- หน้าแรก
- หวนคืนสู่ปี 1980 แก้ไขชีวิตครอบครัว
- บทที่ 103 พี่สะใภ้น้องสะใภ้
บทที่ 103 พี่สะใภ้น้องสะใภ้
บทที่ 103 พี่สะใภ้น้องสะใภ้
กองพลไป่ผิง
หมู่บ้านซานถัง
เจียงเต๋อหู่กำลังวุ่นวายกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกชายที่ถ่ายอุจจาระรดกางเกง หลังจากแกะผ้าอ้อมที่เปื้อนอุจจาระออกแล้วโยนไปข้าง ๆ เขาก็ปวดหัวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นก้นของลูกชายเต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะ
แม้เขาจะเป็นพ่อของลูกสองคนแล้ว แต่ลูกทั้งสองคนภรรยาของเขาเป็นคนดูแลมาโดยตลอด บางครั้งแม่และน้องสาวของเขาก็จะมาช่วยบ้าง ส่วนตัวเขานั้นไม่มีประสบการณ์เลี้ยงเด็กเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นพอเจอสถานการณ์แบบนี้ จึงไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าควรจะทำความสะอาดอย่างไร
ทว่าเวลานี้ทั้งแม่และน้องสาวไม่อยู่บ้าน ต่อให้จะเรียกให้พวกเธอมาช่วยก็หาตัวไม่เจอ
พี่สะใภ้ของเขาอยู่บ้าน แต่เจียงเต๋อหู่อ้าปากจะเรียกแล้ว สุดท้ายก็เรียกออกมาไม่ได้ เพราะเด็กเอาแต่ร้องไห้งอแง ร้องมาได้สิบกว่านาทีแล้ว ถ้าพี่สะใภ้มีใจอยากจะช่วย ป่านนี้คงเดินเข้ามาดูแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ในเมื่อคนไม่ได้เดินมา เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปรบกวนคนอื่น
ทำได้เพียงกัดฟันจัดการเอง
โชคยังดีที่เจียงเต๋อหู่ไม่ได้โง่ขนาดนั้น แม้เขาจะไม่มีประสบการณ์เลี้ยงเด็ก แต่โบราณว่าไว้ไม่เคยกินหมูก็ต้องเคยเห็นหมูวิ่ง ปกติเวลาเขากลับจากทำงาน ก็เคยเห็นภรรยาทำความสะอาดให้ลูกที่ถ่ายรดกางเกงมาบ้าง
ดังนั้น เจียงเต๋อหู่จึงค่อย ๆ รื้อฟื้นวิธีการของภรรยาไปพลาง ใช้มือไม้ที่งุ่มง่ามจัดการไปพลาง เสียเวลาไปหลายนาทีจนเหงื่อซึมเต็มหน้า ในที่สุดก็ทำความสะอาดจนเรียบร้อยและเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่ให้ลูกชายได้สำเร็จ
ถึงเวลานี้ ลูกชายที่ร้องไห้งอแงก็หยุดร้องในที่สุด
เจียงเต๋อหู่เห็นดังนั้น ในใจกลับเกิดความรู้สึกภูมิใจขึ้นมาไม่น้อย ราวกับว่าเพิ่งทำเรื่องยิ่งใหญ่สำเร็จอย่างนั้นแหละ
ปู๋ต้าฟางหิ้วอาหารจานหลักที่ห่อกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นสามีกำลังกอดลูกชายแล้วหัวเราะโง่ ๆ อยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณหัวเราะอะไรอยู่เนี่ย?”
เห็นภรรยากลับมา เจียงเต๋อหู่รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที ประสบการณ์เลี้ยงเด็กในวันนี้บอกเขาว่าไม่มีผู้หญิงอยู่ในบ้านไม่ได้จริง ๆ
พอได้ยินภรรยาถาม เจียงเต๋อหู่ก็พูดอย่างลำพองใจว่า “ต้าฟาง เมื่อกี้ลูกถ่ายน่ะ ผมจัดการทำความสะอาดให้แล้วแถมเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ด้วย เธอเห็นไหมผมเก่งไหมล่ะ?”
ปู๋ต้าฟางได้ยินดังนั้นพูดไม่ออกเลยจริง ๆ แต่พฤติกรรมแบบนี้ของสามีควรได้รับการสนับสนุน ไม่ควรไปทำลายความตั้งใจของเขา จึงพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักว่า “อืม เก่ง!”
เจียงเต๋อหู่ยิ้มแหะ ๆ จากนั้นก็เห็นภรรยาถือของห่อใหญ่หลายห่อติดมือมาด้วย จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ต้าฟาง คุณถืออะไรมาน่ะ?”
ปู๋ต้าฟางวางของลงบนโต๊ะ แล้วกล่าวว่า “พวกนี้เป็นกับข้าวเลิศรสที่หาได้ยาก ห่อกลับมาให้พวกคุณลองชิมน่ะ”
เจียงเต๋อหู่ได้ยินเช่นนั้นก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ ยุคสมัยนี้ไปกินเลี้ยงแต่งงาน ขากลับปกติก็จะติดมือกลับมาแค่เส้นเนื้อห้าเครื่องเทศเท่านั้น ไม่เคยได้ยินว่ามีใครห่อกับข้าวที่เหลือกลับมาด้วย ภรรยาของเขาห่อกับข้าวที่เหลือกลับมาเยอะขนาดนี้ ทำเอาเขาไปไม่เป็นเลยทีเดียว
สิ่งที่เจียงเต๋อหู่นึกสงสัยที่สุดคือ เอากับข้าวที่เหลือเยอะขนาดนี้มาจากไหนให้ภรรยาห่อกลับมาได้?
เห็นปู๋ต้าฟางหยิบถ้วยชามมาใส่กับข้าวแล้ว เจียงเต๋อหู่ก็อุ้มลูกชายเข้าไปดูใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
รอจนปู๋ต้าฟางค่อย ๆ แกะห่อกับข้าวออกมาทีละห่อ พอมองเห็นชัดเจนว่าเป็นกับข้าวอะไรบ้าง ดวงตาของเจียงเต๋อหู่ก็เบิกกว้างขึ้นทันที
ลูกชิ้นหมู หมูม้วนไข่ ไก่สับ เป็ดสับ หมูสามชั้นตุ๋น หมูผัดพริกเหลือง...และอื่น ๆ ล้วนเป็นกับข้าวชั้นเลิศ ทำเอาเจียงเต๋อหู่นอกจากจะตกตะลึงแล้ว น้ำลายยังเริ่มหลั่งออกมาอย่างรวดเร็ว แถมท้องยังส่งเสียงร้องออกมาในเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย
ปู๋ต้าฟางชำเลืองมองสามีหนึ่งครั้ง ในขณะที่คีบกับข้าวใส่ถ้วยใบใหญ่สองใบไปด้วย พลางกล่าวเรียบ ๆ ว่า “คุณรอเดี๋ยว ฉันจะแบ่งไปให้พ่อแม่กับพี่ชายพี่สะใภ้คุณก่อนชามหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาทำกับข้าวให้คุณกิน”
พอได้ยินภรรยาพูดเช่นนี้ ในใจของเจียงเต๋อหู่ก็รู้สึกตื้นตันขึ้นมา ไม่ว่าปกติภรรยาจะรู้สึกไม่พอใจพ่อแม่และพี่ชายพี่สะใภ้ของเขาอย่างไร อย่างน้อยเวลาที่มีของดี ๆ ก็ไม่ลืมที่จะแบ่งให้พวกเขา นั่นก็นับว่าเพียงพอแล้ว
เขาเป็นคนพูดไม่เก่ง ไม่รู้จะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างไร ได้แต่ตอบรับว่า “อืม” แล้วแอบตั้งปณิธานในใจว่า ต่อไปจะต้องดีกับภรรยาให้มากขึ้น
เพราะกับข้าวที่ปู๋ต้าฟางนำกลับมามีเยอะมาก แค่คีบกับข้าวแต่ละอย่างออกมานิดหน่อย ก็ใส่จนเต็มถ้วยใบใหญ่หนึ่งใบแล้ว
ถ้วยใบใหญ่สองใบ ใบที่แบ่งให้พี่ชายพี่สะใภ้ใส่ไปแค่ประมาณเจ็ดแปดส่วน แต่ใบที่ให้พ่อแม่สามี ปู๋ต้าฟางใส่จนเต็มสิบส่วนแล้วก็ยังใส่ต่อ จนกระทั่งพูนล้นขึ้นมาถึงจะยอมหยุด
นำของพ่อแม่สามีไปส่งก่อน พบว่าไม่มีใครอยู่บ้าน จึงวางไว้บนโต๊ะแล้วเอาฝาครอบไว้
ค่อยกลับมาส่งอีกชามให้พี่ชายพี่สะใภ้
เจียงเต๋อหู่มีพี่น้องทั้งหมดห้าคน พี่สาวแต่งงานออกไปนานแล้ว ส่วนเขาและพี่ชายคนโตก็ได้แยกบ้านออกมาจากพ่อแม่แล้ว
ทว่าแม้จะแยกบ้านกันแล้ว แต่ทุกคนยังคงเบียดเสียดกันอยู่ในบ้านหลังเก่าหลังนี้ เพียงแค่ต่างคนต่างทำกับข้าว ไม่ได้กินด้วยกันเท่านั้น
ทั้งสองบ้านคั่นกลางด้วยลานกลางบ้าน ปู๋ต้าฟางถือชามกับข้าวไปที่หน้าบ้านของพี่ชายพี่สะใภ้ แล้วตะโกนว่า “พี่สะใภ้ใหญ่ อยู่ไหมคะ?”
“ต้าฟาง มีอะไรเหรอ?” เจียงสะใภ้ใหญ่ขานรับพลางเปิดประตู
ปู๋ต้าฟางยื่นชามไปให้ แล้วกล่าวว่า “วันนี้ลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งบ้านน้าของฉันแต่งงาน ฉันห่อกับข้าวติดมือกลับมานิดหน่อย เลยเอามาส่งให้พี่สะใภ้ลองชิมรสชาติสักชามค่ะ”
เจียงสะใภ้ใหญ่เปิดประตูก็เห็นกับข้าวชั้นเลิศพวกนั้นในชาม ประกายความประหลาดใจวาบผ่านดวงตาของเธอ เธอฉีกยิ้มเต็มหน้าแล้วยื่นมือมารับไว้ทันที พร้อมกล่าวอย่างเกรงใจว่า “แหม ต้าฟาง เธอเกรงใจเกินไปแล้ว เอาของกินกลับมาก็เก็บไว้กินเองสิ จะเอามาส่งให้พวกเราทำไมกัน?”
ปู๋ต้าฟางยิ้มกล่าวว่า “พี่สะใภ้ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ฉันเอามาเยอะพอสมควร ที่บ้านก็ยังมีเหลือค่ะ”
เจียงสะใภ้ใหญ่กล่าวอย่างดีใจว่า “งั้นฉันก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ เธอรอฉันแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวฉันเทกับข้าวใส่ชามที่บ้านแล้วจะเอาชามไปคืนให้”
ปู๋ต้าฟางรับคำ แล้วยืนรออยู่ที่หน้าประตู
ไม่นานนัก เจียงสะใภ้ใหญ่ก็เทกับข้าวใส่ชามของบ้านเธอเสร็จ แล้วยื่นชามส่งคืนให้ปู๋ต้าฟางพลางถามว่า “ต้าฟาง บ้านน้าน้าเธอจัดเลี้ยงเหล้าแล้วเหลือกับข้าวดี ๆ เยอะขนาดนี้ งานเลี้ยงต้องอุดมสมบูรณ์มากแน่ ๆ เลยใช่ไหม?”
ปู๋ต้าฟางกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มว่า “แน่นอนค่ะ มีกับข้าวทั้งหมดกว่ายี่สิบจาน แถมปริมาณก็ให้เยอะมากด้วย แล้วยังมีอาหารทะเลที่รสชาติอร่อยจนไม่สามารถหาคำบรรยายมาอธิบายได้อีก พี่สะใภ้ไม่รู้หรอกค่ะ ตอนที่ปูม้าผัดเผ็ด กุ้งตัวโตทอดกระทะและหนอนโคลนนึ่งทั้งสามจานนี้ถูกยกมาเสิร์ฟบนโต๊ะ ทุกคนต่างก็กินไปชมไป คนทั้งหมดสิบห้าโต๊ะกินอาหารทะเลจนไม่เหลือเลยสักนิด ทุกคนกินจนพุงกางและไม่กล้าลุกขึ้นมาตั้งครึ่งวันเลยค่ะ!”
เจียงสะใภ้ใหญ่ฟังจนอ้าปากค้าง กับข้าวตั้งกว่ายี่สิบจาน แถมยังมีอาหารทะเลอร่อยขนาดนั้นอีก งานเลี้ยงแบบนี้เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยจริง ๆ
“ต้าฟาง ฐานะทางบ้านน้าเธอคนนี้ ดีจริง ๆ เลยนะเนี่ย!”
พอนึกถึงเรื่องนี้ ปู๋ต้าฟางก็รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง จึงพูดเสริมว่า “ไม่ใช่แค่ดีธรรมดาหรอกค่ะ บ้านน้าฉันอย่าว่าแต่ในหมู่บ้านเขาเลย ต่อให้มองไปทั่วคอมมูนซงซานทั้งคอมมูน ก็เกรงว่าจะไม่มีบ้านไหนเทียบได้เลยละค่ะ…”
ปู๋ต้าฟางเล่าถึงสถานการณ์ทางบ้านน้าของเธอให้พี่สะใภ้ฟังคร่าว ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ บ้านที่อยู่นั้นดีแค่ไหน ทำเอาเจียงสะใภ้ใหญ่ฟังจนอึ้งไปเลย
ถึงวินาทีนี้ เจียงสะใภ้ใหญ่แยกไม่ออกจริง ๆ ว่าสิ่งที่น้องสะใภ้คนนี้พูดเป็นเรื่องจริง หรือจงใจแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกเธอเล่นกันแน่?
[จบตอน]