- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 188 ทรมานผู้อยู่เบื้องหลังแบบเรียลไทม์
188 ทรมานผู้อยู่เบื้องหลังแบบเรียลไทม์
188 ทรมานผู้อยู่เบื้องหลังแบบเรียลไทม์
สองวันต่อมา
วันนี้เป็นวันเปิดเทอมเทอมสองของนักศึกษาปีหนึ่งแห่งสถาบันเวทมนตร์เฮเวนลิธ ดันเต้กลับมาใช้ชีวิตในรั้วสถาบันอันแสนสงบสุขอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามความสุขสบายนี้จะคงอยู่ได้แค่อีกเดือนเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนี้ เขาและเพื่อนๆ จะต้องออกเดินทางไปเข้าร่วมการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 แล้ว
อันที่จริงถ้าดันเต้เลือกที่จะหมกตัวอยู่ในเมืองหลวงต่อไป เขาก็จะมีชีวิตที่สุขสบายไร้กังวล แต่เขาจำเป็นต้องมุ่งหน้าสู่โลกเงาระดับที่สูงกว่านี้ เพราะมีเพียงโลกเงาระดับ 7 หรือ 8 เท่านั้น ที่จะทำให้เขาได้เข้าถึงเรื่องราวต่อเนื่องของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ และช่วยอาจารย์ตามหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่ขาดหายไปกลับคืนมาได้
รวมถึง...เรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวเขาเองด้วย
นอกจากนี้ ดันเต้ยังสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่า คนที่มีความเกี่ยวข้องกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์คงไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว บางทีในกลุ่มเพื่อนของเขา ก็อาจจะมีคนที่มีโชคชะตาผูกพันกับอาณาจักรแห่งนี้ซ่อนอยู่เช่นกัน ราวกับมีเส้นด้ายแห่งโชคชะตาชักนำพวกเขามารวมกัน พวกเขาโคจรมาพบกันในโลกความจริง จับมือกันท้าทายโลกเงาด้วยกัน จนจับพลัดจับผลูเข้าไปพัวพันกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ราวกับว่าโลกเงาแห่งนั้นกำลังส่งเสียงเพรียกหาพวกเขาทีละคน...ที่นั่นจะต้องมีประวัติศาสตร์ลึกลับบางอย่างรอให้พวกเขาไปขุดคุ้ยอยู่อย่างแน่นอน
ดันเต้จัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย เตรียมตัวไปเข้าเรียนวิชาบังคับเพียงวิชาเดียวของวันนี้ จากนั้นเขาก็จะกลับหอพักเพื่อสร้างการ์ดต่อ ในเทอมนี้ดันเต้ไม่ได้ลงวิชาเลือกเลยแม้แต่วิชาเดียว สาเหตุแรกเป็นเพราะหน่วยกิตของเขานั้นมีมากเกินพอแล้ว ส่วนอีกสาเหตุคือ เทอมนี้เขาจะค่อนข้างยุ่ง เหลือเวลาอีกแค่เดือนครึ่งก็จะถึงวันประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 แถมพวกเขายังต้องเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้าอีกครึ่งเดือนเพื่อให้แน่ใจว่าจะไปถึงตรงตามเวลา เท่ากับว่าดันเต้มีเวลาเตรียมตัวแค่หนึ่งเดือนถ้วน เขาจึงต้องเร่งมือสร้างการ์ดระดับ 4 ที่ใช้งานได้จริงออกมาให้ได้มากที่สุดก่อนออกเดินทาง
นั่นเพราะในครั้งนี้ ดันเต้กล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่าร้อยทั้งร้อยต้องมีคนโผล่มาหาเรื่องเขาแน่ และไอ้พวกเวรนี่ก็ต้องจ้องเล่นงานจุดอ่อนเขา ด้วยการจัดเด็คการ์ดแก้ทางมาเต็มอัตราศึกอย่างแน่นอน ดูอย่างอิซาเบลทาสรับใช้ของเขาสิ ขนาดตอนดวลเดี่ยวกัน ยัยนั่นยังยัดการ์ดอย่าง _ปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวด_ กับ _สลายเวทมนตร์_ และการ์ดอื่นๆ มาอย่างครบถ้วน ถ้าตอนนั้นเขาไม่ได้กุมความได้เปรียบเรื่องความต่างของข้อมูลล่ะก็ คงปั่นหัวยัยนั่นให้อยู่หมัดไม่ได้ง่ายๆ หรอก
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน หลังจากทีมจิตใจอันงดงามประเมินเสร็จ การเดินทางกลับสถาบันก็ต้องกินเวลาเดินทางอีกครึ่งเดือน เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเป็นต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งสามารถเริ่มพิจารณาเรื่องการพิชิตโลกเงาระดับ 7 ได้แล้ว แต่ประเด็นคือโลกเงาระดับ 7 มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากจะท้าทายแล้วจะสุ่มเจอได้ง่ายๆ นี่สิ เนื่องจากความถี่ในการปรากฏนั้นค่อนข้างต่ำ ไม่เหมือนพวกโลกเงาระดับล่างๆ ที่มีให้เลือกตลอดเวลา พวกเขาทำได้แค่รอให้โลกเงาระดับ 7 แห่งใหม่โผล่ขึ้นมาก่อนเท่านั้น ถึงจะยื่นเรื่องขอเข้าไปท้าทายได้
และในเมื่อเป็นแบบนี้ ดันเต้กับโคนีเลียก็คงต้องพับโปรเจกต์ดักทุบมอเรียนเก็บเข้ากรุไปก่อน เพราะตอนนี้โคลอิกซ์เรียนอยู่ปีสามเทอมสองแล้ว พวกเขาอยากช่วยดันให้โคลอิกซ์เคลียร์โลกเงาให้ผ่านสักครั้งในเทอมนี้ หมอนั่นจะได้เรียนจบไปแบบไม่คาใจ อีกอย่าง ถ้าอ้างอิงจากตารางการท้าทายโลกเงาของมอเรียน ไอ้หมอนี่จะเข้าไปท้าทายโลกเงาในตอนเช้าตรู่ของวันที่หนึ่งเมษายน และวันที่หนึ่งมิถุนายนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
แม้ว่าดันเต้กับโคนีเลียจะยังจับคู่ไปดักกระทืบมอเรียนในสองวันนี้ได้ก็เถอะ แต่ดันเต้คิวดันทับซ้อนกับการทดสอบปาร์ตี้ระดับ 7 พอดีในวันที่หนึ่งเมษายน แล้วถ้ากะจะไปดักกระทืบมอเรียนในวันที่หนึ่งมิถุนายนล่ะก็...ด้วยความที่โลกเงาระดับสูงมีระยะเวลาคูลดาวน์ค่อนข้างนาน หลังจากเคลียร์โลกเงาระดับ 6 เสร็จ จะทำให้พวกเขาติดคูลดาวน์ไปนานกว่าหนึ่งเดือนเต็ม เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้มีโลกเงาระดับ 7 โผล่มา พวกเขาก็คงทำได้แค่มองตาปริบๆ และอาจจะพลาดโอกาสที่จะพาโคลอิกซ์ผ่านโลกเงาก่อนเรียนจบได้
ดังนั้น ดันเต้กับโคนีเลียจึงลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะยกให้เรื่องของโคลอิกซ์สำคัญเป็นอันดับหนึ่ง รอให้จบเทอมนี้ไปก่อนแล้วค่อยไปรีดไถ เอ้ย! ไปทักทายมอเรียนก็ยังไม่สาย นั่นหมายความว่า เทอมนี้พวกเขาน่าจะได้ท้าทายโลกเงาเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะเป็นคิวของการปิดเทอมฤดูร้อนที่แสนสุข ในช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นปีสองนั้นจะมีอีเวนต์สำคัญอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ _เทศกาลวีรบุรุษแห่งสมาพันธ์ราชอาณาจักร_ ที่จัดขึ้นทุกๆ ห้าปี ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง
ดันเต้ โคนีเลีย และโคลอิกซ์ได้นัดกันแล้วว่าจะแท็กทีมไปเที่ยวเทศกาลวีรบุรุษแห่งสมาพันธ์ราชอาณาจักรด้วยกัน ซึ่งนี่เป็นคำสัญญาที่ดันเต้กับโคนีเลียเคยให้ไว้กับคุณหนูลิลิต เพื่อนใหม่ที่ได้รู้จักตอนไปท้าทายโลกเงา _เงาปริศนาท่ามกลางพายุหิมะบนเขาที่รกร้าง_ นั่นเอง ซึ่งอาณาจักรเจ้าภาพที่จัดงานเทศกาลวีรบุรุษแห่งสมาพันธ์ราชอาณาจักรในปีนี้ ก็คือบ้านเกิดของคุณหนูลิลิตที่อยู่ทางใต้พอดี และไอ้เวรมอเรียนเองก็กบดานอยู่ในกลุ่มอาณาจักรทางใต้ด้วยเหมือนกัน ดันเต้มั่นใจเกินร้อยว่าพ่อค้าหน้าเลือดที่ชอบฉวยโอกาสอย่างมอเรียน ไม่มีทางยอมพลาดอีเวนต์ทำเงินแบบนี้แน่ เมื่อถึงตอนนั้น ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะได้จับตัวมอเรียนแบบเป็นๆ ในโลกความจริงเลยก็ได้!
ดันเต้รู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตมีเรื่องน่าตื่นเต้นให้ตั้งตารออยู่ไม่น้อย แผนการเดินทางก็อัดแน่นเต็มไปหมด ดังนั้นก่อนจะก้าวขาออกจากห้อง ดันเต้ที่กำลังอารมณ์ดีสุดๆ ก็เลยหยิบ _กอสเปลแห่งดันเต้_ ออกมาเพื่อร่ายคำสาปประจำวันใส่ลักซัสที่ 6 เมื่อเขาย้อนคิดดู...วันนี้เขาคิดว่าจะแถมคอร์สคำสาประดับเบสิกให้ลักซัสที่ 6 อีกสักรอบเป็นโบนัสดีกว่า แบบนี้จะได้ทำให้ลักซัสที่ 6 ตระหนักได้ว่า — _'อย่ามโนไปเองว่าโดนสาปครบโควตาวันละรอบแล้วจะรอดตัวไปได้ทั้งวัน'_
ตราบใดที่เขาไม่ได้อัดมานาเพิ่มเข้าไปเป็นพิเศษ คำสาปรอบสองก็จะไม่ได้ส่งผลสะท้อนกลับรุนแรงถึงขั้นทำเอาเลือดกำเดาไหล เหมือนตอนที่ร่ายใส่แอชตัน กษัตริย์แห่งอาณาจักรริคเมื่อครั้งก่อน ดังนั้นรอบนี้ดันเต้จึงไม่ได้หักโหมมากนัก หลังจากส่งมอบแพ็กเกจคำสาปเบิ้ลสองรอบติด ถึงร่างกายของเขาจะรู้สึกเหนื่อยล้าไปบ้าง แต่อารมณ์ของเขากลับเบิกบานเป็นพิเศษขณะออกเดินทางไปเรียนในเทอมใหม่
...
ในขณะเดียวกัน ตัดภาพมาที่กลุ่มอาณาจักรทางเหนือ
ณ พระราชวังแห่งอาณาจักรโทมาฟิส ภายในโถงท้องพระโรงอันเก่าแก่ ผนังถูกแกะสลักเป็นภาพวาดมหากาพย์วีรชนที่ดูราวกับมีชีวิต กำลังทอประกายระยิบระยับล้อแสงไฟที่สาดส่องลงมา บนบัลลังก์ที่สุดปลายโถงมีชายน่าเกรงขามและทรงอำนาจนั่งอยู่ เขาคือผู้ปกครองสูงสุดแห่งอาณาจักรโทมาฟิส — ลักซัสที่ 6 นัยน์ตาของลักซัสที่ 6 ทอประกายความเจ้าเล่ห์แสนกลแฝงความหยิ่งยโสโอหัง ท่วงท่าของเขาราวกับผู้ที่ยืนอยู่เหนือสรรพสิ่งและมองผู้คนเป็นแค่เศษธุลี
"ฝ่าบาท แผนการสำหรับการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 ได้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทางลัทธิคืนชีพเองก็ตกลงยอมร่วมมือกับเราแล้วเช่นกัน"
"ขอพระองค์ทรงวางพระทัย การร่วมมือครั้งนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงมากนัก เพราะดูเหมือนว่าพวกลัทธิคืนชีพอยากจะกำจัดดันเต้มากกว่าพวกเราเสียอีก การเจรจาแลกเปลี่ยนครั้งนี้เลยราบรื่นกว่าที่คิดไว้มากพะยะค่ะ"
"อีกทั้งกระหม่อมยังได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นมือของพวกเราจะขาวสะอาดหมดจด รับรองว่าจะไม่มีหลักฐานชิ้นไหน ที่จะชี้มาถึงเรื่องที่เราร่วมมือกับลัทธิคืนชีพได้อย่างแน่นอน ต่อให้ดันเต้จะดวงแข็งรอดตายมาได้ มันก็จะไม่มีหลักฐานอะไรมาเอาผิดพวกเราได้อยู่ดี ได้แต่ยอมกล้ำกลืนความพ่ายแพ้ไปเองพะยะค่ะ"
ลักซัสที่ 6 กำลังนั่งฟังรายงานภารกิจจากคนสนิท พลางพยักหน้าหงึกหงักอย่างพึงพอใจเป็นระยะ อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวก็พลันสดใสขึ้นมา เดิมทีมันควรจะเป็นเช่นนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะในเสี้ยววินาทีต่อมา...
"อั้ก!!"
ลักซัสที่ 6 แสดงสีหน้าตกใจและโกรธแค้นพลางกุมหน้าอกเอาไว้ เขาทรุดลงพิงพนักเก้าอี้บนบัลลังก์และเริ่มมีอาการชักกระตุก
"ฝ่าบาท!"
นักบวชที่อยู่ข้างกายเห็นดังนั้นก็รีบลบล้างสถานะคำสาปนี้ให้เขาทันที
"ไหนพวกแกหน้าไหนมันบอกไว้ว่าจะไม่มีใครลอบร่ายคำสาปใส่ข้าได้อีกแล้ว?! แล้วพวกแกด้วย ตกลงพวกแกพลิกแผ่นดินค้นหาตัวการทั่วทั้งวังไปกี่รอบแล้วกันแน่?!!"
ทันทีที่อาการดีขึ้น ลักซัสที่หกก็หอบแฮ่กๆ กอบโกยอากาศเข้าปอด ก่อนจะแผดเสียงตะคอกด่ากราดใส่นักบวชและเหล่าลูกน้องด้วยโทสะ นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาโดนสถานะคำสาปบ้าบอนี่เล่นงาน ราวกับมีคนตั้งนาฬิกาปลุกมาร่ายคำสาปใส่เขาวันละครั้งไม่มีขาด! แถมยังเดาเวลาไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะมาตอนไหน!
"ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เรื่องนี้ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ..."
สีหน้าของนักบวชเองก็มืดแปดด้านไม่แพ้กัน เขายังแอบสงสัยด้วยซ้ำว่าระดับของตัวเองจะยังต่ำเกินไป จึงไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยการร่ายคำสาปเลยแม้แต่นิดเดียว
"งั้นก็ไปตรวจสอบซ้ำอีกสิวะ! จนกว่าจะลากคอตัวการออกมาให้ข้าให้ได้ ถ้ายังหาไม่เจอก็ขยายรัศมีปูพรมค้นหาให้มันกว้างขึ้นไปอีก!!"
ลักซัสแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความเดือดดาลขั้นสุด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าด่ากราดใครอยู่ แต่ข้าราชบริพารทุกคนที่อยู่ในรัศมีเสียง ต่างก็หน้าถอดสีและเตรียมตัวไปงมเข็มในมหาสมุทรแบบถวายหัวกันถ้วนหน้า
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"
"ยอมฆ่าผิดตัวดีกว่าปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยลอยนวล!! ข้าต้องการให้ไอ้คำสาปเวรนี่หยุดทำงานเดี๋ยวนี้ทันที! พรุ่งนี้เช้า ข้าจะต้องได้เห็นตัวของไอ้สารเลวที่บังอาจมาสาปใส่ข้า!"
ลักซัสที่ 6 มั่นใจแล้วว่าตัวเองกำลังถูกหมายหัว ความวุ่นวายในอาณาจักรริคเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ ก็มีผู้ใช้คำสาปปริศนาคอยชักใยปั่นป่วนอยู่เบื้องหลัง ถึงแม้ว่าไอ้ผู้ใช้คำสาปนิรนามนั่นจะเป็นแค่คนจุดชนวนสงครามกลางเมืองในอาณาจักรริคทางอ้อมเท่านั้น แต่หลายคนก็คาดการณ์ว่า ไอ้หมอนี่แหละคือผู้อยู่เบื้องหลังที่คอยชักใยอยู่หลังม่านตัวจริงเสียงจริง ท้ายที่สุดแล้ว...ก็เป็นเขาเล่นที่เป็นคนเตะโดมิโนตัวแรกจนลุกลามใหญ่โตบานปลาย จนทำให้อาณาจักรริคทั้งอาณาจักรพังครืนลงมาอย่างกับตึกถล่มภายในชั่วข้ามคืนแบบนั้น
วีรกรรมระดับนี้ทำเอาหลายคนอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า เขาเป็นเพียงผู้ใช้คำสาปที่มีทักษะการสาปขั้นสูงจริงๆ หรือเปล่า? ใครจะไปรู้ว่า คนที่มีความสามารถในการชักใยอยู่เบื้องหลังเงามืดแบบแนบเนียนขนาดนี้ จะเตรียมการวางแผนจัดฉากในอาณาจักรริคล่วงหน้าไว้กี่ชั้นต่อกี่ชั้นแล้ว? ดีไม่ดี...พวกเจ้าชายที่กำลังตีกันอยู่แทบตาย อาจจะเป็นแค่ตัวหมากโง่ๆ ที่โดนหมอนั่นปั่นหัวเล่นบนกระดานก็เป็นได้ บางทีอาณาจักรริคทั้งอาณาจักรอาจจะตกอยู่ในกำมือของเขามาตั้งนานแล้วก็ได้ หมอนั่นก็แค่เลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการแสดงผลงานชิ้นเอกของตัวเองให้คนทั้งโลกได้เห็น! ตัวตนของผู้ใช้คำสาปปริศนาที่สามารถเร้นกายอยู่ในมุมมืดและชักใยทุกสรรพสิ่งได้ดั่งใจนึกแบบนี้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ต้องขนหัวลุกกันทั้งนั้นแหละ
และเนื่องจากสงครามกลางเมืองในอาณาจักรริค ก็ทำให้ลักซัสที่ 6 ในฐานะผู้นำของกลุ่มอาณาจักรทางเหนือถึงกับกุมขมับเครียดจนหัวแทบระเบิด และในจังหวะที่ลักซัสที่ 6 กำลังชะล่าใจ คิดว่าไอ้ผู้ใช้คำสาปปริศนาคนนี้น่าจะเก็บตัวเงียบไปสักพัก เขาก็แทบช็อกเมื่อพบว่าตัวเองกลับถูกหมายหัวเสียเอง! วิธีการร่ายคำสาปที่แปลกประหลาดและไร้ร่องรอยแบบนี้ จะต้องเป็นฝีมือของไอ้ผู้ใช้คำสาปลึกลับคนนั้นไม่ผิดแน่!! การสาดคำสาปใส่แบบรายวันมันก็เหมือนกับการส่ง _'จดหมายเตือนมรณะ'_ มาเย้ยหยัน เพื่อประกาศกร้าวให้ลักซัสที่ 6 รับรู้ว่า...เขาได้กลายเป็นเป้าหมายใหม่แล้ว
เรื่องนี้ทำเอาลักซัสที่ 6 ทั้งเดือดดาลจนเลือดขึ้นหน้า และประสาทเสียจนกินไม่ได้นอนไม่หลับในเวลาเดียวกัน! แต่ถ้าพยายามมองโลกในแง่ดี นั่นก็คือไอ้ผู้ใช้คำสาปเวรนี่น่าจะสาปใส่เขาได้แค่วันละครั้งเท่านั้น อย่างน้อยๆ เวลาที่เหลือของวันนี้ เขาก็น่าจะนั่งจิบชาพักผ่อนได้ชิลล์ๆ แล้วล่ะ
แต่ทว่า...ความชิลล์นั้นอยู่ได้ไม่ถึงเสี้ยววินาที ลักซัสที่ 6 ก็พลันสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่คุ้นเคยนั้นอีกครั้ง! ราวกับไอ้เวรนั่นตั้งใจจะตบหน้าเขาโดยเฉพาะ ด้วยการสาปเขาเป็นครั้งที่สอง! ยังดีที่นักบวชที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาตาไวรีบร่ายเวทชำระล้างคำสาปให้ลักซัสที่ 6 อย่างรวดเร็ว
"อ๊ากกกก! ไอ้เวรตัวไหนวะ! แกเป็นใครกันแน่!! แกกำลังแอบดูข้าอยู่ใช่มั้ย?!"
ลักซัสที่ 6 ถึงกับสติแตก สองมือทึ้งเส้นผมตัวเองจนแทบหลุดร่วง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำปูดโปนด้วยความคลุ้มคลั่ง ถ้าขืนเขาปล่อยให้โดนปั่นหัวเล่นแบบนี้ต่อไป เขาจะต้องประสาทแดกตายเข้าสักวันแน่ๆ อีกฝ่ายราวกับกำลังเฝ้ามองเขาจากมุมมองของพระเจ้า แล้วค่อยๆ ปล่อยคำสาปมาทรมานเขาเล่นอย่างเลือดเย็น! มิหนำซ้ำยังซ่อนตัวเนียนกริบประหนึ่งภูตผีปีศาจ ไม่มีร่องรอยให้ตามจับได้อีกต่างหาก
"อย่าให้ข้าลากคอแกออกมาได้นะ! ไม่งั้นข้าจะทำให้แกต้องตายด้วยวิธีที่ทรมานที่สุด!!!"
เสียงคำรามลั่นด้วยความแค้นฝังหุ่นของลักซัสที่ 6 ดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วทั้งพระราชวัง
เขาได้พยายามรวบรวมยอดฝีมือระดับ 7 และระดับ 8 ที่เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ของอาณาจักร ให้มาที่เมืองหลวงเพื่อช่วยเขาตามล่าตัวคนร้าย อย่างมากที่สุดหนึ่งสัปดาห์ ยอดฝีมือเหล่านั้นก็จะมารวมตัวกัน! เมื่อถึงเวลานั้น ข่ายอาคมจะปกคลุมไปทั่วเมืองหลวง ต่อให้เป็นแมลงวันก็อย่าหวังว่าจะบินรอดออกไปได้! ลักซัสที่ 6 ประกาศกร้าวว่าจะยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อตรวจสอบให้ถึงที่สุด เขาจะพลิกแผ่นดินล่าตัวไอ้ผู้ใช้คำสาปที่โอหังและต่ำช้าคนนั้น ออกมาสับเป็นหมื่นๆ ชิ้นให้จงได้!