- หน้าแรก
- เกิดใหม่เพื่อเป็นใหญ่กว่าใคร
- บทที่ 72 ตื่นเช้ามาโด๊ปหอยนางรม
บทที่ 72 ตื่นเช้ามาโด๊ปหอยนางรม
บทที่ 72 ตื่นเช้ามาโด๊ปหอยนางรม
วันที่สอง ฉู่เสี้ยวซิ่นกลับมาที่โรงแรมตู้หลี่ซือเพื่อทานอาหารเช้ากับซ่งเทียนเย่าตามคาด และนำเงินหนึ่งแสนเหรียญมาด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่ได้มาคนเดียว แต่มีลุงเอิน พ่อบ้านของตระกูลฉู่เดินทางมาพร้อมกับฉู่เสี้ยวซิ่นด้วยตนเอง และได้มอบเงินหนึ่งแสนเหรียญพร้อมกับสัญญากู้ยืมที่เป็นชื่อของฉู่เสี้ยวซิ่นให้กับซ่งเทียนเย่าต่อหน้าฉู่เสี้ยวซิ่น
ซ่งเทียนเย่าคิดในใจว่า ถ้าเปลี่ยนจากฉู่เสี้ยวซิ่นเป็นฉู่เสี้ยวจงในตอนนี้ ฉู่เสี้ยวจงคงรู้สึกเหมือนโดนพ่อตัวเองตบหน้าจนบวมฉึ่ง แสบร้อนไปหมดแล้ว แต่ดูจากท่าทางที่ไม่ยี่หระอะไรเลยของฉู่เสี้ยวซิ่น ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้านายของเขาคงไม่ได้คิดถึงความหมายแฝงที่ลุงเอินเดินทางมาส่งเงินเป็นเพื่อนเลยแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าฉู่เย่าจงไม่พอใจที่ฉู่เสี้ยวซิ่นเพิ่งจะมารู้เรื่องการติดสินบนเจ้าหน้าที่กรมพาณิชย์ของบริษัทลี่คังก็ตอนที่ซ่งเทียนเย่าจะต้องใช้เงิน ดังนั้นจึงให้ลุงเอินเป็นคนเอาเงินมาส่งให้ซ่งเทียนเย่า เพื่อเป็นการกระตุ้นต่อมความหยิ่งทะนงของฉู่เสี้ยวซิ่นสักนิด จะได้หันมาใส่ใจบริษัทการค้าลี่คังให้มากขึ้นหน่อย
น่าเสียดายความหวังดีของฉู่เย่าจง เพราะคุณชายรองของเขาคนนี้ พอรอให้ลุงเอินวางเงินและสัญญากู้ยืมลง แล้วบอกลาพวกเขาทั้งสองคน ก็ยังยิ้มแย้มโบกมือลาลุงเอิน โดยไม่รู้สึกถึงความอับอายเลยแม้แต่นิดเดียว
ฉู่เสี้ยวซิ่นกวักมือเรียกบริกรให้ช่วยไปทอดหอยนางรมมาให้สองตัว ซ่งเทียนเย่าหยิบกระเป๋าหนังที่เตรียมไว้ออกมาเก็บเงินและสัญญากู้ยืมให้เรียบร้อย แล้วถามด้วยความประหลาดใจ "เมื่อคืนคุณไม่ได้กลับไปนอนบ้านเหรอ? ไม่ได้แตะต้องคุณจูดี้เลย ทำไมต้องโด๊ปหอยนางรมด้วยล่ะ?"
"เด็กน้อยเอ๊ย อย่ามายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่เลย ฟังมากเดี๋ยวเลือดกำเดาก็ไหลหรอก" ฉู่เสี้ยวซิ่นหัวเราะฮ่าๆ แล้วพูดหยอกล้อซ่งเทียนเย่า
พอเห็นรอยยิ้มที่สดใสของฉู่เสี้ยวซิ่น อันที่จริงในใจซ่งเทียนเย่าก็แอบอิจฉาเจ้านายคนนี้อยู่บ้าง สำหรับเจ้านายคนนี้แล้ว บนโลกใบนี้มีแค่สองช่วงเวลาเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด หนึ่งคือตอนที่กระเป๋าตังค์แฟบแล้วต้องกลับบ้านไปขอเงิน แล้วโดนพ่อกับพี่ใหญ่บ่น สองคือตอนที่ใครก็ตามมาคุยเรื่องธุรกิจกับเขาอย่างจริงจัง
เวลาอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ คุณชายรองตระกูลฉู่คนนี้ก็คือคนสบายๆ ไร้กังวลอย่างแท้จริง และฉู่เสี้ยวซิ่นก็ใช่ว่าจะไร้ความรู้ไปเสียหมด ถึงแม้จะไม่มีหัวด้านการค้า แต่ถ้าพูดถึงอุปรากรจีนกวางตุ้ง เพลง หรือภาพยนตร์ ซึ่งเป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงแล้วล่ะก็ เขาสามารถวิจารณ์ได้อย่างเป็นฉากเป็นตอน ประกอบกับนิสัยที่ร่าเริงและใจกว้าง ซ่งเทียนเย่าเชื่อเลยว่าถ้าอยู่ในยุคสาธารณรัฐจีน ฉู่เสี้ยวซิ่นจะต้องเป็นเพลย์บอยทรงเสน่ห์แบบคุณชายหยวนหานอวิ๋นแห่งเทียนจินอย่างแน่นอน
พูดให้ฟังดูแย่หน่อยก็คือคนไม่เอาไหน แต่อันที่จริงแล้ว เกรงว่าเวลาดึกสงัด ฉู่เสี้ยวจงก็คงจะแอบอิจฉาน้องชายที่ไม่เอาไหนคนนี้ ที่ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี
ซ่งเทียนเย่าไม่ใส่ใจ หยิบบุหรี่ออกมายื่นให้ฉู่เสี้ยวซิ่นมวนหนึ่ง แล้วพูดว่า "ผมเลือดกำเดาไหลเหรอ? ห่วงตัวเองเถอะน่า เพิ่งจะเช้าตรู่ก็โด๊ปหอยนางรมแล้ว ระวังหัวใจวายคาอกนะ"
"กบฏเหรอ! กล้าล้อเจ้านายตัวเองเรอะ? อยากให้ฉันงดจ่ายเงินเดือนนายใช่ไหม?" ฉู่เสี้ยวซิ่นจุดบุหรี่แล้วถลึงตาใส่ซ่งเทียนเย่า
ซ่งเทียนเย่าตบกระเป๋าหนังข้างมือ "งดไปเลยสิ ผมไม่แคร์หรอก อย่างมากก็แค่หอบเงินแสนนึงหนีไปเสวยสุขที่ญี่ปุ่นสักพักแล้วค่อยกลับมาเยี่ยมคุณ ยังไงชื่อบนสัญญากู้ยืมก็เป็นชื่อคุณ ไม่ใช่ผม ถึงเวลาประธานฉู่มาทวงหนี้ เขาก็ทวงกับคุณคนเดียว"
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังรออาหารเช้าและคุยเล่นกันอยู่ แองจี้ เพอร์ริส ก็เดินเข้ามาทางประตูร้านอาหาร เธอยังคงสวมชุดเดิมเหมือนเมื่อคืน ซ่งเทียนเย่าขยิบตาให้ฉู่เสี้ยวซิ่น "นี่ เจ้านาย มานั่งข้างๆ ผมสิ"
ฉู่เสี้ยวซิ่นที่นั่งหันหลังให้ประตูยังไม่เห็นแองจี้ เพอร์ริส พอเห็นสีหน้าของซ่งเทียนเย่า เขาก็ขมวดคิ้ว "นั่งตรงข้ามกันคุยง่ายกว่าไม่ใช่เหรอ นายไม่ใช่ผู้หญิงนะ ฉันจะไปนั่งใกล้ๆ นายทำไม?"
"ทนายฝรั่งสาวไง คุณไม่อยากเห็นชัดๆ หรือไง" ซ่งเทียนเย่าพยักพเยิดไปทางประตูร้าน ฉู่เสี้ยวซิ่นหันขวับไปมองแวบหนึ่ง แล้วก็รีบลุกมานั่งข้างๆ ซ่งเทียนเย่าอย่างว่าง่าย ปล่อยที่นั่งฝั่งตรงข้ามให้ว่าง
ซ่งเทียนเย่ายกมือขึ้นเรียกแองจี้ เพอร์ริส "ทางนี้ครับ"
แองจี้ เพอร์ริส เดินเข้ามาอย่างสง่างาม เธอมองซ่งเทียนเย่า สลับกับมองฉู่เสี้ยวซิ่นที่อยู่ข้างๆ แล้วส่งยิ้มให้ซ่งเทียนเย่า "อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณซ่ง"
"นี่คือเจ้านายของลี่คัง คุณฉู่เสี้ยวซิ่นครับ" ซ่งเทียนเย่าแนะนำฉู่เสี้ยวซิ่นที่อยู่ข้างๆ ให้แองจี้ เพอร์ริส รู้จักก่อน แล้วหันไปพูดกับฉู่เสี้ยวซิ่น "และนี่ก็คือทนายความแองจี้ เพอร์ริส ที่ผมเคยเล่าให้คุณฟังครับ"
ฉู่เสี้ยวซิ่นลุกขึ้นยืน ท่าทีขี้เล่นตอนที่คุยกับซ่งเทียนเย่าเมื่อกี้ถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เขายื่นมือไปทางสาวอังกฤษด้วยท่าทางเคร่งขรึมและสุภาพบุรุษสุดๆ "ผมฉู่เสี้ยวซิ่นครับ สวัสดีครับ ทนายความเพอร์ริส"
แองจี้ เพอร์ริส จับมือกับฉู่เสี้ยวซิ่น ก่อนจะนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามของทั้งสองคน พอดีกับที่บริกรยกหอยนางรมทอดสองตัวมาเสิร์ฟ แองจี้ เพอร์ริส มองดูหอยนางรมด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนเธอจะสงสัยว่าใครกันที่มีความอยากอาหารดีขนาดนี้ ถึงได้กินของแบบนี้ตั้งแต่เช้าตรู่
ฉู่เสี้ยวซิ่นไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาสั่งให้บริกรยกหอยนางรมไปวางตรงหน้าซ่งเทียนเย่า แถมยังทำน้ำเสียงจริงจังเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่สั่งสอนผู้น้อยว่า
"อาเย่า ของพวกนี้น่ะกินให้น้อยๆ หน่อย กินมากไปเดี๋ยวเลือดกำเดาก็ไหลหรอก"
ซ่งเทียนเย่าพยักหน้า ตอบรับสั้นๆ หยิบส้อมขึ้นมาจิ้มหอยนางรมชิ้นหนึ่งส่งเข้าปากพลางพูดว่า "ฝรั่งเขาฟังภาษากวางตุ้งไม่ค่อยออกหรอก ไม่รู้หรอกว่าเลือดกำเดาไหลแปลว่าอะไร ถ้าอยากจะจีบ ก็พยายามพูดภาษาอังกฤษสิลูกพี่"
พอได้ยินประโยคนี้ ฉู่เสี้ยวซิ่นก็หมดอารมณ์ทันที ทักษะการพูดภาษาอังกฤษของเขาน่ะ ต่อให้พูดช้าๆ บริกรของโรงแรมตู้หลี่ซือก็ยังแทบจะฟังไม่ออกเลยว่าเขากำลังพูดอะไร จะให้เขาไปใช้ภาษาอังกฤษจีบฝรั่งสาว มันยากเกินไปจริงๆ
ประกอบกับเห็นว่าซ่งเทียนเย่าไอ้เวรนี่ดันกินหอยนางรมทอดสองตัวที่เขาสั่งไปจนหมดเกลี้ยงจริงๆ ฉู่เสี้ยวซิ่นก็ยิ่งหงุดหงิด เขาดื่มกาแฟไปแก้วหนึ่ง กินเค้กฝรั่งเศสไปชิ้นหนึ่งแล้วก็ลุกขึ้นยืน หลังจากกล่าวลาแองจี้ เพอร์ริส แล้ว เขาก็ไม่ลืมหันไปพูดกับซ่งเทียนเย่าว่า "ระดับสูงจริงๆ ฉันจีบไม่ติดก็ไม่เป็นไร นายพยายามเข้าก็แล้วกัน ฉันไปคัดเลือกสาวงามที่โรงหนังต่อดีกว่า ไอ้บ้าเอ๊ย นายไม่รู้จักบอกว่ากินสองตัวไม่หมด แล้วแบ่งให้ฉันสักตัวหรือไง"
รอจนฉู่เสี้ยวซิ่นเดินจากไป แองจี้ เพอร์ริส ถึงได้พูดกับซ่งเทียนเย่าว่า "อันที่จริง ฉันฟังคำว่าเลือดกำเดาไหลกับฝรั่งสาวออกนะคะ"
ซ่งเทียนเย่าเช็ดปาก แล้วตบกระเป๋าหนังข้างตัวเบาๆ เมื่อรวมกับเงินสามหมื่นเหรียญที่ฉู่เสี้ยวซิ่นให้มาก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขามีเงินสดในมือถึงหนึ่งแสนสองหมื่นหกพันเหรียญฮ่องกง ในยุคนี้ ถือว่าเป็นเงินก้อนโตทีเดียว เงินหนึ่งแสนสองหมื่นนี้สามารถซื้อตึกแถวได้สบายๆ สองตึก ต่อให้ทำตัวเป็นแค่เสือนอนกินเก็บค่าเช่าไปวันๆ ก็อยู่ดีกินดีไปตลอดชีวิตแล้ว เมื่อก่อนมีแต่ฉู่เสี้ยวซิ่นที่เป็นคนใช้เงิน แต่ตอนนี้ เปลี่ยนเป็นซ่งเทียนเย่าที่เตรียมจะใช้เงินบ้างแล้ว
"ช่วงเช้าคุณไปเดินเล่นที่ตลาดดอกไม้มงก๊กนะ ซื้อไม้กระถางที่คุณชอบและดูเหมือนว่าได้รับการดูแลมาอย่างดีสักสองสามกระถาง การไปหาซื้อไม้กระถางแบบกะทันหัน มันยากที่จะได้ของมีราคาและถูกใจในทันที ก็ทำได้แค่เลือกตามความชอบของคุณนั่นแหละ ยังไงคุณก็ต้องไปที่สมาคมการสวนเพื่อทำความรู้จักกับภรรยารองอธิบดีคนนั้น อย่างน้อยก็ต้องมีดอกไม้ติดไม้ติดมือไปบ้าง" ซ่งเทียนเย่าไม่ได้สนใจเรื่องที่อีกฝ่ายฟังคำหยอกล้อภาษาจีนออก เขาหยิบเงินห้าพันเหรียญออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วบอกแองจี้ เพอร์ริส ว่า
"เงินก้อนนี้พอให้คุณไปตลาดดอกไม้ตอนเช้า แล้วตอนบ่ายก็ไปที่สมาคมการสวนเพื่อสืบดูให้แน่ชัดว่า ตอนนี้รองอธิบดีคนนั้นกำลังต้องการอะไรกันแน่ ตอนเย็นเอามาบอกผม ผมจะจัดการเอง อย่างช้าที่สุดคือคืนพรุ่งนี้ ผมจะต้องทำให้คุณฉู่กับสือจื้ออี้ได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารเดียวกันให้ได้"