เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53 พี่หมูระเบิดพลัง

บทที่ 53 พี่หมูระเบิดพลัง

บทที่ 53 พี่หมูระเบิดพลัง


บทที่ 53 พี่หมูระเบิดพลัง

ตอนที่ถังซัมจั๋งเอ่ยปาก น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความโกรธอยู่บ้าง

เมื่อครู่นี้ หลังจากสั่งให้ซุนหงอคงคุมตัวจูกังเลี่ยออกมาจากเรือนหลัง เพื่อที่จะทำภารกิจให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ถังซัมจั๋งจึงได้ใช้มนตรากระชากวิญญาณแอบอ่านความทรงจำของจูกังเลี่ยในส่วนนี้

ความทรงจำเหล่านั้นหลั่งไหลเข้ามาในหัวของถังซัมจั๋ง ทำให้เขาถึงกับเดือดดาลขึ้นมาจริงๆ

ก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าการที่ตระกูลเกาไปหาคนมาปราบจูกังเลี่ยนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่า คนทั้งโลกจะรังเกียจจูกังเลี่ยก็ย่อมได้ มีเพียงตระกูลเกาเท่านั้นที่ไม่สิทธิ์ และไม่คู่ควรเลยสักนิด!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ถังซัมจั๋งก็สะบัดมือแก้เชือกที่มัดร่างของจูกังเลี่ยออกทันที แล้วพูดกับเขาว่า "เอาล่ะ ตอนนี้คุณตาสว่างหรือยัง? ตระกูลเกาไม่ได้ซาบซึ้งในความหวังดีของคุณเลยสักนิด พวกเขาเห็นคุณเป็นแค่สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งเท่านั้น"

"ท่านผู้เจริญ ทำไมท่านถึงปล่อยเจ้าปีศาจหมูตัวนั้นล่ะครับ?" ท่านผู้เฒ่าเกาและคนอื่นๆ มองดูถังซัมจั๋งแก้มัดให้จูกังเลี่ยด้วยความขวัญหนีดีฝ่อ

ถังซัมจั๋งตวัดสายตามองท่านผู้เฒ่าเกาด้วยความรังเกียจแล้วเอ่ยเสียงเย็น "นี่คุณกำลังสั่งผมให้ทำนู่นทำนี่งั้นเหรอ?" พูดจบ ถังซัมจั๋งก็เลิกสนใจพวกเขาอีก

ในเวลานี้ จูกังเลี่ยมองไปที่เกาชุ่ยหลาน จากนั้นก็มองไปที่ท่านผู้เฒ่าเกา ร่างกายของเขาสั่นเทาไม่หยุด แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าระคนตัดพ้า "ท่านพ่อตา ชุ่ยหลาน! ตัวข้าเฒ่าจูไม่เคยคิดจะทำร้ายพวกท่านเลยแม้แต่น้อย ในวันแต่งงาน ข้าพบว่าชุ่ยหลานป่วยเป็นโรคไอเย็นฝังลึก หากไม่รีบสะกดเอาไว้ เธออาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปีเท่านั้น"

"เดิมทีข้าตั้งใจจะช่วยรักษาโรคให้ชุ่ยหลาน แต่ตอนนั้นพวกท่านกลับเห็นข้าเป็นสัตว์ประหลาดและหวาดกลัวข้าไปหมด ด้วยความจนปัญญา ข้าจึงทำได้เพียงยึดเรือนหลังเอาไว้แล้วพาชุ่ยหลานเข้าไปอยู่ข้างใน คอยเฝ้ารักษาเธอทั้งกลางวันกลางคืน และก็เป็นเพราะความผิดของข้าเองที่พลังฝึกปนยังไม่แกร่งกล้าพอ ผ่านมาตั้งหลายปีถึงเพิ่งจะรักษาโรคไอเย็นของชุ่ยหลานให้หายขาดได้"

"ตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ในเรือนหลัง ข้าดูแลชุ่ยหลานด้วยความเคารพอย่างถึงที่สุด นอกจากเรื่องที่กลัวว่าโรคไอเย็นของเธอจะกำเริบหากออกไปข้างนอกแล้ว เรื่องอื่นๆ ข้าก็ยอมตามใจเธอทุกอย่าง ข้าไม่เคยบังคับฝืนใจทำอะไรในสิ่งที่เธอไม่ชอบเลย ในใจของข้า ข้าคิดว่าชุ่ยหลานเป็นภรรยาของข้าจริงๆ"

"ทว่า ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งของทุกอย่างที่ข้าทำลงไป จะถูกพวกท่านเลือกที่จะมองข้ามมันไปอย่างสิ้นเชิง พวกท่านจำได้เพียงแค่ว่าข้าเป็นสัตว์ประหลาดหน้าตาอัปลักษณ์ แต่กลับไม่ยอมปริปากพูดถึงสิ่งที่ข้าเคยทำให้พวกท่านเลยแม้แต่คำเดียว" ยิ่งจูกังเลี่ยพูด ดวงตาของเขาก็ยิ่งแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่จ้องมองเกาชุ่ยหลาน

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเกาชุ่ยหลานด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์แล้วเอ่ยถาม "ชุ่ยหลาน ข้าอยากจะถามเจ้าหน่อย ตลอดหลายปีมานี้ เจ้าเคยมีความผูกพันหรือความรู้สึกดีๆ ให้ข้าบ้างไหม แม้เพียงเศษเสี้ยวก็ยังดี?"

"ความรู้สึกดีๆ งั้นเหรอ? คนอย่างฉันจะมีอารมณ์ไปรู้สึกดีกับไอ้หมูสกปรกอย่างแกได้ยังไงกัน!" เกาชุ่ยหลานแค่นยิ้มหยันเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอคว้าถ้วยชาบนโต๊ะแล้วขว้างใส่จูกังเลี่ยโดยตรง

"เพล้ง!"

ถ้วยชาแตกกระจายบนหัวของจูกังเลี่ย และน้ำชาร้อนจัดข้างในก็ราดรดลงบนหัวของเขาเต็มๆ

ชั่วพริบตา ทุกคนในที่นั้นต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน นึกไม่ถึงว่าเกาชุ่ยหลานจะใจคอโหดร้ายขนาดนี้ พูดจาไม่เข้าหูก็สาดน้ำร้อนใส่ทันที

ในเวลานี้ พลังเวทของจูกังเลี่ยยังคงถูกสะกดเอาไว้ สภาพร่างกายจึงไม่ต่างจากคนธรรมดา เขาจึงรับรู้ถึงความร้อนลวกของน้ำชาได้อย่างชัดเจน

"หึ... หึๆ... ฮ่าๆๆๆๆ..."

หัวของจูกังเลี่ยถูกน้ำร้อนลวกจนแดงก่ำ แต่เขากลับหัวเราะออกมา มันเป็นเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งและเต็มไปด้วยความเศร้าโศกอย่างถึงที่สุด

"ข้าคิดไม่ถึงเลยว่า ความทุ่มเทตลอดหลายปีที่ผ่านมา สุดท้ายจะกลายเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์... เป็นข้าเองที่โง่เง่าหลงผิดไป!" น้ำเสียงทุ้มหยาบของจูกังเลี่ยในเวลานี้กลายเป็นแหบพร่าเยือกเย็น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จูกังเลี่ยก็เคยถูกเกาชุ่ยหลานปฏิบัติใส่แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งเขามักจะหัวเราะกลบเกลื่อนและไม่เคยเก็บมาใส่ใจเลยสักนิด

แต่ครั้งนี้ เขากลับรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน แผลที่ถูกลวกก็เจ็บ และที่หัวใจ... มันก็เจ็บเจียนตายเช่นกัน!

"โฮก!"

ดวงตาของจูกังเลี่ยพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับอาบเลือด เขากู่ร้องคำรามลั่น พร้อมกับที่ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน

สิ่งที่ทำให้ถังซัมจั๋งและซุนหงอคงต้องประหลาดใจก็คือ จูกังเลี่ยสามารถระเบิดพลังทลายค่ายกลสะกดเวทของซุนหงอคงได้ด้วยตัวเอง และฟื้นฟูพลังเวทกลับคืนมาได้สำเร็จ!

ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายพลังของจูกังเลี่ยยังคงพุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง มันไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับโกลเด้นอิมมอร์ทัลขั้นต้น (ต้าหลัวจินเซียน) แต่สุดท้ายมันกลับไปคงที่อยู่ที่ระดับโกลเด้นอิมมอร์ทัลขั้นกลาง!

คิดไม่ถึงเลยว่า ภายใต้การกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงเช่นนี้ จูกังเลี่ยจะสามารถทะลวงคอขวดข้ามผ่านพลังฝึกปนขึ้นมาได้สำเร็จ เรียกได้ว่าพลิกวิกฤตให้เป็นโชคโดยแท้

ในเวลานี้ ร่างของจูกังเลี่ยสูงใหญ่ถึงสิบจั้ง (ประมาณ 30 เมตร) ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายน่ากลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขี้ยวทั้งสองข้างยื่นยาวออกมาดูดุดันและพร้อมขย้ำศัตรู

เขาเหยียดมือออกไป ทันใดนั้นคราวก้าวซี่ส่องประกายแวววับก็ปรากฏขึ้นในอุ้งมือ และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เขาก็จามคราวดิ่งลงมาทางเกาชุ่ยหลานทันที

ถังซัมจั๋งตกใจหน้าถอดสี เพราะเมื่อครู่นี้เขามัวแต่อึ้งจนก้าวขาไม่ออก กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเกินกว่าจะเข้าไปช่วยทันแล้ว

ถังซัมจั๋งทำได้เพียงหลับตาลงอย่างหดหู่ใจ เพราะเขาไม่ยากเห็นภาพเด็กสาววัยแรกรุ่นอย่างเกาชุ่ยหลานต้องกลายเป็นเศษเนื้อบดขยี้อยู่ใต้คราวก้าวซี่ของจูกังเลี่ยจริงๆ

"กรี๊ด! ช่วยด้วย!" เกาชุ่ยหลานกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นคราวก้าวซี่ที่พัดพาเอากระแสลมบ้าคลั่งหวดลงมาทางเธอ

เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจูกังเลี่ยจะกล้าลงมือกับเธอจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าเธอจะทำตัวแย่ใส่เขาขนาดไหน เขาก็มักจะยิ้มรับเสมอ จนทำให้เธอคิดว่าเขาเป็นคนไม่มีปากไม่มีเสียงและไม่มีอารมณ์โกรธ แต่ตอนนี้เมื่อมองดูจูกังเลี่ยที่กำลังคลุ้มคลั่งด้วยความโกรธแค้น เธอก็เพิ่งจะเข้าใจว่า ความอดทนอดกลั้นในอดีตของเขาไม่ใช่เพราะเขาทำอะไรเธอไม่ได้ แต่เป็นเพราะเขายอมเธอ และเขายังรักเธออยู่ต่างหาก

ทว่า ในตอนที่คราวก้าวซี่กำลังจะจามลงเหนือหัวของเกาชุ่ยหลานเพียงแค่สามนิ้ว มันกลับหยุดกึกอยู่กลางอากาศอย่างกะทันหัน

เกาชุ่ยหลานที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด เงยหน้ามองจูกังเลี่ยแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น "ทำไม... ทำไมถึงหยุดล่ะ?"

"เพราะข้าเคยรักเจ้า!" จูกังเลี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเก็บคราวก้าวซี่ในมือกลับไป

"จุ๊ๆ ไม่เลวๆ นึกว่าจูกังเลี่ยจะสติหลุดไปแล้วเสียอีก คิดไม่ถึงว่าเขายังคงมีสติรับรู้อยู่ มาถึงขั้นนี้แล้วยังอวดดีได้ขนาดนี้ แค่ช็อตนี้ช็อตเดียวก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับคนดูอย่างพวกเราแล้ว!" ถังซัมจั๋งเอ่ยอุทานชื่นชม

จูกังเลี่ยพลันชี้หน้ามาทางถังซัมจั๋งแล้วตะคอกใส่ด้วยความโกรธจัด "ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะความผิดของแก!"

ถังซัมจั๋งถึงกับอึ้งไป ตกลงระบบความคิดของจูกังเลี่ยมันเป็นยังไงกันแน่เนี่ย?

"ไอ้หมูสกปรก หลวงจีนผู้นี้หวังดีช่วยให้แกได้ตาสว่างเห็นความจริง แกไม่ขอบคุณไม่ว่า แต่กลับมาโทษข้าเนี่ยนะ?" ถังซัมจั๋งกล่าว

"เหอะ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หลวงจีนอย่างแก ข้าก็คงยังได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่กับชุ่ยหลานต่อไปแล้ว ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกแกทำลายจนย่อยยับไปหมด ถ้าข้าไม่โทษแก แล้วจะให้ข้าไปโทษใคร!" จูกังเลี่ยเอ่ยด้วยความเดือดดาล

ถังซัมจั๋งถึงกับหลุดขำออกมากับความโกรธของเขา ตรรกะความคิดของจูกังเลี่ยมันช่างบิดเบี้ยวแปลกประหลาดสิ้นดี!

"แล้วแกอยากจะทำอะไรล่ะ? คิดว่าแกกล้าลงมือกับข้าอย่างนั้นเหรอ?" ถังซัมจั๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน

จูกังเลี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองไปที่ซุนหงอคงด้วยความหวาดกลัว แต่อึดใจต่อมาดวงตาของเขาก็กลับมาแดงฉานราวกับคนบ้า เขาถือคราวก้าวซี่พุ่งตรงเข้ามาหาถังซัมจั๋งทันที

ในเวลานี้ หัวใจของจูกังเลี่ยแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว เขาปล่อยวางเรื่องความเป็นความตายไปตั้งนานแล้ว พูดจาไม่เข้าหูก็สู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งเลย!

เมื่อเห็นดังนั้น ซุนหงอคงก็รีบพุ่งตัวมาขวางหน้าถังซัมจั๋งทันทีพร้อมกับชักกระบองทองสารพัดนึกออกมา แต่ถังซัมจั๋งกลับยื่นมือห้ามซุนหงอคงเอาไว้

"หงอคง เจ้าไม่ต้องลงมือ แค่คอยคุมเชิงอยู่ข้างหลังให้ข้าก็พอ นี่เป็นโอกาสดีที่อาจารย์จะได้ทดสอบพลังวิชาและของวิเศษสักหน่อย!" ถังซัมจั๋งกล่าว

จบบทที่ บทที่ 53 พี่หมูระเบิดพลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว