เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 กระเบื้องเผาเสร็จแล้ว

บทที่ 50 กระเบื้องเผาเสร็จแล้ว

บทที่ 50 กระเบื้องเผาเสร็จแล้ว


บทที่ 50 กระเบื้องเผาเสร็จแล้ว

อิฐดิบถูกตากลมและแดดมาเป็นเวลาสามวัน ในที่สุดก็สามารถนำเข้าเตาเพื่อทำการเผาได้เสียที

ขั้นตอนการเผากระเบื้องนั้นจะให้ไฟดับกลางคันไม่ได้เด็ดขาด ต้องรักษาอุณหภูมิให้สูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ฟืนจำนวนมาก

ฉินซื่อและอวิ๋นอวิ๋นรับหน้าที่เฝ้าดูไฟ ส่วนเซี่ยเชียนเชียนและท่านลุงหลิวก็ลากรถเข็นพื้นเรียบขึ้นเขาไปหาฟืน

ทั้งสี่คนต่างก็ยุ่งวุ่นวายและเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ชาวบ้านบางคนรู้ว่าวันนี้เซี่ยเชียนเชียนกำลังเผากระเบื้อง จึงพากันมามุงดูความครึกครื้น

บ้านใหญ่ตระกูลเซี่ยได้ส่งสะใภ้สาม หรือหยางซื่อ มาเป็นตัวแทนคอยจับตาดู

บางคนหวังให้เซี่ยเชียนเชียนทำสำเร็จ ขณะที่บางคนก็แช่งชักให้นางล้มเหลว แต่ละคนล้วนมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่ในใจ

ในที่สุดก็ถึงเวลาเปิดเตา ท่านลุงหลิวเอ่ยว่า "เฉียนเฉียน กระเบื้องสุกได้ที่แล้ว เจ้ามาเป็นคนเปิดประตูเตาเผาเถอะ!"

"ได้เจ้าค่ะ!" เซี่ยเชียนเชียนขานรับด้วยความฮึกเหิม ท่าทางของนางเลียนแบบความภาคภูมิใจของกู้เหยียนจิ่งตอนที่ตัดริบบิ้นในงานเปิดบริษัทของเขาโดยไม่รู้ตัว มือเล็กๆ เอื้อมไปเปิดประตูเตาเผาออก

แผ่นกระเบื้องที่ขึ้นรูปแล้วเรียงรายตั้งตระหง่านอยู่ภายในเตา รอคอยให้ผู้เป็นเจ้านำพวกมันออกไป

"ดูเหมือนว่าจะสำเร็จนะเนี่ย!" ท่านลุงหลิวร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ

"สำเร็จจริงๆ งั้นหรือ" หยางซื่อแหวกฝูงชนเบียดตัวเข้ามา "ให้ข้าดูหน่อยสิ เผาสำเร็จจริงๆ หรือ"

เซี่ยเชียนเชียนรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ!

กู้เหยียนจิ่ง ต่อให้ไม่มีนาย ฉันก็ยืนหยัดด้วยตัวเองได้ ฮ่าฮ่าฮ่า!

"มองแค่นี้ก็ดูไม่เลวหรอกนะ แต่ของอย่างกระเบื้องน่ะ มันต้องรอดูตอนขนออกมาถึงจะรู้ผล" หยางซื่อกล่าวเหน็บแนม

ทุกคนรู้สึกว่านางทำตัวเหมือนหมาจิ้งจอกที่กินองุ่นไม่ได้ก็บอกว่าองุ่นเปรี้ยว จึงพากันหัวเราะคิกคักและเอ่ยแซว "สะใภ้สามบ้านเซี่ย นี่เจ้ากำลังแช่งให้หลานสาวเผากระเบื้องไม่สำเร็จอยู่ล่ะสิ"

"เหอะ อย่างนางน่ะหรือ" หยางซื่อแค่นเสียงหยันอย่างดูแคลน

"แต่นางก็ทำสำเร็จแล้วนี่นา"

"นี่ยังไม่ถึงขั้นตอนสุดท้ายเสียหน่อย เกิดกระเบื้องที่เผาออกมาไม่ทนทานขึ้นมาจะทำอย่างไร" หยางซื่อลอบภาวนาในใจ ขออย่าให้สำเร็จเลย! อย่าให้สำเร็จเลย!

เซี่ยเชียนเชียนเอ่ยขึ้นว่า "จะสำเร็จหรือไม่ ปล่อยให้เป็นเรื่องของฟ้าลิขิตเถอะ"

ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน นางหยิบกระเบื้องออกมาสองสามแผ่นแล้ววางลงบนพื้น รูปลักษณ์ของพวกมันดูดีทีเดียว ซึ่งหมายความว่าขั้นตอนการปั้นอิฐดิบทำออกมาได้อย่างประณีต ทว่าหลังจากที่กระเบื้องเย็นตัวลง สีของมันกลับกลายเป็นสีขาวอมเทา ไม่เหมือนกับกระเบื้องสีครามของบ้านใหญ่ตระกูลเซี่ย

"ดูสิๆ สีก็ยังไม่ถูกเลย แบบนี้ล้มเหลวแน่ๆ" หยางซื่อยืนเท้าสะเอวข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือจับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ริมฝีปากบางขยับขึ้นลงไม่หยุด พ่นคำพูดเจื้อยแจ้วด้วยท่าทางมาตรฐานของหญิงปากร้ายที่กำลังยืนด่าทอกลางถนนไม่มีผิด

ฉินซื่อเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ "น้องสะใภ้สาม จะสำเร็จหรือไม่ก็เป็นเรื่องของครอบครัวข้า ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าเลย รบกวนเจ้าช่วยเงียบปากหน่อยจะได้ไหม"

"พี่สะใภ้ ท่านมีสิทธิ์อะไรมาห้ามข้า ปากก็ปากข้า ท่านจะมาสนทำไมว่าข้าจะพูดอย่างไร" หยางซื่อช่างรับมือยาก ฉินซื่อถูกเถียงจนจนมุม ได้แต่นิ่งอึ้งและเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

อวิ๋นอวิ๋นกระตุกมือมารดาอย่างว่าง่ายและส่งยิ้มอ่อนโยนให้นาง

นอกจากหยางซื่อที่หวังให้เซี่ยเชียนเชียนล้มเหลวแล้ว ยังมีอีกคนที่แสดงออกอย่างชัดเจน นั่นก็คือคนตระกูลเจียงที่เพิ่งถูกหลอกเอาเงินไปสิบตำลึง เสื้อผ้าชุดใหม่ที่อวิ๋นอวิ๋นใส่อยู่ก็ซื้อมาจากเงินของพวกเขา! หัวใจของแม่เจียงหลั่งเลือดด้วยความเคียดแค้น "ใช่แล้ว แค่พูดนี่มันผิดกฎหมายหรืออย่างไร พวกเจ้าไม่ใช่เง็กเซียนฮ่องเต้เสียหน่อย"

"บางทีนางอาจจะได้คนหนุนหลัง เลยไม่เห็นหัวพวกเราชาวหมู่บ้านหยางหลิ่วอยู่ในสายตาแล้วมั้ง" หยางซื่อพูดจบก็กระซิบกระซาบบางอย่างข้างหูแม่เจียง

แม่เจียงร้องอุทานเสียงแหลมอย่างเกินจริงทันที "ตายแล้ว ที่แท้นางก็เกาะลูกชายโง่งมของคหบดีเป็นคนหนุนหลังนี่เอง มิน่าล่ะถึงได้เย่อหยิ่งจองหองนัก!"

ชาวบ้านที่ได้ยินต่างก็ตกใจและเริ่มซุบซิบนินทากันเซ็งแซ่ "เรื่องที่ตระกูลกู้ต้องการซื้อเซี่ยเชียนเชียนไปเป็นอนุภรรยามันล้มเลิกไปแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีกเล่า"

"ใครจะไปรู้ล่ะว่านังแพศยาน้อยนั่นไปพัวพันกับคุณชายกู้อีกได้อย่างไร ข้าได้ยินมาว่าวันที่บ้านใหญ่ตระกูลเซี่ยเอ่ยปากขอให้พวกเขากลับไปอยู่บ้านเดิม คุณชายกู้ก็ส่งบ่าวรับใช้มาช่วยคุมสถานการณ์ด้วยนะ"

"จริงหรือเนี่ย ถ้าเป็นแบบนั้น นังหนูนี่ก็ร้ายกาจไม่เบาเลย..."

"ร้ายกาจอะไรกัน แบบนี้เขาเรียกว่าร่านต่างหาก!"

"..."

เสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจงใจพูดให้เซี่ยเชียนเชียนได้ยิน เซี่ยเชียนเชียนตวาดลั่นด้วยความหมดความอดทน "พอได้แล้ว! ใครกล้าพูดจาพล่อยๆ อีก ข้าจะฉีกปากมันซะ!"

จบบทที่ บทที่ 50 กระเบื้องเผาเสร็จแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว