เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48: ข้อแลกเปลี่ยน

บทที่ 48: ข้อแลกเปลี่ยน

บทที่ 48: ข้อแลกเปลี่ยน


บทที่ 48: ข้อแลกเปลี่ยน

เซี่ยเชียนเชียนหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ขึ้นมาวางลงในมือของฉินซื่อ "ท่านแม่ ลองจับดูสิเจ้าคะ เนื้อผ้าแบบนี้เหมาะจะให้อวี่เอ๋อร์ใส่หรือไม่?"

"เจ้าซื้อให้อวี่เอ๋อร์ด้วยหรือ?" ฉินซื่อประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

"แน่นอนสิเจ้าคะ เขาเป็นน้องชายของข้านี่นา ในเมื่อท่านอารองไม่ยอมซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เขา ข้าก็จะเป็นคนซื้อให้เอง" เซี่ยเชียนเชียนสวมกอดฉินซื่อพลางส่งยิ้มปลอบโยน "ท่านแม่ ไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ ข้าจะหาโอกาสพาอวี่เอ๋อร์ออกมาให้ได้"

ฉินซื่อถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "เป็นไปไม่ได้หรอก อวี่เอ๋อร์เป็นหลานชายคนโตของตระกูลเซี่ย อีกอย่างครอบครัวท่านอารองของเจ้าก็ไม่มีลูกชาย พวกเขาไม่มีทางปล่อยอวี่เอ๋อร์ออกมาแน่"

"ข้าจะหาทางเองเจ้าค่ะ" เซี่ยเชียนเชียนพับเสื้อผ้าชุดใหม่ "พวกท่านเข้านอนกันก่อนเถิด ข้าจะเอาเสื้อผ้าไปให้อวี่เอ๋อร์"

"ต่อให้เจ้าเอาเสื้อผ้าใหม่ไปให้ อวี่เอ๋อร์ก็อาจจะไม่ได้ใส่หรอก" ฉินซื่อหันหน้าหนีและแอบปาดน้ำตาเงียบๆ

อันที่จริงเซี่ยเชียนเชียนเองก็กังวลเรื่องนี้เช่นกัน นางจึงคิดหาวิธีรับมือเอาไว้แล้ว "ได้ใส่สิเจ้าคะ พรุ่งนี้อวี่เอ๋อร์จะได้ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่แน่นอน"

ฉินซื่อไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ในเมื่อลูกไม่ได้อยู่ข้างกาย ใครจะไปรู้เล่าว่าเขาต้องใช้ชีวิตตกระกำลำบากเพียงใด?

"พรุ่งนี้อวี่เอ๋อร์จะไม่ได้แค่ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่นะเจ้าคะ แต่เขาจะมาเล่นที่บ้านเราด้วย" เซี่ยเชียนเชียนหยิบเสื้อผ้าแล้วเดินออกไป

ฉินซื่อคิดเพียงว่านั่นเป็นแค่คำปลอบโยน นางทำเพียงปาดน้ำตาต่อไป

...

ผิดคาด เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ซ่งซื่อก็พาอวี่เอ๋อร์มาหาถึงที่ พร้อมกับร้องเรียกด้วยน้ำเสียงสนิทสนมเป็นพิเศษ "พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าพาอวี่เอ๋อร์มาหาแล้ว"

ฉินซื่อเปิดประตูออกมาด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ก็เห็นซ่งซื่อกำลังพาอวี่เอ๋อร์เดินเข้ามาในลานบ้าน ด้วยแสงแดดสว่างจ้าในยามเช้า นางจึงพอมองเห็นเลือนรางว่าอวี่เอ๋อร์แต่งกายดูดีมาก ดูเหมือนจะเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เชียนเชียนซื้อให้เมื่อวาน นางรีบยื่นมือออกไป "อวี่เอ๋อร์..."

"ท่านแม่" อวี่เอ๋อร์โผเข้าสู่อ้อมกอดของฉินซื่อ ซุกไซ้ศีรษะเข้ากับอกมารดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ่ายทอดความคะนึงหาโดยไม่ร้องไห้งอแงออกมาแม้แต่แอะเดียว

ฉินซื่อไม่คาดคิดเลยว่าในชาตินี้จะได้โอบกอดลูกชายของตนอีกครั้ง นางหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ "อวี่เอ๋อร์ พี่ใหญ่ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่นี้ให้เจ้ารึ?"

"ขอรับ เสื้อผ้าชุดใหม่ของพี่ใหญ่ทั้งอุ่นแล้วก็ดูดีมากเลย" อวี่เอ๋อร์เอ่ย "ท่านแม่ พี่ใหญ่บอกว่าท่านเองก็มีเสื้อผ้าชุดใหม่เหมือนกัน เหตุใดท่านถึงไม่ยอมใส่เล่าขอรับ?"

"แม่เก็บไว้ใส่ตอนปีใหม่น่ะสิ" ฉินซื่อลูบไล้ใบหน้าเล็กๆ ที่ผอมตอบของอวี่เอ๋อร์ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่อาจตัดใจปล่อยมือได้เลย

ซ่งซื่อเอ่ยขึ้น "พี่สะใภ้ใหญ่ อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เลือดข้นกว่าน้ำ ตัดกันไม่ขาดหรอก หากข้าพอมีเวลาว่าง ข้าจะแอบหลบหูหลบตาท่านพ่อท่านแม่พาอวี่เอ๋อร์มาหาท่านบ่อยๆ นะ"

"เช่นนั้นก็ประเสริฐยิ่งนัก น้องสะใภ้รอง ขอบใจเจ้ามากนะ..." ฉินซื่อซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลริน ไม่รู้จะเอ่ยคำขอบคุณอย่างไรดี

ซ่งซื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก "แล้วเชียนเชียนล่ะ?"

"นางไปทำงานที่เตาเผาน่ะ"

"ถ้าอย่างนั้นพวกท่านก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเถิด ข้าจะไปหาเชียนเชียนสักหน่อย" ซ่งซื่อมุ่งหน้าไปยังลานเตาเผาด้วยความร้อนรน เซี่ยเชียนเชียนรับปากไว้ว่า ขอเพียงนางปฏิบัติต่ออวี่เอ๋อร์เป็นอย่างดีและพาเขามาพบฉินซื่อบ่อยๆ นางก็จะยอมเขียนเคล็ดลับการเผากระเบื้องให้กับครอบครัวบ้านรอง

หลังจากเซี่ยเชียนเชียนจัดการกับตระกูลเจียงไปอย่างเด็ดขาด ก็ไม่มีผู้ใดกล้ามาหาเรื่องที่ลานเตาเผาอีกเป็นการชั่วคราว หลังจากตากลมและตากแดดมาสองวัน อิฐดินดิบก็เกือบจะแห้งสนิทแล้ว พรุ่งนี้ก็สามารถนำเข้าเตาเผาได้เลย

ท่านลุงหลิ่วเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย "เชียนเชียน เจ้าคิดว่าพรุ่งนี้จะสำเร็จหรือไม่?"

"ต้องสำเร็จแน่นอนเจ้าค่ะ" เซี่ยเชียนเชียนทุ่มก้อนโคลนลงบนพื้นอย่างแรง เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น!"

อันที่จริง ความหมายของนางก็คือ ในเมื่อชีวิตของนางตกต่ำย่ำแย่ถึงเพียงนี้แล้ว มันจะยังแย่ไปกว่านี้ได้อีกหรือ? เมื่อดำดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดแล้ว อย่างไรเสียมันก็ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

"เช่นนั้นวันนี้พวกเราก็มาทำอิฐดินดิบกันต่อเลยดีหรือไม่?"

"เจ้าค่ะ ทำต่อเลย ตั้งแต่นี้ไป พวกเราจะสามารถเผากระเบื้องได้วันละหนึ่งเตา"

เตาเผากระเบื้องของเซี่ยเชียนเชียนถูกสร้างขึ้นมาในขนาดเล็ก จึงสามารถเผาอิฐดินดิบได้อย่างมากสุดแค่ครั้งละสองร้อยก้อนเท่านั้น

"แล้วจะมีคนมาซื้อหรือ?" ท่านลุงหลิ่วเอ่ยถามอีกครั้ง

เซี่ยเชียนเชียนยังไม่ได้คิดถึงคำถามนี้จริงๆ นางจึงตอบไม่ออกไปชั่วขณะ

"อันที่จริงข้าก็พอจะมีวิธีอยู่บ้าง เจ้าสามารถไปเยี่ยมเยียนลูกค้าเก่าที่เคยซื้อกระเบื้องจากพ่อของเจ้าด้วยตัวเองดูสิ ด้วยความเห็นแก่หน้าพ่อของเจ้า บางทีพวกเขาอาจจะยินดีรับซื้อกระเบื้องของเจ้าก็ได้นะ" ท่านลุงหลิ่วเสนอแนะ

จบบทที่ บทที่ 48: ข้อแลกเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว