- หน้าแรก
- หย่าแล้วทะลุมิติมาทำนากับอดีตสามีทรราช
- บทที่ 11 พลังไร้ขีดจำกัด
บทที่ 11 พลังไร้ขีดจำกัด
บทที่ 11 พลังไร้ขีดจำกัด
บทที่ 11 พลังไร้ขีดจำกัด
เซี่ยเชียนเชียนเกือบจะเดินชนเข้ากับแผงอกของเขา
"เซี่ยเชียนเชียน ยินดีด้วยนะที่รอดพ้นจากการต้องแต่งเป็นอนุของลูกชายปัญญาอ่อนบ้านเศรษฐีที่ดินมาได้ มาสิ ไปกินเนื้อที่บ้านข้าดีกว่า!" แววตาหื่นกระหายวาบผ่านดวงตาเรียวเล็กของเจียงหลี
เซี่ยเชียนเชียนเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดในหมู่บ้านหยางหลิ่ว เจียงหลีอยากแต่งงานกับนางมาตั้งหลายครั้งแล้ว เขาเคยให้พ่อแม่ไปสู่ขอกับตระกูลเซี่ย แต่ก็ถูกเซี่ยติ้งซานไล่ตะเพิดออกมา
คำพูดของเซี่ยติ้งซานในตอนนั้นก็คือ "ไสหัวไปให้พ้น เจ้าคางคกอยากกินเนื้อหงส์!"
เพราะเรื่องนี้ทำให้เขาไม่กล้าสู้หน้าผู้คนในหมู่บ้านไปเสียนาน แต่ตอนนี้เซี่ยติ้งซานตายไปแล้ว แถมตระกูลเซี่ยก็ไม่สนใจความเป็นตายของเซี่ยเชียนเชียนอีก แล้วเขาจะจัดการกับเซี่ยเชียนเชียนแค่คนเดียวไม่ได้เชียวหรือ
"เซี่ยเชียนเชียน กลับบ้านไปกับข้าเถอะ ประเดี๋ยวน้ำแกงเนื้อจะเย็นชืดเสียก่อน!" เจียงหลียังคงหว่านล้อมนางต่อไป
"เจียงหลี เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตอนที่ท่านพ่อข้ายังมีชีวิตอยู่ เขาพูดไว้ว่าอย่างไร" เซี่ยเชียนเชียนเชิดคางขึ้นและมองเจียงหลีด้วยสายตาเหยียดหยาม "คางคกไม่มีวันได้กินเนื้อหงส์หรอก"
เมื่อถูกรื้อฟื้นอดีตอันน่าอับอาย เจียงหลีก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง "เซี่ยเชียนเชียน อย่าให้หน้าแล้วไม่เอาหน้านะ! ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว หากไม่มีผู้ชายคอยช่วยเหลือ แม่ม่ายกับลูกกำพร้าอย่างพวกเจ้าไม่มีทางรอดพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้หรอก!"
"ต่อให้ข้าต้องอดตายหรือหนาวตาย ข้าก็ไม่มีวันชายตามองคนอย่างเจ้า" เซี่ยเชียนเชียนแค่นเสียงเย็นชา "สุนัขที่ดีต้องไม่ขวางทาง ไสหัวไป!"
เจียงหลีไม่ยอมขยับ เขายืนขวางทางเซี่ยเชียนเชียน ดวงตาเล็กหยีจ้องมองนางอย่างแทะโลม ตอนนี้เซี่ยเชียนเชียนขาเป๋ และบนถนนก็ไม่มีผู้คนสัญจรไปมา นับว่าเป็นโอกาสเหมาะเจาะที่จะลงมือ...
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับเข้าไปใกล้ เซี่ยเชียนเชียนก็หรี่ตาลงอย่างอันตราย "เจ้าจะไม่หลีกทางใช่ไหม"
"เซี่ยเชียนเชียน เจ้าคิดว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูตระกูลเซี่ยอยู่อีกหรือไง ดูสภาพอันน่าสมเพชของเจ้าตอนนี้สิ ยังจะมีหน้ามาตะคอกใส่ข้าอีก การที่ข้าถูกใจเจ้านับว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้วนะ... โอ๊ย!"
ก่อนที่เจียงหลีจะพูดจบ เขาก็ถูกหมัดของเซี่ยเชียนเชียนซัดจนล้มลงไปกองกับพื้น
เซี่ยเชียนเชียนชักหมัดกลับพลางยกยิ้มมุมปากราวกับอันธพาล "เจ้าควรจะดีใจนะที่ตอนนี้ขาข้าเจ็บอยู่ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงปลิวไปไกลกว่านี้แล้ว"
ทักษะการต่อสู้นั้นใช้ได้ครอบจักรวาล ไม่ว่าจะในยุคโบราณหรือยุคปัจจุบัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่านางมีพละกำลังมหาศาล โชคดีในความโชคร้ายก็คือ พละกำลังอันแข็งแกร่งนี้ได้ติดสอยห้อยตามวิญญาณของนางมาด้วย
เจียงหลียกมือขึ้นกุมจมูก เลือดสีแดงสดสองสายไหลซึมผ่านง่ามนิ้วออกมา เขามองเซี่ยเชียนเชียนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "เจ้า เจ้า..."
"ข้าล่ะชอบตีสุนัขที่สุดเลย คราวหน้าถ้าอยากมาขวางทางข้าอีกก็เชิญได้เลยนะ" เซี่ยเชียนเชียนยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินกะเผลกจากไป
เจียงหลีนอนแหม็บอยู่บนพื้นพักใหญ่กว่าจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้ จากนั้นเขาก็ส่งเสียงร้องไห้โฮแล้ววิ่งแจ้นกลับบ้าน "ท่านพ่อ ท่านแม่ มีคนตีข้า..."
เซี่ยเชียนเชียนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าถึงกับขนลุกซู่ ให้ตายเถอะ! โตป่านนี้แล้วยังร้องไห้ขี้มูกโป่งหาพ่อหาแม่อีก ไม่อายบ้างหรือไง
เดินไปอีกไม่ไกลก็ถึงบ้านของผู้ใหญ่บ้าน เซี่ยเชียนเชียนเร่งฝีเท้าและเดินเข้าไปในบ้านก่อนที่พ่อแม่ของเจียงหลีจะออกมาหาเรื่อง
ฟ่านหมิง ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ "เชียนเชียนมาแล้วหรือ รีบนั่งลงสิ กินข้าวมาหรือยังล่ะ เดี๋ยวข้าจะให้ท่านป้าคดข้าวให้เจ้าสักชามนะ"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ากินมาจากบ้านแล้ว" เซี่ยเชียนเชียนรีบปฏิเสธ นางเพิ่งจะเดินผ่านห้องครัวและเห็นว่าท่านป้าหลิวกำลังล้างถ้วยชามหม้อไหอยู่พอดี
"เรื่องการแบ่งสมบัติในวันนี้... เฮ้อ!" ฟ่านหมิงถอนหายใจ เขารู้ดีว่ามันไม่ยุติธรรม แต่ท่านแม่เฒ่าเซี่ยเอะอะก็ขู่จะผูกคอตาย เขาก็เลยหมดปัญญาจะจัดการ
"ท่านลุงฟ่าน เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะเจ้าค่ะ ที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะอยากจะได้ที่ดินสักแปลง" เซี่ยเชียนเชียนกล่าว
ฟ่านหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า "ได้สิ ตอนที่พ่อของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาเคยบริจาคเงินให้หมู่บ้านเพื่อสร้างถนน ข้าพอจะเกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านแบ่งที่ดินดีๆ ให้เจ้าสักแปลงได้ เจ้าอยากได้เมื่อไหร่ล่ะ"
"พรุ่งนี้เจ้าค่ะ"
"เชียนเชียน ตอนนี้ฤดูเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็ผ่านพ้นไปแล้ว กว่าจะเริ่มเพาะปลูกอีกทีก็ต้องรอจนถึงฤดูใบไม้ผลิ หากข้าแบ่งที่นาดีๆ ให้เจ้าตอนนี้ ข้าเกรงว่าคนตระกูลเซี่ยจะมาระรานหาเรื่องเจ้าอีก เอาเป็นว่าเรารอไปก่อนดีไหม"