- หน้าแรก
- หวนคืนสู่ปี 1980 แก้ไขชีวิตครอบครัว
- บทที่ 112 ชี้แนะ
บทที่ 112 ชี้แนะ
บทที่ 112 ชี้แนะ
ตอนเที่ยง
เติ้งซื่อรงทำอาหารจานใหญ่เต็มโต๊ะอีกครั้งเพื่อต้อนรับครอบครัวฝั่งแม่ของลูกสะใภ้คนโต
อาหารคาวมีปลาหมึกทอด ตัวอ่อนผึ้งทอด ไก่ต้มสับ เป็ดต้มสับ หมูสามชั้นน้ำแดง ซี่โครงหมูน้ำแดง ผัดเผ็ดปลาไหล และปลาไนนึ่งซีอิ๊ว
อาหารเจมีเต้าหู้น้ำแร่ ถั่วงอก หน่อไม้เส้น และผักบุ้ง
ส่วนแกงจืดคือต้มจืดฟักเขียวใส่หนอนทราย
แม้จำนวนเมนูอาหารจะมีไม่มากนัก แต่ทว่าทุกจานล้วนให้ปริมาณที่เยอะและเต็มอิ่มอย่างมาก
และรสชาติย่อมยอดเยี่ยมจนไม่ต้องบรรยาย ทุกคนต่างรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางเจิ้นเฟยและจางเจิ้นอวี้ที่เพิ่งได้ลิ้มรสฝีมือการทำอาหารของเติ้งซื่อรงเป็นครั้งแรก พวกเขาถึงกับสรรหาคำชมเชยทุกคำเท่าที่จะคิดออกพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
มื้ออาหารมื้อนี้ทำเอาจางเจิ้นเฟยกับจางเจิ้นอวี้กินจนอิ่มแปร้แทบขยับตัวไม่ได้เลยทีเดียว!
อาสะใภ้สี่กับอาสะใภ้เล็กพึ่งจะได้ลิ้มลองอาหารฝีมือของเติ้งซื่อรงเป็นครั้งที่สามแล้ว อีกทั้งพวกเธอยังได้เตรียมใจล่วงหน้าเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงสามารถข่มใจตนเองไว้ได้บ้าง ทานไปจนอิ่มพอดี ๆ เท่านั้น ไม่ได้อิ่มจนแน่นท้องเหมือนสองครั้งแรก
แม่จางก็เช่นเดียวกัน ในฐานะแม่ดอง ครั้งที่แล้วเธอรู้สึกเกรงใจและอายมากที่ทานอิ่มจนแน่นท้อง ครั้งนี้เธอจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ พอรู้สึกอิ่มตึงท้องก็หยุดตักอาหารทันที
หลังจากที่อิ่มหนำสำราญกันดีแล้ว จางซิ่วผิงก็หาโอกาสเดินเข้าไปหาพ่อสามีที่กำลังนั่งสูบกล้องยาสูบอยู่ จากนั้นเล่าเรื่องที่พี่ใหญ่กับพี่รองของเธอวางแผนจะเปิดร้านขายผลผลิตทางการเกษตรให้ฟัง เมื่อเล่าจบเธอก็เอ่ยปากด้วยรอยยิ้มหวานว่า “พ่อ พี่ใหญ่กับพี่รองของฉันตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยแม้แต่จะขายไข่สักฟอง เรื่องเปิดร้านทำมาค้าขายพวกเขายิ่งไม่เข้าใจเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน พ่อเป็นคนมีความรู้และประสบการณ์กว้างขวาง ช่วยชี้แนะแนวทางให้พวกเขาหน่อยสิ”
เติ้งซื่อรงหัวเราะและกล่าวว่า “อย่าเรียกว่าชี้แนะเลย แต่ถ้าให้เล่ามุมมองของฉันเกี่ยวกับการทำธุรกิจก็ไม่มีปัญหาหรอก”
จางซิ่วผิงยิ้มหวานอย่างน่ารักพรางเอ่ย “ขอบคุณพ่อมาก”
สำหรับการให้คำแนะนำญาติพี่น้องในการหาเงินหาทองนั้น เติ้งซื่อรงมีท่าทีค่อนข้างกระตือรือร้นและยินดีอย่างยิ่ง การที่เขาได้กลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ เขาถูกลิขิตมาให้ดำเนินชีวิตอย่างมั่งคั่งและผาสุกอยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาก็ย่อมหวังอยากเห็นญาติสนิทมิตรสหายรอบตัวได้ลืมตาอ้าปากและมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน
สภาพการณ์ประเภทที่ตนเองร่ำรวยจนล้นฟ้า ในขณะที่ญาติพี่น้องและมิตรสหายกลับยากจนข้นแค้นจนไม่มีจะกิน เป็นภาพที่เติ้งซื่อรงไม่อยากจะเห็นเป็นที่สุด
หลังจากเก็บกล้องยาสูบเรียบร้อยแล้ว เติ้งซื่อรงก็เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นและเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “พี่ใหญ่พี่สะใภ้ พี่รองพี่สะใภ้รอง อาผิงบอกว่าพวกคุณกำลังเตรียมตัวจะเปิดร้านขายผลผลิตทางการเกษตรกันเหรอ”
มาแล้ว! เมื่อได้ยินคำถามของเติ้งซื่อรง ทั้งคู่สามีภรรยาจางโส่วกั๋วและสามีภรรยาจางโส่วหมินต่างก็พากันแววตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
จางโส่วกั๋วพยักหน้าและตอบรับว่า “ใช่แล้ว อาเก้า พวกเราไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย หวังว่าอาเก้าจะช่วยชี้แนะแนวทางให้พวกเราบ้าง”
“ฉันเองก็ไม่เคยเปิดร้านค้าขายเหมือนกัน ทำได้แค่เล่าเรื่องสิ่งที่ต้องจัดเตรียมในการเริ่มเปิดร้านให้ฟังเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เหลือนอกเหนือจากนี้ยังต้องอาศัยให้พวกคุณไปทดลองเรียนรู้และเสาะหากันเอาเอง”
เมื่อเอ่ยมาถึงตรงนี้ เติ้งซื่อรงก็นำความรู้พื้นฐานในการเปิดร้านค้าขายที่พอรู้มาอธิบายให้ฟังทีละข้ออย่างละเอียด “เปิดร้านทำมาค้าขาย ก่อนอื่นพวกคุณต้องหาเช่าหน้าร้านเสียก่อน แน่นอนว่าถ้าหากมีทุนรอนที่เพียงพอ ฉันขอแนะนำให้พวกคุณซื้อหน้าร้านเป็นของตัวเองไปเลยจะดีกว่า และตำแหน่งที่ตั้งของร้านก็ควรตั้งอยู่ใจกลางย่านที่คึกคักและรุ่งเรืองที่สุดของตลาดหลงถาน”
พอได้หน้าร้านเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางไปที่สำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์เพื่อยื่นเรื่องขอจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบธุรกิจส่วนตัว
พวกคุณเปิดร้านขายผลผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทไหนก็ตาม จะต้องสืบหาและทำความเข้าใจราคาซื้อขายของสินค้านั้น ๆ ในตลาดนัดให้ชัดเจนเสียก่อน ราคาที่ตั้งขายในร้านของพวกคุณห้ามตั้งไว้สูงกว่าราคาขายในตลาดนัดอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นธุรกิจนี้คงไม่มีทางไปรอดแน่
พอเข้าใจราคากลางในตลาดนัดแล้ว พวกคุณก็ลงพื้นที่ตามหมู่บ้านเพื่อกว้านซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่อยากจะเอามาขายได้เลย ราคาที่พวกคุณจะเสนอซื้อนั้นให้พิจารณากันเองตามความเหมาะสม ต้องไม่ให้สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป หากตั้งราคารับซื้อสูงเกินไป พวกคุณก็จะไม่มีกำไรหลงเหลือ แต่ถ้าตั้งราคารับซื้อต่ำเกินไป ชาวบ้านก็คงไม่อยากขายสินค้าเหล่านั้นให้แก่พวกคุณเช่นกัน
เพราะฉะนั้น พวกคุณจึงจำเป็นต้องกำหนดราคารับซื้อสินค้าที่สมเหตุสมผลและยุติธรรม
นอกเหนือจากนี้ ทัศนคติและการให้บริการแก่ลูกค้าก็สำคัญมาก ต้องบริการด้วยความนอบน้อมและเป็นกันเอง อย่าได้เอาเยี่ยงอย่างวิธีการขายของที่แข็งกระด้างของพวกสหกรณ์จัดซื้อจัดขายเด็ดขาด ต้องปฏิบัติต่อลูกค้าเหมือนผู้มีพระคุณที่คอยให้การสนับสนุนเรา”
สองสามีภรรยาจางโส่วกั๋วและสองสามีภรรยาจางโส่วหมินพากันรับฟังและพยักหน้าตามอย่างตั้งอกตั้งใจ สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์และไม่เคยแตะต้องงานด้านการค้าขายมาก่อนเลยอย่างพวกเขา ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจเหล่านี้เปรียบเสมือนแสงไฟส่องทางที่สว่างไสว ช่วยชี้แนะให้พวกเขารู้ว่าขั้นต่อไปตนเองสมควรต้องเริ่มทำสิ่งใดบ้าง
สุดท้าย เติ้งซื่อรงก็กล่าวสรุปประเด็นหลักว่า “สิ่งที่ฉันพอจะรู้ก็มีประมาณนี้ล่ะ หากเปิดร้านขายของแล้วกิจการไปได้ด้วยดี ก็ให้ดำเนินธุรกิจตามวิถีทางนี้ต่อไป แต่หากวันใดที่ค้าขายไม่ค่อยดี ก็สามารถพิจารณาปรับปรุงคุณภาพการบริการให้ดีขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าตัดสินใจซื้อข้าวของในปริมาณมาก ๆ ทางร้านก็สามารถเสนอตัวช่วยขนของไปส่งให้ถึงที่บ้านได้เลย
หรืออย่างเช่น หากลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนซื้อไก่หรือเป็ดมีความประสงค์อยากให้นำไปทำความสะอาด ก็สามารถช่วยอำนวยความสะดวกในการเชือดไก่เชือดเป็ดเตรียมไว้ให้พวกเขาเสร็จสรรพได้
เมื่อทำเช่นนี้ไปสักระยะหนึ่ง จนชื่อเสียงอันดีงามเริ่มเป็นที่เลื่องลือขยายออกไปกว้างขวาง ฉันเชื่อมั่นว่ายอดขายและธุรกิจของพวกคุณจะเจริญรุ่งเรืองและเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน”
เมื่อรับฟังคำชี้แนะจนจบ ทั้งสามีภรรยาจางโส่วกั๋วและสามีภรรยาจางโส่วหมินต่างก็ไม่อาจเก็บงำความตื่นเต้นและยินดีในใจเอาไว้ได้อีกต่อไป
วิธีการบริหารและทำมาค้าขายในลักษณะนี้ พวกเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยจริง ๆ แต่ทว่าก็ต้องยอมรับว่าแผนการนี้ช่างยอดเยี่ยมและล้ำลึกอย่างยิ่ง ลองสมมติว่าถ้าเป็นตัวพวกเขาเองที่ไปเป็นลูกค้าเพื่อเลือกซื้อหาของ แล้วมีคนคอยบริการขนของไปส่งถึงบันไดบ้าน ยิ่งถ้าซื้อไก่เป็ดแล้วยังมีคนใจดีคอยช่วยเชือดชำแหละเนื้อให้พร้อมเสร็จสรรพ ในราคาที่เท่าเทียมกันกับร้านค้าทั่วไป ย่อมต้องเลือกก้าวเท้าเข้ามาอุดหนุนที่ร้านนี้อย่างแน่นอนอยู่แล้ว!
จางโส่วกั๋วเอ่ยปากยกย่องไม่ขาดสายว่า “อาเก้า อาเก้าเก่งมากจริง ๆ พอได้ฟังคำแนะนำนี้แล้ว ฉันรู้สึกเลยว่าถ้าเปิดร้านขึ้นมาได้ จะต้องทำเงินได้อย่างแน่นอน”
จางโส่วหมินเองก็พยักหน้าสนับสนุนติด ๆ กันเช่นกันว่า “ใช่แล้ว วิธีการค้าขายแบบนี้ฟังดูยอดเยี่ยมและไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”
สะใภ้ใหญ่จางและสะใภ้รองจางต่างก็ปรากฏรอยยิ้มและใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความปีติยินดี ราวกับว่าร้านค้าของครอบครัวพวกเธอได้ฤกษ์เปิดกิจการและเริ่มกอบโกยเงินทองมาได้มหาศาลเรียบร้อยแล้วอย่างนั้น
ในตอนแรก สองพี่น้องจางเจิ้นเฟยและจางเจิ้นอวี้ต่างไม่เห็นด้วยและไม่เชื่อมั่นว่าหลานชายทั้งสองคนจะสามารถประคับประคองร้านค้าให้รอดพ้นได้ แต่เมื่อได้รับฟังวิสัยทัศน์ที่พ่อดองของหลานสาวเอ่ยออกมาทั้งหมดแล้ว ในใจของพวกเขากลับมีความรู้สึกเลือนรางขึ้นมาว่า หากหลานชายทั้งสองก้าวเดินไปเปิดร้านทำมาค้าขายขึ้นมาจริง ๆ บางทีอาจจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสร้างกำไรขึ้นมาได้จริง
สำหรับอาสะใภ้สี่กับอาสะใภ้เล็กจาง ทั้งสองคนมีความคิดแวบเข้ามาในหัวมากมายยิ่งกว่านั้นเสียอีก หากหลานชายทั้งสองสามารถพิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์ได้ว่าการเปิดร้านค้าขายทำเงินได้จริง เช่นนั้นพวกเธอเองก็ควรจะหาโอกาสเปิดร้านของตนเองดูบ้างดีหรือไม่ อย่างไรเสียจากที่ได้ยินพ่อดองเล่ามา การเปิดร้านทำธุรกิจดูท่าทางก็ไม่ได้สลับซับซ้อนยากเย็นเกินไปนัก
เติ้งอวิ๋นไท่ที่นั่งฟังการพูดคุยอยู่ข้าง ๆ มาโดยตลอดได้เอ่ยเสริมขึ้นว่า “ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปกว้านซื้อผลผลิตตามหมู่บ้านต่าง ๆ หรือช่วยขนสินค้าไปส่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าถึงหน้าประตูบ้าน ย่อมไม่มีทางเดินเท้าไปทำเรื่องพวกนี้ได้ตลอดเวลาหรอก อย่างน้อยที่สุดพวกคุณก็ต้องจัดหาซื้อจักรยานมาใช้สักคัน และถ้าหากที่ร้านมีจักรยานสักสองคันก็จะช่วยยกระดับความสะดวกรวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น”
เมื่อถ้อยคำเหล่านั้นเอ่ยออกมา บรรยากาศและความตื่นเต้นตื้นตันใจของทุกคนในตระกูลจางก็ค่อย ๆ มลายหายและสงบสติอารมณ์ลงไปได้ในที่สุด
จางโส่วกั๋วขมวดคิ้วแน่นและกล่าวว่า “อาเก้าบอกว่าหน้าร้านซื้อไว้เลยจะดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นการสำรองเงินเพื่อไปกว้านซื้อสินค้าก็ต้องกินทุนไม่น้อย หากยังต้องควักเงินมาจัดหาซื้อจักรยานอีกสักคันสองคัน ทุนรอนเริ่มต้นในการจัดตั้งร้านค้าครั้งนี้ก็คงกลายเป็นตัวเลขก้อนใหญ่โตมหาศาลเลยทีเดียว!”
เติ้งซื่อรงกล่าวว่า “เรื่องเงินทุนเริ่มต้นนั้นความจริงไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย ตอนนี้ทางส่วนกลางมีนโยบายสนับสนุนช่วยเหลือให้พวกเกษตรกรอย่างพวกเราออกมาประกอบอาชีพและทำธุรกิจส่วนตัวอย่างเป็นอิสระมากมาย หากพวกคุณต้องการเงินหมุนเวียนก็สามารถเดินทางไปกู้หนี้ยืมสินจากทางสหกรณ์เครดิตได้โดยตรงเลย แถมยังไม่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยส่วนเกินอีกด้วย
แน่นอนว่า หากพวกคุณยังไม่อยากจะลงทุนเยอะขนาดนั้นตั้งแต่เริ่มแรก ก็สามารถเลือกวิธีหาเช่าหน้าร้านไปก่อนชั่วคราวได้ ส่วนพวกจักรยานก็ยังไม่ต้องรีบหาซื้อมาใช้ในตอนนี้หรอก ลองลงมือทำกิจการไปสักระยะเวลาหนึ่ง ขอเพียงแค่สินค้าที่วางขายในร้านมีราคากลางที่เหมาะสม มีใจรักและให้บริการลูกค้าด้วยดี แม้จะไม่ได้มีบริการเสริมที่ครบถ้วนครอบคลุมดั่งที่ฉันเสนอแนะไปเมื่อครู่ แต่กิจการก็น่าจะไปได้สวยและขายดีอยู่แล้ว”
ในความเป็นจริง เติ้งซื่อรงไม่ได้มีความตั้งใจที่จะควักเงินทองของตนเองออกมาให้พวกเขากู้ยืมแต่แรกเลย การช่วยเหลือเสนอแนะแนวทางแนวความคิดนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เขาเต็มใจทำให้ได้ ทว่าเรื่องที่จะให้ยื่นมือช่วยเหลือทั้งเรื่องเงินทุนและสละแรงกายไปช่วยพยุงด้วยคงต้องขอผ่าน ขนาดพี่สาวแท้ ๆ ของเขาเองเขายังไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือจุนเจืออะไรเลย ต่อให้วันใดวันหนึ่งจะถึงคราวต้องช่วยเหลือคนอื่นจริง ๆ ลำดับคิวก็ย่อมไม่มีทางหมุนมาตกอยู่ที่ครอบครัวฝั่งแม่ของสะใภ้คนโตเป็นแน่
เมื่อได้ยินคำว่า “เงินกู้” เอ่ยออกมา สีหน้าของคนในตระกูลจางต่างก็พากันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยทันที
ก็ยังคงเป็นดั่งคำกล่าวเดิม ในยุคสมัยนี้ ชาวบ้านตามชนบทห่างไกลต่างก็มีความคิดความเชื่อว่า การไปยื่นเรื่องกู้หนี้ยืมสินธนาคารเป็นเรื่องที่น่าอายขายหน้าชาวบ้านอย่างยิ่ง หากไม่ตกที่นั่งลำบากแสนสาหัสจนถึงขีดสุดจริง ๆ ในหัวของพวกเขาก็คงไม่มีวันแวบแนวความคิดที่จะบากหน้าไปขอกู้เงินธนาคารเด็ดขาด
[จบแล้ว]