- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 151 เด็กจอมตะกละ
บทที่ 151 เด็กจอมตะกละ
บทที่ 151 เด็กจอมตะกละ
หลายวันต่อมา ภายในอำเภอจ้าวผิง
ลั่วเฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวหนึ่งในตลาดของกินเล่น พลางกินของว่างที่ซื้อมาจากแผงลอยต่างๆ
รอบตัวเขามีโต๊ะไม้ที่พอนั่งได้เพียงหนึ่งถึงสองคนเช่นนี้อยู่ไม่น้อย ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเดินดูรอบๆ ตลาดของกินเล่นสักรอบ เมื่อซื้อของกินที่ถูกใจได้สองสามอย่างแล้ว ก็จะมานั่งกินอย่างช้าๆ ที่นี่
จิ้งจอกน้อยสีขาวหมอบอยู่แทบเท้าของลั่วเฉิน แกว่งหางไปมาอย่างเบื่อหน่าย
สำหรับมันแล้ว ของกินเล่นเหล่านี้ดูเหมือนจะสู้ผลไม้ป่าที่เปรี้ยวจนเข็ดฟันพวกนั้นไม่ได้เลย
ดังนั้น หลังจากกินขนมเปี๊ยะหวานชิ้นเล็กๆ ที่ลั่วเฉินบิให้ไปชิ้นหนึ่ง มันก็ไม่ยอมกินอะไรอีกเลย
ตึก ตึก ตึก~
หลังจากเสียงฝีเท้าเบาๆ ดังผ่านไป เด็กน้อยสามคนก็ปรากฏขึ้นในสายตาของลั่วเฉิน
เด็กชายทั้งสามดูแล้วอายุราวหกเจ็ดขวบ แต่ละคนมีใบหน้าเล็กๆ อวบอ้วนจิ้มลิ้ม
พวกเขามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มคนหนึ่ง
ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังกินขนมถ้วยฟูอยู่ เมื่อสังเกตเห็นเด็กชายทั้งสามเข้ามาใกล้ แล้วเอาแต่จ้องมองขนมถ้วยฟูบนโต๊ะของตน เขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่ง
แต่ปัญหาคือ ขนมถ้วยฟูบนโต๊ะนั้นมีพอให้เขากินเองเท่านั้น
ยุคสมัยนี้การทำงานหาเงินไม่ใช่เรื่องง่าย เขาไม่อยากแบ่งให้เด็กชายทั้งสามกินเลยจริงๆ
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจหันตัวเปลี่ยนทิศทางแล้วกินต่อไป ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาที่ 'โหยหา' ของเด็กชายทั้งสาม
ตึก ตึก ตึก~
เด็กชายทั้งสามวิ่งไปสองสามก้าว แล้วก็แทรกตัวเข้ามาอยู่ในสายตาของชายหนุ่มอีกครั้ง
"อยากกินก็ให้ผู้ใหญ่ของพวกเจ้าไปซื้อให้สิ"
"ของข้าแค่นี้ยังไม่พอให้ข้ากินเองเลย"
ชายหนุ่มถูกจ้องจนรู้สึกรำคาญอยู่บ้าง จึงเอ่ยออกไปเช่นนั้น
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ พอเขากล่าวจบ เด็กชายทั้งสามก็คุกเข่าดังตุ้บลงไปทันที!
"เฮ้ย!"
"พวกเจ้าทำอันใดกันเนี่ย!"
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนในทันที
เด็กชายทั้งสามไม่พูดจา ยังคงจ้องมองขนมถ้วยฟูบนโต๊ะของเขาด้วยสายตาน่าสงสาร
หลังจากหยั่งเชิงกันอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็หยิบขนมถ้วยฟูสามชิ้นบนโต๊ะส่งให้ "พอๆ! เอาไปกินซะ!"
"ขอบคุณพี่ชาย!"
เด็กชายทั้งสามรับขนมถ้วยฟูมา ก็รีบลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทันที ขณะที่กินอย่างมีความสุข พวกเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนชายหนุ่มได้แต่ยืนอยู่กับที่ มองขนมถ้วยฟูที่เหลือเพียงชิ้นเดียวบนโต๊ะ แล้วจมลงสู่ความเงียบงัน......
เด็กชายทั้งสามกินของเร็วมาก พอกินขนมถ้วยฟูในมือหมด พวกเขาก็เริ่มมองหาเป้าหมายต่อไป
แน่นอนว่า ลูกค้าบางคนก็ให้ บางคนก็ไม่ให้ แต่พอเจอเด็กน้อยสามคนคุกเข่าให้ พวกเขาที่ไม่อยากให้ก็จำต้องเดินหนีไปอย่างจนใจ
ทว่ากลางวันแสกๆ เช่นนี้ การถูกเด็กน้อยสามคนมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้า คนทั่วไปก็กินข้าวไม่ลงหรอก
และแล้ว เด็กน้อยทั้งสามก็หาไปหามา จนมาถึงหน้าโต๊ะของลั่วเฉิน
กระบวนท่าเดิม ลูกไม้เดิม
เริ่มจากจ้องมอง หากมองสักพักแล้วไม่ได้ผล ก็จะคุกเข่าลงไป
ทว่า เด็กชายทั้งสามคุกเข่าอยู่นานพักใหญ่
ลั่วเฉินก็ยังคงเมินเฉยต่อพวกเขา ซ้ำยังเอาแต่กินอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย
ฉากนี้ทำให้ชายหนุ่มคนก่อนหน้าผ่านมาเห็นเข้า ในใจก็รู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก
เขาคิดว่า หากตนเองมีความหนักแน่นเช่นนี้บ้างก็คงจะดี......
เช่นนั้นก็คงไม่ถึงขั้นซื้อขนมถ้วยฟูมาแล้วกินไม่อิ่ม จนต้องไปหาซื้อของกินอย่างอื่นเพิ่มอีก......
เมื่อเวลาผ่านไป เด็กชายทั้งสามที่คุกเข่าอยู่นานก็เจ็บจนต้องยิงฟันแสยะปาก แต่ก็ยังดื้อดึงไม่ยอมลุกขึ้น
จนกระทั่งลั่วเฉินค่อยๆ กินอาหารบนโต๊ะจนหมดเกลี้ยง พวกเขาถึงได้ถอนหายใจออกมา แล้วพยุงกันและกันลุกขึ้นยืน
มองดูพวกเขาเดินกะโผลกกะเผลกออกไป
ลั่วเฉินก็ส่งเสียงเรียกพวกเขาไว้ "พวกเจ้าสามคน อยากกินถังหูลู่หรือไม่?"
สิ้นคำกล่าวนั้น เด็กชายทั้งสามก็หันขวับกลับมา มาอยู่ตรงหน้าลั่วเฉิน แล้วคุกเข่าลงดังตุ้บทันที จากนั้นก็เริ่มเอ่ยปากทีละคนจากซ้ายไปขวา
"ขอบคุณพี่ชาย! พวกเราอยากกิน!"
"พี่ชายใจดีเหลือเกิน! รูปงาม! จิตใจก็ประเสริฐ!"
"พี่ชายแสนดี พี่ชายแสนยอดเยี่ยม โชคลาภเงินทองจงไหลมาเทมาหาพี่ชาย!"
เมื่อเห็นฉากนี้ ลั่วเฉินก็อดที่จะส่ายหน้าไม่ได้ "ลุกขึ้นมาก่อน"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กชายทั้งสามก็รีบลุกขึ้นยืนทันที ดูเป็นเด็กที่เชื่อฟังยิ่งนัก
ครู่หนึ่ง ลั่วเฉินก็ชี้ไปที่ถนนทอดยาว พลางเอ่ย "เริ่มตั้งแต่แผงขายซาลาเปา ไปจนถึงแผงขายขนมเปี๊ยะ"
"ใบไม้ร่วงที่อยู่ระหว่างสองแผงนี้ พวกเจ้าจงเก็บให้หมด แล้วเอาไปทิ้งไว้ใต้ต้นไม้แถวนี้"
"ขอแค่ทำเรื่องนี้ให้ดี ข้าก็จะซื้อถังหูลู่ให้พวกเจ้ากินคนละไม้"
"ตกลง!"
เด็กชายทั้งสามรับคำพร้อมกัน แล้วก็วิ่งพุ่งออกไปทันที......
เนิ่นนานผ่านไป เด็กชายทั้งสามที่มีเหงื่อท่วมหัวก็วิ่งกลับมา พร้อมกับเอ่ยเป็นเสียงเดียวกัน "พี่ชาย พวกเราทำเสร็จแล้ว!"
"ดี" ลั่วเฉินหันไปมองจิ้งจอกน้อยสีขาวที่อยู่แทบเท้า แล้วเอ่ย "เลิกเล่นหางได้แล้ว ไปช่วยข้าตรวจสอบหน่อยสิว่าพวกเขาทำได้ดีหรือไม่"
"จี๊ดๆ~"
จิ้งจอกน้อยสีขาวร้องรับคำ ก่อนจะพุ่งพรวดพราดออกไปจากใต้โต๊ะดัง 'ฟึ่บ'
เมื่อเห็นภาพนี้ เด็กชายทั้งสามก็เห็นได้ชัดว่ารู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า จะต้องมีการตรวจสอบด้วย!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ทั้งสามคนก็เริ่มพยายามนึกทบทวนว่าตนเองเก็บตกหล่นที่ใดไปหรือไม่
ไม่นานนัก จิ้งจอกน้อยสีขาวก็วิ่งกลับมา ในปากคาบใบไม้ร่วงสองใบมาวางไว้ตรงหน้าเด็กชายทั้งสาม แล้วใช้กรงเล็บข้างหนึ่งตบๆ ลงไป
เมื่อมองดูใบไม้ร่วงตรงหน้า เด็กชายทั้งสามก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมา!
"พี่ชาย! ให้พวกเราไปเก็บอีกรอบเถิด!"
"ใช่ๆ! ขออีกรอบนะ!"
"คราวนี้รับรองว่าไม่เหลือสักใบแน่!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลั่วเฉินก็ยิ้มพลางถาม "พวกเจ้าทั้งสามมีชื่อเรียกว่าอันใดบ้างล่ะ?"
"ข้าคืออาเถี่ย!"
"ข้าชื่ออาจู้!"
"ข้าชื่อต้านต้าน!"
"จำง่ายดีนี่" ลั่วเฉินยิ้มพลางชี้ไปที่ใบไม้ร่วงตรงหน้าพวกเขา "ไปเถอะ เอาใบไม้สองใบนี้ไปไว้ใต้ต้นไม้ แล้วข้าจะพาพวกเจ้าไปซื้อถังหูลู่"
"ตกลง!"
"ขอบคุณพี่ชาย!"
หลังจากขานรับ เด็กชายทั้งสามก็หยิบใบไม้สองใบนั้นแล้ววิ่งออกไปด้วยกัน
เมื่อพวกเขากลับมา ลั่วเฉินก็ลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ย "พอดีเลย พ่อค้าขายถังหูลู่เดินมาทางนี้แล้ว พวกเจ้าไปเรียกเขาไว้สิ"
"ตกลง!"
รับคำเสร็จ เด็กชายทั้งสามก็หันหลังวิ่งตรงดิ่งไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ทันที
แม้จะอยู่ไกล พ่อค้าก็มองเห็นเด็กชายทั้งสามคนนี้แล้ว
วินาทีต่อมา พ่อค้ากลับหันหลังเดินหนีไปทันที!
"ถังหูลู่! รอพวกเราด้วย!"
"เฮ้!"
"พี่ชายขายถังหูลู่!"
"รอก่อน!"
เด็กชายทั้งสามวิ่งเร็วมาก แต่ก็สู้พ่อค้าขายถังหูลู่ที่ออกตัววิ่งหนีไม่ได้
ลั่วเฉินที่ไม่เข้าใจสถานการณ์รีบก้าวเร็วๆ ไปสองสามก้าว แล้วตะโกนขึ้น "พี่ชาย อย่าเพิ่งหนีสิ ข้าจะซื้อถังหูลู่ให้เด็กชายสามคนนี้"
ถึงตอนนี้ พ่อค้าขายถังหูลู่จึงหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับมา
เด็กชายทั้งสามวิ่งมาจนหอบแฮ่กๆ ยืนล้อมพ่อค้าเอาไว้ ราวกับกลัวว่าเขาจะวิ่งหนีไปอีก
ส่วนลั่วเฉินที่เดินตามมาถึงทีหลังก็เอ่ยถาม "ถังหูลู่สามไม้ ราคาเท่าใด?"
พ่อค้าตอบ "สามไม้สิบสองอีแปะ"
ลั่วเฉินหยิบเหรียญทองแดงออกจากแขนเสื้อ เมื่อจ่ายเงินเสร็จ พ่อค้าถึงได้ยื่นถังหูลู่สามไม้ให้เด็กชายทั้งสามอย่างระมัดระวัง
เด็กชายที่ได้ถังหูลู่แล้วก็หันมากล่าวขอบคุณลั่วเฉินอีกครั้ง แล้ววิ่งไปกินถังหูลู่อยู่ข้างๆ
"เด็กสามคนนี้น่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ?"
คำพูดของลั่วเฉิน ทำให้พ่อค้าหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย "นายท่าน ท่านไม่ใช่คนในครอบครัวของเด็กสามคนนี้ใช่หรือไม่?"
ลั่วเฉินส่ายหน้า "ไม่ใช่ เพิ่งรู้จักกัน"
"ถ้าเช่นนั้นก็ไม่แปลกหรอก" พ่อค้าหนุ่มลดเสียงลงต่ำ "นายท่าน ท่านคงไม่รู้อะไร......"