- หน้าแรก
- เกิดใหม่เพื่อเป็นใหญ่กว่าใคร
- บทที่ 71 โปรดเข้าใจ
บทที่ 71 โปรดเข้าใจ
บทที่ 71 โปรดเข้าใจ
ขนาดทนายความสาวชาวอังกฤษที่แต่งตัวเซ็กซี่เย้ายวนแถมยังเมาได้ที่ ซ่งเทียนเย่ายังไม่มีอารมณ์จะเข้าไปจีบเลย นับประสาอะไรกับหญิงสาวอาชีพบริการที่เฉินจูดี้พามา ตอนนี้ซ่งเทียนเย่ายิ่งหมดความสนใจ เขาแค่พยักหน้าส่งๆ แล้วก็ปล่อยเธอทิ้งไว้ข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ
เขามาพบฉู่เสี้ยวซิ่น ไม่ใช่เพื่อมาหลีหญิงหรือจีบสาว แต่เพื่อจะคุยเรื่องของสือจื้ออี้ รองอธิบดีกรมพาณิชย์ให้ฉู่เสี้ยวซิ่นเข้าใจแจ่มแจ้ง ถึงแม้ฉู่เสี้ยวซิ่นจะเชื่อใจเขา แต่ปัญหาที่พัวพันกับเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะแก้ได้ด้วยความเชื่อใจของฉู่เสี้ยวซิ่นเพียงอย่างเดียว
ฉู่เย่าจงคือพ่อค้าชาวแต้จิ๋วอันดับหนึ่ง เป็นถึงผู้ทรงคุณวุฒิแห่งสันติภาพ (Justice of the Peace) ฐานะระดับนั้นต่อให้แค่ไปเดินเล่นหน้าสำนักเลขาธิการอาณานิคมหรือศาลาว่าการเมือง ก็มากพอที่จะทำให้อธิบดีหรือผู้อำนวยการต้องลงมาต้อนรับด้วยตัวเอง ในช่วงเทศกาลต่างๆ ไม่แน่ว่าผู้ว่าการเกาะฮ่องกงอาจจะส่งคนนำบัตรเชิญมาเชิญฉู่เย่าจงไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำด้วยซ้ำ
สำหรับเรื่องที่ว่าใครจะมาเป็นรองอธิบดีกรมพาณิชย์ ฉู่เย่าจงไม่จำเป็นต้องกระตือรือร้นเหมือนที่ซ่งเทียนเย่าเป็นอยู่ในตอนนี้เลย ดังคำกล่าวที่ว่า 'สถานะเป็นตัวกำหนดท่าที' เมื่อก้าวขึ้นมาถึงจุดที่ฉู่เย่าจงยืนอยู่ รองอธิบดีอาจจะต้องเป็นฝ่ายมาประจบประแจงฉู่เย่าจงด้วยซ้ำ เพราะถ้าฉู่เย่าจงเกิดไม่พอใจและแตกหักขึ้นมา เขาสามารถสั่งให้ร้านค้าของชาวจีนในฮ่องกงอย่างน้อยหนึ่งในสามปิดกิจการประท้วง ให้กรรมกรท่าเรือนัดหยุดงาน และให้เรือสินค้าจอดนิ่งสนิทอยู่ที่ท่าได้เลย พูดแบบนี้ไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย ในฐานะผู้นำกลุ่มคนแต้จิ๋ว ฉู่เย่าจงสามารถทำได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ในฐานะนักธุรกิจ เขาจะไม่ทำแบบนั้นก็เท่านั้น
และก็เพราะเหตุนี้ เงินก้อนนี้ฉู่เสี้ยวซิ่นจึงสามารถไปเขียนสัญญากู้ยืมกับฉู่เย่าจงได้ หรือจะไปเขียนสัญญากู้ยืมกับคุณลุงคุณอาคนอื่นๆ ก็ได้ มีเพียงอย่างเดียวที่ทำไม่ได้ คือการเดินกลับบ้านไปหยิบเงินออกมาดื้อๆ
สภาพแวดล้อมของตระกูลฉู่ ซ่งเทียนเย่ารู้ดีแก่ใจ ฉู่เสี้ยวจงต้องเป็นผู้สืบทอดแน่นอน ส่วนฉู่เสี้ยวซิ่นเจ้านายของเขาคนนี้ไม่มีหวังเลยสักนิด ลองเปลี่ยนให้เขาไปอยู่ในตำแหน่งของฉู่เย่าจง เขาก็คงไม่มีทางมอบธุรกิจของตระกูลให้กับลูกล้างลูกผลาญที่รู้จักแต่โปรยเงินในสถานบันเทิงหรอก ยิ่งไปกว่านั้น ข้างกายลูกล้างลูกผลาญคนนี้ยังมีคนนอกตระกูลที่เขายอมเชื่อฟังทุกอย่างอยู่อีกคนด้วย
ดังนั้น สู้ตอนนี้แสดงท่าทีให้ฉู่เย่าจงเห็นไปเลยดีกว่าว่า เงินก้อนนี้ถือเป็นการกู้ยืม แต่ผลประโยชน์ทั้งหมดของบริษัทลี่คังในภายภาคหน้า จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลฉู่มากนัก เป็นของฉู่เสี้ยวซิ่นเพียงคนเดียว และเมื่อธุรกิจค่อยๆ เติบโตขึ้น ก็ถือโอกาสนี้ตัดหนทางไม่ให้ฉู่เสี้ยวจงเข้ามาสอดมือยุ่งเกี่ยวได้อีกเลย
"กับพ่อฉันยังต้องพูดคำว่ายืมอีกเหรอ? ไม่ต้องทำตัวห่างเหินขนาดนั้นมั้ง?" ฉู่เสี้ยวซิ่นโอบเฉินจูดี้ที่นั่งอยู่บนตัก พลางพูดกับซ่งเทียนเย่า
ซ่งเทียนเย่าคีบบุหรี่แล้วพยักหน้าให้ฉู่เสี้ยวซิ่น "ไม่ใช่แค่ต้องบอกว่ายืมนะครับ แต่ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีสัญญากู้ยืม หรือถึงขั้นคิดดอกเบี้ยไปเลย คุณไปบอกประธานฉู่ เขาก็จะเข้าใจเอง และเขาจะต้องยอมควักเงินออกมาแน่ๆ"
"แล้วถ้าเกิดเขาไม่ยอมให้ยืมล่ะ? นายก็รู้นี่ว่าพ่อฉันน่ะไม่ค่อยจะสบอารมณ์ฉันมาแต่ไหนแต่ไร การที่เขาจะไม่ควักเงินออกมามันก็เป็นเรื่องปกตินะ" ฉู่เสี้ยวซิ่นพูดกับซ่งเทียนเย่า
ซ่งเทียนเย่ายกเบียร์ขึ้นจิบแล้วหัวเราะ "ไม่มีคำว่าถ้าเกิดหรอกครับ คุณแค่บอกไปว่า ถ้าประธานฉู่ไม่ยอมให้ยืม ซ่งเทียนเย่าก็เตรียมจะให้คุณยืมแทน รับรองว่าเขาให้ยืมแน่"
"ฉันเชื่อนาย งั้นเดี๋ยวพอดื่มเสร็จฉันก็กลับบ้านเลย ตอนนี้พ่อคงหลับไปแล้ว พรุ่งนี้เช้าตื่นมาค่อยไปคุยกับเขา จะให้ยืมเท่าไหร่ล่ะ?" ฉู่เสี้ยวซิ่นเห็นสีหน้ามั่นใจของซ่งเทียนเย่า ประกอบกับพอนึกย้อนไปตั้งแต่รู้จักกันมา ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องไหนที่ซ่งเทียนเย่าทายพลาดเลย เขาจึงเลิกเดาและตกปากรับคำทันที
ซ่งเทียนเย่าย้ำเตือนจุดสำคัญอีกครั้ง "ไม่เยอะครับ แสนเดียว สัญญากู้ยืมต้องมี ดอกเบี้ยก็มีได้ ถ้าคุณชายจงบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีสัญญากู้ยืม คุณก็บอกเขาไปเลยว่า ถ้าไม่มีสัญญา คุณก็ยอมไม่ยืมดีกว่า"
"รู้แล้วๆ ถ้าฉันต้องมานั่งคิดมากเหมือนนายทั้งวันทั้งคืน ฉันคงอยู่ไม่ถึงอายุสามสิบหรอก คงได้ปวดหัวตายไปก่อนแน่ๆ สาวสวยข้างๆ นายจะหลับอยู่แล้วนั่น หัดใส่ใจเอาอกเอาใจผู้หญิงซะบ้างสิ" ฉู่เสี้ยวซิ่นโบกมืออย่างรำคาญใจ แล้วชี้ไปที่นักร้องสาวที่นั่งอยู่ข้างซ่งเทียนเย่า พร้อมกับขยิบตาให้
ซ่งเทียนเย่าหันหน้าไปมองนักร้องสาวคนนั้น ก็เห็นว่าสีหน้าของเธอดูหงอยเหงาจริงๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะถูกซ่งเทียนเย่าเมินใส่ ทว่าเธอไม่ใช่นางระบำที่คอยนั่งดื่มนั่งเต้นกับแขก ต่อให้ไม่สามารถเทียบชั้นกับนักร้องเบอร์ต้นๆ ที่มีฉู่เสี้ยวซิ่นคอยทุ่มเงินสนับสนุนอย่างเฉินจูดี้ได้ แต่การได้มาร้องเพลงประจำที่ลี่ฉือการ์เด้น ก็ถือว่าเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร
ในเมื่อซ่งเทียนเย่าคุยธุระเสร็จแล้ว เขาก็ไม่ติดขัดที่จะหยอกล้อกับนักร้องสาวสักหน่อย เขาหันไปพูดกับฉู่เสี้ยวซิ่นว่า "เดี๋ยวผมจะเล่นมายากลให้ดู รับรองว่าคุณผู้หญิงคนนี้จะยิ้มหน้าบานขึ้นมาทันทีเลย"
พูดจบ เขาก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ล้วงเงินห้าร้อยเหรียญตบป้าบลงบนเรียวขาที่สวมถุงน่องของนักร้องสาวอย่างลวกๆ ลุกขึ้นยืนแล้วบอกฉู่เสี้ยวซิ่นว่า "ดึกมากแล้ว ผมกลับไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่โรงแรมตู้หลี่ซือ กินมื้อเช้าด้วยกันครับ"
"เฮ้ย! นายนมเธอก็ยังไม่ได้จับเลยนะ! โยนเงินให้ห้าร้อยดื้อๆ แบบนี้เนี่ยนะ?" ฉู่เสี้ยวซิ่นมองซ่งเทียนเย่าที่ลุกขึ้นเดินออกไป สลับกับมองนักร้องสาวที่ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด แล้วตะโกนไล่หลังซ่งเทียนเย่าไปว่า "ไอ้ลูกล้างลูกผลาญ! รู้งี้ว่านายโปรยเงินง่ายขนาดนี้ ให้ฉันยิ้มให้นายแล้วนายเก็บเงินมาให้ฉันดีกว่า!"
ซ่งเทียนเย่าแกล้งทำเป็นหยุดเดิน หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง "เอาสิครับ ห้าร้อยเหรียญซื้อรอยยิ้มคุณหนึ่งครั้ง เริ่มยิ้มเลยสิ ผมพร้อมจ่ายเสมอ"
"ไสหัวไป! ไสหัวไปนอนเลยไป! เห็นเจ้านายนายเป็นพวกขายรอยยิ้มหรือไง! พรุ่งนี้เจอกันตอนเช้า... เฮ้ย แล้วก็ ให้พี่ฝูขับรถไปส่งนายนะ พอเขากลับมาฉันก็ดื่มเสร็จพอดี จะได้นั่งรถกลับบ้าน" ฉู่เสี้ยวซิ่นคว้าซองบุหรี่บนโต๊ะปาใส่ซ่งเทียนเย่า พอเห็นซ่งเทียนเย่ารับไว้ได้ ก็หัวเราะด่าตบท้ายไปสองสามประโยค แล้วมองซ่งเทียนเย่าเดินจากไป
"เลขาของคุณนี่น่าสนใจดีนะคะ" หลังจากซ่งเทียนเย่าจากไป เฉินจูดี้ก็ลุกจากตักของฉู่เสี้ยวซิ่นกลับมานั่งข้างๆ รินเหล้าให้เขาแล้วพูดขึ้น
ฉู่เสี้ยวซิ่นพยักหน้า คาบบุหรี่พลางพูดว่า "เห็นหรือยังล่ะ อาเย่าน่ะดีทุกอย่าง เสียอยู่อย่างเดียว เรื่องเปย์ผู้หญิงเนี่ยไวกว่าเครื่องพิมพ์แบงก์ซะอีก เผลอลืมเตือนไปคำเดียว ก็โปรยเงินออกไปเป็นฟ่อนแล้ว ก่อนหน้านี้เขาคงจะขาดแคลนเงินมานาน ตอนนี้ก็เลยใช้เงินมือเติบไปหน่อย"
"เห็นคุณดีกับเลขาขนาดนี้ ความจริงแล้ว... ฉันมีน้องชายอยู่คนนึง ตอนนี้ยังไม่มีงานทำเลย คุณชายซิ่นคะ คุณพอจะฝากงานให้น้องชายฉันทำที่บริษัทของคุณได้ไหมคะ?" เฉินจูดี้สังเกตเห็นว่าแขกคนอื่นๆ ที่คอยทุ่มเงินให้เธอทยอยกลับไปเกินครึ่งแล้ว เธอจึงไม่สงวนท่าทีอีกต่อไป เอนร่างแนบชิดกับฉู่เสี้ยวซิ่นแล้วออดอ้อนถาม
ฉู่เสี้ยวซิ่นเบ้ปาก "ว้าว น้องชายเธอเหรอ? โผล่มาจากไหนเนี่ย? เธอสูบเงินฉันไปตั้งเยอะยังไม่พออีกเหรอ ถึงอยากจะให้น้องชายมาช่วยสูบอีกคนน่ะ?"
ที่เฉินจูดี้เกิดความโลภขึ้นมา ก็เป็นเพราะเห็นบทสนทนาระหว่างฉู่เสี้ยวซิ่นกับซ่งเทียนเย่านั่นแหละ เงินหนึ่งแสนเหรียญฮ่องกง! เลขาคนหนึ่งกลับกล้ายุยงให้ฉู่เสี้ยวซิ่นไปขอเงินที่บ้านตั้งหนึ่งแสนเหรียญฮ่องกง แถมเมื่อกี้เลขาอย่างซ่งเทียนเย่ายังควักเงินทิปให้นักร้องไปตั้งห้าร้อยเหรียญอย่างง่ายดาย ดูป๋าและมือเติบยิ่งกว่าพวกคุณชายลูกเศรษฐีทั่วไปซะอีก พวกคุณชายเวลาให้ทิปอย่างน้อยก็ต้องมีการจับมือ โอบเอว ฉวยโอกาสลวนลามบ้าง แต่ซ่งเทียนเย่ากลับโยนเงินห้าร้อยเหรียญให้เหมือนให้ทานขอทาน แม้แต่จะปรายตามองนักร้องสาวสักนิดเขายังขี้เกียจมองเลย
เลขาคนนึงจะมีเงินเยอะขนาดนี้ได้ยังไง? ต้องเป็นเพราะเห็นว่าฉู่เสี้ยวซิ่นไม่เอาถ่าน ก็เลยอาศัยความเชื่อใจยักยอกเงินของบริษัทมาแน่ๆ
ซ่งเทียนเย่ายักยอกเงินของฉู่เสี้ยวซิ่นได้ เฉินจูดี้ก็คิดว่าตัวเองทำได้เหมือนกัน ยังไงซะฐานะนักร้องอย่างเธอก็ไม่ได้หวังจะได้แต่งงานกับฉู่เสี้ยวซิ่นอยู่แล้ว กอบโกยเงินให้ได้เยอะๆ ต่างหากถึงจะเป็นเป้าหมายหลัก
"สรุปว่าคุณจะช่วยหรือไม่ช่วยล่ะคะ? ถ้าไม่ช่วยก็ช่างมันเถอะ ปล่อยให้น้องชายฉันไปขายผลไม้ต่อไปก็แล้วกัน" เฉินจูดี้สะบัดเสียงงอน หันหลังให้ประหนึ่งกำลังน้อยใจ "ทีกับเพื่อนกับลูกน้องล่ะดีแสนดี พอตาฉันทีไรก็เอาแต่ส่ายหน้าตลอด"
"เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องมาทำหน้างอใส่ฉันหรอกน่า ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไม่ช่วย เดี๋ยวอีกสองวันอาเย่าจะเป็นคนรับสมัครพนักงาน ฉันจะให้เขาจัดการให้ก็แล้วกัน" ฉู่เสี้ยวซิ่นโอบไหล่หญิงสาว รับปากส่งๆ ไป "มามะ มาดื่มเป็นเพื่อนฉันอีกสักสองสามแก้ว คืนนี้ฉันคงนอนด้วยไม่ได้นะ อาเย่าให้ฉันกลับบ้านไปเอาเงินน่ะ ต้องไปทำธุระสำคัญก่อน"