เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46: รังสีอำมหิต

บทที่ 46: รังสีอำมหิต

บทที่ 46: รังสีอำมหิต


บทที่ 46: รังสีอำมหิต

ดูเหมือนว่าคุณฌอง อาร์มองด์ กับคู่สามีภรรยาคู่นั้นจะมีปัญหากันเรื่องราคา เพราะหยางจิ้งได้ยินเสียงโต้เถียงกันดังขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าตาแก่นี่ก็ไม่ใช่คนดีอะไรนัก ส่วนไอ้คู่สามีภรรยาที่แต่งตัวดูดีเหมือนคนมีการศึกษานั่นก็ขี้งกพอกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่มายืนต่อล้อต่อเถียงกันแค่เรื่องเงินไม่กี่ร้อยยูโรนานเกือบยี่สิบนาทีแบบนี้หรอก โชคดีที่หยางจิ้งมีความอดทนสูงพอ แถมในร้านนี้ยังมีนาฬิกาโบราณแปลกๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนให้ดูฆ่าเวลา หยางจิ้งเลยยังไม่สะบัดก้นเดินหนีไปเสียก่อน แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้จะความอดทนสูงแค่ไหนแต่มันก็น่าหงุดหงิดที่โดนเมินเฉยแบบนี้ โดยเฉพาะเมื่อหยางจิ้งตั้งใจจะมาซื้อนาฬิกาคู่จริงๆ สุดท้ายหยางจิ้งก็ทนไม่ไหว ตะโกนออกไปเสียงดังว่า

"คุณอาร์มองด์ครับ คุณช่วยวางมือจากดีลแปดพันยูโรนั่นก่อน แล้วหันมาสนใจดีลแปดหมื่นยูโรทางนี้หน่อยได้ไหมครับ?"

พอประโยคนี้หลุดออกจากปาก ตาแก่คนนั้นก็หันขวับมาทันที แต่กลับเป็นการถลึงตาใส่หยางจิ้งแทน ไอ้เด็กนี่จะโวยวายทำไม? ไม่เห็นเหรอว่ายุ่งอยู่? แปดหมื่นยูโรเหรอ? เอาแกไปขายจะถึงแปดหมื่นยูโรหรือเปล่ายังไม่รู้เลย!

ถึงตาแก่จะไม่ได้พูดออกมา แต่สายตามันฟ้องชัดเจนว่าคิดแบบนี้ หยางจิ้งเกาหัวอย่างกลัดกลุ้ม พลางคิดในใจ สังคมมันเป็นอะไรไปหมดวะ? ทำไมพอข้าพูดความจริงแล้วไม่มีใครเชื่อเลย? แต่ถ้าจะให้หยางจิ้งเดินหนีไปตอนนี้ เขาไม่ยอมเด็ดขาด! ให้ตายสิ เดิมทีตั้งใจจะมาโชว์เหนือตบหน้าสักหน่อย ดันกลายเป็นโดนเขาดูถูกซะงั้น! ไม่ได้การ... ถ้าวันนี้ไม่ได้ตบหน้าคืนล่ะก็ ต่อให้ตายข้าก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น! ปัญญาชนเวลาดื้อแพ่งขึ้นมาเนี่ย ก็น่ากลัวใช่ย่อยนะ อย่างเช่นหยางจิ้งในตอนนี้เป็นต้น...หยางจิ้งเอียงคอแล้วพูดเสียงดังขึ้นอีก

"คุณอาร์มองด์ ถ้าคุณไม่เดินมาตอนนี้ นาฬิกาโอเดอมาร์ ปิเกต์ ซีรีส์มิลเลนเนารีคู่ที่ผมเล็งไว้ ผมจะไม่ซื้อแล้วนะ! อีกอย่าง ทำธุรกิจเขาถือเรื่องมาก่อนได้ก่อนไม่ใช่เหรอ ผมมาก่อนนะคุณ!"

คำพูดนี้ทำให้อาร์มองด์ที่กำลังจะหันหน้ากลับไปถึงกับชะงัก แล้วหันกลับมามองอีกรอบ แต่ยังไม่ทันที่ตาแก่จะได้อ้าปาก คู่สามีภรรยานั่นกลับเป็นฝ่ายของขึ้นเสียเอง อาจเป็นเพราะเมื่อกี้เถียงกับตาแก่จนอารมณ์ค้าง พอหยางจิ้งสอดเข้ามากลางคัน ไฟโทสะที่ข่มไว้ก็ระเบิดออกมาทันที สองผัวเมียประคองนาฬิกาโบราณเดินตรงมาหาหยางจิ้งอย่างเอาเรื่อง ฝ่ายหญิงยังพอมีสติบ้าง เธอวางนาฬิกาโบราณลงบนเคาน์เตอร์ แต่ฝ่ายชายนี่สิ เริ่มพ่นภาษาฝรั่งเศสใส่

หยางจิ้งเป็นชุด

"@#¥%……"

เสียใจด้วยนะเพื่อน หยางจิ้งฟังไม่ออก แต่ต่อให้ฟังไม่ออกแค่ดูจากสีหน้าท่าทางก็รู้แล้วว่าไอ้หมอนี่ไม่ได้พูดเรื่องมงคลแน่นอน สำหรับพวกที่เปลือกนอกดูหรูแต่ข้างในเป็นขยะแบบนี้ หยางจิ้งเมินใส่เสมอ เขาเหลือบตามอง

ไอ้หมอนั่นแวบหนึ่ง มุมปากซ้ายกระตุกขึ้นยิ้มหยันเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังให้สองสามีภรรยาคู่นั้นอย่างไม่แยแส ตาแก่อาร์มองด์เดินตามมาติดๆ หยางจิ้งชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือคู่ที่อยู่ในตู้แล้วพูดว่า

"รบกวนหยิบสองเรือนนี้ออกมาให้ผมดูหน่อย"

ตอนนี้ดูเหมือนตาแก่จะยังไม่ค่อยเชื่อว่าหยางจิ้งจะมีปัญญาซื้อนาฬิกาสองเรือนนี้จริงๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยแสดงออกมาอย่างชัดเจน ส่วนคู่สามีภรรยาพอโดนเมินเข้าให้ก็ยิ่งฟิวส์ขาด ทั้งคู่เริ่มรุมตะโกนใส่ตาแก่พร้อมกัน หยางจิ้งรำคาญจนทนไม่ไหว หันไปตะคอกใส่สุดเสียงว่า

"ชัตอัพ!"

ด้วยอานุภาพของหนังฮอลลีวูดที่แพร่กระจายไปทั่วโลก คำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่กี่คำจึงเป็นที่รู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น "เยส" "โน" "บิช" "ฟักยู" และแน่นอนว่าคำว่า "ชัตอัพ" ที่แปลว่าหุบปากนี้ คนทั้งโลกก็รู้จักเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะไม่นึกว่าหยางจิ้งจะกล้าตะโกนใส่ขนาดนี้ สองผัวเมียนั่นถึงกับอึ้งไปเลย แม้แต่ตาแก่เองก็เหวอไปเหมือนกัน หยางจิ้งใช้นิ้วเคาะกระจกตู้โชว์อย่างหมดความอดทนแล้วพูดว่า

"คุณอาร์มองด์ รบกวนหยิบสองเรือนนั้นออกมาให้ผมดูหน่อยครับ นั่นแหละ โอเดอมาร์ ปิเกต์ รุ่นมิลเลนเนารี ของผู้ชายเรือนหนึ่ง ผู้หญิงเรือนหนึ่ง"

วินาทีนี้ รอบตัวหยางจิ้งดูเหมือนจะมี "รังสีอำมหิต" แผ่ออกมา จนตาแก่เผลอพยักหน้าตอบรับ แล้วหยิบกุญแจมาไขตู้กระจก ค่อยๆ หยิบนาฬิกาสองเรือนที่หยางจิ้งชี้ออกมาอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม หยางจิ้งไม่ได้ยื่นมือไปรับนาฬิกาจากมือตาแก่ แต่เขาส่งสัญญาณให้ตาแก่วางลงบนเคาน์เตอร์กระจกแทน ในวงการของเก่าที่จีน นี่คือ "กฎเหล็ก"

คนที่ดูของเป็นจะรู้ดีว่า ถ้าคุณต้องการจะหยิบจับของมีค่าชิ้นไหน อย่ารับของจากมือคนอื่นโดยตรงและเมื่อดูเสร็จแล้วก็อย่าส่งคืนเข้ามือเขาโดยตรงเช่นกัน คุณต้องวางของลงบนพื้นที่ที่มั่นคงก่อน แล้วให้อีกฝ่ายหยิบขึ้นมาเอง ทำไมต้องทำแบบนี้? ง่ายมาก... เพื่อป้องกันการ "ตบทรัพย์" ไงล่ะ ลองคิดดูสิ ถ้าเขายื่นจานใบหนึ่งมาให้แล้วคุณเซ่อซ่าเข้าไปรับ พอจานกำลังจะถึงมือคุณ เขาก็ปล่อยมือทันที จานตกลงพื้น "เพล้ง!" แตกเป็นผง ทีนี้เขาก็จะอ้างว่าคุณรับไม่ดีและจานใบนี้คือของเลอค่าจากเตาหลวงสมัยคังซี หย่งเจิ้งหรือเฉียนหลง มูลค่าเป็นล้าน! คุณจะเถียงยังไงล่ะ? ต่อให้มีปากเป็นร้อยก็พูดไม่ชนะ เขาบอกว่าคุณรับพลาดจนทำแตก คุณก็เถียงไม่ออกแล้ว เหมือนที่เขาว่ากันว่าขี้โคลนหล่นใส่กางเกง ต่อให้ไม่ใช่ขี้ก็กลายเป็นขี้ไปแล้ว! ดังนั้น เพื่อเลี่ยงสถานการณ์แบบนี้ คนที่ดูของเป็นจะไม่รับของจากมือใครโดยตรงเด็ดขาด ที่นี่คือฝรั่งเศส แถมยังเป็นที่ที่ไม่คุ้นเคยและตาแก่คนนี้ก็ดูท่าทางไม่ใช่คนดีอะไร หยางจิ้งย่อมไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับตัวเองแน่นอน เมื่อเห็นสัญญาณจากหยางจิ้ง ตาแก่ก็ค่อยๆ วางกล่องนาฬิกาทั้งสองใบลงบนเคาน์เตอร์อย่างเบามือ พร้อมกับเตือนหยางจิ้งว่า

"พ่อหนุ่ม สองเรือนนี้รวมกันแปดหมื่นกว่ายูโรนะ ระวังหน่อยล่ะ"

พูดจบตาแก่ยังแกล้งหันไปมองกล้องวงจรปิดที่ติดตามมุมร้าน สื่อเป็นนัยว่า แกอย่าตุกติกนะ ทุกอย่างมีหลักฐาน ท่าทางของตาแก่ทำให้หยางจิ้งถึงกับพูดไม่ออกจริงๆ ถ้าแกกลัวว่าข้าจะชิงนาฬิกาวิ่งหนีขนาดนั้น แล้วจะหยิบออกมาทำซากอะไรวะ? ล็อกไว้ในตู้กระจกนิรภัยนั่นไม่ปลอดภัยกว่าเหรอ! ถ้าพูดตามสำนวนจีนโบราณ ท่าทางแบบนี้คือพวก "อยากเป็นโสเภณีแต่ดันอยากตั้งศาลพรหมจรรย์ให้ตัวเอง" (ทำตัวแย่ๆ แต่ยังอยากรักษาภาพลักษณ์ดูดี) ชัดๆ!หยางจิ้งไม่ได้สนใจตาแก่ เขาค่อยๆ หยิบนาฬิกาผู้ชายออกมาหนึ่งเรือน ลองกะน้ำหนักดูด้วยมือ แล้วพิจารณางานฝีมืออย่างละเอียด เมื่อพยักหน้าพอใจแล้ว เขาก็ใช้มือซ้ายสัมผัสที่ตัวเรือน และเปิดใช้งาน "สกิลตรวจสอบ" ทันที

[นาฬิกาข้อมือจักรกลอัตโนมัติชาย โอเดอมาร์ ปิเกต์ รุ่น 26145 ตัวเรือนทองคำ 18K โรสโกลด์, ปี 2012, โรงงานนาฬิกา AP สวิตเซอร์แลนด์, แอนดี้ ฮอลแลนด์]

พอเห็นผลการตรวจสอบ หยางจิ้งก็เบาใจทันที เห็นราคาที่ร้านตาแก่นี่ถูกขนาดนี้ หยางจิ้งก็แอบระแวงเหมือนกันว่าจะเป็นของก๊อปเกรดพรีเมียมหรือเปล่า ถ้าเสียเงินหลายหมื่นยูโรเพื่อซื้อของก๊อปมาล่ะก็ คงได้กลายเป็นตัวตลกไปตลอดชีวิตแน่ แต่จากการลองกะน้ำหนักและดูเนื้องานเมื่อกี้ หยางจิ้งก็พอจะตัดความเป็นไปได้เรื่องของ

ก๊อปออกไปได้แล้ว ยิ่งตอนนี้ "แหวนศักดิ์สิทธิ์" ให้ผลการตรวจสอบที่แท้จริง ยืนยันว่ามาจากโรงงาน AP ในสวิตเซอร์แลนด์ แถมมีชื่อช่างนาฬิกามาให้เสร็จสรรพ ก็ถือว่านาฬิกาเรือนนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน

จบตอนที่ 46

จบบทที่ บทที่ 46: รังสีอำมหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว