- หน้าแรก
- บันทึกชีวิตนักสืบแห่งชิคาโก
- บทที่ 18 การจับกุมฆาตกรคดีข่มขืนต่อเนื่อง
บทที่ 18 การจับกุมฆาตกรคดีข่มขืนต่อเนื่อง
บทที่ 18 การจับกุมฆาตกรคดีข่มขืนต่อเนื่อง
บทที่ 18 การจับกุมฆาตกรคดีข่มขืนต่อเนื่อง
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนกำลังร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมา เชลดอนก็รีบวิ่งพรวดพราดขึ้นมาจากห้องข้อมูลด้านล่าง ในมือถือเอกสารที่เพิ่งพิมพ์ออกมาหลายฉบับ
"หัวหน้าครับ! ผมทำการตรวจสอบฐานข้อมูลแห่งชาติและพบดีคดีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ที่นครนิวยอร์กครับ" เชลดอนสรุปข้อมูลสั้นๆ ในขณะที่เปิดเอกสารทีละหน้า "ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เกิดคดีข่มขืนกระทำชำเราถึงสี่คดีที่มีรูปแบบการลงมือแบบเดียวกันเป๊ะเลยครับ"
"นิวยอร์กงั้นหรือ" แฮงก์รับแฟ้มคดีมาเปิดดู "แล้วมีผู้ต้องสงสัยบ้างไหม"
"ยังจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ครับ แต่สิ่งเดียวที่ทั้งสี่คดีมีร่วมกันคือสิ่งนี้ครับ" เชลดอนเปิดเอกสารไปที่หน้าหนึ่ง "ภายในหนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุในแต่ละครั้ง จะมีการจัดงานแสดงสินค้าของบริษัทจัดหาอุตสาหกรรมมิดเวสต์ขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่เกิดเหตุตลอดเลยครับ"
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในหัวของบรูซทันที "งานแสดงสินค้างั้นหรือ มีรายชื่อของผู้เข้าร่วมงาน หรือมีรูปถ่ายที่พวกเราสามารถนำไปให้จอห์นช่วยยืนยันตัวตนได้ไหมครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แฮงก์จึงออกคำสั่งทันที "ไปนำรายชื่อและรูปถ่ายของทุกคนที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งที่นิวยอร์กและชิคาโกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้"
...
"เป็นคนนี้แหละครับ" จอห์นเอ่ยในขณะที่กำลังเปิดดูรูปถ่ายที่เชลดอนจัดเตรียมเอาไว้ให้ภายในห้องสอบสวน ก่อนจะดึงรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาทันที "นี่คือคนทีฉันเห็นเมื่อเช้านี้ ดูสิ ดูรอยยิ้มจอมปลอมหน้าไหว้หลังหลอกนี่สิ"
บรูซหยิบแฟ้มประวัติส่วนตัวของบุคคลที่ตรงกับรูปถ่ายใบนั้นไปแปะไว้บนกระดานไวท์บอร์ด
"เจฟนีย์ เบเกอร์ อายุสามสิบสี่ปี มาจากเมืองเซนต์หลุยส์ ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทจัดหาอุตสาหกรรมมิดเวสต์ บันทึกการเดินทางในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เดินทางไปนิวยอร์กสี่ครั้ง วันเวลาตรงกับคดีทั้งสี่คดีพอดิบพอดี และเดินทางมาชิคาโกสองครั้ง วันเวลาก็ตราบตรงกับคดีทั้งสองคดีของพวกเราด้วยครับ"
ภาพถ่ายในแฟ้มประวัติแสดงให้เห็นชายที่มีรูปร่างหน้าตาทั่วไป เส้นผมสั้นสีน้ำตาล คางเหลี่ยม และมีรอยยิ้มที่เป็นมาตรฐานราวกับภาพประกอบในโบรชัวร์แนะนำสินค้า
"คุมตัวเขามาสอบสวนซะ" แฮงก์เอ่ยปาก "อัลวิน โอลิลสกี เจ้าไปกับเจย์ อย่าให้มันไก่ตื่นล่ะ"
...
ในช่วงเที่ยงวัน ภายในห้องสอบสวนของหน่วยสืบสวน ชายที่ชื่อเจฟนีย์ เบเกอร์ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้เพื่อเข้ารับการสอบปากคำ
เขาสวมชุดสูทสากลที่ดูเรียบร้อย สีหน้าของเขาดูมึนงงแต่ทว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยังคงมีรอยยิ้มจอมปลอมประดับอยู่บนใบหน้า "เจ้าหน้าที่ครับ ผมยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการสืบสวนทุกประการครับ แต่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมพวกคุณถึงต้องมาตามหาตัวผม"
"คุณเบเกอร์ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมครับว่าเมื่อคืนนี้ตั้งแต่เวลาสี่ทุ่มจนถึงหกโมงเช้า คุณอยู่ที่ไหน" อันโตนิโอถามตรงประเด็น
"อยู่ในห้องพักของโรงแรมครับ โรงแรมคราวน์พลาซ่า ห้อง 412 ผมมีใบเสร็จรับเงินด้วยนะ" เบเกอร์ตอบอย่างคล่องแคล่ว "คุณต้องการให้ผมนำมาแสดงไหมครับ"
"แต่พวกเรามีหลักฐานยืนยันว่าคุณปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมตอนตีห้า"
"เป็นไปไม่ได้หรอกครับเจ้าหน้าที่ ตอนนั้นผมอยู่ที่โรงแรมจริงๆ" เบเกอร์ยังคงรักษาโซนรอยยิ้มมืออาชีพเอาไว้ได้ "ถ้าเกิดพวกคุณมีหลักฐานก็นำออกมาแสดงสิครับ ถ้าเกิดไม่มีหลักฐานที่แน่นหนา ผมจะไม่ขอพูดอะไรอีกแล้ว และจริงด้วย ผมต้องการทนายความครับ"
การสอบปากคำดำเนินผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็ม แต่เบเกอร์กลับทำตัวไร้ร่องรอยและไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรอีกเลย
นอกจากคำให้การของจอห์นที่เป็นพวกลักเล็กขโมยน้อยแล้ว เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนก็ไม่มีหลักฐานโดยตรงที่จะสามารถเอาผิดเขาได้เลย
ทว่าในระหว่างที่พวกเขากลังจนปัญญาอยู่นั้น สายโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินก็ดังแทรกเข้ามา เกิดคดีที่สามขึ้นเมื่อสามสิบนาทีก่อนหน้านี้ และยังคงเกิดขึ้นที่บริเวณทางเดินเลียบแม่น้ำเหมือนเดิม
"อะไรนะ" อันโตนิโอตื่นตระหนก "แต่เบเกอร์ยังนั่งอยู่ในห้องสอบสวนนี่นา"
"บางทีพวกเราอาจจะจับตัวคนผิดจริงๆ ก็ได้" แฮงก์โบกมือส่งสัญญาณให้อันโตนิโอปล่อยตัวเขาไป
"บางทีเขาอาจจะมีผู้ร่วมขบวนการ หรือไม่ก็เป็นพวกเลียนแบบพฤติกรรมอาชญากรรมครับ" บรูซตระหนักถึงบางอย่างและรีบเอ่ยปากห้าม "แฮงก์ครับ ผมเสนอให้พวกเราทำการควบคุมตัวเบเกอร์เอาไว้ก่อนเป็นเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น แฮงก์หันมามองบรูซก่อนจะพยักหน้ารับคำเสนอแนะ
...
ศูนย์การแพทย์ชิคาโก แผนกฉุกเฉิน
วาเนสซ่า เหยื่อรายที่สามนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ และใบหูซ้ายถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะ
โชคดีที่เธอยังมีชีวิตอยู่ และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือเธอยังคงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
"ตอนที่มันพยายามจะถอดเสื้อผ้าของฉัน ฉันใช้เล็บข่วนเข้าที่ดวงตาของมันค่ะ" เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการสอบถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ น้ำเสียงของวาเนสซ่าดูอ่อนแรงแต่ทว่าชัดเจน "เป็นดวงตาข้างขวาค่ะ ฉันออกแรงข่วนมันอย่างสุดแรงเลย มันพยายามจะตัดหูของฉันด้วย แต่ฉันดิ้นรนต่อสู้และใช้เท้าถีบเข้าที่เป้ากางเกงของมัน พอเห็นมันทรุดลงไปกองกับพื้นและแผดเสียงร้องลั่น ฉันก็รีบวิ่งหนีออกมาทันทีค่ะ"
"เธอเห็นใบหน้าของมันไหมจ๊ะ" แคทเธอรีนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ฉันเห็นแค่โครงหน้าคร่าวๆ ค่ะ เป็นชายผิวขาว รูปร่างไม่สูงมาก น่าจะประมาณหนึ่งเมตรหกสิบ และมันยังสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วยค่ะ" วาเนสซ่าพยายามนึกย้อนความหลังด้วยความกล้าหาญ "ฉันไม่กลัวมันหรอกค่ะ ฉันต้องการจะเอาชนะมันให้ได้"
เมื่อพูดจบ วาเนสซ่าก็เริ่มร้องไห้โฮออกมา แม้ว่าเธอจะมีความกล้าหาญเพียงใด แต่ในท้ายที่สุดเธอก็เป็นเพียงเด็กสาวอายุสิบหกปีคนหนึ่งเท่านั้น
คุณแม่ของวาเนสซ่าคอยโอบกอดปลอบโยนอยู่ข้างๆ และแคทเธอรีนก็ก้าวเท้าเข้าไปกุมมือของเธอเอาไว้ "ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ พวกเราไม่มีวันปล่อยให้มันลอยนวลไปได้แน่นอน"
แฮงก์เดินออกมาที่ด้านนอกห้องผู้ป่วยและเริ่มออกคำสั่งให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนทันที "เอริน เจย์ อันโตนิโอ รูเซก พวกเจ้าสี่คนนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจกระจายกำลังออกไปตรวจสอบตามร้านขายยา คลินิก และโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อค้นหาตัวคนไข้ที่มาเข้ารับการรักษาบาดแผลถูกข่วนที่ดวงตาเมื่อเช้านี้ ส่วนอัลวิน โอลิลสกี เจ้ากลับไปที่สถานีตำรวจแล้วทำเรื่องปล่อยตัวเบเกอร์ซะ บรูซ เจ้ากับแคทเธอรีนคอยตามประกบมันเอาไว้ ตราบใดที่มันยังมีผู้ร่วมขบวนการ พวกมันจะต้องนัดพบกันแน่นอน และเมื่อถึงเวลานั้นพวกเราจะรวบตัวพวกมันให้หมด"
"รับทราบครับ!"
เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนน้อมรับคำสั่งและแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ทุกคนต่างเกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาเพราะเรื่องของวาเนสซ่า
...
เวลาหกโมงเย็น ในที่สุดความคืบหน้าครั้งสำคัญก็ปรากฏขึ้น
เอรินตรวจพบว่ามีชายคนหนึ่งชื่อนีล แวนซ์ มาทำการซื้อยาแก้อักเสบชนิดหยอดตาและยาปฏิชีวนะ
ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านขายยาสามารถบันทึกภาพดวงตาข้างขวาของเขาได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีรอยแผลถูกข่วนสามรอยปรากฏอยู่เด่นชัด
เชลดอนทำการสืบค้นข้อมูลตามประวัติส่วนตัวและพบว่าที่อยู่ที่แวนซ์ใช้ลงทะเบียนเข้าพักคือโรงแรมฟอนต์เลรอย
"โรงแรมฟอนต์เลรอยงั้นหรือ" บรูซรับฟังรายงานจากเชลดอนและหันไปสบตากันกับแคทเธอรีน "คุณแน่ใจนะ"
"บรูซ พวกแกเจออะไรบ้าง" น้ำเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ของแฮงก์ดังขึ้นผ่านทางวิทยุสื่อสาร
"ผมกับแคทเธอรีนอยู่ที่โรงแรมฟอนต์เลรอยเรียบร้อยแล้วครับ" บรูซกดเสียงให้ต่ำลง "และตอนนี้เบเกอร์กำลังยืนคุยอยู่กับผู้จัดการที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ครับ"
"ดูเหมือนเบเกอร์จะเดินทางมาตามหาตัวแวนซ์ค่ะ" แคทเธอรีนรับหน้าที่อธิบายต่อและเริ่มทำการวิเคราะห์ข้อมูล "มีความเป็นไปได้สูงมากที่เบเกอร์จะเป็นคนวางแผน ส่วนแวนซ์เป็นคนลงมือ"
"บรูซ จับตาดูเบเกอร์เอาไว้ให้ดี" แฮงก์รับฟังการวิเคราะห์และออกคำสั่งบงการให้ทุกคนรวมกำลังพล "คนอื่นๆ รีบมุ่งหน้าไปที่โรงแรมฟอนต์เลรอยเดี๋ยวนี้ ซะ!"
