เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 : ศัตรูคืบคลาน! การต่อสู้ครั้งแรกบนท้องทะเล

ตอนที่ 13 : ศัตรูคืบคลาน! การต่อสู้ครั้งแรกบนท้องทะเล

ตอนที่ 13 : ศัตรูคืบคลาน! การต่อสู้ครั้งแรกบนท้องทะเล


เขามองดูข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งสโมคเกอร์ส่งมาให้ เมื่อเห็นว่าอิกอร์ได้ต่อสู้จนแทบสิ้นใจถึงสองครั้งเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนพ้อง และสังหารศัตรูอย่างโหดเหี้ยม แววตาแห่งความชื่นชมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างไม่อาจควบคุมได้ "เขามีความเด็ดขาดโหดเหี้ยมเหมือนกับซากาซุกิ แต่ก็ไม่สูญเสียความห่วงใยที่มีต่อเพื่อนพ้อง เป็นหน่วยก้านที่ดีจริงๆ"

เขาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากอดีตพลเรือเอก  เซเฟอร์ แขนดำ!

ตัดภาพกลับมาที่อิกอร์

เขาจะไม่พยายามฝึกฝนเพื่อแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร?

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภัยคุกคามจากเจ้านั่น 'หมาป่าโลหิต' สลิค ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเลย

ลองคิดถึงแค่การสอบเข้าค่ายฝึกเยาวชนแห่งศูนย์บัญชาการใหญ่กองทัพเรือมารีนฟอร์ด  เขาจำเป็นต้องประลองวิชากระบวนท่าการต่อสู้กับผู้คุมสอบ และต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ให้ได้

อิกอร์จะกล้าปล่อยให้ตัวเองถูกคัดออกเพียงเพราะทักษะการต่อสู้ของเขาไม่เพียงพอ จนต้องสูญเสียโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการเรียนรู้นี้ไปได้อย่างไร?

"พวกเราจะถึงมารีนฟอร์ดในอีกหนึ่งสัปดาห์ และกำลังจะเข้าสู่แกรนด์ไลน์แล้ว แกเตรียมตัวพร้อมรึยัง?"

หลังจากการฝึกดาบอีกเซ็ตจบลง แม้แต่สโมคเกอร์ก็ยังต้องทรุดตัวลงนั่งพักหอบหายใจ เขามองไปที่อิกอร์เพื่อเอ่ยเตือน

"แน่นอนครับ คนพวกนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวมานานมากแล้ว เพราะงั้นต่อจากนี้ไปในทุกๆ วัน พวกเรายิ่งต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น"

"เปล่า ฉันไม่ได้หมายถึงแค่พวกที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดหรอก แต่มันเป็นเพราะเรากำลังจะเข้าสู่แกรนด์ไลน์ด้วย ไม่ต้องพูดถึงภัยคุกคามจากพวกจ้าวแห่งท้องทะเลในคามเบลท์หรอกนะ แค่สภาพอากาศที่แปรปรวนที่นั่น ก็เพียงพอที่จะทำให้ใครก็ตามที่เพิ่งเคยเข้าไปเป็นครั้งแรกรู้สึกอยากตายได้แล้ว"

"ไอ้หนู ที่นั่นมันไม่เหมือนกับอีสท์บลูหรอกนะ"

เมื่อเผชิญกับคำเตือนของสโมคเกอร์ อิกอร์ก็พยักหน้ารับ "ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะเตรียมใจเอาไว้ให้พร้อม"

สองวันต่อมา!

กลุ่มของพวกเขาเดินทางข้ามคามเบลท์ที่เต็มไปด้วยจ้าวแห่งท้องทะเลมาได้อย่างปลอดภัยไร้เหตุร้ายใดๆ

ทว่า ทันทีที่เข้าสู่แกรนด์ไลน์ พวกเขาก็ต้องเผชิญกับพายุฝนตกหนักและลมกระโชกแรงที่สามารถพัดเรือรบให้ถอยหลังได้ แต่สภาพอากาศก็กลับมาปลอดโปร่งในอีกเพียงสิบนาทีต่อมา

แต่ถ้าใครคิดว่ามันจบลงแค่นั้น แกรนด์ไลน์ก็คงไม่ถูกเรียกว่าเป็นเส้นทางที่อันตรายที่สุดหรอก

แดดออกอยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ในขณะที่อิกอร์ค่อยๆ ลดการป้องกันลง พายุลูกเห็บและคลื่นยักษ์สึนามิที่ซัดเข้ามาอย่างกะทันหัน ก็ทำให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสภาพอากาศที่แปรปรวนนั้นหมายถึงอะไร

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบป้องกันหินไคโรบนเรือรบ ซึ่งเคยทำงานได้ดีในคามเบลท์ กลับกลายเป็นทำงานติดๆ ดับๆ หลังจากที่มาถึงแกรนด์ไลน์

ในบางครั้ง จ้าวแห่งท้องทะเลก็จะกระโจนขึ้นมาจากผืนน้ำเพื่อโจมตีเรือรบ หรือพุ่งชนใต้ท้องเรือจากใต้น้ำโดยตรง

แค่ต้องรับมือกับสิ่งเหล่านี้ ก็ทำเอาอิกอร์เหนื่อยล้าจนแทบหมดแรงแล้ว

ถึงแม้ว่าวิชาดาบและความสามารถจากผลปีศาจของเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่ต้องต่อสู้กับฝูงจ้าวแห่งท้องทะเลที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสายก็ตาม

แต่คลื่นที่ซัดเข้ามาเป็นระยะๆ ทำให้เรือรบไม่เคยนิ่งสงบเลย

ความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากที่ยืนอันโอนเอนนี้ ทำให้อิกอร์รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก และยิ่งสูบพละกำลังของเขาออกไปมากกว่าเดิม

เมื่อเทียบกับแกรนด์ไลน์แล้ว อีสท์บลูกลายเป็นสถานที่ที่อ่อนโยนไปเลย

แต่สิ่งที่อิกอร์ไม่รู้ก็คือ...

"ท่านนาวาเอกสโมคเกอร์คะ ถึงแม้ฉันจะรู้ว่าคุณอยากให้อิกอร์เข้าใจถึงอันตรายของแกรนด์ไลน์ แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องฝึกเขาหนักขนาดนี้เลยไม่ใช่เหรอคะ?"

"การล่อจ้าวแห่งท้องทะเลออกมาทุกๆ ชั่วโมง มันจะไม่ทำให้เขาสงสัยจริงๆ เหรอคะ?"

ภายในห้องบังคับการ ทาชิงิมองดูอิกอร์ที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงบนดาดฟ้าเรือหลังจากสังหารจ้าวแห่งท้องทะเลไปอีกตัว และเอ่ยถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย

"เป็นเพราะวิกฤตสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ฉันจึงทำได้แค่ให้อิกอร์ปรับตัวเข้ากับจังหวะของการต่อสู้ทางทะเลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มิฉะนั้น เขาอาจจะไปไม่ถึงมารีนฟอร์ดอย่างปลอดภัย"

สีหน้าของสโมคเกอร์ดูเคร่งเครียด ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาคอยระแวดระวัง 'หมาป่าโลหิต' สลิค มาโดยตลอด

แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ลงมือเคลื่อนไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย

ทว่า ยิ่งสลิคซ่อนตัวและไม่ยอมลงมือมากเท่าไหร่ สโมคเกอร์ก็ยิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้นเท่านั้น

เพราะนั่นหมายความว่า ทันทีที่สลิคลงมือ มันจะต้องเป็นการโจมตีที่หมายเอาชีวิตอย่างแน่นอน

ในสถานการณ์เช่นนี้ การให้อิกอร์ปรับตัวเข้ากับจังหวะของการต่อสู้ทางทะเลจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

ยามค่ำคืน!

เมื่ออิกอร์ที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันและรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแหลกสลายเป็นชิ้นๆ กำลังเอนตัวลงนอนพักและเตรียมจะหลับใหล

เสียงของระบบที่หายไปนานก็ดังขึ้นในหัวของเขา ทำให้เขาตกใจจนอาการง่วงนอนปลิวหายไปจนหมดสิ้น

【ตรวจพบว่าโฮสต์และเพื่อนพ้องบนเรือรบกำลังจะถูกลอบโจมตีและสังหาร ในฐานะทหารเรือผู้ผดุงความยุติธรรม คุณจะนิ่งดูดายปล่อยให้เพื่อนพ้องต้องตายได้อย่างไร? โปรดส่งสัญญาณเตือนภัยทันที สกัดกั้นผู้บุกรุก และปกป้องเพื่อนพ้องของคุณ】

【รางวัลภารกิจ: วิชาดาบขั้นต้น - ปราณดาบ, ความเข้มข้นของสายเลือดคนยักษ์ + 5.5%, ความแข็งแกร่งทางร่างกาย + 6 | ภารกิจล้มเหลว: ยกเลิกโอกาสในการเรียนรู้ของโฮสต์】

ปล. วิชาดาบขั้นต้นคือปราณดาบ ส่วนวิชาดาบขั้นสูงคือคลื่นดาบและขอบเขตแห่งการตัดเหล็ก

เมื่อเห็นว่ารางวัลของภารกิจนั้นค่อนข้างคุ้มค่า อิกอร์ก็รู้ได้ทันทีถึงความยากของการต่อสู้ครั้งนี้ ยิ่งรางวัลมากเท่าไหร่ ศัตรูก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

ครั้งนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับการฆ่าศัตรูด้วยซ้ำ แต่เป็นการสกัดกั้นพวกมัน

【โฮสต์: ฮ็อกนิส อิกอร์】

【อายุ: 19 ปี】

【อาชีพ: ทหารเรือสาขา - ร้อยเอก】

【ไอเทม: ดาบดำตีร้อยครั้ง】

【การประเมินพลังต่อสู้: ระดับ B 】

【ความแข็งแกร่งทางร่างกาย: 69】

【ผลปีศาจ: โซออนมายา - รูปแบบอีกาทองคำตะวันร่วงหล่น (สถานะเชี่ยวชาญ 55 / 1000)】

【สกิล: การควบแน่นพลัง, เพลิงทมิฬ】

【สายเลือด: สายเลือดคนยักษ์ความเข้มข้น 7%】

...

อิกอร์รีบกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยในห้องทันที ทันใดนั้น ทั้งเรือรบก็ตกอยู่ในความตื่นตระหนก

และสลิคที่เพิ่งจะลอบเร้นเข้ามา ก็หันไปสบตากับคนที่เขาจ้างวานมาด้วยเงินรางวัลอย่างเงียบๆ โดยรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ

เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!

สลิครู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อย เขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าจะไม่มีใครจับได้ แถมเขายังจงใจรอจนถึงวันนี้เพื่อลงมือ หหวังจะให้ความระแวดระวังของอิกอร์และคนอื่นๆ ลดลง

ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่เขาเลือกคือช่วงตีหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้คนผ่อนคลายกันมากที่สุด แต่ในช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ เขาถูกจับได้ยังไงกัน?

"มาคิดเรื่องพวกนี้ตอนนี้มันก็เปล่าประโยชน์ ฉวยโอกาสนี้ไปตามหาเป้าหมายแล้วฆ่ามันก่อนซะ"

นี่คือชายร่างกำยำที่สวมหน้ากากใบหน้ายิ้มสีขาว มีผมสั้นสีดำและแววตาที่คมกริบอย่างเหลือเชื่อ นี่คือยอดฝีมือที่สลิคจ้างมาด้วยค่าหัว 50 ล้านเบรี ตัวตนที่สามารถต่อกรกับพลเรือตรีได้

"เข้าใจแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ไอ้เด็กฮ็อกนิส อิกอร์ นั่นต้องตาย"

สลิคพูดอย่างดุร้าย "ฉันจะไปตามหาไอ้เด็กนั่นเอง แกคอยสกัดกองกำลังที่เหลือเอาไว้ก็แล้วกัน"

พูดจบ ร่างกายของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ขนาดตัวของเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ใบหน้าเริ่มมีขนสีเลือดงอกออกมา และส่วนหางก็ฉีกเสื้อผ้าของเขาขาดกระจุย ท้ายที่สุด เขาก็กลายเป็นมนุษย์หมาป่าสีเลือดที่มีความสูงเกือบ 2.78 เมตร

'หมาป่าโลหิต' สลิค ผู้ใช้พลังผลปีศาจสายโซออน ผลอินุ อินุ รูปแบบหมาป่าโลหิต

เขากระทืบเท้าลงพื้น แล้วพุ่งตัวเข้าไปในตัวเรือรบราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากคันธนู ด้วยการดมกลิ่นจากเศษเสื้อผ้าของอิกอร์ที่สายลับในกองทัพเรือส่งมาให้ เขาพุ่งตรงไปหาอิกอร์ราวกับมีตาทิพย์

แน่นอนว่า อิกอร์ก็สัมผัสได้ถึงออร่าที่กำลังพุ่งตรงมาหาเขาเช่นกัน

"ช่างป่าเถื่อน บ้าคลั่ง และทรงพลังอะไรขนาดนี้ รางวัลนี้คงจะไม่ได้มาง่ายๆ ซะแล้ว!"

หลังจากถอนหายใจเบาๆ อิกอร์ก็ชักดาบของเขาออกมา แล้วพุ่งตัวออกจากห้อง

ทันทีที่เขาก้าวออกมา ร่างสีเลือดก็ขยายใหญ่ขึ้นในสายตาของอิกอร์อย่างรวดเร็ว "ฮ็อกนิส อิกอร์ ไปตายซะ!"

กรงเล็บที่แหลมคมจนสะท้อนแสงจันทร์ พุ่งตะปบเข้าที่คอของอิกอร์ด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้

ฟุ่บ!

เถ้าถ่านจำนวนมหาศาลปะทุออกจากร่างกายของอิกอร์ ก่อตัวเป็นกำแพงเถ้าถ่านเพื่อสกัดกั้นผู้บุกรุกเอาไว้

อิกอร์ฉวยโอกาสนี้รีบถอยร่นไปทางด้านหลังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูระดับนี้ เขาไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองอยู่ในพื้นที่แคบๆ ได้

"ไอ้หนู แกคงไม่คิดว่าลูกไม้ตื้นๆ แค่นี้จะหยุดฉันได้หรอกนะ?"

เสียงอันมั่นใจและดุร้ายของสลิคดังออกมาจากภายในกลุ่มเถ้าถ่าน เขากำลังจะทะลวงฝ่าออกมา ดวงตาของเขาสาดประกายแสงสีแดงอันเย็นเยียบอย่างดุเดือด

"แอชเบิร์น!" อิกอร์ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เพียงแค่ดีดนิ้วอย่างต่อเนื่อง

จบบทที่ ตอนที่ 13 : ศัตรูคืบคลาน! การต่อสู้ครั้งแรกบนท้องทะเล

คัดลอกลิงก์แล้ว