- หน้าแรก
- บันทึกตำนานจักรพรรดิแมลง
- EP 30: 【อ่านฟรี!】 กว้านซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณ
EP 30: 【อ่านฟรี!】 กว้านซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณ
EP 30: 【อ่านฟรี!】 กว้านซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณ
EP 30: 【อ่านฟรี!】 กว้านซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณ
ทว่าแม้พวกนางจะเก่งกาจเพียงใด ณ สถานที่แห่งนี้ พวกนางก็เป็นเพียงพนักงานต้อนรับที่ต้องแจกยิ้มให้กับผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนที่เดินผ่านไปมา
เย่หลินสังเกตเห็นป้ายชื่อร้านทั้งสองแห่งล้วนจารึกอักษรคำว่า “ร้านค้าในเครือสำนักไท่เสวียน” นั่นหมายความว่า ร้านค้าทั้งสองแห่งนี้เป็นกิจการของสำนักไท่เสวียนโดยตรง
ขณะที่เย่หลินกำลังก้าวเท้าเข้าสู่หอสมบัติล้ำค่า ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มก็ก้าวเข้ามาขวางทางเขาไว้
“ศิษย์น้อง การจะเข้าสู่หอสมบัติล้ำค่าแห่งนี้ได้ จำต้องมีระดับการบำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับสามเป็นอย่างน้อยนะ”
เย่หลินรู้สึกขัดเขินขึ้นมาทันที ที่แห่งนี้ไม่เพียงแต่ต้องมีเงินตรา ทว่ายังจำกัดระดับการบำเพ็ญเพียรอีกด้วย ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์มากพออยู่ดี
เดิมทีเขาเพียงตั้งใจจะเข้าไปเดินชมเพื่อเปิดหูเปิดตา ทว่าเมื่อความตั้งใจต้องพังทลายลง เย่หลินก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย ก่อนจะเบนเข็มมุ่งหน้าลึกเข้าไปในตัวตลาดการค้า
ผู้คนบนท้องถนนเดินกันขวักไขว่ ทว่าก็ไม่ได้ถึงกับแออัดยัดเยียด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรในอาภรณ์ของสำนักไท่เสวียน หากประเมินจากระดับพลังแล้ว ศิษย์รับใช้นั้นมีให้เห็นประปราย ส่วนใหญ่จะเป็นศิษย์สายนอกและศิษย์สายในเสียมากกว่า
เย่หลินยังพบเห็นผู้บำเพ็ญเพียรในอาภรณ์ของสำนักอื่นปะปนอยู่ด้วย ทั้งผู้บำเพ็ญเพียรในอาภรณ์นักพรตสีขาวบริสุทธิ์จากสำนักไท่จี๋ และผู้บำเพ็ญเพียรในอาภรณ์นักพรตสีเหลืองทองหรูหราจากสำนักไท่ชาง
ผู้บำเพ็ญเพียรจากทั้งสองสำนักนี้ล้วนแสดงท่าทีเย่อหยิ่งจองหอง ราวกับไม่เห็นผู้บำเพ็ญเพียรแห่งสำนักไท่เสวียนอยู่ในสายตา
นอกจากนี้ เย่หลินยังพบเห็นผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรที่สวมใส่อาภรณ์หรูหราอลังการอีกหลายคน ทว่าความหรูหรานั้นก็เป็นเพียงเปลือกนอก เมื่ออยู่ในตลาดการค้าแห่งนี้ พวกเขามักจะแสดงท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักใหญ่ ไม่กล้าล่วงเกินแม้แต่น้อย
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในตลาดการค้า ร้านรวงต่างๆ ก็ยิ่งผุดขึ้นมาให้เห็นหนาตา ทว่าความโอ่อ่าหรูหรานั้นเทียบไม่ได้กับร้านค้าของสำนักไท่เสวียนเลยแม้แต่น้อย ในที่สุดเย่หลินก็เดินมาถึงเขตแผงลอยริมทางที่คึกคักวุ่นวายและดูไร้ระเบียบที่สุด
ณ ที่แห่งนี้ เพียงแค่ยอมควักศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์สิบก้อนเป็นค่าเช่าที่รายวัน ก็สามารถตั้งแผงลอยขายของได้แล้ว เขตนี้จึงเป็นแหล่งรวมสินค้าจิปาถะสารพัดชนิด และเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การมาเดินชมเพื่อเปิดโลกทัศน์ที่สุด
เสียงร้องเรียกเร่ขายสินค้าของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ
“กระบี่บินระดับกลางของใหม่แกะกล่อง ไร้ตำหนิใดๆ ราคาเพียงร้อยศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น...”
“ถุย! สหายเซียนทั้งหลายอย่าไปหลงเชื่อคำพูดของเจ้านี่ กระบี่บินของมันล้วนเป็นของย้อมแมวทั้งสิ้น คราวก่อนข้าหลงซื้อกระบี่ของมันไปประลองกับศัตรู เพิ่งปะทะกันได้แค่สองกระบวนท่า กระบี่ก็หักสะบั้น โชคดีที่ข้าหนีเอาตัวรอดมาได้ทัน เจ้านี่มันหน้าด้านไร้ยางอายจริงๆ”
“เจ้าอย่ามาปรักปรำข้า... สหายเซียนท่านใดที่เชี่ยวชาญการหลอมอาวุธ ลองมาตรวจสอบดูได้...”
“สหายเซียนทุกท่าน เชิญแวะชมทางนี้ก่อน โอสถวิเศษสารพัดชนิด ลดกระหน่ำเก้าสิบส่วน! การเดินทางท่องยุทธภพ ขาดโอสถวิเศษไม่ได้เด็ดขาด มีโอสถหนึ่งเม็ด ก็เท่ากับต่อชีวิตได้อีกหนึ่งชีวิตเชียวนะ”
“ขายเลหลังลดราคา! สมบัติล้ำค่าจากซากโบราณสถานของผู้บำเพ็ญเพียรยุคก่อน ทุกชิ้นราคาเพียงสามสิบศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ เคล็ดวิชาระดับฟ้า เต๋าวัตถุในตำนาน รอให้ทุกท่านมาเป็นเจ้าของ!”
“เลิกกิจการแล้วจ้า! อาภรณ์วิญญาณระดับกลางสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรหญิงหลากสไตล์ มีทั้งแบบเย้ายวน น่ารัก หรูหรา หรือเย็นชา รับรองว่าผู้บำเพ็ญเพียรหญิงท่านใดได้เห็นเป็นต้องหลงใหล!”
เย่หลินเดินทอดน่องชมตลาดอย่างเพลิดเพลิน สายตาจับจ้องทุกสิ่งรอบกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น ระหว่างทางเขาพบเจอสมบัติแปลกตาที่ดึงดูดความสนใจมากมาย ทว่าก็มิกล้าตัดสินใจซื้อสิ่งใดเลย
ในยามนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามีคือศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสิบก้อน และกระบี่บินหลันหงที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อยเพียงเล่มเดียว หากนำมาเทียบกับผู้คนในตลาดแห่งนี้ เขาก็คือยาจกดีๆ นี่เอง แทบจะหาซื้ออะไรไม่ได้เลย
เย่หลินอดไม่ได้ที่จะรำพึงรำพัน “มิน่าเล่า ศิษย์รับใช้ถึงได้มีจำนวนน้อยนิดนัก ด้วยเบี้ยหวัดเพียงน้อยนิดของศิษย์รับใช้ การเข้ามาในตลาดแห่งนี้ก็คงได้แต่เดินดูของด้วยความมือเปล่า ซ้ำยังต้องเสียค่าผ่านทางไปเปล่าๆ อีกหนึ่งก้อน ข้าวของเครื่องใช้ที่พวกเขาต้องการ คงต้องใช้แต้มความดีความชอบแลกมาจากสำนักเป็นแน่”
ยิ่งได้เปิดโลกทัศน์ในตลาดการค้ามากเท่าใด ความกระหายในการครอบครองความมั่งคั่งของเย่หลินก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น
หากมีศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์มากพอ อยากได้สิ่งใดก็สามารถซื้อหามาครอบครองได้อย่างง่ายดาย ช่างเป็นความรู้สึกที่วิเศษเสียนี่กระไร
หลังจากตัดใจเดินจากเขตแผงลอยมา เย่หลินก็มุ่งหน้าไปยังร้านค้าขนาดกลางที่ชื่อว่า “ร้อยพฤกษาโอสถ” ผู้ที่ออกมาต้อนรับเขาคือชายชราผมขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย ซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับห้า
“หนุ่มน้อย เจ้าต้องการสิ่งใดหรือ? ร้านของเรายินดีรับซื้อสมุนไพรวิญญาณในราคายุติธรรมแปดส่วนของราคาตลาด ทั้งยังจำหน่ายเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณ และสมุนไพรวิญญาณที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี ร้านของเราเปิดกิจการมาหลายร้อยปีแล้ว รับประกันว่าราคายุติธรรม ไม่หลอกลวงแน่นอน!”
หลังจากสอบถามราคาเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณแห่งเบญจธาตุไปหลายชนิด เย่หลินก็มิได้ด่วนตัดสินใจซื้อในทันที เขายังคงตระเวนสอบถามร้านค้าอื่นๆ อีกหลายแห่ง
แม้เขาจะไม่เคยจับจ่ายใช้สอยมาก่อน ทว่าเขาก็รู้ซึ้งถึงหลักการที่ว่า “อย่าด่วนตัดสินใจ ซื้อของต้องเปรียบเทียบราคา” เป็นอย่างดี
หลังจากสอบถามราคาจากร้านค้าไปถึงเจ็ดแปดแห่ง เย่หลินก็เลือกร้านที่ให้ราคาถูกที่สุด เขาควักศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์สามสิบก้อนออกมาจ่าย เพื่อแลกกับเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณแห่งเบญจธาตุจำนวนห้าร้อยเมล็ด โดยแต่ละธาตุมีจำนวนหนึ่งร้อยเมล็ด
เมื่อได้เมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณมาสมใจ เย่หลินก็ไม่มัวเถลไถลในตลาดการค้าอีกต่อไป เขามุ่งหน้ากลับไปยังเรือนพักของศิษย์รับใช้ฝึกหัดทันที
เขาไม่ได้รีบร้อนหยิบม้วนหยก 'เคล็ดวิชาเบญจธาตุหุนหยวน' และ 'วิชากายาวัชระเบญจธาตุ' ออกมา ทว่าเขากลับกำหนดจิตเรียกเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฉียงที่กำลังจำศีลอยู่ในมิติของแหวนโบราณจักรพรรดิแมลงให้ตื่นขึ้นมา
เนื่องจากเย่หลินไม่สามารถเข้าไปในมิติของแหวนโบราณจักรพรรดิแมลงได้ด้วยตนเอง ภาระหน้าที่ในการเพาะปลูกสมุนไพรวิญญาณจึงตกเป็นของเสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฉียง
สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ มิติทะเลทรายอันเวิ้งว้างที่เขาเคยเห็นเมื่อเดือนก่อน บัดนี้ได้แปรสภาพเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีไปเสียแล้ว
นี่เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ที่ทำให้เย่หลินเชื่อมั่นว่า พืชปราณจะสามารถเจริญงอกงามได้อย่างรวดเร็วในมิติแห่งนี้
ร่างยาวเฟื้อยของเสี่ยวไป๋ยังพอมองเห็นลางๆ ท่ามกลางดงพงหญ้า ทว่าร่างของเสี่ยวเฉียงนั้นถูกบดบังจนมิดชิด
เย่หลินเพียงแค่ตั้งจิตนึกภาพ พงหญ้าทั้งหมดก็เหี่ยวเฉาและร่วงหล่นลงสู่พื้นดินในพริบตา ก่อนจะแปรสภาพกลับไปเป็นผืนทรายดังเดิม
ในฐานะผู้ครอบครองแหวนโบราณจักรพรรดิแมลง เขาสามารถควบคุมสรรพสิ่งภายในมิตินี้ได้อย่างอิสระเสรี ไม่ว่าจะเป็นการเนรมิตพงหญ้าให้ปกคลุมไปทั่ว หรือทำให้ผืนดินแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา
ขั้นตอนต่อไปคือการเพาะปลูกสมุนไพรวิญญาณ เขาไม่ต้องการให้พงหญ้าเหล่านี้มาแย่งสารอาหารของสมุนไพรวิญญาณ สิ่งที่เขาปรารถนาคือมิติที่เต็มไปด้วยสมุนไพรวิญญาณล้ำค่าที่เจริญงอกงามอย่างสะพรั่ง
ไม่นานนัก ถุงบรรจุเมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณทั้งห้าถุงก็ถูกส่งเข้าไปในมิติ เสี่ยวเฉียงรับถุงเหล่านั้นไปอย่างกระตือรือร้น มันทำตามคำสั่งของเย่หลินอย่างเคร่งครัด โดยใช้ก้ามขนาดใหญ่ขุดหลุมบนผืนทรายทีละหลุม
จากนั้น ภายใต้การควบคุมพลังปราณของเสี่ยวไป๋ เมล็ดพันธุ์สมุนไพรวิญญาณก็ค่อยๆ ลอยออกมาจากถุง และร่วงหล่นลงสู่หลุมอย่างแม่นยำ ก่อนที่ผืนดินจะกลบฝังเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นโดยอัตโนมัติ
การเพาะปลูกในวิถีของผู้บำเพ็ญเพียรนั้น ช่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพกว่าปุถุชนคนธรรมดาหลายเท่านัก
แต่ละแถวปลูกเมล็ดพันธุ์หนึ่งร้อยเมล็ด รวมทั้งหมดห้าแถว ใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ภารกิจทั้งหมดก็เสร็จสิ้นลง
เสี่ยวเฉียงส่งเสียงเจื้อยแจ้ว “ข้าล่ะอดใจรอไม่ไหวแล้ว อยากให้เมล็ดพันธุ์เหล่านี้หยั่งรากงอกเงยเร็วๆ จัง ต่อไปข้าก็จะได้นอนกลิ้งเกลือกอยู่ในแปลงสมุนไพรวิญญาณ เวลาหิวตื่นขึ้นมา ก็จะได้ลิ้มรสผลของมันได้ทันที”
เสี่ยวไป๋กล่าวเสริม “ทว่าการจะให้พืชปราณเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว คงต้องพึ่งพาศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์จำนวนมหาศาล อัตราการเจริญเติบโตของมันก็ขึ้นอยู่กับความหนาของถุงเงินเจ้านายแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
เย่หลินตัดใจส่งศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์สิบก้อนเข้าไปในมิติของแหวนโบราณจักรพรรดิแมลงด้วยความเสียดาย
“ลองส่งไปแค่สิบก้อนดูก่อนเถิด... หวังว่าจะไม่ขาดทุนนะ”
ทันทีที่สิ้นคำกล่าว ศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบก้อนก็สลายตัวกลายเป็นไอหมอกสีน้ำเงินอ่อนกระจายไปทั่วมิติ เสี่ยวไป๋และเสี่ยวเฉียงต่างแสดงสีหน้าเคลิบเคลิ้มราวกับได้ลิ้มรสโลหิตของเย่หลิน
เสี่ยวไป๋อุทานด้วยความดีใจ “เจ้านายเ พลังปราณที่นี่หนาแน่นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์... ราวกับว่าศิลาปราณศักดิ์สิทธิ์ที่สลายไปเมื่อครู่นี้ มิใช่แค่สิบก้อน ทว่าเป็นร้อยก้อน หรืออาจจะถึงพันก้อนเลยด้วยซ้ำ!”
สิ้นคำกล่าวของเสี่ยวไป๋ ต้นอ่อนสีเขียวขจีก็เริ่มผุดขึ้นมาจากผืนทราย และเพียงชั่วพริบตา ต้นอ่อนเหล่านั้นก็เติบโตสูงขึ้นถึงหนึ่งชุ่น แตกกิ่งก้านสาขาใบสีเขียวมรกตออกมาให้เห็น...