ทว่าในอีกด้านหนึ่ง เบเกอร์ดูเหมือนจะจับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เขาหันมองรอบตัวด้วยท่าทางลนลานก่อนจะวิ่งหนีออกไปทันที
บรูซรีบวิ่งฝีเท้าไล่ตามไปในทันที
แคทเธอรีนที่อยู่ใกล้ๆ รีบทำการรายงานสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "แฮงก์คะ เบเกอร์เริ่มวิ่งหนีแล้วค่ะ เขาไม่ได้สังเกตเห็นพวกเรา แต่จู่ๆ เขาก็วิ่งหนีออกไปเองค่ะ"
"ตามประกบมันไว้ให้ดี ข้าติดต่อเจ้าหน้าที่สายตรวจในบริเวณใกล้เคียงให้ช่วยปิดล้อมโรงแรมเอาไว้แล้ว" น้ำเสียงของแฮงก์ยังคงสงบนิ่ง ไม่ได้ตื่นตระหนกไปกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน
ส่วนบรูซ หลังจากประเมินเส้นทางการหลบหนีของเบเกอร์เรียบร้อยแล้ว เขาเลือกที่จะวิ่งอ้อมไปดักทางจากอีกฝั่งหนึ่ง
ด้วยพละกำลังและความเร็วที่เหนือชั้นกว่า ทำให้เขาสามารถพุ่งตัวเข้าตะครุบจับร่างของเบเกอร์จนล้มคว่ำลงบนทางเท้าตรงหัวมุมถนนได้สำเร็จ
เบเกอร์พยายามจะดิ้นรนต่อสู้โดยอาศัยรูปร่างที่สูงใหญ่ แต่กลับถูกบรูซใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่ลำตัวจนร่างม้วนงอราวกับกุ้ง นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น
บรูซและแคทเธอรีนที่วิ่งตามมาถึงร่วมกันควบคุมตัวเบเกอร์เดินกลับเข้ามาในโรงแรม ประจวบเหมาะกับที่พวกของแฮงก์เดินทางมาถึงพอดิบพอดี
แฮงก์ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เขาใช้มือข้างหนึ่งกระชากคอเสื้อของเบเกอร์ขึ้นมาแล้วลากตัวตรงไปยังห้องเก็บของของโรงแรม
อันโตนิโอและเจย์พยายามจะก้าวเท้าเข้าไปห้ามปราม แต่กลับถูกบรูซและแคทเธอรีนเดินเข้ามาขวางทางเอาไว้
บรูซเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย "พวกคุณมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหมครับ ถ้าไม่มีก็อย่าไปขัดขวางแฮงก์เลย เขาไม่ได้กลัวว่ามือของตัวเองจะต้องเปื้อนเลือดเพื่อจับกุมตัวคนร้ายหรอกครับ"
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก
หลังจากนั้นไม่นาน แฮงก์ก็เดินก้าวเท้าออกจากห้องเก็บของ ในมือยังคงถือผ้าขนหนูคอยเช็ดคราบเลือดออกจากมือของตัวเอง "ท่าเรือเนวี่ แวนซ์อยู่ที่ท่าเรือเนวี่"
เมื่อได้รับข้อมูล บรูซและแคทเธอรีนก็วิ่งนำออกไปเป็นคนแรก
ในระหว่างนั้น บรูซเหลือบสายตากลับไปมองภายในห้องเก็บของ และเห็นร่างของเบเกอร์นอนกองอยู่บนพื้น มีเลือดไหลทะลักออกจากใบหูขวาอย่างไม่ขาดสาย
...
เมื่อเดินทางมาถึงท่าเรือเนวี่ เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนก็แยกย้ายกันออกเป็นกลุ่มเพื่อเริ่มกระจายกำลังออกค้นหาบุคคลต้องสงสัยท่ามกลางฝูงชนทันที
บรูซรวบรวมสมาธิ โดยอาศัยทักษะภาพสเกตช์ภารกิจและทักษะการระบุตำแหน่งด้วยเสียงในการคัดกรองผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ในวันนี้ที่ท่าเรือเนวี่มีการจัดกิจกรรมขึ้นพอดี บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก
ทันใดนั้น ตรงบริเวณมุมตึกใกล้กับห้องน้ำสาธารณะ บรูซสังเกตเห็นชายต้องสงสัยคนหนึ่งสวมเสื้อฮู้ด สายตาของเขาดูหลบลู่ พยายามเดินเลี่ยงฝูงชนอย่างสุดชีวิต ซึ่งดูไม่เข้ากับบรรยากาศอันแสนคึกคักของสถานที่แห่งนี้เลยสักนิด
บรูซรีบวิทยุเรียกให้แคทเธอรีนที่อยู่ใกล้ที่สุดเดินทางมาสนับสนุนทันที จากนั้นแสร้งทำตัวเลียนแบบนักท่องเที่ยวที่กำลังรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำและเดินตรงเข้าไปหา
ในวินาทีนั้นแวนซ์เงยหน้าขึ้นพอดี รอยแผลถูกข่วนที่ดวงตาข้างขวาของเขาดูเด่นชัดเป็นพิเศษภายใต้เงามืดของเสื้อฮู้ด
เขาเหลือบเห็นบรูซ ชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนจะตัดสินใจวิ่งหนีไปทางด้านหลัง ท่าทางของเขาดูตื่นตระหนกราวกับนกที่ตกใจกลัว
บรูซรีบเร่งฝีเท้าวิ่งไล่ตามไปทันที
แคทเธอรีนที่เดินทางมาสนับสนุนไม่ได้มีความลังเลใจเลยแม้แต่น้อย เธอทำการประเมินเส้นทางการหลบหนีของแวนซ์และเลือกที่จะวิ่งอ้อมไปดักทางจากด้านข้าง
ในขณะที่คนทั้งสองกำลังจะเข้าโอบล้อมตัวแวนซ์เอาไว้ได้สำเร็จ ชายคนนั้นกลับชักปืนพกออกมาขู่จับนักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งมาเป็นตัวประกันทันที
"ไม่! แวนซ์ อย่าทำแบบนั้น!" บรูซและแคทเธอรีนยกปืนขึ้นเล็งเป้าหมายพร้อมกับตะโกนขู่ "ตำรวจชิคาโก! แวนซ์ วางปืนลงเดี๋ยวนี้"
"ถอยไปให้หมด! ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าเธอซะ!" แวนซ์ใช้ปืนจ่อที่ศีรษะของตัวประกัน สภาพจิตใจของเขาดูเหมือนกำลังจะพังทลายลงอยู่รอมร่อ
ตัวประกันหญิงเอาแต่ร้องไห้สะอื้นด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด
บรูซค่อยๆ ยืดตัวตรงขึ้น แบมือทั้งสองข้างออก และเก็บอาวุธปืนกลับเข้าซองปืนที่เอว "แวนซ์ อย่าทำแบบนี้เลย คุณคงไม่อยากจะเพิ่มข้อหาฆ่าคนตายเข้าไปอีกข้อหาหรอกใช่ไหมครับ"
"ยังไงมันก็ต้องตายเหมือนกันนั่นแหละ!" ดวงตาของแวนซ์ขึ้นสีแดงก่ำ อาการดูคล้ายคนบ้า "ถอยไป! ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้!"
บรูซหันไปสบตากับแคทเธอรีนหนึ่งที ตอนนี้เธออยู่ในตำแหน่งมุมอับสายตาของแวนซ์พอดิบพอดี คนทั้งสองจึงเริ่มส่งสัญญาณประสานงานกันอย่างเงียบๆ
บรูซเอาแต่ชวนพูดคุยอยู่ทางด้านหน้าของแวนซ์เพื่อดึงดูดความสนใจ พร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าไปด้านหน้าอย่างช้าๆ เพื่อรักษาระยะห่างให้แคบลงโดยไม่ทันสังเกต
ส่วนแคทเธอรีนก็ขยับตัวมาอยู่ด้านข้างของตัวประกันเรียบร้อยแล้ว ในระยะที่สามารถเอื้อมมือถึง
สิบเมตร เก้าเมตร แปดเมตร...
"อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ! ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม!" เมื่อเห็นบรูซขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แวนซ์ก็แผดเสียงร้องลั่น "หนึ่ง..."
ในวินาทีนั้นเอง บรูซก็ตะโกนลั่นขึ้นมาทันที "หมอบลง!"
แคทเธอรีนได้ยินสัญญาณจึงไม่ลังเลใจ อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นคว้ามือของตัวประกันแล้วออกแรงกระชากตัวเธอออกมาอย่างสุดแรง
ในจังหวะเสี้ยววินาทีที่ร่างของตัวประกันเบี่ยงหลบไป บรูซก็ทำการชักปืน เล็งเป้าหมาย แล้วลั่นไกทันที
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างลื่นไหลราวกับลมหายใจเข้าออก ลูกกระสุนพุ่งทะยานผ่านระยะห่างแปดเมตรและเจาะเข้าที่ใจกลางหน้าผากของแวนซ์อย่างแม่นยำ
ร่างกายของแวนซ์แข็งทื่อ ปืนพกหลุดร่วงออกจากมือ ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มหงายหลังไปกระแทกกับผนังห้องและค่อยๆ ไถลลงไปกองกับพื้น
ตัวประกันล้มฟุบลงบนพื้นห้อง และแคทเธอรีนก็รีบก้าวเท้าเข้าไปตรวจสอบอาการทันที
บรูซยังคงยกปืนเล็งค้างเอาไว้เป็นเวลาสามวินาที เมื่อยืนยันว่าภัยคุกคามถูกกำจัดเรียบร้อยแล้วจึงยอมลดท่อนแขนลง
แฮงก์และคนอื่นๆ รีบวิ่งเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์นำตัวประกันออกจากพื้นที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเริ่มเข้าดำเนินการกับศพของแวนซ์
"เป็นการยิงที่เฉียบขาดมาก" แฮงก์หันมามองบรูซ "มีความจำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยหรือ"
"จิตใจของเขาพังทลายไปหมดแล้วครับหัวหน้า" บรูซเก็บปืนเข้าซอง แววตาของเขามีความแน่วมั่นคง
ในเวลานี้ ระบบทำการแจ้งเตือนข้อความว่า ปฏิบัติการเสร็จสิ้น: คลี่คลายคดีข่มขืนและทำร้ายร่างกายต่อเนื่อง วิสามัญฆาตกรรมนีล แวนซ์ จับกุมตัวเจฟนีย์ เบเกอร์ สำเร็จ ได้รับกล่องสมบัติทองแดงหนึ่งชิ้น
...
ในยามค่ำคืน ในตอนที่บรูซขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ของอิวานกา เธอ ยังคงนั่งเฝ้ารอคอยเขาอยู่พร้อมกับกำลังทำอาหารมื้อค่ำ
"คุณดูเหมือนเพิ่งจะผ่านการสู้รบในสงครามมาเลยนะคะ" เมื่อเห็นบรูซเดินเข้ามา เธอจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ถ้าพูดในแง่หนึ่งก็ใช่ครับ" บรูซทิ้งตัวลงนั่ง จ้องมองอิวานกาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ ฮีโร่ของฉัน!" อิวานกาสวมใส่ชุดนอนผ้าไหม เดินมาอยู่ข้างกายของบรูซ โน้มตัวลงไปมอบจุมพิตให้แก่เขา ความอวบอิ่มที่บริเวณทรวงอกทำความเหนื่อยล้าทั้งหมดของเขาอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น