- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 260 บังเอิญพบ
บทที่ 260 บังเอิญพบ
บทที่ 260 บังเอิญพบ
ลมภูเขาพัดมาเป็นระลอก พัดพาต้นไม้ใบหญ้าในป่าให้ส่งเสียงดังซู่ซ่า
ลั่วเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนศิลาขนาดยักษ์ก้อนหนึ่ง มองไปยังจิ้งจอกน้อยสีขาวตรงหน้าที่ถูกลมพัดจนกลายเป็น 'ก้อนขน' พลางกล่าวว่า "จิ้งจอกน้อย ข้าจะต้องบำเพ็ญเพียรอีกแล้วนะ"
จิ้งจอกน้อยสีขาวร้อง "จี๊ด" ออกมาคราหนึ่ง ดูจากสีหน้าของมันแล้ว ราวกับกำลังจะบอกว่า: นี่ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาหรอกหรือ?
ลั่วเฉินหัวเราะกล่าว "ครั้งนี้คงต้องใช้เวลานานสักหน่อย อาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีเลยล่ะ"
"อีกทั้งในช่วงเวลานี้ เจ้าจะหาข้าไม่พบ และจะมองไม่เห็นข้าด้วย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิ้งจอกน้อยสีขาวก็เอียงคอ "จี๊ด?"
"เจ้านั้นพิเศษมาก ไม่แปดเปื้อนเหตุและผลใดๆ แถมอายุขัยก็ยังคงอยู่ในสภาวะคงที่มาโดยตลอด"
"แต่ทว่าเจ้ากลับไม่มีตบะบำเพ็ญเลยแม้แต่น้อย"
"ข้าเคยใช้วิถีอนุมานคำนวณเรื่องของเจ้าแล้ว ทว่าก็ไม่อาจหาเบาะแสที่เป็นประโยชน์ได้มากนัก"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ลั่วเฉินก็ยิ้มพลางลูบขนบนหัวของจิ้งจอกน้อยสีขาวให้เรียบ "แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก รอให้ข้าตื่นขึ้นมา ก็น่าจะใกล้ถึงเวลางานเลี้ยงฉลองวันเกิดของสหายเต๋าเฒ่าของข้าพอดี"
"ร่างต้นของเขาคือจิ้งจอกเก้าหาง อีกทั้งยังมีอายุยืนยาวมากพอ"
"คิดว่าเขาน่าจะรู้ถึงปัญหาที่มีอยู่ในตัวของเจ้าตัวเล็กที่พิเศษเช่นเจ้าได้"
จิ้งจอกน้อยสีขาวส่ายหน้า ราวกับจะบอกว่า: ข้าฟังไม่รู้เรื่อง......
"เอาล่ะ ข้าควรบำเพ็ญเพียรได้แล้ว หากชักช้าไปสักหน่อย ก็จะยิ่งเสร็จสิ้นช้าไปอีกหน่อย"
"เจ้าไปเล่นเองเถอะ ข้าตื่นแล้วจะไปหาเจ้า"
กล่าวจบ ร่างของลั่วเฉินก็พลันกลายเป็นภาพมายาเลือนราง และท้ายที่สุดก็หายวับไปจากบนศิลายักษ์อย่างสมบูรณ์
"จี๊ดๆ!"
จิ้งจอกน้อยสีขาวเบิกตากว้าง เดินก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วเดินวนรอบตำแหน่งที่ลั่วเฉินหายไปอยู่หลายรอบ
ทั้งยังใช้กรงเล็บตะกุยศิลายักษ์ "แคร่กๆๆ" ไปสองสามที
ผ่านไปครู่ใหญ่ จิ้งจอกน้อยสีขาวก็กลับมายังตำแหน่งเดิมที่หมอบอยู่ก่อนหน้านี้อีกครั้ง หันหน้าไปทางทิศที่ลั่วเฉินหายไป แล้วหมอบกายลงทั้งตัว......
ฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ปีแล้วปีเล่า
จิ้งจอกน้อยสีขาวบางคราก็ถูกใบไม้ร่วงหล่นปกคลุม บางคราก็ถูกหิมะขาว 'ฝังกลบ' มันที่ยังคงหมอบอยู่ที่เดิมมาโดยตลอดนั้นแทบจะไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลย
มีเพียงยามที่บังเอิญได้ยินความเคลื่อนไหวบนศิลายักษ์เท่านั้น มันถึงจะเงยหน้าขึ้นมองสักแวบหนึ่ง
ทว่าเมื่อเห็นว่าลั่วเฉินไม่ได้ปรากฏตัวออกมา มันก็จะหมอบลงต่อไป......
สี่สิบกว่าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ร่างของลั่วเฉินปรากฏขึ้นบนศิลายักษ์
ทันทีที่เขาลืมตาขึ้น ก็มองเห็นจิ้งจอกน้อยสีขาวที่ถูกฝังอยู่ใต้กองใบไม้แห้ง
ในขณะที่เขากำลังจะยื่นมือออกไปปัดเป่าใบไม้แห้งเหล่านั้นออก จิ้งจอกน้อยสีขาวก็ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง พลันเงยหน้าขึ้นมา
ฟุ่บ~
จิ้งจอกน้อยสีขาวกระโจนพวดเดียวออกมาจากกองใบไม้แห้ง เข้ามาอยู่ตรงหน้าของลั่วเฉิน สองเท้าหน้าเกาะลงบนเข่าของเขา จากนั้นก็ส่งเสียงร้อง "จี๊ดๆ~ จี๊ดๆ" ไม่หยุด
ลั่วเฉินยิ้มพลางลูบหัวของมัน "รอนานเลยสิ ครั้งนี้ไม่ได้วิ่งออกไปเล่นข้างนอกหรือ?"
จิ้งจอกน้อยสีขาวส่ายหน้า วิ่งกลับไปยังตำแหน่งที่ตัวเองหมอบมานานหลายสิบปีแล้วหมอบลงอีกครั้ง จากนั้นก็ใช้ดวงตากลมโตจ้องมองลั่วเฉิน
"ครั้งนี้ไม่ได้ไปไหนเลย หมอบอยู่ตรงนี้มาหลายสิบปีเชียวหรือ?"
"จี๊ด!"
"ช่างรู้จักอดทนเสียจริง"
"จี๊ดๆ!"
"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปซื้อถังหูลู่กินนะ"
"จี๊ด!!!"
จิ้งจอกน้อยสีขาวพุ่งตัวลงจากศิลายักษ์ดัง "ฟุ่บ" ลงไปวิ่งวนรอบตัวเองบนพื้นหญ้าอย่างรวดเร็ว!
"รอก่อน" ลั่วเฉินกดมือลง บีบนิ้วคำนวณอย่างลวกๆ สองสามครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ "แปลกจริง เหล่าไป๋ไฉนถึงยังไม่ไปทิ้งจดหมายไว้ที่อำเภอผิงเซียงอีกล่ะ?"
"หรือว่าจะลืมไปแล้ว?"
"จี๊ดๆ?"
ขาหน้าของจิ้งจอกน้อยสีขาวตบลงบนพื้นอย่างแรงพร้อมกับร้อง "จี๊ด" ไม่หยุด
ดูจากสีหน้าของมัน ก็รู้แล้วว่ามันกำลังช่วยลั่วเฉินตำหนิ 'เหล่าไป๋' อยู่
"ไม่เป็นไร เขาคงไม่ได้ลืมหรอก อาจจะติดธุระอะไรอยู่ก็ได้"
"ข้าจะพาเจ้าไปซื้อถังหูลู่ก่อน แล้วค่อยรอจดหมายก็แล้วกัน"
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของลั่วเฉินก็ชะงักไป จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า
จิ้งจอกน้อยสีขาวเห็นดังนั้น ก็เงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางที่เขามองไปเช่นกัน
ที่ริมขอบฟ้า มีเมฆก้อนหนึ่งกำลังพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
บนเมฆก้อนนั้น มีปีศาจลิงและปีศาจหมูตนหนึ่ง
ในขณะที่ลั่วเฉินมองไปยังพวกมัน พวกมันก็มองมาที่ลั่วเฉินเช่นกัน
"อาจารย์ลั่ว!"
"คืออาจารย์ลั่วนี่นา!"
ลิงหนึ่งหมูหนึ่งร้องเรียกด้วยความตื่นเต้น เมฆก้อนนั้นบนท้องฟ้าก็ร่อนลงมาอย่างรวดเร็ว
ตึง!
เนื่องจากความเร็วในการร่อนลงพื้นนั้นเร็วเกินไป หมูหนึ่งลิงหนึ่งก็แทบจะกลิ้งตกลงไปในหน้าผา
โชคดีที่ลั่วเฉินยื่นมือเข้าช่วยไว้ได้ทัน พวกมันจึงไม่ตกลงไปในหน้าผา
"โหวชี! วิชาขี่เมฆของเจ้าตกลงว่าชำนาญหรือไม่เนี่ย!"
"ชำนาญสิ! ฝึกมาเป็นร้อยปีแล้วนะ!"
"แล้วเจ้าจะช้าลงหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร!"
"ไปให้พ้นเลย! เป็นเพราะเจ้าตัวหนักต่างหากล่ะ หากไม่ได้พาเจ้ามาด้วย ข้าบินได้มั่นคงจะตายไป!"
หนึ่งหมูหนึ่งลิงถกเถียงกันอยู่ครู่หนึ่ง ก็พร้อมใจกันหันไปมองลั่วเฉิน แล้วคารวะกล่าว "อาจารย์ลั่ว! ในที่สุดก็ได้พบท่านเสียที!"
"นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้มาพบท่านที่นี่!"
ผ่านเหตุและผลที่เชื่อมโยงระหว่างปีศาจทั้งสองตนกับตัวเขา ลั่วเฉินก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดพวกมันถึงจำเขาได้
ในงานชุมนุมธรรมไท่หลิวปีนั้น ปีศาจสองตนนี้เคยฟังการแสดงธรรมจากร่างแยกมายาของเขา......
"เทพารักษ์ภูเขาไท่หลิวยังสุขสบายดีอยู่หรือไม่?"
สิ้นเสียงของลั่วเฉิน ปีศาจลิงก็รีบตอบกลับทันที "ท่านเทพารักษ์สุขสบายดีขอรับ! ปีนั้นหลังจากที่เขาได้ฟังท่านแสดงธรรม เขาก็บรรลุธรรมบางอย่าง จึงได้หลับใหลเพื่อบำเพ็ญเพียรแล้วขอรับ"
"เขาบอกว่าการหลับใหลในครั้งนี้ต้องใช้เวลานับพันปีถึงจะพอ ดังนั้นหลังจากงานชุมนุมธรรมครั้งก่อน งานชุมนุมธรรมอีกสองครั้งถัดมาจึงต้องถูกยกเลิกไปขอรับ"
"เมื่อช่วงก่อนหน้านี้ จู่ๆ ท่านเทพารักษ์ก็แบ่งกิ่งไม้เล็กๆ ออกมา แล้วบอกข้าว่า มีท่านยอดปีศาจท่านหนึ่งกำลังจะจัดงานฉลองวันเกิดขั้วหยาง เขาไม่สามารถไปได้ จึงฝากข้านำพลับอัคคีเก้าผลไปมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วเฉินก็ยิ้ม "ท่านยอดปีศาจท่านนี้แซ่ไป๋ใช่หรือไม่?"
ปีศาจลิงพยักหน้า "ใช่แล้วขอรับ ใช่แล้ว อาจารย์ลั่วก็จะไปหรือขอรับ?"
ลั่วเฉินกล่าว "ต้องไปสิ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าสถานที่จัดงานอยู่ที่ใด"
"หากพวกเจ้ารู้วิธีหาที่ตั้งของแดนลับนั้น เช่นนั้นพวกเราไปพร้อมกันดีหรือไม่?"
"ดีเลยขอรับ!"
"นี่คือกิ่งไม้ของท่านเทพารักษ์ มันจะคอยชี้ทางให้ขอรับ"
ปีศาจลิงรีบหยิบกิ่งไม้ความยาวหนึ่งนิ้วออกมา แล้วทำท่าจะยื่นให้ลั่วเฉิน
ลั่วเฉินไม่ได้รับกิ่งไม้นั้นมาพลางยิ้มกล่าว "เจ้าถือไว้เถอะ ถือโอกาสนี้ร่ายวิชาขี่เมฆของเจ้าอีกสักรอบก็แล้วกัน"
"ขอรับ!"
โหวชีท่องเคล็ดวิชาทันที แล้วเรียกเมฆขาวสองสามก้อนมาจากริมขอบฟ้า
เมฆขาวเหล่านั้นลอยอยู่เบื้องหน้าของทุกคน ก่อนจะควบแน่นรวมกันเป็นก้อนเดียว
"อาจารย์ลั่ว รอก่อนนะขอรับ"
ว่าพลาง โหวชีก็หันไปมองปีศาจหมูแล้วกล่าว "จูซาน พึ่งเจ้าแล้วล่ะ หาตำแหน่งดูสิ"
"ได้เลย~"
ปีศาจหมูขานรับคราหนึ่ง จากนั้นก็กระโดดตัวลอยสูงขึ้นไปบนเมฆขาวที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ตึง!
ครั้งแรก มันก็ทะลุผ่านก้อนเมฆที่ดูหนาทึบตกลงมาบนพื้นดินทันที
ปีศาจหมูที่หนังเหนียวเนื้อหนานั้นหาได้ใส่ใจไม่ มันยังคงทำท่าทางเช่นเดิมซ้ำๆ ต่อไป
หลังจากทำซ้ำไปมาเช่นนี้อยู่หลายครั้ง มันก็หันไปมองลั่วเฉินพลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "อาจารย์ลั่ว ก้อนเมฆนี้มีพื้นที่หนาทึบอยู่สามแห่ง ตรงกลางใหญ่ที่สุด ท่านนั่งตรงกลางเถิดขอรับ"
"ด้านหน้ารองลงมา ข้าตัวใหญ่นั่งด้านหน้า ส่วนจิ้งจอกน้อยของท่านก็รบกวนให้มันนั่งบนหลังของข้าก็แล้วกันนะขอรับ?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลั่วเฉินก็ยิ้มขำ "ตลอดทางที่พวกเจ้าเดินทางมานี้ ตกลงมากี่ครั้งแล้วล่ะ?"
ปีศาจหมูกล่าวด้วยความจนใจ "บินมารวมแล้วไม่ถึงสองพันลี้ ตกลงมาสามครั้ง ชนต้นไม้สองครั้ง ตกแม่น้ำหนึ่งครั้ง ติดอยู่ในซอกเขาอีกหนึ่งครั้ง......"
โหวชีที่อยู่ด้านข้างยิ้มแห้งพลางกล่าว "อาจารย์ ท่านวางใจเถิด มีท่านอยู่ด้วย ข้าจะต้องบินให้ช้าลงหน่อยอย่างแน่นอนขอรับ"
"ไม่เป็นไรหรอก" พูดจบ ลั่วเฉินก็ดีดนิ้วคราหนึ่ง แสงอาคมสายหนึ่งก็พุ่งเข้าไปในเมฆขาว ทำให้มันกลายเป็นรูปเป็นร่างที่ควบแน่นยิ่งขึ้น "ตอนนี้ขึ้นไปได้แล้วล่ะ นั่งได้ทุกที่แล้ว"