- หน้าแรก
- ยอดภรรยาชาวนาผู้มีพลังวิเศษ
- บทที่ 22 สิ่งอัปมงคล
บทที่ 22 สิ่งอัปมงคล
บทที่ 22 สิ่งอัปมงคล
บทที่ 22 สิ่งอัปมงคล
"แบบนั้นก็ได้" ชิงจื่อพยักหน้า "พวกเราจะเก็บส้ม 500 ชั่งเดี๋ยวนี้เลย รบกวนท่านเรียกคนมาช่วยหน่อย แล้วก็... ฝากหาคนช่วยขนไปส่งให้พวกเราด้วยนะเจ้าคะ"
จางหลินตอบตกลงอย่างว่าง่าย "ได้เลย"
จางหลินเรียกคนมาช่วยหลายคน ไม่นานส้ม 500 ชั่งก็ถูกเก็บจนเสร็จ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3 ตำลึง 5 เฉียน
ชิงจื่อกำลังจะจ่ายเงิน แต่ทั้งหมดเป็นเหรียญทองแดงซึ่งนับได้ยาก "ตอนนี้พวกเรามีแต่เหรียญทองแดงย่อยติดตัว รบกวนท่านไปส่งส้มที่บ้านข้า แล้วพวกเราจะจ่ายเป็นก้อนเงินตำลึงให้ที่นั่นได้หรือไม่เจ้าคะ?"
ขอแค่ได้เงินก็ไม่มีปัญหาอะไร จางหลินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่มีปัญหาๆ หมู่บ้านตระกูลฉู่อยู่ใกล้แค่นี้เอง"
...หมู่บ้านตระกูลฉู่
ชาวบ้านต่างกำลังยุ่งอยู่กับงานในไร่นา เมื่อชิงจื่อและคนอื่นๆ กลับมาพร้อมกับความเอะอะโวยวายก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที
"ตอนออกไปก็หาบตะกร้าเล็กตะกร้าใหญ่ ตอนกลับมาก็หาบตะกร้าเล็กตะกร้าใหญ่กลับมา ครอบครัวตระกูลฉู่กำลังทำอะไรกันอยู่นะ?"
"หรือว่าพวกเขากำลังทำเรื่องผิดกฎหมายอยู่จริงๆ?"
"ดูเหมือนพวกเขาจะขนส้มกลับมานะ"
"ขนส้มกลับมาเยอะแยะขนาดนั้นทำไมกัน?"
ชาวบ้านต่างซุบซิบนินทากันไปต่างๆ นานา และท่ามกลางเสียงพูดคุยเหล่านั้น ชิงจื่อกับคนอื่นๆ ก็นำส้มเข้าไปในบ้าน
เมื่อชิงอวี้เห็นชิงจื่อและคนอื่นๆ กลับมาพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง นางก็รีบวิ่งกลับบ้าน "ชิงจื่อ"
ชิงจื่ออธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ชิงอวี้ฟัง จากนั้นจึงกล่าวว่า "ท่านแม่ รบกวนหยิบเงิน 3 ตำลึง 5 เฉียนให้พี่ใหญ่จางท่านนี้ด้วยเจ้าค่ะ"
"ได้สิ" ชิงอวี้รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
หลังจากได้รับเงิน จางหลินก็พาคนจากหมู่บ้านของเขาเดินทางกลับอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นว่าชิงอวี้ยังคงมีสีหน้างุนงง ชิงจื่อจึงอธิบายอีกครั้ง "ท่านแม่ ส้มพวกนี้เอาไว้สำหรับทำไอศกรีมที่เราจะเอาไปขายพรุ่งนี้เจ้าค่ะ ถ้าไม่มีส้ม เราก็ขายไอศกรีมไม่ได้"
ชิงอวี้ตบหน้าขาตัวเองพลางเอ่ยอย่างตื่นเต้น "จริงด้วยๆ! ดูสมองข้าสิ คิดช้าเสียจริง"
ชิงจื่อยิ้ม "ท่านแม่ไปทำงานของท่านต่อเถอะเจ้าค่ะ ที่เหลือปล่อยให้พวกเราจัดการเอง"
ชิงอวี้เอ่ย "ตกลง อีกเดี๋ยวก็จะรดน้ำในนาเสร็จแล้ว ประเดี๋ยวแม่จะกลับมาทำมื้อเย็นนะ"
...จ้าวซิ่วฮวามองดูส้มที่วางอยู่ข้างชิงจื่อด้วยความอิจฉาริษยา ส้มเยอะขนาดนี้ คงต้องเสียเงินซื้อไปไม่น้อยเลยใช่ไหม?
ความอิจฉาริษยาอย่างสุดซึ้งประกอบกับความบาดหมางเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้จ้าวซิ่วฮวาตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่กล้าบ้าบิ่น นางสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้ววิ่งไปหาผู้ใหญ่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้านกำลังกลัดกลุ้มเรื่องความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้าน เขายืนขมวดคิ้วแน่นอยู่ริมแม่น้ำ
แม่น้ำแห้งขอดไม่มีน้ำ มีเพียงโคลนตมสีดำคล้ำและปลาตัวเล็กๆ บางตัวที่กำลังดิ้นรนอยู่ในโคลน เป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกสิ้นหวังยิ่งนัก
จ้าวซิ่วฮวารีบวิ่งไปข้างกายผู้ใหญ่บ้านและเอ่ยอย่างมีลับลมคมนัย "ผู้ใหญ่บ้าน ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมหมู่บ้านของเราถึงต้องมาตกระกำลำบากเช่นนี้?"
มันเป็นภัยธรรมชาติ จะมีเหตุผลอื่นใดได้อีกเล่า?
แต่จ้าวซิ่วฮวากระซิบว่า "ผู้ใหญ่บ้าน ท่านไม่คิดว่ามันแปลกบ้างหรือ? ภัยแล้งในหมู่บ้านของเราเพิ่งจะมารุนแรงเอาตอนที่ชิงจื่อกลับมานี่เอง ก่อนหน้านี้แม่น้ำของเรายังมีน้ำอยู่ตั้งเยอะ แต่กลับแห้งขอดลงภายในเวลาไม่กี่วัน แบบนี้มันผิดปกติชัดๆ"
คิ้วของผู้ใหญ่บ้านขมวดแน่นขึ้นไปอีก
เมื่อเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านเริ่มคล้อยตาม จ้าวซิ่วฮวาก็รีบรุกฆาตทันที "ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อเช้านี้ข้าไปไหว้พระที่วัดมา ไต้ซือที่นั่นบอกว่าหมู่บ้านของเรามีตัวกาลกิณีอยู่ ขอเพียงกำจัดตัวกาลกิณีนี้ไปได้ หมู่บ้านของเราก็จะดีขึ้น ผู้ใหญ่บ้าน ลองคิดดูสิ หากพูดถึงตัวกาลกิณี ใครกันที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด?"
โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญาขนาดนั้น "จ้าวซิ่วฮวา เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ภัยธรรมชาติจะเอามาโทษคนคนเดียวได้อย่างไร?"
จ้าวซิ่วฮวาทิ้งคำขู่สียงหนัก "ผู้ใหญ่บ้าน หากท่านไม่ฟังข้า พืชผลในหมู่บ้านของเราทั้งหมดจะต้องแห้งตาย และพวกเราก็จะไม่มีอะไรเก็บเกี่ยวเลยนะ!"
คำพูดเหล่านี้ทำให้ผู้ใหญ่บ้านตื่นตระหนก หากเป็นอย่างที่จ้าวซิ่วฮวาพูดจริงๆ ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการได้ แต่เมื่อลองคิดดูอีกที มนุษย์เดินดินจะไปแทรกแซงเรื่องของสวรรค์ได้อย่างไร? เขาไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่ในเมื่อมีคำพูดเช่นนี้หลุดออกมา เขาจำเป็นต้องทำให้ทุกคนสงบลงและหยุดพูดจาเหลวไหล
"ไป เรียกทุกคนในหมู่บ้านมารวมตัวกันที่หน้าศาลบรรพชน!"
จ้าวซิ่วฮวาเผยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ นางจะต้องไล่ชิงจื่อออกไปจากหมู่บ้านตระกูลฉู่ให้ได้ นางยุยงให้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของข้าหย่ากัน คราวนี้ถึงตาข้าแก้แค้นบ้างแล้ว
ไม่นาน คนในหมู่บ้านทุกคนก็มารวมตัวกันที่หน้าประตูศาลบรรพชน
ทุกครั้งที่มีการรวมตัวกันหน้าศาลบรรพชน ย่อมต้องเป็นเรื่องสำคัญ และไม่มีใครกล้าละเลย เมื่อได้ยินข่าว ทุกคนต่างก็รีบเร่งมา รวมถึงชิงจื่อด้วย
ผู้ใหญ่บ้านกวาดสายตามองทุกคน "ที่ข้าเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ ก็เพราะมีเรื่องสำคัญจะหารือ"
ทุกคนต่างตึงเครียดขึ้นมาทันที เรื่องสำคัญอะไรงั้นหรือ?
สายตาอันเฉียบขาดของผู้ใหญ่บ้านกวาดมองฝูงชน ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยขึ้น "มีคนบอกว่า ภัยแล้งในหมู่บ้านของเราเป็นเพราะมีสิ่งอัปมงคลอยู่ในหมู่บ้าน..."
ทุกคนเริ่มซุบซิบนินทากันในทันที
"สิ่งอัปมงคลอะไรกัน?"
"ผู้ใหญ่บ้านกระต่ายตื่นตูมไปเองหรือเปล่า? มันก็แค่ภัยแล้ง ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เคยเจอภัยแล้งมาก่อนเสียหน่อย"
"คำว่าสิ่งอัปมงคลเนี่ย ฟังดูน่ากลัวทีเดียวนะ"
ชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยถาม "ผู้ใหญ่บ้าน ท่านบอกว่ามีสิ่งอัปมงคล แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ?"
จ้าวซิ่วฮวาตะโกนขึ้นอย่างร้อนรน "สิ่งอัปมงคลนั่นก็คือชิงจื่อ! ตั้งแต่นางกลับมา หมู่บ้านของเราก็เผชิญกับภัยแล้งอย่างหนัก และตอนนี้แม้แต่แม่น้ำก็ยังแห้งขอด!"
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ชิงจื่อในทันที บางคนเคลือบแคลงสงสัย บางคนไม่เชื่อ บางคนรังเกียจ ราวกับอยากจะจ้องมองนางให้ทะลุ
ฉู่หรงรีบเอาตัวบังชิงจื่อไว้ด้านหลังทันที "ลูกสาวข้าไม่ใช่สิ่งอัปมงคล อย่ามาพูดจาเหลวไหล"
จ้าวซิ่วฮวาตวัดสายตามองฉู่หรงอย่างดูแคลน "ข้าจะพูดจาเหลวไหลหรือไม่ รู้อยู่แก่ใจกันทุกคนนั่นแหละ"