- หน้าแรก
- พลิกยุคแปดศูนย์ ล่าสมบัติมหาเศรษฐี
- บทที่ 37: เริ่มต้นการเคลื่อนย้าย!
บทที่ 37: เริ่มต้นการเคลื่อนย้าย!
บทที่ 37: เริ่มต้นการเคลื่อนย้าย!
บทที่ 37: เริ่มต้นการเคลื่อนย้าย!
หยางจิ้งตื่นมาพร้อมกับรอยยิ้ม ความฝันแบบนี้ สำหรับคนที่ตั้งเป้าหมายว่าจะรับช่วงต่อจากคุณตาเพื่อเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการโบราณวัตถุอย่างหยางจิ้งแล้ว มันช่างเป็นฝันที่แสนวิเศษจริงๆ แม้ตื่นขึ้นมาจะพบว่าเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ภาพเหตุการณ์ที่ชัดเจนในฝัน ฉากที่ถูกผู้คนนับหมื่นจับตามองก็ทำให้หยางจิ้งนอนอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงต่ออีกถึงครึ่งชั่วโมง ปกติหยางจิ้งเป็นคนหลับลึกไม่ค่อยฝัน ต่อให้ฝันพอตื่นมาก็ลืมเกลี้ยง น้อยครั้งนักที่จะจำเรื่องราวในฝันได้แม่นยำขนาดนี้ เขาเลยไม่อยากลุกจากเตียง เพราะกลัวว่าพอลุกไปแล้วความทรงจำเกี่ยวกับฝันหวานนั้นจะค่อยๆ
เลือนหายไป เขาขอเลือกนอนอืดเพื่อซึมซับความรู้สึกนั้นอีกสักพักดีกว่า ทว่า ฝันก็คือฝัน ต่อให้เป็นฝันที่งดงามแค่ไหน มันก็เป็นเพียงแค่ความฝันวันยังค่ำ ดังนั้น ต่อให้หยางจิ้งจะไม่เต็มใจแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถนอนอืดอยู่บนเตียงได้ทั้งวัน สุดท้ายเขาก็ต้องยอมกลอกตาใส่เสียงโวยวายด้วยความไม่พอใจของเจ้าอ้วนแล้วลุกจากเตียงจนได้ แต่ความฝันนี้กลับฝังรากลึกอยู่ในหัวของหยางจิ้งเสียแล้ว ตอนทานมื้อเช้า หยางจิ้งกับเจ้าอ้วนเปิดโทรทัศน์ดู ข่าวในทีวีเต็มไปด้วยเรื่องของคนดวงเฮงที่ถูกรางวัลแจ็กพอตล็อตโต้อันดับหนึ่งเมื่อวาน เจ้านั่นถูกรางวัลคนเดียวเน้นๆ 6 ตัวรวด กวาดเงินรางวัลที่สะสมมาถึง 12 งวดไปครองคนเดียวจนฮือฮาไปทั้งอังกฤษ แต่สำหรับเรื่องนี้ ทั้งคู่ทำได้แค่แต่มองตาปริบๆ ด้วยความอิจฉา...เจ้าอ้วนต้องไปจัดการธุระที่มหาวิทยาลัยนิดหน่อย เจ้านี่มาอังกฤษก่อนหยางจิ้งนาน เรื่องราวที่นี่เลยเยอะกว่า
หยางจิ้งพอสมควร ตอนนี้หยางจิ้งทำเพียงแค่รอให้วิทยานิพนธ์ผ่านเพื่อรับใบประกาศฯ เท่านั้น แต่เจ้าอ้วนยังต้องตามเก็บรายละเอียดงานที่เหลืออยู่
"พี่ครับ เที่ยงนี้เรากิน 'ไก่ตุ๋นเห็ด' กันนะ..."
ก่อนออกจากประตู เจ้าอ้วนก็สั่งเมนูมื้อเที่ยงอย่างไร้ยางอาย
"ไปตายซะไป..."
พอเจ้าอ้วนไปแล้ว ความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจของหยางจิ้งก็เริ่มจะกดทับไว้ไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์ในฝันหวานเมื่อคืนเปรียบเสมือนผลแอปเปิลที่คอยล่อลวงอาดัมกับอีฟ มันทำให้หยางจิ้งอยากจะลองใช้ทักษะ "การข้ามเวลาแบบจำกัดเขต" ที่พึ่งได้รับมาใจจะขาด ช่วยไม่ได้จริงๆ ทักษะในตำนานแบบนี้ มันมีแรงดึงดูดมหาศาลเกินไปสำหรับคน "เงียบแต่ร่าน" อย่างหยางจิ้ง นิสัยของหยางจิ้งค่อนข้างเก็บตัว นั่นคือคำพูดที่ดูดีหน่อย แต่ถ้าใช้คำของเจ้าอ้วนละก็ "พี่จิ้งน่ะคือพวกเงียบแต่ร่านของแท้" แต่ไม่ว่าจะเก็บตัวหรือจะร่านเงียบ คนประเภทนี้มักจะเป็นคนที่มีปณิธานแน่วแน่มาก ตราบใดที่ตั้งใจจะทำอะไรแล้ว มันยากมากที่จะข่มใจให้หยุดได้ ถ้าไม่มีความฝันเมื่อคืน หยางจิ้งอาจจะรอต่อไปอีกสักพัก
รอให้แหวนศักดิ์สิทธิ์ดูดซับพลังงานมากกว่านี้ก่อนค่อยลองใช้ทักษะข้ามเวลานี้ แต่เพราะความฝันนั้นมันทำให้ใจของ
หยางจิ้งไม่สงบอีกต่อไป ความคิดที่จะลองใช้สกิลข้ามเวลาเดี๋ยวนี้ได้กลายเป็นแอปเปิลในสวนเอเดนที่คอยยั่วยวนจิตใจอันแน่วแน่ของเขาอยู่ตลอดเวลา โบราณว่าไว้ "หญิงใจเด็ดยังแพ้ชายตื้อ" เช่นเดียวกัน จิตใจของคนเราก็เหมือนหญิงใจเด็ดนั่นแหละ กลัวที่สุดคือการถูกล่อลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และแล้วในที่สุด หลังจากเดินวนไปวนมาในห้องเช่าอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่า หยางจิ้งก็ทนไม่ไหวจนต้องตัดสินใจลองใช้ทักษะระดับสูงนี้ดูสักตั้ง ไม่มีใครหรอกที่ได้รับพลังวิเศษขนาดนี้มาแล้วจะทนไม่ลองใช้ได้ หลังจากเดินวนเป็นลาโม่แป้งอยู่ครึ่งค่อนวัน หยางจิ้งก็เปิดหน้าต่างอินเทอร์เฟซขึ้นมา บอกตามตรง หยางจิ้งเองก็ไม่รู้ว่าพลังงานของแหวนศักดิ์สิทธิ์จะพอสำหรับการข้ามเวลาหนึ่งครั้งหรือเปล่า และแหวนก็ไม่ได้ให้คำแนะนำหรือคำเตือนล่วงหน้าใดๆ เลย เขาจึงต้องค่อยๆ คลำหาทางเอาเอง จริงๆ แล้วมาถึงตอนนี้ หยางจิ้งก็พอจะเดาระดับพลังงานของแหวนได้คร่าวๆ บ้างแล้ว ตามมาตรฐานที่เขาตั้งขึ้นเอง ถ้าให้พลังงานจากภาพร่างหนึ่งภาพมีค่าเท่ากับ 10 หน่วย ภาพร่างทั้งสามภาพก็ให้พลังงานแก่แหวนไป 30 หน่วย พลังงานจากขวดนัตถุ์เขียนลายในนั้นต่ำกว่าภาพปิกัสโซนิดหน่อย ตีให้ประมาณ 8 หน่วย ส่วนแท่นฝนหมึกตวนเยี่ยนมีพลังงานสูงกว่าภาพร่างหนึ่งภาพ ตีให้ประมาณ 13 หน่วย สรุปแล้ว หลังจากแหวนดูดซับไอสมบัติจากภาพร่าง 3 ภาพ, ขวดนัตถุ์ 1 ใบ และแท่นฝนหมึก 1 ชิ้น รวมแล้วน่าจะดูดพลังงานไปประมาณ 51 หน่วย และหลังจากใช้ทักษะตรวจสอบไปสิบกว่าครั้ง น่าจะสิ้นเปลืองพลังงานไปสัก 2-3 หน่วย ตอนนี้ในแหวนควรจะเหลือพลังงานอยู่ประมาณ 48 หน่วย แน่นอน หยางจิ้งรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของเขาเอง จะแม่นหรือไม่เขาก็ไม่รู้ แต่ในทางกลับกัน ทุกการคาดเดาเกี่ยวกับแหวนศักดิ์สิทธิ์ควรจะได้รับการพิสูจน์อย่างกล้าหาญ ถ้าไม่ลองพิสูจน์ เขาก็จะไม่มีวันเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงของแหวนได้เลย ไม่ว่าจะยังไง พลังงานขนาดนี้เมื่อเทียบกับตอนที่พึ่งเปิดใช้งานแหวนครั้งแรกถือว่าดีกว่าเดิมมาก และสัญชาตญาณของหยางจิ้งบอกว่า พลังงานเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการสนับสนุนการข้ามเวลาสักครั้งหนึ่ง ความฝันอันแสนหวาน พลังงานที่สะสมไว้บวกกับสัญชาตญาณ ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจลองใช้ทักษะ "การข้ามเวลาแบบจำกัดเขต" เมื่อมองไปยังบ่อรวบรวมไอสมบัติสองก้อนที่โชติช่วงเหมือนเปลวเพลิง หยางจิ้งก็ยิ่งมั่นใจในสัญชาตญาณของตัวเอง บ่อพลังงานทั้งสองเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่มีพลังมหาศาลแฝงอยู่ ในเมื่อมีบ่อพลังงานสองก้อนนี้อยู่ เขาจะมีอันตรายได้ยังไง?
หยางจิ้งกัดฟันแน่น แล้วใช้นิ้วกดลงไปบนทักษะ "การข้ามเวลาแบบจำกัดเขต" ทันที วินาทีถัดมาอินเทอร์เฟซของแหวนศักดิ์สิทธิ์ก็เปลี่ยนไปทันที จากหน้าที่เคยดูสงบนิ่ง จู่ๆ มันก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แล้วเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงฉานไปทั่วทั้งหน้าจอ การเปลี่ยนสีอย่างกะทันหันนี้ทำให้ใจของหยางจิ้งเต้นไม่เป็นสันตถะ
"หรือว่าพลังงานสะสมไม่พอที่จะใช้ข้ามเวลา?"
หยางจิ้งอดคิดไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาคงต้องรอจนกว่าจะสะสมพลังงานได้มากกว่านี้ถึงจะลองใหม่ได้ ในขณะที่เตรียมจะยกเลิกความพยายามครั้งนี้ด้วยความเสียดาย จู่ๆ บนหน้าจอก็ปรากฏข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา
"โฮสต์กำลังจะเริ่มใช้งานทักษะการข้ามเวลาแบบจำกัดเขต จากปริมาณพลังงานสะสมปัจจุบันของแหวนศักดิ์สิทธิ์ หลังจากกันพลังงานส่วนหนึ่งไว้เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่เพียงพอแล้ว พลังงานที่เหลืออยู่สามารถสนับสนุนการข้ามเวลาได้เพียงระดับต่ำสุดเท่านั้น นั่นคือ โฮสต์สามารถย้อนเวลากลับไปได้เพียง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้"
"คำเตือน: เนื่องจากพลังงานมีจำกัด หลังจากข้ามเวลาสำเร็จแล้ว โปรดระมัดระวังอย่างยิ่งในการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะก่อให้เกิดความย้อนแย้งของมิติเวลา จากพลังงานป้องกันที่แหวนจัดสรรไว้ให้ในขณะนี้ หากโฮสต์ไม่ระวังจนก่อให้เกิดความย้อนแย้งระดับย่อย โฮสต์จะถูกส่งกลับมาภายใน 3 นาที หากไม่ส่งกลับเกินจากเวลานี้ โฮสต์จะถูกมิติเวลาลบทำลายทิ้งทันที"
ข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นมาทำเอาหยางจิ้งรู้สึกทั้งดีใจและตกใจปนเปกันไป ดีใจที่อย่างน้อยเขาก็สามารถข้ามเวลาได้ ถึงจะเป็นระดับต่ำสุด ถึงจะย้อนไปได้แค่เพียงหนึ่งวันสั้นๆ แต่มันก็คือการข้ามเวลา! แต่ที่ตกใจคือ ไอสมบัติที่แหวนดูดซับไปมันยังไม่พอจริงๆ สินะ! ไอสมบัติมหาศาลขนาดนั้นอาจจะใช้ตรวจสอบของได้หลายร้อยครั้ง แต่กลับพอสำหรับการข้ามเวลาแบบกากที่สุดได้แค่ครั้งเดียว แถมถ้าเผลอทำมิติป่วนขึ้นมานิดเดียว เขามีเวลาอยู่แค่ 3 นาทีเท่านั้น เกินจากนั้นคือ "ตาย"! "ไป หรือ ไม่ไป?" ชั่วขณะนั้น ความคิดสองขั้วในหัวหยางจิ้งปะทะกันนับครั้งไม่ถ้วน สุดท้าย จิตใจที่ "ร่านเงียบ" ซึ่งถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้วก็เป็นฝ่ายชนะ ถ้ามาปอดแหกถอยกรูดเอาตอนนี้ มันจะไม่เสียแรงที่เหนื่อยทำมาทั้งหมดเหรอ? เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว หยางจิ้งก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาหยิบเสื้อนอกแบบมีฮู้ดมาสวม
ตั้งกล้องวิดีโอในโทรศัพท์มือถือแบบตั้งเวลาไว้บนโต๊ะ หันกล้องมาที่ตัวเอง จากนั้นเขาก็กัดฟันกรอด ยื่นนิ้วไปกดปุ่ม "เริ่มการส่งมวลสาร" ทันที...
จบตอนที่ 37