เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: จิ้งจอกเฒ่า

บทที่ 10: จิ้งจอกเฒ่า

บทที่ 10: จิ้งจอกเฒ่า


บทที่ 10: จิ้งจอกเฒ่า

มุมปากของหัวหน้าสายลับหอสดับพิรุณล่องนภากระตุกยิกๆ

แม้เขาจะเตรียมใจมาล่วงหน้าแล้วว่าต้องรับบทเป็นตัวประกอบให้เฉินหยวนเล่นบทฮีโร่ แต่พอได้ยินบทพูดน้ำเน่าพวกนี้พ่นออกมาจากปากเฉินหยวน เขาก็อดรู้สึกกระดากอายแทนไม่ได้

แหมมมม เจ้าก็เกิดมาจากพรรคอันธพาลเหมือนกันแท้ๆ วันก่อนเพิ่งจะปาดคอคนหลุดคาหอวั่งโยวเพียงเพราะเขาปากหมาใส่ วันนี้ดันมาทำเท่สวมบทเป็นจอมยุทธ์ผู้ผดุงความยุติธรรมเนี่ยนะ? หน้าไม่อายจริงๆ!

แต่ในเมื่อเจ้านายสั่งมา เขาก็ต้องฝืนเล่นละครฉากนี้ต่อไปให้จบ

"ไม่ลุกลามถึงครอบครัวงั้นรึ? น่าขำสิ้นดี!"

หัวหน้าสายลับตวาดเสียงเย็น "ไอ้หนู! นี่มันความแค้นระหว่างพรรคปลาวาฬลี้ลับกับจั่วสิงเลี่ย ข้าขอเตือนให้เจ้าอย่าแส่ไม่เข้าเรื่อง ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งไปด้วยอีกคน!"

"พรรคปลาวาฬลี้ลับหรือพรรคปลาซิวปลาสร้อยอะไรข้าไม่สน! ที่นี่คือเมืองเหลียนซาน เป็นถิ่นของพรรคหมาป่าสวรรค์! ข้าอยากจะรู้หนักหนาว่าเจ้าจะฆ่าข้ายังไง!"

เฉินหยวนหันไปพยักหน้าให้จั่วสิงเลี่ย "ท่านผู้เฒ่ารีบพาหลานหนีไปก่อน ข้าจะต้านพวกมันไว้ให้เอง!"

จั่วสิงเลี่ยหอบหายใจหนักหน่วง รีบประสานมือ "ขอบใจจอมยุทธ์น้อยที่ยื่นมือเข้าช่วย ขุนเขาเขียวไม่เปลี่ยน สายน้ำยาวไหลริน บุญคุณครั้งนี้ชายชราจะไม่ลืมเลย"

พูดจบ จั่วสิงเลี่ยก็ไม่รอช้า รีบอุ้มหลานสาวหันหลังวิ่งหนีไปทันที

เฉินหยวนมองแผ่นหลังของจั่วสิงเลี่ยที่กำลังวิ่งเตลิดไป มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างมีความหมาย ก่อนจะหันขวับกลับมาปะทะกับบรรดาสายลับของหอสดับพิรุณล่องนภา

เพราะไม่แน่ใจว่าจั่วสิงเลี่ยจะแอบหันกลับมามองหรือไม่ ช่วงแรกเฉินหยวนจึงลงมือสู้จริงๆ จังๆ เพียงแต่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยั้งมือไม่หมายเอาชีวิตกันเท่านั้น

ยิ่งสู้ หัวหน้าสายลับก็ยิ่งลอบตระหนก

ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้เห็นเฉินหยวนอยู่ในสายตาเลยสักนิด

แม้ตัวเขาจะเป็นแค่สมาชิกระดับล่างของหอสดับพิรุณล่องนภา มีหน้าที่แค่ใช้กำลังลงไม้ลงมือ แต่ยังไงซะเขาก็มาจากองค์กรระดับท็อปของยุทธภพ

ใครจะไปคิดว่าไอ้หนุ่มนี่จะใช้ 'เพลงดาบหมาป่าสวรรค์' ได้อย่างร้ายกาจถึงขั้นพลิกแพลงตามใจนึก แถมพลังลมปราณยังหนักแน่นมั่นคงสุดๆ!

ตัวเขามีฝีมือระดับ 'ทะลวงชีพจร' แถมยังมีลูกน้องระดับ 'หลอมกายา' อีกกว่าสิบคนรุมล้อม แต่กลับทำได้แค่สู้กับเฉินหยวนแบบสูสีเท่านั้น!

แถมเขายังสัมผัสได้อีกว่า ในขณะที่ฝั่งเขาไม่ได้กะเอาตาย เฉินหยวนเองก็ยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีกมาก... หากต้องสู้กันแบบแลกชีวิตจริงๆ ฝ่ายที่จะได้ไปทัวร์นรกอาจจะเป็นฝั่งเขาก็ได้!

เมื่อสู้กันไปได้สักพัก จนกะเวลาว่าจั่วสิงเลี่ยน่าจะหนีไปไกลแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็หยุดมือพร้อมกัน

เฉินหยวนประสานมือคารวะ "ขอบใจมาก ลำบากพวกพี่ชายแล้ว"

หัวหน้าสายลับรีบประสานมือตอบอย่างสุภาพ "คุณชายเฉินเกรงใจไปแล้ว เจ้านายสั่งมา พวกข้าน้อยย่อมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดขอรับ"

พูดจบ เขาก็พาลูกน้องแยกย้ายสลายตัวไปคนละทิศคนละทาง

เฉินหยวนรีบพุ่งตัวออกติดตามไปทางที่จั่วสิงเลี่ยหนีไปทันที

แต่พุ่งไปได้แค่ครู่เดียว เฉินหยวนก็ชะงักเท้ากะทันหัน เขาหันขวับไปมองทางด้านหลังเฉียงๆ พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย…

ทว่าเขาไม่ได้หยุดชะงักนานนัก รีบเร่งฝีเท้าตามจั่วสิงเลี่ยต่อไป

ทางด้านจั่วสิงเลี่ย เขาหวาดกลัวจนวิ่งหนีไม่คิดชีวิต

เพียงไม่นาน เขาก็วิ่งเตลิดออกจากเมืองเหลียนซาน เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบชายป่า

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหนีต่อ แต่สังขารมันไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาทำได้เพียงทรุดตัวลงนั่งพิงต้นไม้ หลับตาหอบหายใจเอาเป็นเอาตาย ราวกับหัวใจจะระเบิดออกมา

เมื่อไร้ซึ่งลมปราณ การวิ่งหนีด้วยพละกำลังกายล้วนๆ ถือเป็นการรีดเค้นขีดจำกัดของร่างกายจนถึงขีดสุดแล้ว

"ท่านปู่... ท่านปู่เป็นอะไรไหมเจ้าคะ?"

หลานสาวตัวน้อยขอบตาแดงก่ำ ใช้มือเล็กๆ ลูบหน้าอกจั่วสิงเลี่ยเบาๆ

"หนานหนานไม่ต้องร้องไห้นะ ปู่ไม่ตายง่ายๆ หรอก"

จั่วสิงเลี่ยพรูลมหายใจยาว ใช้มือขวายันดาบยาวเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

ไอ้หนุ่มนั่นดูมีฝีมือก็จริง แต่พวกพรรคปลาวาฬลี้ลับมีกันตั้งสิบกว่าคน มันคงต้านไว้ได้ไม่นานหรอก

ตัวเขาตอนนี้ไม่มีลมปราณ ไม่สามารถใช้วิชาลบร่องรอยการหลบหนีได้ พวกมันต้องแกะรอยตามมาเจอแน่ๆ การมัวแต่นั่งหลบอยู่ที่นี่ไม่มีประโยชน์ ต้องรีบหนีให้ไกลที่สุด

สวบ... สวบ…

จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น จั่วสิงเลี่ยสะดุ้งเฮือก รีบยกดาบยาวขึ้นตั้งท่าเตรียมพร้อมทันที!

"ท่านผู้เฒ่าอย่าตื่นตระหนก ข้าเอง"

เฉินหยวนแหวกพุ่มไม้ออกมา ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจั่วสิงเลี่ย

"จอมยุทธ์น้อย... ท่านจัดการพวกมันได้หมดเลยรึ?"

เฉินหยวนเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง "ไอ้พวกนั้นมันอ้างตัวว่าเป็นคนของพรรคปลาวาฬลี้ลับ แต่เมืองเหลียนซานแห่งนี้คือถิ่นของพรรคหมาป่าสวรรค์ข้า! พอข้าลงมือปุ๊บ พี่น้องในพรรคข้าก็สังเกตเห็นแล้วเข้ามาช่วยรุมกระทืบพวกมันจนหมอบไปแล้ว!"

"ไอ้พวกแคว้นหลานโจวนี่มันไม่สนกฎเกณฑ์ยุทธภพเลยจริงๆ กล้าลงมือกับคนแก่และเด็ก ช่างหน้าด้านไร้ยางอายที่สุด!"

"ท่านผู้เฒ่าวางใจได้ กลับไปใช้ชีวิตตามปกติเถอะ ขอแค่มีพรรคหมาป่าสวรรค์ข้าอยู่ ไอ้พรรคปลาวาฬลี้ลับบ้าบอนั่นไม่มีทางกล้ามากำแหงในเมืองเหลียนซานแน่!"

เพราะไม่แน่ใจว่าจั่วสิงเลี่ยรู้ฐานะที่แท้จริงของตนหรือไม่ เฉินหยวนจึงไม่ปิดบังว่าตนเป็นคนของพรรคหมาป่าสวรรค์

เขาเพียงแค่แสดงบทบาทเป็นไอ้หนุ่มโลกสวยที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม แต่กบในกะลาที่ไม่รู้เลยว่า 'พรรคปลาวาฬลี้ลับ' นั้นยิ่งใหญ่และน่ากลัวขนาดไหน

จั่วสิงเลี่ยลอบยิ้มขื่นในใจ

อย่าว่าแต่พรรคหมาป่าสวรรค์กระจอกๆ ของเจ้าเลย ต่อให้เอาพรรคหมาป่าสวรรค์กับพรรควารีทมิฬมารวมกัน ยังสู้หอระดับล่างสุดของพรรคปลาวาฬลี้ลับไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! หลังจากกลืนกินพันธมิตรสามสิบหกสายน้ำไป พรรคปลาวาฬลี้ลับก็ผูกขาดอำนาจบนแม่น้ำจิ่วหลงอย่างเบ็ดเสร็จ อำนาจบารมีพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่แล้ว!

"พรรคปลาวาฬลี้ลับมีความแค้นฝังหุ่นกับข้า ต่อให้ข้าจะล้างมือในอ่างทองคำเร้นกายจากยุทธภพไปแล้ว พวกมันก็ไม่มีวันปล่อยข้าไปหรอก ในเมื่อพวกมันตามกลิ่นมาถึงเมืองเหลียนซานได้ ก็แปลว่าร่องรอยของข้าถูกเปิดเผยแล้ว ขืนอยู่เมืองเหลียนซานต่อไป หนึ่งคือต้องอยู่อย่างหวาดผวา สองคืออาจจะลากจอมยุทธ์น้อยไปซวยด้วย"

จั่วสิงเลี่ยถอนหายใจยาว "ยุทธภพกว้างใหญ่ ที่ไหนก็เป็นบ้านได้ ข้าคงต้องย้ายที่ซ่อนตัวใหม่เสียแล้ว วันนี้จอมยุทธ์น้อยช่วยชีวิตข้าและหลานสาวไว้ บุญคุณนี้ชายชราซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่ตอนนี้ข้าเป็นเพียงคนแก่สิ้นไร้ไม้ตอก ไม่มีของมีค่าใดๆ ติดตัว มีเพียงเคล็ดวิชาที่เคยสร้างชื่อให้ข้าในอดีต ขอมอบให้จอมยุทธ์น้อยเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณก็แล้วกัน"

พูดจบ จั่วสิงเลี่ยก็ล้วงเอาสมุดเล่มบางๆ สองเล่มออกมาจากอกเสื้อ แล้วยัดใส่มือเฉินหยวนทันที

หน้าปกของสมุดสองเล่มนั้นเขียนไว้ชัดเจนว่า 《เคล็ดวิชาวารีเมฆาคลั่ง》 และ 《เพลงดาบสารทวารีสะท้านหงส์》!

เฉินหยวนทำท่าจะปฏิเสธตามมารยาท แต่จั่วสิงเลี่ยรีบพูดแทรก

"จอมยุทธ์น้อยอย่าได้ปฏิเสธเลย สิ่งเดียวที่มีค่าพอจะตอบแทนท่านได้ ก็มีแค่วิชาสองเล่มนี้นี่แหละ ตัวข้าตอนนี้กลายเป็นคนพิการไปแล้ว ขืนเก็บวิชาพวกนี้ไว้ มันก็คงต้องฝังลงหลุมไปพร้อมกับกระดูกของข้าเปล่าๆ ข้าหวังเพียงให้จอมยุทธ์น้อยรับมันไปฝึกฝน และสืบทอดมันต่อไป เพื่อไม่ให้ยอดวิชาเหล่านี้ต้องสูญหายไปจากยุทธภพ... ถือว่าทำเพื่อชายชราคนนี้เถิด"

เฉินหยวนปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม ประสานมือรับคำ "ท่านผู้เฒ่าวางใจได้ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้ยอดวิชาทั้งสองเล่มนี้ต้องมัวหมองเป็นอันขาด"

จั่วสิงเลี่ยประสานมือขอบคุณ ก่อนจะจูงมือหลานสาวรีบจ้ำอ้าวจากไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าจะมีใครตามมาติดๆ

รอจนกระทั่งแผ่นหลังของจั่วสิงเลี่ยลับสายตาไป มุมปากของเฉินหยวนก็ผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที เขากระซิบเบาๆ สามคำ…

"ไอ้-จิ้ง-จอก-เฒ่า!"

เขาเล่นละครตบตาจั่วสิงเลี่ย แล้วมีหรือที่จั่วสิงเลี่ยจะไม่ได้กำลังเล่นละครตบตาเขาอยู่เหมือนกัน?

ตาแก่นี่ไม่ใช่คนดีศรีสังคมอะไรหรอก!

พันธมิตรสามสิบหกสายน้ำแห่งแม่น้ำจิ่วหลงพูดง่ายๆ มันก็คือแก๊งมาเฟียที่คอยเก็บค่าคุ้มครองจากเรือสินค้านั่นแหละ

จั่วสิงเลี่ยเป็นถึงยอดคนแดนเถื่อน แม้จะไม่ได้เลวทรามต่ำช้าแบบพวกมารนอกรีต แต่ก็ไม่ใช่พ่อพระผู้ผดุงคุณธรรมแน่นอน มือของเขาเปื้อนเลือดมานับไม่ถ้วน และจิตใจก็เหี้ยมโหดเด็ดขาดไม่แพ้ใคร

คนแบบนี้น่ะหรือ... จะมานั่งเชื่อเรื่อง 'บุญคุณต้องทดแทน' หรือ 'กตัญญูรู้คุณ' อะไรเทือกนั้นอย่างใสซื่อ?

ก่อนหน้านี้เฉินหยวนก็รู้สึกทะแม่งๆ อยู่แล้ว ในเนื้อเรื่องเดิม ผู้เล่นแค่ช่วยกลบร่องรอยหนีให้ตานี่นิดเดียว ตานี่ก็รีบประเคนยอดวิชาก้นหีบให้ซะงั้น... มันดูง่ายดายและ 'อินดี้' เกินไปหน่อย

วันนี้พอเฉินหยวนสวมบทช่วยชีวิตจั่วสิงเลี่ยบ้าง ตาแก่นี่ก็แทบจะยัดเยียดคัมภีร์ใส่มือเขาทันที ราวกับกลัวว่าเขาจะไม่รับงั้นแหละ!

ท่าทีร้อนรนแบบนี้ ทำให้เฉินหยวนมองทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาที่แท้จริงของจั่วสิงเลี่ยทันที!

ตาแก่นี่แค่อยากหา 'ตัวตายตัวแทน' ให้มารับเคราะห์แทนต่างหาก!

ถ้ามีคนเอา《เคล็ดวิชาวารีเมฆาคลั่ง》และ《เพลงดาบสารทวารีสะท้านหงส์》ไปฝึก พอพรรคปลาวาฬลี้ลับตามกลิ่นมาเจอ ก็จะต้องเข้าใจผิดคิดว่าไอ้หมอนี่เป็นผู้สืบทอดของจั่วสิงเลี่ย แล้วหันไปพุ่งเป้าถล่มมันแทน!

พูดง่ายๆ ก็คือ... การที่จั่วสิงเลี่ยแจกคัมภีร์ฟรีๆ ก็เพื่อหลอกให้คนรับไปเป็น 'เป้านิ่ง' ดึงดูดความสนใจศัตรู เพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองหนีไปกบดานที่ใหม่ได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง!

จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้สามารถหลอกใช้ผู้มีพระคุณที่เพิ่งช่วยชีวิตตัวเองมาหมาดๆ ให้ไปตายแทนได้อย่างหน้าตาเฉย... ความเจ้าเล่ห์และอำมหิตของมันนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ!

แต่นี่แหละ... เข้าทางเฉินหยวนเป๊ะ!

เดิมทีเขาเตรียมแผน 'รีดไถ' คัมภีร์จากจั่วสิงเลี่ยไว้ตั้งหลายแผน กะว่าถ้าแผน A ตามพล็อตเรื่องเดิมไม่เวิร์ก ก็จะงัดแผน B แผน C ออกมาใช้

ใครจะไปคิดว่าแทบไม่ต้องออกแรง ตาแก่นี่ก็เสิร์ฟคัมภีร์ให้ถึงมือแบบฟรีๆ

ส่วนเรื่องพรรคปลาวาฬลี้ลับจะตามมารังควานน่ะหรือ? เฉินหยวนไม่เห็นจะแคร์เลยสักนิด!

กว่าพวกพรรคปลาวาฬลี้ลับจะโผล่หัวมา ขุมกำลังในเมืองเหลียนซานก็โดนล้างไพ่จัดระเบียบใหม่หมดแล้ว... พวกมันจะไปตามหาตัวเขาเจอได้ยังไง?

งานนี้ทั้งเฉินหยวนและจั่วสิงเลี่ยต่างก็จ้องจะหลอกใช้ซึ่งกันและกัน สรุปแล้วก็ถือว่าสมประโยชน์กันทั้งคู่

แต่ลึกๆ แล้ว เฉินหยวนรู้สึกว่างานนี้จั่วสิงเลี่ยแอบได้กำไรกว่าเนื้อเรื่องเดิมนิดหน่อย

เพราะในเนื้อเรื่องเดิม ตาแก่โดนพวกพรรคปลาวาฬลี้ลับตามมาเจอตัวจริงๆ เลยต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

แต่ตอนนี้ ตาแก่ชิงหนีไปล่วงหน้าก่อนที่พวกนักฆ่าตัวจริงจะมาถึง ทำให้มีเวลาเหลือเฟือในการหาที่ซ่อนตัวใหม่และลบร่องรอยได้เนียนกว่าเดิม

ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆ จู่ๆ เฉินหยวนก็หันขวับกลับไปมองข้างหลัง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

"ดูละครฉากนี้จนพอใจแล้วล่ะสิ? เลิกซ่อนตัวได้แล้ว"

จบตอนที่ 10!

จบบทที่ บทที่ 10: จิ้งจอกเฒ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว