- หน้าแรก
- พลิกยุคแปดศูนย์ ล่าสมบัติมหาเศรษฐี
- บทที่ 59: เศษซากแผนที่เดินเรือโจรสลัด
บทที่ 59: เศษซากแผนที่เดินเรือโจรสลัด
บทที่ 59: เศษซากแผนที่เดินเรือโจรสลัด
บทที่ 59: เศษซากแผนที่เดินเรือโจรสลัด
“ตาถึงจริงๆ นะครับคุณผู้ชาย เลือกปุ๊บก็คว้าเอาแผนที่เดินเรือที่มีค่าที่สุดในแผงผมไปเลย”
เสียงภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศสจัดๆ ดังขึ้นข้างหู หยางจิ้งหันไปมองก็พบว่าเจ้าของแผงจัดการกับลูกค้าคนก่อนเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างตัวเขา หยางจิ้งถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวพรางเอ่ยถาม
“คุณมั่นใจเหรอว่าแผนที่ขาดๆ แผ่นนี้คือของที่มีค่าที่สุดในร้านคุณ?”
เจ้าของแผงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะ
“แหม หรือคุณไม่คิดอย่างนั้นล่ะครับ? จากการตรวจสอบมาอย่างดีเนี่ย แผนที่แผ่นนี้คือแผนที่เดินเรือสมัยศตวรรษที่ 18 ของแท้แน่นอน และที่สำคัญที่สุดก็คือ...”
พ่อค้าทำท่าทางลับลมคมใน ขยับเข้ามาใกล้หยางจิ้งแล้วกระซิบเสียงเบา
“แผนที่แผ่นนี้มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเกี่ยวข้องกับขุมทรัพย์โจรสลัดมหาศาล...”
เมื่อเห็นหยางจิ้งเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนโดนแรงกระแทกจากข้อมูล พ่อค้าคนนี้ก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“คุณผู้ชาย คุณอาจจะไม่รู้ แต่ในตลาดนี้ใครๆ ก็รู้ว่า ‘ซอล์กจอมยิ้ม’ มีเศษซากลายแทงขุมทรัพย์โจรสลัดอยู่ ในมือ ก็เนี่ยแหละครับ แผนที่เดินเรือที่อยู่ตรงหน้าคุณนี่แหละ ส่วนผมก็คือ ซอล์กจอมยิ้ม ตัวจริงเสียงจริง”
มองดูมือที่ยื่นมากับรอยยิ้มที่ดูจริงใจ (แบบแปลกๆ) บนใบหน้าของพ่อค้า หยางจิ้งก็เข้าใจทันทีว่าทำไมหมอนี่ถึงได้ฉายาจากพ่อค้าคนอื่นว่าซอล์กจอมยิ้มก็หมอนี่เล่นยิ้มไม่หุบเลยจริงๆ หยางจิ้งยื่นมือไปจับกับพ่อค้าแล้วกล่าวว่า
“หยางครับ มาจากประเทศจีน เรียกผมว่าหยางก็ได้”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณหยางจากประเทศที่สวยงามและลึกลับ”
ซอล์กยิ้มพลางค้อมตัวลงเล็กน้อย หยางจิ้งพยักหน้ารับแล้วเข้าประเด็น
“คุณซอล์ก คุณมั่นใจได้ยังไงว่าแผนที่เดินเรือแผ่นนี้คือเศษซากลายแทงขุมทรัพย์โจรสลัด?”
ซอล์กเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ
“แน่นอนสิครับ ไม่งั้นผมจะกล้าบอกคุณเหรอ? ส่วนเรื่องที่ว่าผมมั่นใจได้ยังไงเนี่ย มันยาวครับ ผมจะบอกให้ว่าตอนที่ผมได้เศษซากลายแทงนี้มา ผมได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั้งอังกฤษ สเปน...”
หยางจิ้งยิ้มพลางโบกมือตัดบท
“เอาล่ะครับคุณซอล์ก ผมขอเสียมารยาทขัดจังหวะหน่อย ผมแค่อยากรู้ว่าแผนที่แผ่นนี้คุณกะจะขายเท่าไหร่?”
ความตรงไปตรงมาของหยางจิ้งทำให้ซอล์กอึ้งไปแวบหนึ่ง
“ห้าร้อยยูโร... เอ้อ ไม่สิ แค่สี่ร้อยยูโรพอ แผนที่เดินเรือที่กุมความลับอันยิ่งใหญ่นี้ คุณก็หิ้วกลับบ้านได้เลย...”
หยางจิ้งส่ายหน้ายิ้มๆ
“ร้อยเดียวครับ ถ้าคุณอยากจะปล่อยลายแทงความลับระดับโลกแผ่นนี้ออกไปไวๆ ผมหวังว่าหนึ่งร้อยยูโร
จะทำให้ผมพามันไปจากที่นี่ได้”
“โน โน โน! คุณให้ราคาต่ำเกินไปแล้ว คุณก็รู้ว่านี่มันลายแทงที่กุมความลับมหาศาลนะ ถึงจะเป็นแค่เศษซาก แต่มันจะราคาแค่ร้อยเดียวได้ยังไง! เอาอย่างนี้ คุณจ่ายผมแค่สามร้อยแปดสิบยูโร ลายแทงที่ผมเก็บสะสมมานานถึงแปดปีแผ่นนี้จะเป็นของคุณโดยสมบูรณ์!”
หยางจิ้งยืนยิ้มเงียบๆ ไม่พูดไม่จา จ้องมองพ่อค้าท่าทางตลกคนนี้จนซอล์กเริ่มทำตัวไม่ถูก แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า
“คุณซอล์ก เห็นได้ชัดว่าลายแทงความลับมหาศาลแผ่นนี้คงค้างคาอยู่ในมือคุณมานานถึงแปดปีแล้ว ผมว่าแผนที่ลึกลับแผ่นนี้คงผ่านตาคนมาไม่น้อยแน่ๆ แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่ซื้อมันไปแล้วออกตามหาขุมทรัพย์โจรสลัดในตำนานล่ะครับ?”
ซอล์กหน้าแดงขึ้นมานิดหน่อย แต่ยังฝืนยิ้มสู้
“เรื่องนั้นน่ะหยาง... คุณก็รู้ การจะตามหาขุมทรัพย์โจรสลัดในตำนาน ลำพังแค่เศษซากแผนที่มันยังไม่พอหรอก มันต้องมีการเตรียมตัวและเบาะแสมากกว่านี้ และคุณก็รู้อีกแหละว่าทุกคนมีความฝันอยากตามหาขุมทรัพย์โจรสลัดกันทั้งนั้น แต่คนที่ลงมือทำจริงๆ น่ะมีน้อยแสนน้อย ทำไมล่ะ? เพราะคนส่วนใหญ่ขาดคุณสมบัติอันสูงส่ง นั่นก็คือ ‘ความกล้าหาญ’ ไงล่ะ ซึ่งผมเองก็ยอมรับว่าขาดความกล้านั้นเหมือนกัน อีกอย่าง แผนที่ของผมมันก็แค่ชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่งของขุมทรัพย์ในตำนานนั่น เพราะงั้น...”
ซอล์กยักไหล่พลางทำหน้าประมาณว่าคุณก็เข้าใจนะส่งให้หยางจิ้ง หยางจิ้งหัวเราะกิ๊ก หมอนี่แถเก่งชะมัด ต้องยอมรับว่าพ่อค้าคนนี้ฝึกวาทศิลป์มาจนเข้าขั้นเทพ ต่อให้ทะลุมิติไปโผล่ในสมัยราชวงศ์ชิง ก็คงประฝีปากกับ
“เก้ามหาบัณฑิต” (จากหนังเปาบุ้นจิ้นหน้าขาวของโจวซิงฉือ) ได้สบายๆ...แต่คารมคมหักไม่ได้ทำให้หยางจิ้งหวั่นไหวหรอกเพราะ “ลายแทงขุมทรัพย์” แบบนี้ในยุโรปและอเมริกามีเกลื่อนกลาด แค่ไปหาแผนที่เดินเรือหรือม้วนหนังแกะยุคศตวรรษที่ 16-17 มาสักใบ คุณก็อุปโลกน์ชื่อ “ลายแทงขุมทรัพย์” ให้มันได้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะลางสังหรณ์บอกให้ หยางจิ้งซื้อเศษซากแผนที่แผ่นนี้ไว้ล่ะก็ เขาคงไม่ยอมเสียน้ำลายคุยกับซอล์กจอมยิ้มให้เปลืองแรงหรอก หยางจิ้งยื่นมือออกมาชูสองนิ้วแล้วเอ่ยช้าๆ
“ผมเพิ่มให้คุณอีกยี่สิบยูโร ผมแค่อยากซื้อไปศึกษาวัฒนธรรมยุคศตวรรษที่ 18 ดูเล่นๆ เท่านั้นแหละ ไม่ได้สนใจเรื่องขุมทรัพย์ในตำนานอะไรนั่นเลย”
ซอล์กดูท่าทางไม่ค่อยพอใจกับราคาที่หยางจิ้งให้ แต่เขาก็กัดฟันพูดว่า
“ผมลดให้คุณอีกสามสิบยูโร สามร้อยห้าสิบยูโร แล้วคุณก็เอาแผนที่ความลับมหาศาลแผ่นนี้ไปได้เลย”
หยางจิ้งส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดยืนยันคำเดิม
“อย่าต่อรองกับผมอีกเลยครับ ผมไม่มีเวลาหยุดอยู่ที่แผงคุณนานนัก เอาเป็นว่าถ้าคุณโอเค ผมให้คุณสองร้อย
ยูโร ถ้าไม่โอเคก็ถือว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน”
“ตกลง!”
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของหยางจิ้งก็คือ พ่อค้าที่ดูอึกอักลีลาเยอะเมื่อกี้กลับตอบตกลงอย่างไวว่องจน หยางจิ้งแอบเสียดายลึกๆ เห็นได้ชัดว่าถ้าเขาให้แค่ร้อยห้าสิบยูโร หมอนี่ก็คงยอมขายแผนที่ “ความลับมหาศาล” แผ่นนี้ให้แน่นอน แต่ก็ช่างเถอะ การได้แผนที่แผ่นนี้มาในราคา 200 ยูโร สำหรับหยางจิ้งก็ไม่ถือว่าขาดทุน เพราะลางสังหรณ์มันบอกเขาเบาๆ ว่าควรจะซื้อไว้ และเมื่อกี้หยางจิ้งก็ได้แอบใช้ทักษะการตรวจสอบไปแล้ว และยืนยันได้ว่าเศษซากแผนที่เดินเรือแผ่นนี้มาจากโจรสลัดในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 จริงๆ
[เศษซากแผนที่เดินเรือโจรสลัด ปี 1720 โดย ‘อสรพิษทะเล’ บอร์ดแมน]
คำตอบจาก "แหวนศักดิ์สิทธิ์" ค่อนข้างจะคลุมเครือ แต่ก็ยังให้คำตอบมาจนได้ว่าแผนที่แผ่นนี้มาจากน้ำมือของโจรสลัดฉายา “อสรพิษทะเล” ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ในเมื่อเป็นแผนที่โจรสลัดของจริง ต่อให้เป็นแค่เศษซากก็เก็บเอาไว้สะสมได้ ตลาดนัดแบบนี้ไม่มีสัญญาอะไรให้เซ็น หยางจิ้งจ่ายเงินสดรับของทันที เขาบรรจงเก็บแผนที่แผ่นนี้ลงในเป้สะพายหลังอย่างระมัดระวัง แล้วจึงหันหลังเดินจากไปอย่างเท่ๆ เวลาที่เหลือหยางจิ้งยังคงเดินเตร่ไปรอบตลาด
แต่หลังจากเดินจนแทบจะทั่วทุกซอกทุกมุม เขาก็ไม่เห็นของอะไรที่น่าสนใจพอจะลงมือคว้ามาอีก ของเก่าในตลาดมี
ไม่น้อย ของมีค่าก็มีเพียบและต้องมีของที่หลุดรอดสายตาแน่นอน แต่น่าเสียดายที่หยางจิ้งไม่สามารถใช้แหวนศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบได้ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นแค่พลังงานคงไม่พอใช้
“ทักษะการตรวจสอบเนี่ยมันดีจริงๆ นั่นแหละ แต่มันตรวจสอบได้เฉพาะเป้าหมายที่เจาะจงเท่านั้น ข้อจำกัดยังเยอะอยู่แฮะ ถ้ามีทักษะสแกนหาของแบบครอบคลุมกว้างๆ มาใช้คู่กับทักษะตรวจสอบล่ะก็... ข้าคงไร้เทียมทานไปเลย!”
หยางจิ้งยืนอยู่ที่ริมขอบตลาด พลางเหลียวกลับไปมองตลาดที่ยังคงพลุกพล่านด้วยความโลภนิดๆ ในใจ
จบตอนที่ 59