เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 12: 【อ่านฟรี!】 กราบไหว้ฝากตัวเข้าสู่สำนัก

EP 12: 【อ่านฟรี!】 กราบไหว้ฝากตัวเข้าสู่สำนัก

EP 12: 【อ่านฟรี!】 กราบไหว้ฝากตัวเข้าสู่สำนัก


EP 12: อ่านฟรี! กราบไหว้ฝากตัวเข้าสู่สำนัก

บนเรือเหาะบัดนี้หลงเหลือเพียงเย่หลิน นักพรตเสวียนหลิง และหลินเสี่ยวซินเท่านั้น

นักพรตเสวียนหลิงหันไปสั่งการหลินเสี่ยวซินด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เสี่ยวซิน เจ้าจงนำตัวเขาไปยังหอศิษย์รับใช้ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเข้าสำนักเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ”

หลินเสี่ยวซินค้อมกายรับคำสั่งอย่างนอบน้อม “รับบัญชาเจ้าค่ะ”

ทันทีที่กล่าวจบ ร่างของนักพรตเสวียนหลิงก็แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงพุ่งทะยานหายลับเข้าไปในความมืดมิดแห่งยามราตรี ด้วยช่องว่างของระดับพลังที่ห่างไกลกันเกินไป เย่หลินจึงไม่อาจมองออกเลยว่านักพรตเสวียนหลิงใช้เคล็ดวิชาใดในการจากไป

เย่หลินประสานมือโค้งคารวะไปยังทิศทางที่นักพรตเสวียนหลิงจากไป “น้อมส่งศิษย์อา” นักพรตเสวียนหลิงเคยมีเมตตามอบโอสถวิเศษให้แก่เขา เย่หลินจึงรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่เสมอ

ดูเหมือนหลินเสี่ยวซินจะยังไม่อาจสลัดหลุดจากความโศกเศร้าที่น้องสาวแท้ๆ ถูกมารร้ายลักพาตัวไปได้ นางไม่มีกะจิตกะใจจะสนทนากับเย่หลิน มือเรียวบางของนางคว้าหมับเข้าที่แขนของเด็กหนุ่ม

เย่หลินรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงลูกเจี๊ยบตัวน้อยที่ถูกดรุณีรูปร่างบอบบางผู้นี้หิ้วปีกขึ้นมาอย่างง่ายดาย จากนั้นหลินเสี่ยวซินก็พาเขากระโดดขึ้นเหยียบกระบี่เหินเวหา พุ่งทะยานหายลับไปในม่านราตรีอย่างรวดเร็ว

ในระหว่างที่โบยบินด้วยความเร็วสูง เย่หลินได้ยินเพียงเสียงลมพัดอื้ออึงอยู่ข้างหู กระแสลมกรรโชกแรงจนเขาไม่อาจลืมตาขึ้นได้ ในขณะเดียวกัน กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของดรุณีแรกแย้มก็โชยมาปะทะจมูก โอบล้อมตัวเขาไว้อย่างแนบแน่น

ทำให้ก้อนเนื้อในอกของเย่หลินเต้นรัวขึ้นมาเล็กน้อย ตั้งแต่เกิดมาในฐานะบ่าวรับใช้ผู้ต่ำต้อย เขาเคยได้กลิ่นหอมชื่นใจเช่นนี้จากบรรดาคุณหนูและฮูหยินผู้สูงศักดิ์เพียงในระยะไกลเท่านั้น ไม่เคยได้สูดดมในระยะประชิดเช่นนี้มาก่อน

ทว่าเย่หลินก็ไม่ได้คิดอกุศลอันใด เขาเพียงแค่รู้สึกว่ามันเป็นกลิ่นที่หอมชื่นใจยิ่งนัก

เวลาผ่านไปไม่นาน ความเร็วของกระบี่ก็เริ่มลดลง เย่หลินจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นได้ บัดนี้หลินเสี่ยวซินได้พาเขามาถึงลานกว้างที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน รอบลานกว้างมีผู้ฝึกตนในอาภรณ์ของสำนักไท่เสวียนยืนประจำการคุ้มกันอยู่อย่างแน่นหนา

เย่หลินมองเห็นเด็กหนุ่มสาววัยสิบกว่าปีนับร้อยคนรวมตัวกันอยู่ที่นี่ บางคนสวมใส่อาภรณ์หรูหราประดับกระบี่เหล็กนิลไว้ข้างกาย ในขณะที่บางคนก็สวมใส่เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบปะชุนรุ่งริ่งเฉกเช่นเดียวกับเขา เด็กเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีรากวิญญาณจากทั่วทุกสารทิศในราชวงศ์ต้าเสวียน

หลินเสี่ยวซินพาเย่หลินร่อนลงจอดบนลานกว้างอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่หันมามองด้วยความประหลาดใจ นางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “ศิษย์น้องเย่ เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ประเดี๋ยวจะมีผู้ดูแลจากหอศิษย์รับใช้มารับตัวเจ้าไปดำเนินการตามขั้นตอน”

ยังไม่ทันที่เย่หลินจะได้เอ่ยปากขอบคุณ หลินเสี่ยวซินก็บังคับกระบี่เหินเวหาหายลับไปในความมืดเสียแล้ว

เย่หลินเดินไปต่อท้ายแถวของกลุ่มเด็กที่สวมเสื้อผ้าซอมซ่อ ซึ่งมักจะเป็นลูกหลานของชาวบ้านธรรมดา ส่วนกลุ่มเด็กที่สวมเสื้อผ้าหรูหราซึ่งเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่นั้น มักจะยืนอยู่ด้านหน้าแถว

เหล่าเด็กหนุ่มสาวต่างจับกลุ่มคุยกันอย่างตื่นเต้น พวกเขาน่าจะเดินทางกลับมายังสำนักไท่เสวียนอย่างราบรื่น ไม่ได้เผชิญกับการซุ่มโจมตีของมารร้ายเฉกเช่นเดียวกับกลุ่มของเขา

ระหว่างนั้นก็มีศิษย์สำนักไท่เสวียนนำพาเด็กๆ กลุ่มใหม่เดินทางมาถึงอย่างต่อเนื่อง เมื่อจำนวนคนบนลานกว้างเพิ่มขึ้นเป็นหกเจ็ดร้อยคน ท้องฟ้าก็เริ่มทอแสงรำไร กลุ่มผู้ฝึกตนในอาภรณ์สำนักไท่เสวียนก็ปรากฏตัวขึ้น

ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดคือชายชราผมขาวโพลน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเมตตา เขาทอดสายตามองเด็กๆ พลางเอ่ยขึ้น “เด็กๆ เอ๋ย ข้าคือผู้ดูแลหอศิษย์รับแห่งนี้ พวกเจ้าจงเข้าแถวให้เป็นระเบียบ”

“เพียงแค่ผ่านการตรวจสอบจากกระจกส่องปีศาจ พวกเจ้าก็จะได้รับป้ายหยกประจำตัว และถือเป็นการกราบไหว้ฝากตัวเข้าเป็นศิษย์รับใช้แห่งสำนักไท่เสวียนอย่างเป็นทางการ”

สิ้นคำกล่าว เหล่าเด็กหนุ่มสาวก็รีบจัดแถวอย่างรวดเร็ว บัดนี้เย่หลินเข้าใจแล้วว่าเหตุใดพวกลูกหลานตระกูลใหญ่จึงมักจะไปยืนอยู่ด้านหน้าแถว นั่นก็เพื่อที่จะได้ผ่านการตรวจสอบและเข้าสำนักได้รวดเร็วกว่าลูกหลานชาวบ้านธรรมดานั่นเอง

เย่หลินไม่ได้รู้สึกร้อนใจอันใด เขาเดินไปต่อท้ายแถวอย่างสงบ ผู้ดูแลหอศิษย์รับใช้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ กระจกทองเหลืองที่เปล่งแสงสีเงินยวงก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

หึ่ง!... กระจกทองเหลืองลอยขึ้นจากมือของผู้ดูแล โดยคว่ำหน้ากระจกลงสู่เบื้องล่าง

ฟิ้ว!... ผู้ดูแลชี้นิ้วไปยังกระจก ลำแสงสีน้ำเงินพลันพุ่งเข้าสู่ตัวกระจก แสงจากกระจกสว่างจ้าขึ้น ขนาดของมันขยายใหญ่ขึ้นจนเท่ากับกระด้งฝัดข้าว

“เงาปีศาจ ไอสวรรค์ จงเผยตัวตนออกมา บัดเดี๋ยวนี้!” ผู้ดูแลตวาดก้อง

กระจกทองเหลืองเปล่งแสงเจิดจ้า ลอยผ่านเหนือศีรษะของเด็กหนุ่มสาวที่อยู่หน้าแถวไปทีละคน โดยเว้นระยะห่างเพียงไม่กี่ชุ่น เย่หลินเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย กระจกบานนี้น่าจะมีไว้สำหรับตรวจจับไอมารและไอปีศาจ

เพื่อป้องกันมิให้ผู้ฝึกตนสายมารหรือปีศาจจำแลงกายแฝงตัวเข้ามาในสำนักไท่เสวียน ทว่าในช่วงที่ผ่านมา เขาได้คลุกคลีใกล้ชิดกับเสี่ยวเฉียงและเสี่ยวไป๋อยู่บ่อยครั้ง

เสี่ยวเฉียงสามารถลอกคราบและปลดเปลื้องกางเกงของผู้ฝึกตนในยุทธภพได้อย่างแนบเนียน ส่วนเสี่ยวไป๋ก็สามารถอ่านออกเขียนได้ เห็นได้ชัดว่าพวกมันทั้งสองได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของสัตว์ธรรมดาและกลายเป็นปีศาจไปแล้ว เย่หลินไม่ต้องการให้กระจกบานนี้ค้นพบความลับของแหวนโบราณจักรพรรดิแมลง

ทว่าความกังวลของเขากลับสูญเปล่า เมื่อกระจกทองเหลืองลอยผ่านเหนือศีรษะของเขา มันก็ไม่ได้หยุดนิ่งหรือเปล่งแสงประหลาดใดๆ ออกมา เย่หลินผ่านการตรวจสอบไปได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค

ที่ด้านหน้าแถว เด็กหนุ่มสาวที่ผ่านการตรวจสอบต่างพากันเดินเข้าไปลงทะเบียนรับป้ายหยกประจำตัวจากผู้ดูแล พร้อมกันนั้น พวกเขายังได้รับอาภรณ์สำนักไท่เสวียนที่ตัดเย็บอย่างประณีต ถุงเฉียนคุน ตำราเรียนกองโต และกระบี่เหล็กนิลคนละหนึ่งเล่ม

เนื่องจากเย่หลินยืนอยู่ท้ายแถว กว่าจะถึงคิวของเขาก็ปาเข้าไปยามสาย ผู้ดูแลลูบเคราขาวพลางแย้มยิ้มให้เย่หลิน “เจ้าคือเย่หลิน เด็กหนุ่มที่เสวียนหลิงช่วยชีวิตไว้ใช่หรือไม่?”

เย่หลินค้อมกายตอบอย่างนอบน้อม “เรียนท่านผู้ดูแล ผู้น้อยคือเย่หลินขอรับ”

ผู้ดูแลพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะค้นหาป้ายหยกจากกองป้ายนับร้อยที่สลักชื่อ 'ศิษย์รับใช้สำนักไท่เสวียน เย่หลิน' ออกมาส่งให้ “หยดเลือดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเสียสิ!”

เย่หลินรีบกัดปลายนิ้วให้เลือดซึมออกมา ก่อนจะหยดลงบนป้ายหยก ป้ายหยกเปล่งแสงเรืองรองขึ้นวูบหนึ่ง เย่หลินสัมผัสได้ถึงความผูกพันอันลี้ลับระหว่างเขากับป้ายหยกชิ้นนี้

“นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าได้กลายเป็นศิษย์แห่งสำนักไท่เสวียนอย่างเป็นทางการแล้ว จงยึดมั่นในกฎเกณฑ์ของสำนัก ตั้งใจบำเพ็ญเพียร และถือเอาการสยบมารปราบปีศาจเพื่อผดุงคุณธรรมเป็นเป้าหมายสูงสุดในชีวิต”

เย่หลินค้อมกายคารวะอีกครั้ง “ศิษย์เย่หลิน ขอน้อมรับคำสั่งสอนของท่านผู้ดูแลขอรับ!”

ผู้ดูแลแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน “เด็กดี จงไปรับสิ่งของที่เหลือจากศิษย์พี่ของเจ้าเถิด”

เย่หลินเดินไปรับของจากศิษย์พี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้ดูแล เริ่มจากการรับอาภรณ์สำนัก ศิษย์พี่ผู้นี้มีสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก เพียงแค่กวาดตามอง เขาก็สามารถหยิบอาภรณ์ที่พอดีตัวเย่หลินมาให้ได้โดยไม่ต้องใช้สายวัด เห็นได้ชัดว่าเขาทำหน้าที่นี้มาอย่างโชกโชน

“ศิษย์น้อง นี่คืออาภรณ์วิญญาณของเจ้าสองชุด อาภรณ์ของสำนักไท่เสวียนสามารถขับไล่ยุงและแมลงร้าย ป้องกันฝุ่นละออง ทนทานต่อเปลวเพลิงและสายน้ำ ทว่าเจ้าจะต้องบำเพ็ญเพียรจนบรรลุถึงขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับหนึ่งเสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานคุณสมบัติเหล่านี้ได้”

“ยิ่งระดับพลังของเจ้าสูงส่งและปราณแข็งแกร่งมากเพียงใด อานุภาพของอาภรณ์ก็จะยิ่งทวีคูณ หากในวันข้างหน้าร่างกายของเจ้าเติบโตขึ้น ก็สามารถนำอาภรณ์ชุดเก่ามาเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ที่หอศิษย์รับใช้”

“แต่หากปรารถนาอาภรณ์ที่มีระดับสูงขึ้นและเปี่ยมล้นด้วยคุณสมบัติพิเศษ ก็จำต้องใช้แต้มความดีความชอบไปแลกเปลี่ยนที่หอจารึกความดีความชอบ ป้ายหยกประจำตัวของเจ้าจะเป็นตัวบันทึกแต้มเหล่านั้นเอง”

เย่หลินรับอาภรณ์ชุดใหม่เอี่ยมมาด้วยความตื่นเต้นยินดี ก่อนจะค้อมกายขอบคุณศิษย์พี่ นี่คือเสื้อผ้าที่ล้ำค่าและงดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมาในชีวิต

จบบทที่ EP 12: 【อ่านฟรี!】 กราบไหว้ฝากตัวเข้าสู่สำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว