างวาบบาดตา ดุจดั่งแสงจันทร์สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า!
หมาป่าสวรรค์กลืนจันทร์!
ฉู่จื่อผิงคำรามลั่น ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาในพริบตา เขากวัดแกว่งดาบใบหลิวอย่างบ้าคลั่ง ก่อให้เกิดเสียงลมแหวกอากาศแหลมบาดหู
หมาป่าหอนก้องฟ้าดิน!
ดาบทั้งสองปะทะกันสนั่น ประกายไฟสาดกระเซ็น ฉู่จื่อผิงแค่นเสียงครางต่ำ ร่างถูกฟันจนกระเด็นถอยไปหลายก้าว มือที่จับดาบสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
ทั้งสองคนล้วนใช้เพลงดาบหมาป่าสวรรค์ ทว่าความเชี่ยวชาญในกระบวนท่าของเฉินหยวนนั้นเหนือชั้นกว่าฉู่จื่อผิงอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างที่เวินโหรวเคยกล่าวไว้ เพลงดาบหมาป่าสวรรค์ของเฉินหยวนบรรลุถึงขั้นสุดยอดไปแล้ว และตอนนี้เพลงดาบนี้ก็แทบจะไม่คู่ควรกับระดับฝีมือของเฉินหยวนอีกต่อไป
ในแง่ของระดับพลัง หลังจากดูดซับยาเม็ดเก้าวัฏจักรบำรุงปราณ เฉินหยวนก็บรรลุถึง ขั้นทะลวงชีพจรจุดสูงสุด แล้ว
แม้ฉู่จื่อผิงจะฝึกยุทธ์มานานกว่า แต่พรสวรรค์ของมันมีเพียงระดับปานกลาง กอปรกับฝึกเพียงวิชาดาดๆ อย่าง《เคล็ดวิชาไม้เขียว》จนถึงป่านนี้มันก็ยังติดอยู่แค่ขั้นทะลวงชีพจรระดับปลายเท่านั้น
เมื่อเผชิญกับความแตกต่างของฝีมือที่ห่างชั้นกันขนาดนี้ เพียงปะทะกันไม่กี่กระบวนท่า ฉู่จื่อผิงก็ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตแล้ว!
เมื่อเห็นว่าตนเองตกเป็นรองจนเข้าตาจน ฉู่จื่อผิงก็เค้นพลังทั้งหมดที่มีออกมา หมายจะแทงดาบใบหลิวเข้าที่สีข้างของเฉินหยวนด้วยแรงเฮือกสุดท้าย!
เฉินหยวนตวัดดาบกลับมาป้องกัน ปัดป้องดาบใบหลิวจนเบี่ยงออกไป ก่อนจะหมุนตัวฟันตวัดลงมาอย่างแรง
เคร้ง! สิ้นเสียงปะทะอันดุดัน ดาบใบหลิวในมือของฉู่จื่อผิงก็ถูกเฉินหยวนฟันจนหักสะบั้นเป็นสองท่อน!
ทว่าในวินาทีนั้น ฉู่จื่อผิงกลับไม่ยอมถอย มันอาศัยลูกฮึดพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวเฉินหยวนราวกับปลาไหล มุดเข้าหาช่วงอกและหน้าท้องของเฉินหยวนอย่างรวดเร็ว
อาศัยจังหวะที่ดาบของเฉินหยวนเพิ่งฟันดาบของตนหักและรั้งกลับมาไม่ทัน มันก็ซัดฝ่ามือที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตเข้าใส่กลางอกของเฉินหยวนทันที!
ฝ่ามือทำลายขั้วหัวใจ!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉู่จื่อผิงร่วมลงทุนกับกองคาราวานมากมายจนกอบโกยเงินทองไปได้มหาศาล
เงินพวกนั้นมันไม่ได้เอาไปผลาญเล่น แต่แบ่งส่วนหนึ่งไปติดสินบนซื้อใจบรรดาลูกพรรคและหัวหน้าหอคนอื่นๆ ส่วนอีกก้อนหนึ่งก็เอาไปเสาะหาวิชาลับอื่นๆ มาแอบฝึกฝน
มันรู้ดีว่าเจี่ยงไคไท่ไม่เคยไว้ใจลูกบุญธรรม และไม่มีทางถ่ายทอดวิชาก้นหีบให้พวกตนจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ฉู่จื่อผิงจึงลอบเสาะหาวิชาลมปราณและกระบวนท่าอื่นๆ มานานแล้ว
'ฝ่ามือทำลายขั้วหัวใจ' นี้เป็นวิชาระดับเหลืองขั้นสูง พลังฝ่ามือมีลักษณะดุดันและชั่วร้าย ขอเพียงแค่สัมผัสโดนผิวเนื้อ พลังฝ่ามือก็จะทะลวงทะลุเข้าสู่ชีพจรหัวใจ ปลิดชีพเป้าหมายได้ในพริบตา!
ทว่ากระบวนท่าฝ่ามือนี้จำเป็นต้องใช้พลังลมปราณมหาศาล ด้วยระดับพลังของฉู่จื่อผิงในตอนนี้ อย่างมากก็ใช้ออกได้เพียงฝ่ามือเดียว มันจึงต้องมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าจะโจมตีโดนเป้าหมายถึงจะกล้างัดออกมาใช้
เมื่อเห็นว่าฝ่ามือของตนอยู่ห่างจากอกของเฉินหยวนไม่ถึงสามนิ้ว ฉู่จื่อผิงก็ไม่อาจกลั้นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าไว้ได้
ทว่าในวินาทีถัดมา มือของเฉินหยวนกลับเลื้อยพันดุจอสรพิษ พลังอ่อนหยุ่นราวกับเส้นไหมตวัดรัดท่อนแขนของฉู่จื่อผิงไว้อย่างกะทันหัน!
พลังที่พันธนาการอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวลนั้น สลายพลังอันแข็งกร้าวของฝ่ามือทำลายขั้วหัวใจไปจนสิ้นซากในพริบตา!
และเสี้ยววินาทีต่อมา ความนุ่มนวลนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งดุดันสุดขีด พลังทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ได้แม้กระทั่งทองคำและหยก!
"อ๊ากกกกกก!!"
ฉู่จื่อผิงแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา
มือขวาทั้งข้างของมันถูก 'ปราณไหมพันธนาการ' ของเฉินหยวนบิดเกลียวจนเหมือนขนมเกลียวทอด ข้อมือฉีกขาดวิ่น เผยให้เห็นเส้นเลือดสีดำคล้ำและเศษกระดูกที่แตกละเอียดดูสยดสยอง!
ฉู่จื่อผิงกัดฟันใช้มือซ้ายซัดหมัดเข้าใส่เฉินหยวน แต่เฉินหยวนก็รับไว้ด้วย 《ฝ่ามือหยกสลายไหมพันธนาการ》 อีกครั้ง
กระดูกแขนซ้ายของมันถูกบดขยี้แหลกเหลวเป็นชิ้นๆ ลามตั้งแต่ปลายนิ้วไปจนถึงหัวไหล่ และทะลวงตรงเข้าสู่ลำคอ!
กร๊อบ! สิ้นเสียงกระดูกแตกหัก ลำคอของฉู่จื่อผิงก็ถูก 'ปราณหยกสลาย' ของเฉินหยวนขยี้จนแหลกละเอียด ปลิดชีพในทันที!
"สมแล้วที่เป็นสุดยอดวิชาสายจับกุมระดับลึกลับขั้นสูง อานุภาพที่แสดงออกในการต่อสู้จริงช่างร้ายกาจนัก"
เฉินหยวนมองศพของฉู่จื่อผิงที่นอนก่ายกองอยู่บนพื้น พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้《ฝ่ามือหยกสลายไหมพันธนาการ》ในการสู้รบจริง และเขาก็พอใจกับพลังทำลายล้างของมันมาก
ส่วนเรื่องจะจัดการกับศพอย่างไรดี เฉินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจง่ายๆ ด้วยการแบกศพทะลุป่าทึบไปโยนทิ้งลงในแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลนัก
การปล่อยทิ้งไว้ให้สัตว์ป่ามาแทะกินก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่มันมีความไม่แน่นอนมากเกินไป สู้โยนลงแม่น้ำให้ปลากินเลยจะปลอดภัยกว่า
หลังจากกลับมาถึงพรรคหมาป่าสวรรค์ เฉินหยวนก็เก็บตัวทันทีเพื่อเร่งฝึกฝน 《เคล็ดวิชาวารีเมฆาคลั่ง》 และ 《เพลงดาบสารทวารีสะท้านหงส์》
ก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา 'เฉินหยวน' คนเดิมก็มักจะเก็บตัวฝึกยุทธ์อยู่เป็นประจำ และหมกมุ่นกับวรยุทธ์เป็นอย่างมาก
บรรดาลูกพรรคต่างก็ชินชากับเรื่องนี้ไปเสียแล้ว จึงไม่มีใครรู้สึกผิดสังเกตแต่อย่างใด