- หน้าแรก
- พลิกยุคแปดศูนย์ ล่าสมบัติมหาเศรษฐี
- บทที่ 45: พวกไม่โดนตบหน้าแล้วไม่สดชื่น
บทที่ 45: พวกไม่โดนตบหน้าแล้วไม่สดชื่น
บทที่ 45: พวกไม่โดนตบหน้าแล้วไม่สดชื่น
บทที่ 45: พวกไม่โดนตบหน้าแล้วไม่สดชื่น
ในจังหวะนั้นเอง ก็มีคู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ทั้งคู่แต่งกายดูดีมีฐานะ ดูแล้วภูมิฐานไม่น้อย ตาแก่เจ้าของร้านรีบละทิ้งหยางจิ้งทันที แล้วหันไปต้อนรับขับสู้แขกสองท่านนั้นแทน เห็นได้ชัดว่าตาแก่คนนี้ไม่คิดว่าหยางจิ้งที่แต่งตัวธรรมดาๆ จะมีปัญญาซื้อของในร้านเขาได้ หยางจิ้งยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แล้วเริ่มเบนสายตาไปสำรวจที่อื่นต่อ ตาแก่คนนี้ไม่ได้โกหกจริงๆ ในร้านของเขามีนาฬิกาโบราณมูลค่ามหาศาลอยู่เพียบ แถมยังมีตัว "ระดับบิ๊ก" วางโชว์อยู่หลายชิ้น อย่างเช่นนาฬิกาพกโบราณตัวเรือนโรสโกลด์ของ วาเชอรอง คอนสแตนตินที่วางอยู่ในตู้กระจก หรือนาฬิกาแขวนผนังลายดาราจักรวาดด้วยมือที่แขวนอยู่บนผนังและมีครอบแก้วกันฝุ่นอย่างดี นาฬิกาพวกนี้แม้จะมูลค่าไม่สูงเท่ากับนาฬิกาที่ระลึกฉลอง 45 พรรษาของวิลเฮล์มที่ 2 ที่เห็นเมื่อกี้ แต่หยิบชิ้นไหนมาดูอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีหลายแสนยูโร บางเรือนเผลอๆ จะทะลุหลักล้านยูโรเอาด้วยซ้ำ แน่นอนว่าที่นี่ก็มีนาฬิกาโบราณที่มูลค่าไม่ได้สูงลิบลิ่ววางปนอยู่ด้วย ส่วนใหญ่จะเกาะกลุ่มอยู่ที่ราคาหลักหมื่นยูโร นอกจากนาฬิกาโบราณพวกนี้แล้ว ที่ด้านหนึ่งของร้านยังมีเคาน์เตอร์ยาวตัวหนึ่ง ทำจากกระจกนิรภัยที่หนาแต่ใสแจ๋ว ภายในจัดวางนาฬิกาแบรนด์เนมชื่อดังของโลกไว้เป็นแถว หยางจิ้งพิจารณานาฬิกาหรูเหล่านั้นในตู้กระจกอย่างละเอียด จนน้ำลายแทบจะหกออกมา ปาเต็ก ฟิลิปป์,
วาเชอรอง คอนสแตนติน, เบรเกต์, โอเดอมาร์ ปิเกต์, เพียเจต์, บลองแปง... ล้วนแต่เป็นแบรนด์ระดับท็อปของโลกทั้งสิ้น ส่วนแบรนด์อย่าง ทิสโซต์, ราโด หรือ ทิทัส ในตู้นี้ทำได้แค่ไปนอนกองอยู่ตรงมุมๆ เท่านั้น
นาฬิกาพวกนี้ดูออกชัดเจนว่าเป็นของใหม่ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นตัวที่ครูบาอาจารย์แห่งวงการนาฬิกาสร้างสรรค์ขึ้นมาเองกับมือ แต่ทุกเรือนก็มีมูลค่ามหาศาล รุ่นที่ถูกที่สุดในตู้นี้ก็ปาเข้าไป 5,000 ยูโรขึ้นไปแล้ว ส่วนพวก ปาเต็ก ฟิลิปป์ หรือ วาเชอรองฯ รุ่นที่ถูกที่สุดก็ต้องมีหลักแสนยูโร...หยางจิ้งมองดูนาฬิกาเหล่านั้นแล้วลอบเดาะลิ้นอยู่ในใจ ร้านนี้มองจากข้างนอกดูไม่สะดุดตาเลยแท้ๆ แต่ของข้างในรวมๆ กันแล้วมูลค่าต้องเกิน 10 ล้านยูโรแน่นอน หยางจิ้ง
ไม่นึกเลยว่าตาแก่ชาวฝรั่งเศสหน้าตาพื้นๆ คนนี้จะเป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินระดับสิบล้านยูโร ความจริงแล้ว อย่าดูถูกตลาดแซงต์-อวนที่เป็นแค่ตลาดนัดของเก่า คนที่สามารถมาเปิดร้านขายของโบราณที่นี่ได้ ไม่มีใครมีทรัพย์สินน้อยๆ หรอก มุมมองของคนตะวันตกกับคนจีนนั้นต่างกัน คนจีนอาจจะมองว่าของมือสองไม่มีระดับ แต่ในสายตาคนตะวันตก ของมือสองก็เหมือนสินค้าปกติทั่วไปที่มีมูลค่าในตัวมันเอง ในโลกตะวันตก มีคนไม่น้อยที่ร่ำรวยขึ้นมาจากการซื้อขายของมือสอง อุตสาหกรรมนี้มีตลาดที่ใหญ่มาก ขอเพียงคุณจับจุดให้ถูกและขยันมากพอ การจะสร้างฐานะจนร่ำรวยก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย หยางจิ้งลองเช็กราคานาฬิกาใหม่เหล่านั้นอย่างละเอียด แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลดู จึงพบว่านาฬิกาใหม่ที่ร้านของคุณอาร์มองด์ขายนั้น มีราคาถูกกว่าที่ขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปอยู่พอสมควร การค้นพบนี้ทำให้หัวใจของหยางจิ้งเต้นแรงขึ้นมาทันที หยางจิ้งและพ่อแม่รวมสามคนต่างก็ชอบนาฬิกาข้อมือ เมื่อก่อนฐานะที่บ้านไม่ได้มั่งคั่งนัก แม้หยางจิ้งจะมาเรียนต่อโทที่ลอนดอน เขาก็ซื้อได้แค่พวกนาฬิกาดิจิทัลแนวสปอร์ตมาใส่ แต่ตอนนี้เขามีเงินเต็มกระเป๋าแล้ว พอคิดถึงนาฬิกาจักรกลคู่รักแบรนด์ ซิติเซ่น ที่พ่อกับแม่ใส่อยู่ ความรู้สึกอยากจะเปย์ก็พุ่งพล่านขึ้นมาในสมองทันที
นาฬิกาดิจิทัลที่ข้อมือเขาน่ะช่างมันเถอะ นั่นมันของมือสองที่เขาซื้อตามตลาดนัดกับเจ้าอ้วนตอนมาลอนดอนใหม่ๆ ในราคาแค่ 50 ปอนด์ แต่ที่ข้อมือพ่อกับแม่น่ะมันใส่มาหลายปีดีดักแล้ว เห็นว่าตอนพ่อแม่แต่งงานกันแล้วไปเที่ยวที่มณฑลหมิ่น คุณลุงรองซื้อให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน อายุของนาฬิกาคู่นั้นน่ะมากกว่าตัวเขาเสียอีก แม้นาฬิกาจักรกลของซิติเซ่นในจีนจะถือว่าพอใช้ได้ แต่ตอนนี้มันไม่เหมาะกับฐานะของพ่อแม่เขาแล้วจริงๆ พอมองดูนาฬิกา
แบรนด์เนมใหม่เอี่ยมที่วางเรียงรายอยู่ในตู้ หยางจิ้งก็เกิดความอยากได้ขึ้นมาจริงๆ คิดได้ดังนั้น หยางจิ้งจึงเงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับอาร์มองด์ว่า
"คุณอาร์มองด์ครับ รบกวนมาช่วยแนะนำนาฬิกาพวกนี้ให้ผมหน่อยได้ไหม?"
ที่เขาพูดแบบนี้ ไม่ใช่ว่าหยางจิ้งไม่รู้จักนาฬิกาพวกนี้หรอก แต่ประเด็นหลักคือตอนที่ตาแก่คนนี้แนะนำนาฬิกาที่ระลึกเรือนนั้นให้เขา ท่าทางหยิ่งยโสที่แสดงออกมาตอนท้ายมันทำให้หยางจิ้งรู้สึกขัดใจอยู่นิดๆ ตั้งแต่ก้าวเข้าร้านมา หยางจิ้งสัมผัสได้ถึงการเหยียดจางๆ จากตาแก่คนนี้ แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาคิดลึกจนกระทั่งเห็นสีหน้าหลังจากแนะนำนาฬิกาเรือนนั้นเสร็จนั่นแหละ ที่ทำให้หยางจิ้งเริ่มมองออกว่านิสัยตาแก่คนนี้เป็นยังไง สีหน้าแบบนั้นมันแปลได้ชัดๆ เลยว่า ไอ้บ้านนอก เปิดหูเปิดตาแล้วล่ะสิ? วันนี้ข้าว่างเลยเล่าให้ฟังเป็นวิทยาทานหรอกนะ...ใช่แล้ว อาร์มองด์ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ความเหยียดที่ซ่อนอยู่ในสีหน้า หยางจิ้งสัมผัสได้จริงๆ เขาเลยกะจะเรียกตาแก่คนนี้มา "แนะนำ" ให้หน่อย นายดูถูกว่าข้าแต่งตัวธรรมดาไม่มีปัญญาซื้อใช่ไหม? งั้นเดี๋ยวพอนายแนะนำจบ พ่อจะควักบัตรธนาคารออกมาสะบัดรูดสักหลายหมื่นปอนด์ ให้ตาแก่ขี้หมิ่นคนนี้ช็อกตาตั้งไปเลย ตอนนี้หยางจิ้งมีเงิน เขาเลยอยากจะสัมผัสความรู้สึกสะใจตอน "ตบหน้าโชว์รวย" ดูบ้าง แต่คาดไม่ถึงว่าตาแก่คนนี้จะไม่ให้เกียรติกันเลย แม้จะยังพูดจาสุภาพ แต่น้ำเสียงและท่าทางมันทำให้หยางจิ้งถึงกับพูดไม่ออกจริงๆ
"พ่อหนุ่ม รอก่อนได้ไหม? นายดูไปพลางๆ ก่อนนะ เดี๋ยวฉันช่วยจัดการธุระให้แขกสองท่านนี้เสร็จแล้วจะเดินไปหา"
หยางจิ้งเหลือบมองไป พบว่าลูกค้าสองคนที่เดินเข้ามาทีหลังกำลังถือนาฬิกาตั้งโต๊ะโบราณเรือนหนึ่งแล้วกระซิบกระซาบปรึกษากันอยู่ นาฬิกาเรือนนั้นหยางจิ้งก็เห็นเมื่อกี้ ดูเหมือนจะมีมูลค่าประมาณ 8,000 กว่ายูโร...เห็นได้ชัดว่า อาร์มองด์อยากจะปิดดีลนาฬิกาโบราณเรือนนั้นกับสามีภรรยาคู่นี้ให้ได้ หยางจิ้งส่ายหัวอย่างระอาพลางคิดในใจทิ้งดีลใหญ่หลายหมื่นยูโรของข้าไปทำไมเนี่ย ดันไปวุ่นวายกับดีลแค่ไม่กี่พันยูโร ตาแก่นี่มันโง่จริง หรือโง่จัง หรือโง่จุงเบยกันแน่วะ? ถึงจะรู้สึกไม่สบอารมณ์กับตาแก่คนนี้ แต่หยางจิ้งก็ไม่จำเป็นต้องเอาอารมณ์มาปนกับเรื่องเงิน ถ้าหากนาฬิกาที่นี่เป็นของแท้ การซื้อนาฬิกาให้พ่อแม่ที่นี่ก็นับว่าคุ้มค่ามาก เพราะราคาถูกกว่าตามห้างประมาณ 5% และบางรุ่นก็ถูกกว่านั้นอีกเยอะ หยางจิ้งเล็งนาฬิกาคู่ที่ดูเข้ากันสุดๆ ไว้แล้ว เป็นรุ่น โอเดอมาร์ ปิเกต์ ซีรีส์ มิลเลนเนารี นาฬิกาซีรีส์มิลเลนเนารีนี้มีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง แม้ซีรีส์นี้จะไม่ได้ทำออกมาเป็นแบบคู่รักโดยตรง แต่พอเอาสองเรือนนี้มาจับคู่กันมันกลับดูสวยงามลงตัวมาก หยางจิ้งเลยตั้งใจจะซื้อสองเรือนนี้ไปให้พ่อกับแม่ ราคาก็ถือว่าเหมาะสม นาฬิกาสองเรือนนี้รวมกันอยู่ที่ 82,300 ยูโร ตีเป็นเงินปอนด์ก็ไม่ถึง 73,000 ปอนด์ สำหรับหยางจิ้งในตอนนี้ การใช้เงินจำนวนนี้ซื้อนาฬิกาให้พ่อแม่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ติดอยู่อย่างเดียวคือตาแก่ไม่ยอมเดินมาสักที นี่แหละที่ทำให้หยางจิ้งรู้สึกนอยด์
"หรือว่าตาแก่นี่จะเป็นพวก 'ไม่โดนตบหน้าแล้วไม่สดชื่น' ต้องให้โดนฟาดหน้าสั่นถึงจะรู้สึกดีงั้นเหรอ?"
ถึงจะนอยด์ แต่หยางจิ้งก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนใจไม่ซื้อที่นี่ เขาเคยเห็นนาฬิกาสองเรือนนี้ในร้านหรูที่ลอนดอน
ถ้าซื้อที่นั่นต้องจ่ายเกือบ 77,000 ปอนด์เชียวนา ถ้าซื้อที่นี่ได้ในราคาไม่ถึง 73,000 ปอนด์ ก็ถือว่าประหยัดไปได้โขและคุ้มค่าสุดๆ แล้ว
จบตอนที่ 45