เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 354 จัดการเด็ดขาดรวดเร็ว

บทที่ 354 จัดการเด็ดขาดรวดเร็ว

บทที่ 354 จัดการเด็ดขาดรวดเร็ว


"มีเจตนาใดกันแน่!"

นักโทษประหารทั้งสองสบตากัน ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกัน "ใต้เท้า พวกเราไปปล้นขอรับ..."

ทั่วทั้งศาลว่าการตกอยู่ในความเงียบกริบ!

นายอำเภอหวังตวาดลั่น "มารดาพวกเจ้าเถอะ! คฤหาสน์โบราณบนถนนซานอินพวกเจ้าก็ยังกล้าปล้นงั้นหรือ!"

"คิดจะหลอกผู้ใดกัน!"

"โบยต่อ!"

พูดจบ นายอำเภอหวังก็ทำท่าจะหยิบติ้วไม้ บรรดาเจ้าหน้าที่ก็เตรียมพร้อมในทันที

"ใต้เท้าหวังช้าก่อนขอรับ!" สมุห์บัญชีเฉินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "ในเมื่อพวกเขายอมรับสารภาพแล้ว มิสู้หยุดตีไว้ก่อนดีหรือไม่ขอรับ"

สมุห์บัญชีเฉินพูดไปพลางขยิบตาให้นายอำเภอหวังไปพลาง

ความหมายนั้นชัดเจนยิ่งนัก หากต้องโดนโบยอีกยี่สิบไม้ ต่อให้ทั้งสองคนกิน 'ยาขนานแรง' เข้าไปก็ใช่ว่าจะทนไหว...

"ในเมื่อสมุห์บัญชีเฉินขอร้องให้ งั้นยี่สิบไม้นี้ก็ให้ติดไว้ก่อน!"

นายอำเภอหวังเองก็รู้สึกว่าตนทำเกินไปสักหน่อย จึงหาทางลงให้ตัวเอง "พวกเจ้า! จงเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนหลบหนีออกจากคุกอำเภอฉีหยางมาให้ละเอียดทุกถ้อยคำ!"

"หากมีคำเท็จแม้แต่ครึ่งคำ ห้องทรมานของอำเภอผู่หยางข้า ก็โหดเหี้ยมไม่แพ้ที่ใดหรอกนะ!"

"ข้าเล่าเองขอรับ"

ชายฉกรรจ์ตาเดียว 'เสนอตัวรับอาสา' หลังจากได้รับความเห็นชอบจากนายอำเภอหวัง เขาก็เริ่มเล่าตั้งแต่ตอนที่ไฉอู๋ซวงมาหาพวกเขา

เมื่อชายฉกรรจ์ตาเดียวเล่าถึงตอนที่ไฉอู๋ซวงต้องการส่งพวกเขาไปตายที่ถนนซานอิน ทั่วทั้งศาลว่าการก็พากันก่นด่าขึ้นมา

หลายคนยิ่งรู้สึกว่า นี่มันเป็นแผนการชั่วร้ายที่อำเภอฉีหยางคิดขึ้นมาอย่างชัดเจน คราวก่อนใช้แผนเปิดเผยไม่สำเร็จ คราวนี้เลยหันมาเล่นตุกติกแทน...

เมื่อได้ยินว่าไฉอู๋ซวงยกหินทุ่มทับเท้าตัวเองจนต้องจบชีวิตลง บางคนก็ทอดถอนใจ บางคนก็ร้องตะโกนสะใจ

ทว่า ปฏิกิริยาที่ตอบสนองรุนแรงที่สุดของทุกคน ก็ยังคงเป็นตอนที่ได้ยินชายฉกรรจ์ตาเดียวเล่าว่า พวกเขาตัดสินใจแยกย้ายกันลงมือ ไปปล้นร้านสัญญาและคฤหาสน์โบราณนิรนามนั่นเอง

บนใบหน้าของทุกคน ล้วนฉายแววประหลาดใจ สงสัย และถึงขั้นเลื่อมใสอยู่นิดๆ!

"พวกเจ้าสองคนเพิ่งร่อนเร่มาก่อคดีในพื้นที่โดยรอบของเมืองซวงตงได้ไม่นานใช่หรือไม่"

นายอำเภอหวังเอ่ยถามเช่นนั้น

ชายฉกรรจ์ตาเดียวพยักหน้า "ใช่ขอรับ มาได้ไม่นานก็โดนจับเลย ไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่นี่เท่าใดนัก"

"เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้ว" นายอำเภอหวังกล่าว "มิน่าเล่าพวกเจ้าถึงกล้าไปปล้นคฤหาสน์โบราณและร้านสัญญา"

"ใต้เท้า!" ชายฉกรรจ์ตาเดียวยิ้มขื่น "สถานที่นั้นมันมีผีสางจริงๆ นะขอรับ!"

"ที่ข้ายอมเล่าอย่างคล่องแคล่วเช่นนี้ ก็เป็นเพราะข้ากลัวว่าพวกท่านจะส่งข้ากลับไปที่นั่นจริงๆ..."

"เหลวไหล!"

นายอำเภอหวังตบไม้เคาะโต๊ะเสียงดังสนั่น "คฤหาสน์โบราณคือที่พำนักของเทพเซียน การที่พวกเจ้าสองคนมองเห็นสิ่งน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น ก็คือการลงทัณฑ์จากเทพเซียนอย่างไรเล่า!"

ชายฉกรรจ์ตาเดียว: ???

"เด็กๆ! คุมตัวพวกมันลงไป! ขังไว้ชั่วคราวก่อน!"

"ขอรับ!"

......

ณ ห้องโถงด้านข้างศาลว่าการ

"สมุห์บัญชีเฉิน เรื่องนี้ ข้าคาดว่าน่าจะไม่ใช่การสั่งการจากทางอำเภอฉีหยางและอำเภอหลูหยางหรอก"

"หากพวกเขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้ คงไม่ทำออกมาได้น่าเกลียดเช่นนี้แน่"

พูดพลางนายอำเภอหวังก็จิบน้ำชาไปอึกหนึ่ง

"ย่อมไม่ใช่แน่นอน" สมุห์บัญชีเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่ตอนที่พวกเขาส่งหนังสือประสานงานมาให้พวกเรา กลับระบุเพียงว่ามีนักโทษอุกฉกรรจ์สองคนหลบหนีไป ไม่ได้กล่าวถึงข่าวการตายของที่ปรึกษาไฉอู๋ซวงเลย"

"คิดดูแล้ว พวกเขาคงกลัวว่าหากข่าวรั่วไหลออกไป สิ่งที่ไฉอู๋ซวงกระทำลงไปจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาหนักยิ่งกว่าเดิม"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่พวกเขาเพิ่งใช้แผนเปิดเผยเสร็จสิ้น หากเรื่องของไฉอู๋ซวงหลุดรอดออกไป ต่อให้พวกเขาไม่ได้เป็นคนสั่งการ ก็จะกลายเป็นว่าพวกเขาเป็นคนสั่งการไปโดยปริยาย"

นายอำเภอหวังพยักหน้า "ข้าก็คิดเช่นนั้น น่าเสียดายที่พวกเขาคิดไม่ถึงว่า นักโทษประหารสองคนนี้ จะตกมาอยู่ในกำมือของอำเภอผู่หยางเรา"

"นี่แหละคือผลกรรม!" สมุห์บัญชีเฉินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "หากไม่ใช่เพราะพวกเขาเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน หวังจะทำร้ายอำเภอผู่หยางของเรา ก็คงไม่มีคนโง่อย่างไฉอู๋ซวงเกิดความคิดบรรเจิดขึ้นมาหรอก"

นายอำเภอหวังกล่าว "ข้าตั้งใจว่าจะรายงานเรื่องนี้พร้อมกับเรื่องคราวก่อนให้ผู้ว่าการสวีทราบ รายงานไปตามความเป็นจริง ดูสิว่าเขาจะจัดการอย่างไร"

สมุห์บัญชีเฉินกล่าว "ทำเช่นนี้ดีที่สุด จะได้ดูท่าทีของเขาด้วย..."

......

สิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ ผู้ว่าการสวีที่มักจะมีวิธีการจัดการค่อนข้างอนุรักษ์นิยมและประนีประนอมมาโดยตลอด หลังจากได้รับหนังสือรายงานจากอำเภอผู่หยาง กลับใช้เวลาเพียงสามวันในการกระทำเรื่องใหญ่ถึงสามเรื่อง

เรื่องแรกก็คือ สั่งปลดนายอำเภอแห่งอำเภอฉีหยางและอำเภอหลูหยางออกจากตำแหน่ง ว่ากันว่าการปลดจากตำแหน่งในครั้งนี้ยังเป็นการ 'ลงดาบก่อนค่อยรายงานทีหลัง' อีกด้วย...

นอกเหนือจากนายอำเภอแล้ว ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ล้วนได้รับโทษทัณฑ์ในระดับที่แตกต่างกันไป

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักโทษประหารอุกฉกรรจ์ทั้งสองคนนั้น

เดิมทีกำหนดการประหารชีวิตคนทั้งสองยังเหลือเวลาอีกกว่าสองเดือน แต่ผู้ว่าการสวีกลับออกคำสั่งโดยตรง ให้อำเภอผู่หยางจับคนทั้งสองไปตัดหัว จากนั้นให้นำศพแห่ประจานไปทั่วเมืองซวงตง!

เรื่องที่สาม ผู้ว่าการสวีเรียกประชุมสภาเมืองวาระฉุกเฉินเป็นการด่วน และได้ออกคำสั่งในที่ประชุมว่า ให้อำเภอทั้งยี่สิบหกแห่งยกเว้นอำเภอผู่หยาง ต้องเจียดเงินภาษีหนึ่งในสามของปีนี้ออกมา เพื่อสนับสนุนให้อำเภอผู่หยางเร่งพัฒนาและก่อสร้างย่านการค้าถนนซานอิน

ในที่ประชุม ไม่มีอำเภอใดกล้าเอ่ยปากปฏิเสธแม้แต่ครึ่งคำ ต่างพากันแสดงความเห็นชอบและสนับสนุน ซ้ำยังมีนายอำเภอบางคนแสดงความจำนงยินดีจะมอบเงินให้มากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ...

นอกจากนี้ ผู้ว่าการสวียังเสนอว่า จะเดินทางไปยังถนนซานอินด้วยตนเอง เพื่อจุดธูปกราบไหว้ที่คฤหาสน์โบราณ เป็นการขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วย 'จับกุม' นักโทษอุกฉกรรจ์ และช่วยคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของราษฎร...

ข้อเสนอนี้ ได้รับการตอบรับจากบรรดานายอำเภอจำนวนมากเช่นกัน ทุกคนต่างพากันแสดงความจำนงว่าจะขอร่วมเดินทางไปด้วย

แน่นอนว่า ในตอนนั้นพื้นที่ของอำเภอฉีหยางและอำเภอหลูหยางไม่มีนายอำเภอแล้ว ผู้ที่รักษาการแทนในตำแหน่งนายอำเภอชั่วคราว ก็คือสมุห์บัญชีซึ่งมีอำนาจรองลงมา

ระดับความกระตือรือร้นของพวกเขาทั้งสองนั้น แทบจะเทียบเท่ากับผู้ว่าการสวีเลยทีเดียว

ถึงขั้นมีคนหนึ่งเสนอว่า อยากจะสร้างศาลเจ้าให้กับเทพเซียนในคฤหาสน์โบราณที่อำเภอฉีหยาง...

ข้อเสนอนี้ถูกปัดตกไปชั่วคราว ท้ายที่สุดแล้วในตอนนั้น ทั้งอำเภอฉีหยางและอำเภอหลูหยางต่างก็ถูกสูบเงินออกไปไม่น้อย หากจะสร้างศาลเจ้าอีก เรื่องขั้นตอนน่ะพูดง่าย แต่ติดที่เงินไม่พอนี่สิ...

ในช่วงท้ายของการประชุมสภาเมือง ทุกคนได้คำนวณหาวันมงคลฤกษ์ และกำหนดให้เป็นวันที่ยี่สิบเดือนสี่ ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลหมางจ้ง โดยจะไปรวมตัวกันที่อำเภอผู่หยางเพื่อกราบไหว้เทพเซียน...

......

ช่วงเทศกาลหมางจ้ง อากาศร้อนอบอ้าว ซ้ำยังมีฝนตกชุก

อำเภอผู่หยางที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝนตกลงมาอย่างหนักเมื่อตอนกลางดึก พื้นดินยังคงเปียกชุ่ม

เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ไอน้ำก็เริ่มระเหยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวและเหนอะหนะตัวยิ่งกว่าเดิม

นั่นปะไร ผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าที่สัญจรไปมาบนท้องถนน แม้จะสวมเสื้อซับเหงื่อเนื้อบางเบา แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็เหงื่อท่วมหัวแล้ว

บรรดาขุนนางที่สวมชุดเครื่องแบบขุนนางและสวมหมวกขุนนาง ก็ยิ่งร้อนหนักเข้าไปอีก

บริเวณหน้าคฤหาสน์โบราณ ผู้ว่าการสวียืนอยู่หัวแถว โดยมีบรรดานายอำเภอคนอื่นๆ ยืนอยู่ด้านหลัง

ทุกคนต่างจ้องมองกระถางธูปสามขาที่เต็มไปด้วยก้านธูปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้จะมีหยาดเหงื่อไหลเข้าตา ก็ไม่มีใครยกมือขึ้นเช็ดแม้แต่น้อย

อีกฟากหนึ่งของถนน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงลอย หรือชาวบ้านที่เดินผ่านไปมา ล้วนลอบมองพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าการสวีที่สวมชุดขุนนางสีแดงชาดผู้นั้น

ขุนนางตำแหน่งใหญ่โตเช่นนี้ ในยามปกติใช่ว่าจะพบเห็นได้บ่อยๆ อีกทั้งขุนนางใหญ่โตเช่นนี้ยังอุตส่าห์เดินทางมากราบไหว้คฤหาสน์โบราณโดยเฉพาะ ยิ่งนับเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน...

ด้วยเหตุนี้ ผู้คนที่ทราบข่าว ต่อให้อากาศจะร้อนอบอ้าวเพียงใด ก็ต้องดั้นด้นมาดูให้เห็นกับตาตนเองสักครั้ง

เนิ่นนานผ่านไป ธูปในกระถางธูปสามขาก็มอดไหม้จนหมด

ผู้ว่าการสวีนำบรรดาขุนนางกราบไหว้อีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า "ขอกราบขอบพระคุณเทพเซียนที่ช่วยคุ้มครองราษฎร คุ้มครองเมืองซวงตง" พิธีกราบไหว้ในครั้งนี้ก็ถือเป็นอันสิ้นสุดลง...

เมื่อผู้ว่าการสวีประกาศว่า "แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเถิด" บรรดานายอำเภอก็ถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก บ้างก็หาน้ำดื่ม บ้างก็หาสถานที่ร่มรื่นพักผ่อน

ทว่า ผู้ว่าการสวีผู้มีอายุมากที่สุดท่านนี้ กลับเดินตรงไปยังร้านสัญญา...

จบบทที่ บทที่ 354 จัดการเด็ดขาดรวดเร็ว

คัดลอกลิงก์แล้ว