เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 ได้รับพักราชการตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน

บทที่ 2 ได้รับพักราชการตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน

บทที่ 2 ได้รับพักราชการตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน


บทที่ 2 ได้รับพักราชการตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน

เมื่อเพื่อนร่วมงานขับรถมาส่งบรูซและแคทเธอรีนกลับมาถึงสถานีตำรวจเขต 21 เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนทีได้รับทราบข่าวต่างก็มารออยู่ในห้องโถงต้อนรับแล้ว พวกเขาอยากจะเห็นหน้าชายหนุ่มสุดโหดที่ลั่นไกปืนตั้งแต่วันแรกที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในท้องถนน

ดังนั้นเมื่อบรูซและแคทเธอรีนก้าวเข้ามาในห้องโถงต้อนรับ พวกเขาจึงถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ห้องโถงต้อนรับอัดแน่นไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคนต่างพากันปรบมือเมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามา แม้แต่ประชาชนทั่วไปจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยก็ยังพลอยปรบมือตามไปด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจผิวดำร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยื่นมือมาทักทายอย่างอบอุ่น "ไงพวก ฉันเควิน นายดังแล้วนะ ชายสุดโหดประจำสถานีเขตยี่สิบเอ็ด"

เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงผิวขาว ผมบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้าที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ทักทายเขาอย่างเป็นกันเองเช่นกัน "ฉันคิม ยินดีด้วยนะ ที่ได้รับการยอมรับจากทุกคนตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน"

"ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ..." ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้บรูซซึ่งปกติเป็นคนเปิดเผย ถึงกับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นคนเก็บตัวไปเลยทีเดียว

ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานของผู้บังคับการสถานีก็เปิดออก ชายผิวดำร่างท้วมคนหนึ่งโผล่ศีรษะออกมา ห้องทั้งห้องก็เงียบเสียงลงในทันที

รอน เพอร์รี่ ผู้บังคับการสถานีตำรวจเขต 21 และเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของทุกคนที่อยู่ในที่นั้น เอ่ยขึ้นว่า "เจ้าหน้าที่สเตซี่ เข้ามานี่หน่อย"

เมื่อได้ยินดังนั้น บรูซก็พยักหน้าให้แคทเธอรีนแล้วเดินตรงไปยังห้องทำงานของผู้บังคับการสถานี "รายงานตัวครับ ผู้บังคับการ เจ้าหน้าที่ บรูซ สเตซี่ มารายงานตัวครับ"

"เข้ามาแล้วปิดประตูด้วย" ผู้บังคับการเพอร์รี่กำลังก้มหน้าก้มตาลงนามในเอกสาร โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ

เมื่อบรูซเข้ามาในห้องทำงาน เขาจึงตระหนักว่ามอร์แกนก็อยู่ที่นี่ด้วย เขาจึงส่งสายตาเป็นเชิงตั้งคำถาม แต่มอร์แกนทำมือเป็นสัญญาณว่าค่อยออกไปคุยกันข้างนอก

"ผู้บังคับการ มีธุระอะไรกับผมหรือครับ" บรูซถามขณะเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเพอร์รี่

ในเวลานั้น ผู้บังคับการเพอร์รี่ลงนามในเอกสารเสร็จพอดี เขาก็บรรจุปากกาเก็บแล้วเงยหน้าขึ้น "เจ้าหน้าที่สเตซี่ เมื่อพิจารณาจากผลงานของเธอในวันนี้ โดยส่วนตัวแล้วฉันชื่นชมเธอมาก อย่างไรก็ตาม ในทางราชการ ฉันจำเป็นต้องสั่งให้เธอพักงานเป็นเวลาสองสามวันเพื่อเข้ารับการตรวจสอบจากกองบังคับการจเรตำรวจ ฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ"

ขณะที่พูด เขาก็ยื่นเอกสารที่เพิ่งลงนามเสร็จส่งให้ "นี่คือเอกสารสำหรับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรก่อนกำหนด ฉันเพิ่งลงนามไปเมื่อครู่ เมื่อการตรวจสอบของจเรตำรวจสิ้นสุดลง เธอจะได้เป็นเจ้าหน้าที่อย่างเต็มตัวของสถานีเขตยี่สิบเอ็ดของเรา"

"ครับ ผู้บังคับการ ผมเข้าใจครับ"

"เอาละ เธอไปได้แล้ว"

บรูซหันหลังเดินจากมา พลันเลิกคิ้วให้มอร์แกน ซึ่งฝ่ายหลังได้แต่ยักไหล่อย่างหมดหนทาง

เมื่อก้าวออกมาจากห้องทำงาน บรูซก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นจ่าแพลตต์กวักมือเรียกเขา บรูซนึกฉงนใจจึงเดินตรงไปยังโต๊ะประชาสัมพันธ์ด้านหน้า

"จ่าแพลตต์ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ"

"นี่คือศิรบัตรของนักจิตวิทยาประจำกรมตำรวจและทนายความของสหภาพตำรวจ เธอสามารถติดต่อพวกเขาได้หากจำเป็น" หลังจากพูดจบ แพลตต์ก็โบกมือไปมาเหมือนไล่แมลงวัน บอกให้บรูซรีบไปให้พ้นทาง

บรูซรับนามบัตรมาพลันนึกในใจว่า จ่าแพลตต์เป็นคนประเภทปากร้ายแต่ใจดีโดยแท้

...

เมื่อเข้ามาในห้องแต่งตัว เขาพบว่าแคทเธอรีนยังคงรออยู่ แม้ว่านางจะเปลี่ยนเป็นชุดพลเรือนแล้วก็ตาม รูปร่างที่เพรียวบางทว่าอวบอิ่มของนางถูกขับเน้นอย่างสมบูรณ์แบบด้วยชุดลำลองสีดำ นางไม่ได้หนักแค่ร้อยยี่สิบปอนด์แน่ ๆ บรูซแอบคิดในใจ

"ผู้บังคับการสั่งให้เธอพักงานใช่ไหม" แคทเธอรีนถาม โดยไม่รับรู้ถึงความคิดภายในใจของบรูซเลย

"ครับ ผู้บังคับการบอกให้ผมหยุดพักสองสามวัน และบอกว่าทางจเรตำรวจจะมาตรวจสอบ" บรูซตอบขณะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า

ในวินาทีที่เขาปลดกระดุมเสื้อ มัดกล้ามเนื้อที่ปรากฏออกมาทำให้ดวงตาของแคทเธอรีนเป็นประกาย เป็นไปตามคาด รูปร่างของเขาดีมากจริงๆ

แคทเธอรีนสลัดศีรษะเพื่อไล่ความความคิดพลันกล่าวว่า "นั่นเป็นแค่การตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ ไม่เป็นไรหรอก แค่อธิบายสถานการณ์ในที่เกิดเหตุตามความเป็นจริง ฉันจะช่วยเป็นพยานให้เธอเอง"

"ผมไม่ได้ตื่นเต้นอะไรครับ แค่รู้สึกขบขันที่ตัวเองได้รับพักราชการตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน" บรูซกล่าวพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ หลังจากแต่งตัวเสร็จ "แต่ผู้บังคับการบอกว่า ทันทีที่ผมกลับมา ผมจะได้บรรจุเป็นข้าราชการประจำทันที"

เมื่อได้ยินดังนั้น แคทเธอรีนก็ชกเข้าที่ไหล่ของบรูซ "ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีด้วยนะ ไอ้หนูผู้โชคดี มาเถอะ ฉันจะขับรถไปส่งเธอที่บ้านก่อน"

เมื่อเห็นสีหน้าอันงุนงงของบรูซ แคทเธอรีนก็หัวเราะลั่น "ฉันพักอยู่ห้องข้างล่างเธอนี่เอง เธอนี่ไม่ค่อยสังเกตสิ่งรอบตัวเลยนะ ฉันรู้ว่าเธอและไอ้หนูผิวดำคนนั้นพักอยู่ที่แจ็กอพาร์ตเมนต์ ปกติต้องนั่งรถของเขาไม่ใช่หรือ"

บรูซเกาหลังศีรษะ ชิคาโกนี่มันช่างแคบเหลือเกิน

...

เมื่อกลับมาถึงแจ็กอพาร์ตเมนต์ แคทเธอรีนพักอยู่ที่ชั้นสองจริง ๆ

ทั้งสองคนพูดคุยกันมากมายตลอดทาง หากไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาจะต้องเป็นคู่หูกันไปอีกหลายปี ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

บรูซได้เรียนรู้ว่าแคทเธอรีนเคยรับราชการในหน่วยนาวิกโยธินก่อนจะมาเป็นตำรวจ พับผ่าสิ บรูซอ้าปากค้างจนเกือบถึงพื้น การผสมผสานระหว่างหญิงงาม ทหารผ่านศึกหน่วยรบพิเศษ และตอนนี้มาเป็นตำรวจ นี่มันช่างหาได้ยากยิ่งนัก

"นี่ แคทเธอรีน เย็นนี้มากินข้าวที่ห้องฉันสิ ฝีมือการทำอาหารจีนของฉันใช้ได้เลยนะ" บรูซเอ่ยปากชวนขณะแยกทางกันตรงบันได

"ได้สิ ถ้าอย่างนั้นเจอกันเย็นนี้" แคทเธอรีนตกลงโดยไม่ลังเล ไม่มีข้อเสียหายอะไรที่จะได้พบปะกับคู่หูในอนาคตในแบบส่วนตัว

"เยี่ยมเลย เจอกันเย็นนี้ครับ"

...

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก บรูซมองสำรวจเครื่องเรือนรอบ ๆ ตัว เขาถูกมอร์แกนลากออกไปอย่างสะลึมสะลือเมื่อเช้านี้ จึงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านของตัวเองมีหน้าตาอย่างไร

ทางซ้ายมือของประตูทางเข้าเป็นห้องครัวแบบกึ่งเปิด ตามมาด้วยห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่เปิดโล่งไปสู่ระเบียงที่มีหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน

ทางขวามือเป็นห้องนอนของบรูซและมอร์แกน คนละห้อง ห้องของบรูซอยู่ฝั่งระเบียง ภายในห้องนอนมีเตียงขนาดใหญ่ กระจกเงาบานยาว ตู้เสื้อผ้าแบบเรียบง่าย และโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือและเอกสารเกี่ยวกับกฎหมายและตำรวจ

เขายังไม่มีเวลาจัดเก็บให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้านเมื่อเช้านี้ ทุกอย่างจึงดูรกรุงรังไปหมด

เมื่อนั่งลงบนเตียงและมองดูใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยในกระจก ความรู้สึกแปลกแยกนั้นก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อหวนนึกถึงอดีตและชีวิตในปัจจุบัน บรูซก็เผลอหลับลึกไปโดยไม่รู้ตัว ในความฝัน เขาโบยบินอย่างรวดเร็วผ่านความทรงจำของสองชีวิตที่แตกต่างกัน ภาพเหตุการณ์แล้วเหตุการณ์เล่าที่ดูเหนือจริงทว่าเสมือนจริงผุดขึ้นมา

ในชีวิตก่อน หลี่อวิ๋นม่อเป็นเด็กกำพร้าที่พยายามอย่างหนักเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนตำรวจ เขาทำงานในแนวหน้ามาเกือบห้าปี ก่อนจะถูกส่งไปประจำการที่สถานีตำรวจท้องถิ่นอันห่างไกลในที่สุดเพราะเขาเข้ากับคนอื่นไม่ได้

ในชีวิตนี้ บรูซ สเตซี่ ก็เป็นเด็กกำพร้าเช่นกัน แต่เขาได้รับการอุปการะจากสามีภรรยาผู้มีจิตใจดีงามคู่หนึ่ง

พ่อบุญธรรมของเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์ก และแม่บุญธรรมของเขาเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ภายใต้การศึกษาในระดับหัวกะทิของพ่อแม่บุญธรรม บรูซได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก อย่างไรก็ตาม เขาไม่พอใจกับแผนการที่พ่อวางไว้สำหรับอาชีพในอนาคตของเขา เพื่อพิสูจน์ตัวเอง บรูซจึงเลือกที่จะอยู่ที่ชิคาโกและกลายมาเป็นตำรวจ

ช่างเป็นเด็กดื้อที่โชคดีจริง ๆ บรูซคิดในใจขณะประเมินตัวตนในอดีตของบรูซ

...

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกะทันหัน ปลุกบรูซที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น

เมื่อเห็นชื่อผู้เรียกเข้าเป็น แม่ บรูซจึงรับสายอย่างระมัดระวัง

"ฮัลโหล บรูซหรือลูก" มันเป็นเสียงของหญิงวัยกลางคน

"..."

"บรูซ เลิกโกรธพ่อเขาได้แล้ว วันนี้พวกเราได้รับโทรศัพท์จากจเรตำรวจชิคาโก ทำเอาพวกเราตกใจแทบแย่ ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม" เสียงอันร้อนรนดังมาจากปลายสาย เจือไปด้วยความเหนื่อยล้าและความห่วงใย

"แม่ครับ... ผมไม่เป็นไร ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงครับ" ด้วยเหตุผลบางอย่าง เสียงของบรูซกลับสั่นเครือเล็กน้อย

"พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกมากนะ บรูซ"

"แม่ครับ พ่ออยู่ไหมครับ" บรูซถามอย่างระมัดระวัง ในความทรงจำของเขา พ่อเป็นคนเข้มงวดมาก

"พ่อยังไม่กลับจากทำงานเลย เขาอุตส่าห์กลัวว่าถ้าเขาโทรมาแล้วลูกจะไม่รับสาย เลยเจาะจงให้แม่โทรมาถามไถ่ความปลอดภัยของลูกนี่แหละ" หญิงวัยกลางคนกล่าวอย่างระมัดระวัง

ดูเหมือนว่าสองพ่อลูกจะมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงเรื่องงาน

เฮ้อ "ผมสบายดีครับ ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก" บรูซสูดหายใจเข้าลึก ๆ ในใจยังคงมีความยำเกรงต่อพ่อบุญธรรมอยู่บ้าง

"แม่ได้ยินมาว่า... วันนี้ลูกลั่นไกปืน..." เสียงของหญิงสาวแสดงถึงความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด

"แม่ครับ ผมช่วยชีวิตหญิงตั้งครรภ์คนหนึ่งไว้ได้ ดังนั้นผมจึงไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรเลย..." บรูซค่อย ๆ ปลอบประโลมนา

"ดีแล้วละ ถ้าอยากกลับบ้านก็กลับมาเถอะ ทุกคนยินดีต้อนรับลูกเสมอ รวมทั้งพ่อเขาด้วย..."

"ครับ ผมทราบแล้วครับแม่" บรูซลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "ฝากบอกพ่อให้ผมด้วยนะว่า คริสต์มาสปีนี้ผมจะกลับไปนิวยอร์ก บอกให้เขาดูแลตัวเองให้ปลอดภัยด้วยครับ"

เมื่อได้ยินคำพูดของลูกบุญธรรม ความกังวลของหญิงสาวก็คลายลงเล็กน้อยในที่สุด "บอกเขาด้วยตัวเองสิ แต่แน่นอน แม่จะช่วยส่งสารนี้ให้ด้วยเหมือนกัน"

"ครับ ถ้าอย่างนั้นก็เท่านี้ก่อนนะครับ รักแม่ครับ" บรูซกล่าวอย่างขัดเขิน

"แม่ก็รักลูกจ้ะ บรูซ ลูกต้องรักษาความปลอดภัยให้ดีนะ"

หลังจากวางสาย บรูซก็พบรายชื่อผู้ติดต่อที่ระบุว่า จอร์จ สเตซี่ ในโทรศัพท์ของเขา นั่นคือชื่อของพ่อบุญธรรมของเขา

ผมไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง คริสต์มาสนี้จะกลับบ้าน ผมขอโทษครับ เขาพิมพ์ข้อความทิ้งไว้แล้วกดส่งออกไป

อึดใจต่อมา โทรศัพท์ก็สั่นสะเทือน เขาเปิดดูเห็นข้อความว่า รับทราบแล้ว รอเธอกลับบ้านนะ

เมื่อมองดูข้อความ บรูซก็ยิ้มออกมา เขายัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นเตรียมอาหารเย็น คืนนี้เขาได้เชิญแคทเธอรีนมาที่ห้อง

...

สำหรับอาหารเย็น เขาทำอาหารสามอย่าง ได้แก่ ซุปเนื้อ มะเขือเทศ ปีกไก่น้ำแดง และซี่โครงหมูอบซีอิ๊ว เขาปรับเปลี่ยนรสชาติเล็กน้อยเพื่อให้ถูกปากชาวอเมริกัน โดยทำให้ออกรสหวานนำเล็กน้อย

สำหรับอาหารจานหลัก เขาหุงข้าวสวยหม้อใหญ่ พร้อมด้วยสลัดผักและผลไม้ชามโต

ทันทีที่เขาทำเสร็จ เขาก็ตรวจดูเวลา เป็นเวลาหกโมงยี่สิบนาทีแล้ว มอร์แกนควรจะกลับมาได้แล้ว แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นกับหมอนั่นกันแน่ ถึงต้องไปรายงานตัวกับผู้บังคับการโดยตรง คงไม่ใช่ลูกชายของผู้บังคับการหรอกนะ บรูซบ่นอุบอิบกับตัวเอง

ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก มอร์แกนเดินเข้ามาด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้า เขาสูดดมกลิ่นในอากาศ "พับผ่าสิ กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอเลย บรูซ ฝีมือการทำอาหารของนายพัฒนาขึ้นนะ"

"รีบไปเตรียมตัวเข้า ฉันเชิญเจ้าหน้าที่แคทเธอรีนมากินข้าวเย็นด้วย คู่หูฝึกอบรมของฉันน่ะ" เมื่อเห็นสีหน้า "พับผ่าสิ" อันงุนงงของมอร์แกน บรูซจึงอธิบายเพิ่ม "นางพักอยู่ห้องข้างล่างนี่เอง"

"พระเจ้าช่วย" ปากของมอร์แกนปกติก็กว้างอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันอ้าค้างจนดูเหมือนจะฉีกขาดออกมา

"นางอยู่ข้างหลังนายนั่นแหละ" บรูซชี้มือไปข้างหลังมอร์แกน

เมื่อได้ยินดังนั้น มอร์แกนก็รีบหมุนตัวกลับไปทันที และเห็นแคทเธอรีนในชุดลำลอง กำลังถือขวดไวน์แดงยืนอยู่ตรงนั้น "ไง"

ทั้งสองคนเดินไปที่มุมรับประทานอาหาร มอร์แกนยังคงอยู่ในอาการตะลึง แคทเธอรีนยื่นไวน์ให้บรูซ จากนั้นก็เดินตรงไปที่โต๊ะอาหารแล้วสูดดมกลิ่น "กลิ่นหอมน่าทานมาก บรูซ ฝีมือการทำอาหารของเธอ ยอดเยี่ยมจริง ๆ"

"ทุกคนนั่งลงเถอะ ก่อนที่อาหารจะเย็นหมด" บรูซผายมือเชิญให้นั่งลง ขณะที่เขาเปิดขวดไวน์แล้วรินให้แต่ละคนเล็กน้อย

ที่โต๊ะอาหาร บรูซเอ่ยถามมอร์แกนด้วยความอยากรู้ "แล้วเรื่องของนาย มันยังไงกันแน่"

เมื่อได้ยินดังนั้น มอร์แกนก็วางปีกไก่ในมือลงพลันถอนหายใจ "บรูซ ฉันต้องไปจากนายแล้ว"

"เกิดอะไรขึ้น พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย" บรูซชูนิ้วกลางให้ แคทเธอรีนเองก็มองดูเด็กใหม่คนนี้ด้วยความอยากรู้เช่นกัน เพิ่งมารายงานตัวแท้ ๆ ก็จะไปแล้วหรือ

"พ่อของฉันใช้เส้นสายย้ายฉันไปประจำการที่สถานีตำรวจเขตหนึ่งในย่านใจกลางเมือง ผู้บังคับการลงนามอนุมัติเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ฉันต้องไปรายงานตัวที่นั่น..." มอร์แกนโพล่งออกมาทั้งหมดเหมือนยอมรับในโชคชะตา

"พับผ่าสิ นายหมายถึงพ่อที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนายน่ะหรือ" ตอนนี้กลายเป็นบรูซที่ต้องตกใจแทน

"ใช่ เขาเป็นหัวหน้ากองบังคับการจเรตำรวจ ระดับสองดาวน่ะ" มอร์แกนมีสีหน้าอมทุกข์

"โธ่เอ๊ย" คราวนี้แม้แต่แคทเธอรีนก็ยังหลุดอุทานออกมา

จบบทที่ บทที่ 2 ได้รับพักราชการตั้งแต่วันแรกที่มาทำงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว