เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

189 ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

189 ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

189 ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย


เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับกะพริบตา เหลือเวลาอีกแค่สามวันก่อนการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 จะเริ่มต้นขึ้น อาณาจักรแลนเดียร์ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักรนอร์ตัน ถือเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ในแถบภาคกลาง หากเดินทางขึ้นเหนือจากอาณาจักรแลนเดียร์ไปอีกระยะหนึ่งก็จะถึงชายแดนของกลุ่มอาณาจักรทางเหนือ

เนื่องจากอาณาจักรแลนเดียร์เชิดชูอิสรภาพเป็นพิเศษ อีกทั้งยังมีกฎหมายที่ยืดหยุ่น จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ของสมาพันธ์ราชอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นตัวงานเองหรือผู้เข้าร่วมก็ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบที่ยุ่งยาก

ในเวลานี้ ณ ชานเมืองหลวงของอาณาจักรแลนเดียร์

อัศวินในชุดเกราะสีเงินนายหนึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด เขากอดอกทอดสายตามองออกไปสุดขอบฟ้า กาวินผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองอัศวินองครักษ์แห่งเมืองหลวงของอาณาจักรแลนเดียร์ผู้นี้ ได้ยินข่าวมาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่า ‘ทีมจิตใจอันงดงาม’ มีกำหนดการจะเดินทางมาถึงภายในวันนี้

ตอนที่หัวหน้าอัศวินกาวินได้ยินชื่อทีมนี้ครั้งแรก เขาถึงกับไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าควรจะวิจารณ์ยังไงดี เขาก็พอจะได้ยินวีรกรรมของดันเต้มาบ้างเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่มันกล้าตั้งชื่อทีมว่าจิตใจอันงดงามได้ยังไงวะ!

แม้กาวินจะคิดว่าการที่ดันเต้และทีมของเขามาเข้าร่วมการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 อาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบาก เพราะความห่างชั้นของระดับพลังสมาชิกในทีมเป็นจุดอ่อนที่ชัดเจน แถมสมาชิกแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์โดดเด่นซะจนตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่ายๆ แต่เขากลับรู้สึกว่าการประเมินในครั้งนี้ ไม่ว่าดันเต้จะผ่านหรือไม่ก็ตาม ย่อมต้องนำพาความเปลี่ยนแปลงบางอย่างมาสู่เมืองหลวงอย่างแน่นอน!

ในฐานะหัวหน้าอัศวิน สิ่งที่กาวินสนใจไม่ใช่เรื่องที่ดันเต้จะผ่านการประเมินหรือไม่เลย แต่สิ่งที่เขาสนใจคือความปลอดภัยของเมืองหลวงต่างหาก! แถมดันเต้ยังเป็นบุคคลที่ฝ่าบาทรับสั่งให้กาวินต้องจับตามองเป็นพิเศษอีกด้วย

ยิ่งเป็นอาณาจักรที่อยู่ใกล้อาณาจักรนอร์ตันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้ดีว่าดันเต้มันมีวีรกรรมพิลึกพิลั่นขนาดไหน ความคิดของกาวินก็คือจะเป็นศัตรูกับดันเต้ไม่ได้ และก็ต้องไม่สนิทสนมกับเขามากเกินไปเช่นกัน ไม่ต้องพูดถึงความสามารถส่วนตัวกับสไตล์การทำงานของดันเต้หรอกนะ ไอ้หมอนี่มันคือกับดักล่อลัทธิคืนชีพในร่างมนุษย์ชัดๆ! มันไปเหยียบที่ไหน ที่นั่นต้องมีสาวกลัทธิคืนชีพโผล่มา เผลอๆ อาจจะล่อมาถึงระดับบิชอปเลยด้วยซ้ำ! ดังนั้นถ้าดวงไม่แข็งพอ ก็ควรอยู่ให้ห่างจากดันเต้ไว้จะดีที่สุด

รออยู่ไม่นานนัก ท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่ดังก้องกังวาน รถม้าศึกคันหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในสายตาของหัวหน้าอัศวินบนทุ่งกว้าง โดยมีสัตว์อสูรสองตัวที่ทั่วทั้งร่างมีสายฟ้ากัมปนาทสีน้ำเงินเข้มสว่างวาบแลบแปลบปลาบ กำลังวิ่งห้อตะบึงนำหน้ารถม้าคันนั้นมาอย่างรวดเร็ว บนผ้าม่านทอสีทองรอบรถม้าศึก ปรากฏตราสัญลักษณ์รูปนกฟีนิกซ์ของอาณาจักรนอร์ตัน นกอมตะตัวนั้นดูราวกับเพิ่งถือกำเนิดใหม่จากกองเถ้าถ่าน เปลวเพลิงที่โอบล้อมรอบตัวมันดูมีชีวิตชีวาราวกับจะทะลุออกมาจากภาพวาด

นี่คือรถม้าศึกเทียมอสูรสายฟ้าระดับ 6 ที่องค์ราชาทรงให้ดันเต้กับพวกยืมมา มันใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองสัปดาห์ก็สามารถควบจากเมืองหลวงของอาณาจักรนอร์ตันมาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรแลนเดียร์ได้แล้ว การเดินทางข้ามอาณาจักรขึ้นเหนือนั้นใช้เวลายาวนานจริงๆ แต่ถ้าลงใต้ก็จะสบายกว่ามาก

ถึงแม้สมาพันธ์ราชอาณาจักรจะพยายามระดมทุนเพื่อสร้างระบบขนส่งทางรางเชื่อมโยงระหว่างอาณาจักรต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังเวทรุ่นใหม่ล่าสุด แต่โปรเจกต์นี้ก็ถูกพับเก็บเข้ากรุมาหลายปีแล้ว ก็แหงล่ะ มันเป็นเมกะโปรเจกต์ระดับอาณาจักร แถมภายในสมาพันธ์ราชอาณาจักรเองก็มีปัญหาอีรุงตุงนังเต็มไปหมด อย่างเช่นมีอาณาจักรใหญ่ทางใต้ที่ไม่เต็มใจจะแบ่งปันเทคโนโลยีอย่างไม่มีข้อกังขา หรือบางอาณาจักรก็มองว่าต้นทุนมันสูงเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในภาคประชาชนหรือเชิงพาณิชย์ อีกทั้งต้องใช้ต้นทุนมหาศาลในช่วงเริ่มต้น แถมยังมีการสิ้นเปลืองพลังงานระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนในระยะยาวได้ ในอีกด้านหนึ่ง ลักษณะการรวมกลุ่มของกลุ่มอาณาจักรทางเหนือก็สร้างความยุ่งยากให้มากเช่นกัน ดังนั้นแม้จะออกแบบและวางแผนเสร็จแล้ว แต่ก็ยังมีความยากลำบากอีกมากมายก่อนที่จะเริ่มลงมือก่อสร้างจริงๆ

ปัจจุบันนี้มีเพียงแค่อาณาจักรใหญ่ทางใต้ไม่กี่แห่งที่มีการใช้เทคโนโลยีนี้เชื่อมต่อกัน และสำนักงานใหญ่ของสมาพันธ์ราชอาณาจักรก็ตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางใต้ด้วย ความแตกต่างระหว่างเหนือกับใต้บวกกับที่ตั้งของสมาพันธ์ราชอาณาจักร ทำให้ดันเต้อดบ่นไม่ได้ว่า มันช่างให้ความรู้สึกเหมือนชายแดนเหนือใต้ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กับนครศักดิ์สิทธิ์อยู่เหมือนกันนะเนี่ย

ไม่นาน รถม้าศึกก็ร่นระยะห่างจากหัวหน้าอัศวินกาวินเหลือเพียงร้อยเมตร

  “ตัวแทนจากอาณาจักรนอร์ตัน โปรดหยุดก่อน!”

เสียงตะโกนก้องของกาวิน เรียกความสนใจจากรถม้าได้ในทันที จากนั้นรถม้าก็ค่อยๆ ชะลอความเร็วลงและจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้าเขา

หลังจากรถม้าจอดนิ่งสนิท คนข้างในก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลงมาสักที ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังง่วนทำอะไรกันอยู่ข้างในรถม้า จนกระทั่งผ่านไปหลายสิบวินาที ถึงเริ่มมีวี่แววว่าพวกเขาจะขยับตัวลงมา

กาวินจ้องมองประตูรถม้าที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเห็นวัยรุ่นชายหญิงกลุ่มหนึ่งในชุดลำลองฤดูหนาวเดินลงมาพร้อมกับแมวดำตัวหนึ่ง สภาพในตอนนี้ของพวกเขาเหมือนคนกำลังย้ายบ้าน นอกจากกระเป๋าเดินทางในมือแล้ว พวกเขายังหิ้วถุงขนมขบเคี้ยวและสินค้าที่เพิ่งห่อเสร็จใหม่ๆ อีกด้วย ดูเหมือนว่าระหว่างทางพวกเขาน่าจะแวะมาหลายเมือง กวาดซื้อทั้งของกินขึ้นชื่อ เสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ และของที่ระลึกมาเพียบจนยัดลงกระเป๋าเดินทางไม่หมด เลยต้องหิ้วเพิ่มเอาเอง

“เอ่อ ขอโทษนะครับ บนรถม้ายังมีของที่ระลึกที่เรากว้านซื้อมาตามทางอีกเพียบเลย รบกวนช่วยล็อกรถม้าแล้วเอาไปจอดในที่ปลอดภัยให้หน่อยได้ไหมครับ?”

“...ไม่มีปัญหาครับ”

บรรยากาศที่ดูผ่อนคลายนี้ ทำเอาหัวหน้าอัศวินกาวินแอบสงสัยแวบหนึ่งว่าไอ้พวกนี้มันไม่ได้มาเพื่อเข้าร่วมการประเมินปาร์ตี้ระดับ 7 หรอกมั้ง ไม่ต้องพูดถึงปารืตี้อื่นที่มักจะใส่ชุดสไตล์เดียวกัน แต่อย่างน้อยก็ช่วยทำตัวให้ดูขึงขังเอาจริงเอาจังหน่อยสิ จะได้ดูเหมือนมาต่อสู้เพื่อรับการประเมินปาร์ตี้ แต่สำหรับไอ้สี่หน่อนี้ กาวินมองยังไงก็เหมือนแก๊งทัวร์มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ...แล้วค่อยแวะมาประเมินปาร์ตี้เป็นผลพลอยได้ กาวินพยายามไม่ใส่ใจกับความเพี้ยนพวกนี้มากนัก เพราะเขาก็พอจะทำการบ้านศึกษาสไตล์ของดันเต้มาบ้างแล้ว

“ผมคือหัวหน้าอัศวินแห่งเมืองหลวงของอาณาจักรแลนเดียร์ ฝ่าบาทได้ส่งผมมาเพื่ออำนวยความสะดวกกับพวกคุณครับ”

เขาแนะนำตัวพร้อมกับยื่นมือออกไปหาดันเต้

“ขอบคุณมากครับ คุณไก...เอ้ย! คุณหัวหน้าอัศวิน”

ดันเต้ฉีกยิ้มพลางก้าวเข้าไปจับมือกับกาวิน

“...?”

หางตาของกาวินกระตุกยิกๆ ถ้าเขาหูไม่ฝาด เมื่อกี้ดันเต้เกือบจะเรียกเขาว่าคุณไกด์นำเที่ยวแล้วใช่ไหม?

“อะแฮ่ม”

กาวินกระแอมเบาๆ สองครั้ง

“รบกวนขอตรวจดูเอกสารหน่อยได้ไหมครับ?”

“อ้อ ได้เลยครับ”

ดันเต้หันไปโบกมือ และไม่นานอาจารย์แมวก็รีบคาบเอกสารที่ทางอาณาจักรนอร์ตันเตรียมไว้ให้มาส่งให้กาวินอย่างรู้งาน

เมื่อหัวหน้าอัศวินกาวินตรวจสอบเอกสารอย่างคร่าวๆ เสร็จแล้ว เขาก็สั่งให้ลูกน้องช่วยจัดการนำรถม้าอสูรสายฟ้าไปเก็บให้เรียบร้อย ก่อนที่เขาจะเดินนำดันเต้กับแก๊งเพื่อนไปยังประตูเมืองด้วยตัวเอง

พอเดินมาถึงหน้าประตูเมือง พวกเขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เมื่อเห็นว่าขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของเหล่าอัศวินมันดูแปลกประหลาดสุดๆ เนื่องจากช่วงนี้กำลังจะมีการจัดงานใหญ่ มาตรการรักษาความปลอดภัยจึงเข้มงวดขึ้นไม่น้อย

“ดันเต้ ไม่คิดเลยนะว่ากัปตันดันเต้น้อยของนายจะถูกส่งมาขายไกลถึงที่นี่ ธุรกิจเติบโตไม่เบาเลยนี่”

มีอาชี้ไปที่กัปตันดันเต้น้อยซึ่งพวกอัศวินกำลังใช้เป็นอุปกรณ์ตรวจความปลอดภัยอยู่ตรงหน้าประตูเมือง นักเดินทางทุกคนที่จะผ่านเข้าไปในเมืองหลวง นอกจากจะต้องแสดงบัตรผ่านแล้ว ยังต้องโดนอัศวินชูกัปตันดันเต้น้อยขึ้นมาตรงหน้าเพื่อสแกน และเช็กระยะเวลาที่โดนสถานะยั่วยุ

หากใครมีระยะเวลาโดนยั่วยุนานเกินกำหนด แม้จะยังฟันธงไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นสาวกลัทธิคืนชีพ แต่ก็ต้องถูกจับไปขังไว้เพื่อรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ถ้าหากติดสถานะยั่วยุนานเกินไปล่ะก็...ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ให้จับโยนเข้าไปในคุกก่อนเลย! แล้วหลังจากนั้นค่อยไปสืบสวนทีหลัง

“ตอนนี้กัปตันดันเต้น้อยถือเป็นไอเทมสุดฮิตสำหรับสแกนหาสาวกลัทธิคืนชีพ ที่มีการส่งออกไปขายตามอาณาจักรต่างๆ จนผลิตแทบไม่ทันเลยนะ!”

ดันเต้ยืดอกโม้กับมีอาด้วยความภูมิใจ

ตอนนี้เขาสามารถเรียกตัวเองว่า ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้ายระดับนานาอาณาจักร’ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่เมืองทริสตินได้กลายเป็นกรณีศึกษาชั้นยอด ที่ทำให้หลายอาณาจักรเรียนรู้วิธีคัดกรองสาวกลัทธิคืนชีพที่แฝงตัวเข้ามาในเมือง

ถึงแม้ตอนนี้จะยังมีอีกหลายอาณาจักรที่ยังไม่ได้ให้การรับรองว่ากัปตันดันเต้น้อยเป็นไอเทมต่อต้านการก่อการร้ายอย่างเป็นทางการ แต่ดันเต้ก็เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป เดี๋ยวก็มีอาณาจักรออกมายอมรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เองนั่นแหละ เพราะยังไงซะ ถ้าสาวกลัทธิคืนชีพมันแทรกซึมเข้าอาณารจักรอื่นไม่ได้ มันก็ต้องแห่กันมามุดหัวอยู่ในอาณาจักรของคุณนั่นแหละ ถึงตอนนั้นก็มาดูกันว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าไม่ซื้อ เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งอาณาจักรก็คงได้กลายเป็นรังโจรของลัทธิคืนชีพแน่ ดันเต้คิดเผื่อไว้แล้วว่าเมื่อถึงตอนนั้นจะโก่งราคายังไงดี แต่ปัญหาเดียวในตอนนี้ก็คือ กำลังการผลิตมันยังตามไม่ค่อยทันความต้องการนี่แหละ

ก่อนหน้านี้ ดันเต้ได้แบ่งปันขั้นตอนการสร้างการ์ดกัปตันดันเต้น้อยให้กับเจ้าเมืองแลมพาร์ดแห่งเมืองทริสตินไปแล้ว ทำให้ในตอนนี้มีนักสร้างการ์ดในเมืองทริสตินคอยรับช่วงผลิตการ์ดกัปตันดันเต้น้อยอยู่เหมือนกัน ขั้นตอนการสร้างการ์ดกัปตันดันเต้น้อยไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย นอกเหนือจากการสลักภาษาปีศาจที่ดันเต้ต้องเป็นคนลงอักขระด้วยตัวเองแล้ว ขั้นตอนที่เหลือก็สามารถให้นักสร้างการ์ดคนอื่นๆ ทำแทนได้สบายๆ

แม้ว่าดันเต้จะเคยคิดที่จะวิเคราะห์และแบ่งปันทักษะภาษาปีศาจออกไป เพราะยังไงการ์ดกัปตันดันเต้น้อยก็ใช้เล่นงานตัวเขาเองไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งมีคนผลิตเยอะๆ ก็ยิ่งดีต่อโลกใบนี้ แต่อาจารย์ก็ได้เตือนเขาไว้ก่อนว่า หากมนุษย์ใช้ภาษาปีศาจมากเกินไป อาจส่งผลให้ร่างกายหรือวิญญาณเกิดการกลายพันธุ์เป็นปีศาจในบางส่วน ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ ยิ่งไปกว่านั้น การกลายพันธ์ุเป็นปีศาจแบบผิดธรรมชาตินี้ ไม่ได้ทำให้มนุษย์เปลี่ยนเผ่าพันธุ์แต่อย่างใด มันเป็นเพียงแค่การกลายพันธุ์ขั้นเลวร้าย ซึ่งจะทำให้ผู้ที่กลายพันธุ์มีอายุขัยสั้นลงอย่างมาก และอาจทำให้ถึงขั้นสูญเสียสติสัมปชัญญะไปด้วย

เหตุผลเดียวที่ทำให้ดันเต้สามารถใช้เวทมนตร์ภาษาปีศาจในการสร้างการ์ดได้อย่างไม่เกรงกลัวโดยไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงใดๆ นั่นก็เป็นเพราะในวิญญาณของเขามีอาจารย์เป็นภาชนะรองรับอยู่แล้ว จึงไม่ทำให้เกิดอาการกลายพันธุ์ใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นสิ่งที่ดันเต้กังวลน้อยที่สุดก็คือการ์ดระดับต่ำพวกนี้ของตัวเองจะโดนละเมิดลิขสิทธิ์ นักสร้างการ์ดคนอื่นที่ริอาจจะเลียนแบบเขา...บอกเลยว่าเร็วไปอีกสองหมื่นปีโว้ย!

“รบกวนทุกท่านผ่านด่านตรวจความปลอดภัยกันสักรอบนะครับ ถึงพูดแบบนี้อาจจะดูเสียมารยาทไปสักหน่อย แต่พวกเราก็กังวลมาตลอดว่าพวกลัทธิคืนชีพอาจจะปลอมตัวเป็นผู้เข้าแข่งขัน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นแล้วแฝงตัวเข้าไปในเมือง”

หัวหน้าอัศวินกาวินหันกลับมาพูดกับดันเต้

“เข้าใจๆ”

ดันเต้พยักหน้าหงึกๆ

อันที่จริงในฐานะผู้พัฒนาการ์ดกัปตันดันเต้น้อย เขารู้สึกปลาบปลื้มอย่างมากที่การ์ดใบนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของอาณาจักรต่างๆ ได้มากขนาดนี้ แถมเขายังอยากจะลองสัมผัสประสบการณ์การเดินผ่านด่านตรวจกัปตันดันเต้น้อยด้วยตัวเองดูสักครั้งเหมือนกัน เผื่ออัศวินที่ทำหน้าที่ตรวจค้นจะตกใจเมื่อจำเขาได้ แล้วปรี่เข้ามาขอลายเซ็นต์เขาล่ะ? แค่คิดดันเต้ก็ยิ้มจนแก้มปริแล้ว

หลังจากต่อแถวรอคิวตรวจอยู่พักหนึ่ง ดันเต้ที่ยืนเป็นคนแรกของทีมก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างอดใจรอไม่ไหว และไปยืนอยู่ตรงหน้าอัศวิน อัศวินยกกัปตันดันเต้น้อยขึ้นมาเล็งไปที่ดันเต้ราวกับทำงานตามสายพาน ดันเต้ระบายยิ้มละมุนบนใบหน้า ตั้งตารอคอยวินาทีที่อัศวินคนนี้จะเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็ปรี่เข้ามาจับมือแล้วขอลายเซ็นต์เขาอย่างตื่นเต้นแล้ว

แต่ทว่า...ไม่รู้ทำไม...พอดันเต้มองไปที่กัปตันดันเต้น้อยในมืออัศวิน เขากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างรุนแรง รูปร่างของมันก็ดูเหมือนจะเป็นกัปตันดันเต้น้อยจริงๆ นี่นา? แต่ก็ดูเหมือนจะมีรูปร่างหน้าตาแปลกๆ ไปหน่อย!

จู่ๆ ความโกรธเกรี้ยวที่ไม่ทราบสาเหตุก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของดันเต้อย่างรุนแรง เขาเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเหวี่ยงหมัดเข้าใส่กัปตันดันเต้น้อยอย่างแรง!

“???”

  นี่ผมเพิ่ง...โดนกัปตันดันเต้น้อยควบคุมจิตใจงั้นเรอะ?

พอดันเต้ได้สติกลับมา เขาก็ก้มมองหมัดของตัวเองด้วยสีหน้าเหมือนคนกำลังตั้งคำถามกับชีวิต

แม่งเอ๊ย! นี่มันคงไม่ใช่การ์ดก๊อปเกรดเอหรอกใช่มั้ย??!

จบบทที่ 189 ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านการก่อการร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว