เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 352 ปล้นทั้งคู่

บทที่ 352 ปล้นทั้งคู่

บทที่ 352 ปล้นทั้งคู่


"ผิดแล้ว ผิดแล้ว~" ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมวางมือบนไหล่ของไฉอู๋ซวง หัวเราะพลางกล่าว "คนมีการศึกษาอย่างพวกเจ้าพูดว่าอย่างไรนะ"

"ประโยคที่ว่า ทะเลกว้างใหญ่ ปลาว่ายน้ำได้ตามใจ ท้องฟ้าสูงลิ่ว นกอยากบินอย่างไรก็บิน..."

ไฉอู๋ซวงขมวดคิ้วเอ่ย "เจ้าอยากจะบอกว่า ทะเลกว้างมัจฉาแหวกว่าย ฟ้าสูงวิหคโผบิน หรือ"

"ใช่แล้ว!" ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมตบไหล่ไฉอู๋ซวงเบาๆ หัวเราะพลางเอ่ย "มิเสียแรงที่เป็นคนมีการศึกษา ปฏิกิริยาตอบสนองช่างรวดเร็วเสียจริง"

"หึหึ..." ไฉอู๋ซวงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "หากพวกเจ้าคิดจะหนี ไม่ห่วงพ่อแม่ของตัวเองบ้างหรือ"

"พ่อแม่น่ะย่อมต้องห่วงอยู่แล้ว"

"แต่ว่า..." ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมหรี่ตาลง "พวกเราไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน ซ้ำยังเป็นเด็กกำพร้าทั้งคู่นี่สิ..."

ฟุ่บ!

ชั่วพริบตานั้น ไฉอู๋ซวงพลันรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดพรายแผ่นหลัง "เป็นไปไม่ได้! ในบันทึกคดีเขียนไว้อย่างชัดเจน!"

"โง่เขลาเสียจริง~" ชายฉกรรจ์ตาเดียวหัวเราะ "ของพรรค์นั้น ล้วนเป็นพวกเราแต่งเรื่องส่งเดชหลังจากถูกจับได้ทั้งนั้น"

"สองตายายที่เจ้าไปหา ก็แค่คนที่พวกเราไปอาศัยหลบซ่อนตัวชั่วคราว"

"ใครจะไปคิดว่าสุดท้ายก็ยังถูกจับได้อีก"

"คนมีการศึกษาอย่างพวกเจ้านี่นะ ชอบดีแต่พูดทฤษฎี"

"หากเจ้าเต็มใจไปสืบสวนสถานที่จริงให้มากกว่านี้สักหน่อยล่ะก็..."

"แน่นอนว่า จะโทษเจ้าก็ไม่ได้ ในเมื่อพวกเราเคยข่มขู่สองตายายนั่น ให้ยอมรับว่าเป็นพ่อแม่ของพวกเรา"

ไฉอู๋ซวงเอ่ย "เป็นไปไม่ได้! พวกเขาทำเช่นนั้นไม่มีผลประโยชน์แม้แต่น้อย!"

"โง่จริง! ผลประโยชน์น่ะไม่มีหรอก!"

"แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องถูกพวกเราผูกใจเจ็บอย่างไรเล่า!"

พูดพลาง ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมก็ยื่นมือไปแตะที่เอว "อีกอย่าง เจ้าลองทายดูสิ ว่าเหตุใดพวกเราถึงไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า"

ไฉอู๋ซวงลอบกลืนน้ำลาย "พวกเจ้าอยากจะฆ่าข้า... กลัวเลือดจะกระเซ็นเปื้อนชุดงั้นหรือ"

"ฉลาด! ฉลาดมาก!" พูดพลาง ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมก็นำคมดาบพาดไปที่ลำคอของไฉอู๋ซวง

"พวกเจ้าฆ่าข้าแล้ว จะได้ประโยชน์อันใด"

"อีกอย่าง ข้าก็ถือว่าได้ช่วยชีวิตพวกเจ้าเอาไว้"

"เช่นนี้ดีหรือไม่ พวกเจ้าปล่อยข้าไป..."

"ข้ารับรอง... รับรองว่า..."

ร่างกายของไฉอู๋ซวงสั่นเทาดั่งตะแกรงร่อนรำ น้ำเสียงก็สั่นเครือตามไปด้วย

ฉัวะ!

ประกายความเย็นยะเยือกสว่างวาบ!

หยาดเลือดสาดกระเซ็น!

ไฉอู๋ซวงเบิกตาโพลงด้วยความหวาดกลัว จ้องมองชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมเขม็ง

"เดี๋ยวก็สบายแล้ว~"

"หลับเสียเถอะ~" ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมที่มีหยาดเลือดหยดแหมะอยู่บนแก้มยิ้มบางๆ มือข้างหนึ่งจับร่างที่กระตุกเกร็งของไฉอู๋ซวงเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไปบนใบหน้าของไฉอู๋ซวง

ผ่านไปไม่นาน ไฉอู๋ซวงก็นิ่งสนิทไป

ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมปล่อยให้เขานั่งพิงตัวรถม้า หัวเราะพลางกล่าว "ชาติหน้า ก็อย่าใช้ให้คนไปรนหาที่ตายอีกเล่า ทำเช่นนั้นคนที่ตายจะมีแต่เจ้าเท่านั้นแหละนะ~"

"พี่ใหญ่ ต่อจากนี้จะเอาอย่างไร"

"เปลี่ยนเสื้อผ้า เดินทางบก"

"หาทางออกจากเมืองซวงตงไปก่อน"

"ได้!"

ไม่นานนัก นักโทษประหารทั้งสองก็เปลี่ยนไปสวมชุดปกติ จับศพของไฉอู๋ซวงมัดติดกับห้องโดยสารรถม้าทั้งด้านหน้าและหลังอย่างแน่นหนา จากนั้นก็ฟันดาบลงบนบั้นท้ายม้า

ม้าชั้นดีส่งเสียงร้องโหยหวน ยกกีบหน้าขึ้นสูง ก่อนจะควบตะบึงออกไป!

ขณะที่นักโทษประหารทั้งสองก็มุดหายเข้าไปในป่าทึบ...

......

ครืน!

อัสนีสีครามแลบปลาบแหวกผืนฟ้าหยามราตรี หยาดฝนเม็ดเขื่องราวกับเมล็ดถั่วเทกระหน่ำลงสู่ผืนดิน

บนถนนซานอิน เหล่าเจ้าหน้าที่ที่สวมชุดเสื้อกันฝนและหมวกสานต่างเริ่มเคลื่อนไหว บ้างก็ช่วยคนขับรถม้าปลอบสัตว์พาหนะที่ตื่นตกใจ บ้างก็นำทางพ่อค้าหาบเร่แผงลอยที่ไม่ได้พกอุปกรณ์กันฝนให้เข้าไปหลบฝนในเพิงพักชั่วคราวที่พวกเขาเพิ่งสร้างขึ้น

"พี่ใหญ่ มารดามันเถอะ เหตุใดคืนนี้ถึงมีพวกสุนัขรับใช้ทางการเยอะแยะเช่นนี้!" ชายฉกรรจ์ตาเดียวที่สวมหมวกสานสบถด่าเสียงต่ำ

"ใครจะไปรู้กันล่ะ!"

"รู้อย่างนี้เดินทางตอนกลางวันเสียก็ดี ใครจะไปคิดว่าพอตกดึกพวกสุนัขรับใช้ทางการกลุ่มนี้จะไม่หลับไม่นอน ออกมาคอยนำทางรถม้า" พูดถึงตรงนี้ ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมก็ยกมือขึ้นกุมหัวไหล่ด้วยสีหน้าเจ็บปวด

"พี่ใหญ่!" ชายฉกรรจ์ตาเดียวรีบกล่าว "บาดแผลจากลูกธนูของท่านจะปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้แล้วนะ พวกเราหาโรงหมอกันเถอะ!"

"ไม่ได้!" ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมส่ายหน้า "ตามโรงหมอต้องได้ยินข่าวกันหมดแล้วแน่ หากพวกเราไปที่นั่น ก็เท่ากับเอาตัวไปติดกับ"

"แต่..." ชายฉกรรจ์ตาเดียวเงียบไปครู่หนึ่ง "แผลของท่านเริ่มเน่าแล้วนะ วันนี้ยังมาโดนฝนสาดเอาอีก..."

"ไม่เป็นไร อดทนอีกหน่อย..." ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมยกมือขึ้นขัดจังหวะคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "ไม่ชอบมาพากลแล้ว! จู่ๆ ตอนกลางคืนก็มีพวกสุนัขรับใช้ทางการโผล่มาเยอะแยะเช่นนี้ เกรงว่าจะมาตามหาพวกเรา..."

"เป็นไปได้มาก!" ชายฉกรรจ์ตาเดียวพยักหน้ารับ "พี่ใหญ่ ทางนั้นมีคฤหาสน์หลังใหญ่หลังหนึ่ง แล้วก็มีร้านค้า..."

"คฤหาสน์หลังใหญ่ปานนั้น อาจจะมียารักษา ส่วนร้านค้านั่นก็ยังจุดไฟสว่างไสว พวกเราแสร้งทำเป็นจะไปที่ร้าน แล้วก็หยุดรถลากลาคันนี้ไว้เสีย"

"พอหลบพ้นสายตาพวกเจ้าหน้าที่ทางการแล้ว พวกเราค่อยปีนกำแพงเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่นั่น แล้วปล้นมันเสียเลย!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว "เพื่อความปลอดภัย พวกเราแยกย้ายกันลงมือ ปล้นมันทั้งสองที่พร้อมกันนี่แหละ!"

"พร้อมกันหรือ!?" ชายฉกรรจ์ตาเดียวเบิกตาข้างที่เหลืออยู่จนกว้าง "ทำพร้อมกันแล้วมันจะปลอดภัยได้อย่างไรกัน พี่ใหญ่"

"หากพวกสุนัขรับใช้ทางการแห่กันมา พวกเราจะได้จับคนในร้านหรือในคฤหาสน์เป็นตัวประกันแล้วหลบหนีไป..." พูดพลาง ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมก็ซ่อนมีดสั้นเล่มเย็นเฉียบในอกเสื้อไว้ในแขนเสื้อ "เจ้าไปที่คฤหาสน์ จำไว้ว่าอย่าได้ปรานี ฆ่าก่อนแล้วค่อยว่ากัน เหลือพวกสตรีไว้เป็นยันต์คุ้มภัยก็พอ"

"ได้!" ชายฉกรรจ์ตาเดียวรับคำ จากนั้นก็จูงรถลากลามุ่งหน้าไปยังทิศทางของร้านสัญญา

ทว่า การที่พวกเขาปลีกตัวออกจากขบวนฝูงชนนั้น กลับดึงดูดความสนใจของเจ้าหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่หนุ่มนายหนึ่งวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาพวกเขา "ท่านทั้งสอง! ทุกคนต่างเข้าแถวเดินไปข้างหน้า ห้ามแซงคิวเด็ดขาดนะ!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายฉกรรจ์ตาเดียวก็หัวเราะตอบกลับ "ใต้เท้า! พวกเราสองคนไม่ได้อยากจะแซงคิวหรอกขอรับ เพียงแค่อยากจะไปที่ร้านค้านั่นต่างหาก"

"ร้านค้าหรือ"

"อ้อ! พวกเจ้าจะไปถามไถ่ธุระที่ร้านสัญญานั่นเอง!" เจ้าหน้าที่หนุ่มหัวเราะ "พวกเจ้าสองคนก็คงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามแล้วตั้งใจมาสินะ"

"ใช่แล้วขอรับ!" ชายฉกรรจ์ตาเดียวหัวเราะร่วน "พวกเราได้ยินชื่อเสียงจึงตั้งใจเดินทางมาขอรับ"

"ฮ่าๆ~ ข้าว่าแล้วเชียว!" เจ้าหน้าที่หนุ่มปาดน้ำฝนที่สาดกระเซ็นเปรอะใบหน้า "เอาล่ะ เช่นนั้นพวกเจ้าก็รีบไปเถิด จำไว้ว่าจอดรถม้าให้ชิดริมถนนสักหน่อย อย่าให้ขวางทางสัญจรของคนด้านหลังล่ะ"

"ได้ขอรับ~ รับรองเลยขอรับ!" ชายฉกรรจ์ตาเดียวประสานมือหัวเราะ ก่อนจะเร่งฝีเท้า จูงรถลากลาเดินไปหยุดอยู่ข้างร้านสัญญา

"พี่ใหญ่ ระวังตัวด้วยนะ"

มองดูชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมที่พลิกตัวลงจากแผ่นไม้กระดานรถด้วยท่าทีโซเซ ชายฉกรรจ์ตาเดียวก็อดไม่ได้ที่จะร้องเตือนประโยคหนึ่ง

"วางใจเถอะ!" ชายฉกรรจ์ตาหยีทรงสามเหลี่ยมยกมือขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เผยรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวเข้าไปในร้านสัญญา

ส่วนชายฉกรรจ์ตาเดียว หลังจากจอดรถลากลาเสร็จเรียบร้อย ก็คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ไม่ไกลนัก

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตตนเอง เขาก็พุ่งพรวดพริบตาเดียวมุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์โบราณทันที...

จบบทที่ บทที่ 352 ปล้นทั้งคู่

คัดลอกลิงก์แล้ว