- หน้าแรก
- หย่าแล้วทะลุมิติมาทำนากับอดีตสามีทรราช
- บทที่ 33: มาดูกันว่าใครจะแต่งเรื่องเก่งกว่ากัน
บทที่ 33: มาดูกันว่าใครจะแต่งเรื่องเก่งกว่ากัน
บทที่ 33: มาดูกันว่าใครจะแต่งเรื่องเก่งกว่ากัน
บทที่ 33: มาดูกันว่าใครจะแต่งเรื่องเก่งกว่ากัน
ท่านลุงหลิ่วถึงกับพูดไม่ออก ด้วยสถานการณ์ของเซี่ยเชียนเชียนในยามนี้ แทบไม่มีครอบครัวดีๆ ที่ไหนอยากจะแต่งนางเข้าบ้าน อีกทั้งนางยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ จึงไม่เหมาะที่จะพูดคุยเรื่องการออกเรือน
สายลมยามเช้าแห่งฤดูสารทพัดโชยมาพร้อมกับความหนาวเหน็บ เซี่ยเชียนเชียนกระชับเสื้อผ้าให้มิดชิดขึ้น ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือเผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าจัดการเองได้"
"เอาล่ะ เช่นนั้นหากมีเรื่องอันใดให้ช่วยก็บอกข้าได้เลยนะ" ท่านลุงหลิ่วกล่าว
"อืม ท่านลุงหลิ่ว ท่านกลับไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ พอเตาเผาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าคงต้องรบกวนให้ท่านมาช่วยสักสองสามวัน" เซี่ยเชียนเชียนกล่าว
"ได้สิ แล้วหยางเหนิงกับหลิ่วปิงยังต้องมาอีกหรือไม่?"
"ตอนนี้ยังไม่จำเป็นเจ้าค่ะ ข้ายังไม่มีเงินมากขนาดนั้น"
"ตกลง"
ท่านลุงหลิ่วจากไปแล้ว เซี่ยเชียนเชียนยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางสายหมอกยามสารทฤดู เฝ้าเตาเผาดินขนาดเล็กของตนเอง นางกำลังครุ่นคิดหาวิธีกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบสำหรับการเผากระเบื้องชุดแรก เพื่อให้ได้กระเบื้องที่มีคุณภาพเหนือกว่าของตระกูลเซี่ย
ไม่นานนัก ดวงอาทิตย์ก็ทอแสงสาดส่อง หมอกยามเช้าค่อยๆ จางหายไป อวิ๋นอวิ๋นสับขาสั้นๆ วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ แย่แล้ว! ท่านปู่มาทางนี้แล้วเจ้าค่ะ!"
ผู้เฒ่าเซี่ยงั้นหรือ?
สีหน้าของเซี่ยเชียนเชียนพลันแปรเปลี่ยนไป ตั้งแต่ทะลุมิติมา นางยังไม่เคยเผชิญหน้ากับผู้เฒ่าเซี่ยเลยสักครั้ง ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เขาเป็นตาเฒ่าที่หัวโบราณและอารมณ์ร้ายเป็นอย่างยิ่ง
การมาเยือนครั้งนี้คงไม่ได้มาดีแน่
นางรีบอุ้มอวิ๋นอวิ๋นวิ่งกลับเข้าไปในบ้านทันที
ทั้งท่านผู้เฒ่าเซี่ย ท่านแม่เฒ่าเซี่ย สองสามีภรรยาบ้านรอง และสองสามีภรรยาบ้านสามต่างมากันพร้อมหน้า ทำเอากระท่อมหญ้าคาที่คับแคบอยู่แล้วดูแออัดไปถนัดตา สะใภ้หยางอุ้มเด็กชายวัยห้าหกขวบที่ดูผอมโซและอ่อนแอไว้ในอ้อมแขน เด็กคนนั้นกำลังจ้องมองฉินซื่อด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
เซี่ยเชียนเชียนจำได้ทันที นี่คืออวี่เอ๋อร์น้องชายของนางซึ่งหน้าตาหล่อเหลาเอาการ ทว่าในเวลานี้นางยังไม่มีเวลาไปมัวห่วงใยเขา
ฉินซื่อยื่นอยู่ด้านข้างด้วยความตื่นตระหนก แผ่นหลังค้อมลงเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนตระกูลเซี่ย ท่าทางของนางดูเจียมเนื้อเจียมตัวเป็นอย่างยิ่ง
"โอ้ ช่างครึกครื้นกันเสียจริงนะเจ้าคะ" เซี่ยเชียนเชียนเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มต้อนรับ "ท่านปู่ ท่านย่า ท่านลุง ท่านอา วันนี้พวกท่านกะจะมาพังเตาเผาของข้าอีกหรือเจ้าคะ?"
เซี่ยติ้งซานและเซี่ยติ้งเฟิงลอบสบตากันด้วยความกระอักกระอ่วนและไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
ท่านผู้เฒ่าเซี่ยอัดควันกล้องยาสูบเข้าปอดแล้วเอ่ยขึ้นว่า "เชียนเชียน เมื่อคืนปู่ฝันถึงพ่อของเจ้า เขาฝากฝังให้ปู่พาสามแม่ลูกอย่างพวกเจ้ากลับไปอยู่บ้านเรา"
"เหอะ!"
เซี่ยเชียนเชียนมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ผู้เฒ่าเซี่ยกำลังลอกมุกของนางชัดๆ!
"ในฝันพ่อของเจ้าร้องไห้อย่างน่าเวทนา บอกว่าเขาผิดต่อพวกเจ้าสามคนแม่ลูก และขอร้องให้พวกเราช่วยดูแลพวกเจ้าแทนเขา ปู่ข่มตาหลับไม่ลงอีกเลยทั้งคืน พอตกเช้า ปู่ก็เลยไปปรึกษากับพวกลุงๆ อาๆ ของเจ้า ทุกคนต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะให้พวกเจ้ากลับไปอยู่บ้านเรา!"
เซี่ยเชียนเชียนเข้าใจแจ่มแจ้ง ตระกูลเซี่ยคงจะตระหนักถึงผลประโยชน์ในตัวนางได้แล้ว จึงคิดจะพานางกลับไปใช้งานหาเงินให้พวกเขาสินะ
คนพวกนี้เห็นนางเป็นคนโง่หรืออย่างไร?
เซี่ยเชียนเชียนฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า "ช่างบังเอิญเสียจริงเจ้าค่ะ เมื่อคืนข้าก็ฝันถึงท่านพ่อเหมือนกัน"
คนตระกูลเซี่ย:...
"ท่านพ่อบอกว่าท่านดีใจมากที่เห็นข้าสร้างเตาเผาขึ้นมาใหม่ และยังกำชับให้ข้าตั้งใจเผากระเบื้องให้ดีเพื่อสืบทอดวิชาของท่านเจ้าค่ะ" เซี่ยเชียนเชียนเอ่ย
ก็แค่อ้างเรื่องความฝันไม่ใช่หรือ? ในฝันน่ะจะปั้นน้ำเป็นตัวอย่างไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ!
ท่านผู้เฒ่าเซี่ยไม่คิดว่าจะถูกปฏิเสธกลับมา สีหน้าของเขาพลันมืดครึ้มลงทันที "เหลวไหล! พ่อเจ้าไม่ได้พูดกับปู่เช่นนั้นเสียหน่อย"
"ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ท่านพ่อจะพูดสองเรื่องที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงได้อย่างไร? เอาเช่นนี้ดีไหมเจ้าคะท่านปู่ ทำไมท่านไม่ลองเชิญท่านพ่อมาอธิบายให้พวกเราฟังต่อหน้าเลยล่ะเจ้าคะ?" เซี่ยเชียนเชียนเอ่ย
ท่านแม่เฒ่าเซี่ยตวาดลั่น "ผายลม! เขาตายไปแล้ว จะให้เชิญมาได้อย่างไร!"
"ง่ายนิดเดียวเจ้าค่ะ พวกเราก็แค่รอให้ท่านพ่อมาเข้าฝันอีกครั้ง แล้วเราสองคนค่อยถามท่านพร้อมๆ กัน" เซี่ยเชียนเชียนตอบ
คนตระกูลเซี่ย:...
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตั้งใจจะปั้นน้ำเป็นตัวแท้ๆ แต่เซี่ยเชียนเชียนกลับเล่นตามน้ำตอกกลับไปได้อย่างเจ็บแสบ
เมื่อเห็นบุตรสาวกล่าววาจากำเริบเสิบสานต่อผู้อาวุโสเช่นนั้น ฉินซื่อก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจับใจ
บรรยากาศภายในห้องพลันเย็นเยียบและอึดอัดขึ้นมาทันตา ท่านผู้เฒ่าเซี่ยถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่อัดควันยาสูบเข้าปอดจนควันโขมงไปทั่วห้อง และเนื่องจากอวิ๋นอวิ๋นยังคงมีอาการป่วย เมื่อสูดควันเข้าไปจึงเริ่มไอคอกแคกด้วยความระคายเคือง
เซี่ยเชียนเชียนอุ้มอวิ๋นอวิ๋นขึ้นมาแล้วเดินออกไปข้างนอก "หากไม่มีธุระอันใดแล้ว พวกข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ น้องสาวข้ากำลังป่วยอยู่!"