- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 110 "ประลองอาคม" ในกระโจม
บทที่ 110 "ประลองอาคม" ในกระโจม
บทที่ 110 "ประลองอาคม" ในกระโจม
พายุหิมะพัดกระหน่ำราวกับคมมีด กรีดกรายพุ่งชนไปทั่วทุกสารทิศบนยอดเขา
แม้แต่กระโจมที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างแน่นหนาทนทานไร้ที่ติ ก็ยังถูกลมพัดจนสั่นไหวเล็กน้อย
ภายในกระโจม กลุ่มผู้คุ้มกันต่างยืนยันหลังค้ำยันอยู่ตามมุมต่างๆ ของกระโจมรูปครึ่งวงกลม ใช้พละกำลังของตนเองเพื่อช่วยรักษากระโจมให้ตั้งมั่นคงอยู่ได้
อี้หรูเทียนที่สวมเสื้อคลุมตัวหนามองดูม่านประตูที่ถูกปิดตายลงหลังจากเข้าสู่ยามค่ำคืน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "อาต้า เจ้าลองดูซิว่าพายุหิมะข้างนอกเบาลงบ้างหรือยัง"
ได้ยินดังนั้น อาต้าก็รีบเดินไปที่ม่านประตูทันที ที่มุมขวาล่างของม่านประตูได้เว้นช่องว่างเล็กๆ เผื่อไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้สำหรับระบายอากาศ
เช่นเดียวกัน เมื่อคนที่อยู่ด้านในต้องการสังเกตการณ์ด้านนอก ก็สามารถคลายปมเชือกด้านบนออกเล็กน้อย แล้วชะโงกหน้าออกไปดูได้
ฟิ้ว~~~
ทันทีที่ม่านประตูถูกแง้มออกมุมหนึ่ง ลมหนาวก็พัดทะลักเข้ามาในกระโจมทันที
มันพัดตะเกียงน้ำมันในกระโจมจนดับวูบลง พร้อมกับหอบเอาไออุ่นที่มีอยู่น้อยนิดภายในกระโจมม้วนตัวลอยหายไป
อาต้ารีบชะโงกหน้าออกไป ใช้ศีรษะอุด 'ช่องลมเข้า' เอาไว้ ในขณะเดียวกันก็พยายามลืมตาเบิกกว้างมองออกไปด้านนอกอย่างสุดความสามารถ
สายลมหนาวเหน็บที่พัดบาดลึกถึงกระดูก กรีดกรายลงบนใบหน้าจนเจ็บแสบไปหมด
ผ่านไปไม่นานนัก อาต้าก็หดหัวกลับเข้ามา แล้วผูกปมเชือกให้แน่นดังเดิม
ขณะเดียวกัน ตะเกียงน้ำมันภายในกระโจมก็ถูกผู้ติดตามจุดให้สว่างขึ้นใหม่อีกครั้ง
"เป็นอย่างไรบ้าง? ข้างนอกยังมีคนอยู่อีกหรือไม่?"
อี้หรูเทียนเอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง
อาต้าปาดคราบหิมะที่เกาะอยู่เต็มหน้าออก ยิ้มขื่นพลางเอ่ยตอบว่า "นายน้อย พายุหิมะข้างนอกรุนแรงเกินไปขอรับ มองเห็นไม่ค่อยชัด แต่โดยรวมแล้วก็ไม่น่าจะมีคนอยู่แล้วล่ะขอรับ"
"ข้างนอกนั่นมิใช่ที่ที่คนจะอยู่ได้เลย"
"อืม" อี้หรูเทียนพยักหน้าเล็กน้อย หลับตาลงพิงเอนกายลงบนเก้าอี้
เวลานี้เอง ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงคนหนึ่งก็ก้าวออกไปข้างหน้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า "นายน้อย สายตาของข้าค่อนข้างดี ให้ข้าลองดูเถิดขอรับ"
อี้หรูเทียนคร้านจะตอบคำ จึงเพียงแค่ยกมือขึ้นส่งๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ชายผอมสูงก็เดินไปที่ช่องว่างนั้น คลายปมเชือกออกแล้วชะโงกหน้าออกไป
เหอะ!
เจ้าเด็กอาเต๋อคนนี้ช่างประจบประแจงเก่งเสียจริง
คิดแต่จะหาโอกาสทำผลงานต่อหน้านายน้อยอยู่ตลอดเวลา
พายุหิมะข้างนอกรุนแรงถึงเพียงนั้น เจ้าจะมองเห็นอะไรได้?
ระวังจะถูกแช่แข็งจนตายเอาเถอะ!
ก่นด่าในใจอยู่พักหนึ่ง อาต้าก็กอดอกรอคอยที่จะได้เห็นชายผอมสูงหดหัวกลับมาในสภาพหนาวสั่นจนดูไม่ได้
"เห็นแล้วขอรับ!"
"ข้าเห็นบัณฑิตชุดเขียวท่านหนึ่งกำลังร่ายรำกระบี่อยู่ขอรับ!"
"แล้วก็ในบททดสอบ แม่นางที่ถือกระบี่หักผู้นั้นก็ยังอยู่ข้างในขอรับ!"
ทันทีที่เอ่ยคำนี้ออกมา อี้หรูเทียนก็สะบัดผ้าห่มออกอย่างแรง แล้วพรวดพราดเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังชายผอมสูง เอ่ยถามอย่างร้อนรนว่า "ร่ายรำกระบี่! บัณฑิตชุดเขียวผู้นั้นกำลังร่ายรำกระบี่อย่างนั้นหรือ?"
"ถูกต้องขอรับ!"
"แถมยังร่ายรำได้งดงามยิ่งนัก!"
กล่าวจบ อาเต๋อก็รีบหดหัวกลับเข้ามา แล้วปิดช่องว่างนั้นทันที
"ข้าว่าแล้วเชียว! ข้าว่าแล้วว่าเขาต้องไม่ธรรมดา!"
อี้หรูเทียนพึมพำกับตัวเอง สายตาก็มองเห็นคราบหิมะบนใบหน้าของอาเต๋อ จึงเอ่ยขึ้นว่า "ไป ไปดื่มชาร้อนๆ ผิงไฟเสียหน่อยเถอะ!"
"เจ้าทำได้ดีมาก อาเต๋อ!"
"นายน้อย นี่ล้วนเป็นสิ่งที่อาเต๋อสมควรทำอยู่แล้วขอรับ!" ชายผอมสูงแสดงสีหน้าถ่อมตนพลางประกาศความจงรักภักดี
อาเต๋อช่างต่ำทรามยิ่งนัก!
ลูกชายของพ่อบ้านรอง!
เจ้ากล้าดีอย่างไรมาหลอกลวงนายน้อย!
มองดูอาเต๋อไปนั่งอยู่ข้างเตาผิงพร้อมกับนายน้อย อาต้าก็แผดเสียงคำรามลั่นอยู่ในใจ
เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า "สายตาของอาเต๋อดีไม่เบาเลยนะเนี่ย ให้ข้าลองดูบ้างดีกว่า เมื่อครู่อาจเป็นเพราะพายุหิมะแรงเกินไป ข้าถึงมองไม่เห็น"
ไม่นานนัก อาต้าก็ไปยืนอยู่หน้าม่านประตูแล้วชะโงกหน้าออกไปดูอีกครั้ง
ด้านนอก พายุหิมะพัดโหมกระหน่ำรุนแรงมหาศาล มองไม่เห็นสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย!
"อาเต๋อลูกสุนัข!"
"มารดามันเถอะ ที่แท้เจ้าก็โกหกจริงๆ ด้วย!"
พึมพำสบถเบาๆ ประโยคหนึ่ง อาต้าก็คิดจะแฉอีกฝ่าย
แต่ก็พลันได้ยินนายน้อยของตนเอ่ยขึ้นมาว่า "อาต้า มองเห็นสิ่งใดหรือไม่? หากยังมองไม่เห็นก็รีบปิดม่านซะ ลมหนาวพัดเข้ามาหมดแล้ว"
"เดี๋ยวค่อยให้อาเต๋อดูเอาก็แล้วกัน"
เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ สัญญาณเตือนภัยในใจอาต้าก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว!
เขาที่เพิ่งจะคิดหดหัวกลับมาก็ตัดสินใจเด็ดขาด ตะโกนลั่นออกไปว่า "ข้าเห็นแล้วขอรับ!"
"บัณฑิตชุดเขียว ถือกระบี่บุกเข้าไปในบททดสอบแล้วขอรับ!"
โครม!
เสียงโต๊ะเก้าอี้กระแทกกันดังมาจากด้านหลัง!
อาต้ารู้ตัวทันทีว่านี่คือเสียงที่นายน้อยลุกพรวดพราดพุ่งตรงมา!
"แล้วอย่างไรต่อ!"
"บัณฑิตชุดเขียวพุ่งทะยานไปแล้วขอรับ!"
"เร็วมาก!"
"รวดเร็วยิ่งนัก!"
"แรงกดดันจากบททดสอบ ดูเหมือนจะไม่มีผลอันใดต่อบัณฑิตผู้นั้นเลยแม้แต่น้อย!"
น้ำเสียงของอาต้าร้อนรน บ่งบอกถึงความตื่นเต้นและตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด!
"เร็วเข้า!" อี้หรูเทียนถูกเขาร้องตะโกนจนเลือดลมพลุ่งพล่าน ตบหลังอาต้าดังป้าบแล้วเอ่ยว่า "ให้ข้าดูหน่อย! ข้าขอดูด้วย!"
"นายน้อย!"
"พายุหิมะแรงเกินไปขอรับ!"
"สุขภาพร่างกายของท่านสำคัญที่สุด!"
"ข้าดูให้เองก็พอแล้วขอรับ!"
อาต้ารีบเอ่ยตอบรับ
อี้หรูเทียนออกแรงดึงตัวอาต้าไปคราหนึ่งแต่กลับดึงไม่ขยับ น้ำเสียงจึงเจือแววโกรธเคืองขึ้นมาเล็กน้อย "อาต้า!"
"อ๊าก!"
ได้ยินเพียงเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น!
อาต้าหดหัวกลับเข้ามา แล้วรีบปิดม่านลงอย่างรวดเร็ว
ที่บริเวณใบหูข้างขวาของเขามีรอยแผลฉีกขาดเพิ่มขึ้นมารอยหนึ่ง เลือดสดๆ ไหลรินหยดลงมาตามพวงแก้ม
เมื่อเห็นว่าอาต้า 'ได้เลือด' แล้ว อี้หรูเทียนก็อดไม่ได้ที่จะชะงักงันไป "เกิดอะไรขึ้น!"
อาต้าใช้มือปิดหูเอาไว้ แล้วสูดปากครางด้วยความเจ็บปวดพลางเอ่ยว่า "นายน้อย ในสายลมข้างนอกมีเศษน้ำแข็งปะปนมาด้วย มันบาดหูข้าจนฉีกขาดเลยขอรับ!"
"ท่านจะออกไปดูไม่ได้เด็ดขาดเลยนะขอรับ หากท่านเป็นอะไรไป ข้าคงไม่อาจชี้แจงต่อนายท่านได้ และไม่อาจชี้แจงต่อท่านพ่อของข้าได้เช่นกัน!"
"นี่..." อี้หรูเทียนโบกมือเรียกผู้ติดตาม "เร็วเข้า รีบใส่ยาให้อาต้าเถอะ!"
อีกด้านหนึ่ง อาเต๋อมองดูผู้ติดตามและนายน้อยอี้เข้ามารุมล้อมดูแลอาต้าด้วยความเป็นห่วง เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
พายุหิมะข้างนอกรุนแรงมหาศาล มองไม่เห็นสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อครู่นี้ที่เขาโกหกออกไป ก็เพราะเดิมพันว่านายน้อยคงไม่ออกไปดูด้วยตัวเองแน่
เดิมทีเขายังนึกกังวลว่าอาต้าจะแฉเขา
ใครจะไปคิดว่าเจ้าหมอนี่กลับโกหกได้หน้าด้านยิ่งกว่า!
ยังจะมีหน้ามาบอกว่าเร็ว เร็วมากอีกหรือ?
เร็วมารดามันเถอะ!
แถมไอ้หูฉีกๆ นั่นน่ะ โดนเศษน้ำแข็งบาดเอาหรือเจ้าฉวยโอกาสยื่นมือออกไปดึงให้มันฉีกเองกันแน่ เรื่องนี้ก็ยากจะพูดได้เต็มปากล่ะนะ...
เมื่อคิดได้ดังนี้ อาเต๋อก็เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง "นายน้อย! ข้าจะออกไปดูอีกรอบขอรับ!"
"หา?" อี้หรูเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง "อย่าไปเลย รอให้พายุหิมะเบาลงกว่านี้ค่อยว่ากันเถิด"
"ไม่ได้ขอรับ!"
"พายุหิมะแค่นี้ ไม่อาจขวางกั้นความตั้งใจที่ข้าจะทำงานรับใช้นายน้อยได้หรอกขอรับ!"
ขณะที่เอ่ย อาเต๋อก็เดินตรงไปยังม่านประตูด้วยท่าทีราวกับกำลังจะก้าวขึ้นลานประหาร เขาแง้มม่านออกแล้วชะโงกหน้าออกไปดูด้านนอก
มาถึงตรงนี้ ความสนใจของอี้หรูเทียนก็ย้ายกลับมาอยู่ที่ตัวอาเต๋ออีกครั้ง
อาต้ามองดูก้นของอาเต๋อที่โก่งขึ้นมา และมือซ้ายของมันที่แอบยื่นออกไปนอกม่านประตูอย่างเงียบๆ ก็อดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่า : บัดซบ! เจ้าหมอนี่คงไม่ได้คิดจะ...
ยังไม่ทันที่เขาจะคิดจบ ก็ได้ยินเสียงอาเต๋อร้องโหยหวนขึ้นมาสองครา
ว่าแล้วเชียว!
เจ้าลูกชายพ่อบ้านรองผู้ต่ำทราม!
ก่นด่าในใจอย่างคลุ้มคลั่ง อาต้าก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า เดี๋ยวตอนที่เขาออกไปดูอีกรอบ แผล 'ได้เลือด' ของเขาจะต้องมีเยอะกว่าของเจ้าอาเต๋อนี่ให้ได้!
"อาเต๋อ! เป็นอันใดไป!"
"รีบกลับเข้ามา!"
อี้หรูเทียนร้องตะโกนขึ้นประโยคหนึ่ง
อาเต๋อยังคงไม่หดหัวกลับมา "ไม่เป็นไรขอรับ! ก็แค่พายุหิมะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!"
"ข้าเห็นบัณฑิตผู้นั้นแล้วขอรับ! เขาเดินเข้าไปถึงห้าร้อยก้าวแล้ว!"
"มันคือปราณกระบี่!"
"กระบี่สิงเสียปลดปล่อยปราณกระบี่ออกมาแล้ว!"
"อ๊าก!"
"ถูกป้องกันไว้ได้แล้วขอรับ!"
"บัณฑิตชุดเขียวต้านทานปราณกระบี่เอาไว้ได้แล้ว!"
เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น อี้หรูเทียนก็อยากจะละทิ้งทุกสิ่งอย่าง แล้วออกไปดูด้วยตาตนเองเสียเหลือเกิน
ทว่าก็ทนเสียงร้องโหยหวนของอาเต๋อที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ทุกครั้งที่มันเอ่ยปากพูดไม่ได้
สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างยิ่งยวดเช่นเขา ย่อมไม่อยากให้บนใบหน้าต้องมีรอยแผลเป็นที่ไม่อาจลบเลือนได้หลงเหลืออยู่ จึงทำได้เพียงรับฟังการบรรยายของอีกฝ่ายด้วยความตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น...
ท่านพ่อไม่หลอกข้าจริงๆ ด้วย!
พ่อบ้านรองและลูกชายของมัน ล้วนเป็นคนต่ำทรามกันทั้งนั้น!
ถึงกับกล้าแต่งเรื่องไหลตามน้ำไปจากคำพูดของข้า!
ช่างหน้าไม่อายเสียจริง!
ภายในกระโจม ลูกชายของพ่อบ้านใหญ่และลูกชายของพ่อบ้านรองต่างผลัดเปลี่ยนกัน "ประลองอาคม!"
และบริเวณด้านนอกกระโจม ลั่วเฉินกำลังยืนอยู่ข้างๆ ศีรษะของอาเต๋อที่ชะโงกออกมา พลางมองดูอีกฝ่ายตะโกนร้องด้วยความตื่นเต้นอย่างสงสัยใจอยู่บ้าง...