- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 51 ไม่เสียใจ
บทที่ 51 ไม่เสียใจ
บทที่ 51 ไม่เสียใจ
"เป็นอันใดไป?"
"เห็นข้าแล้วประหลาดใจหรือ?"
ลั่วเฉินยิ้มน้อยๆ ก่อนจะนั่งลงบนผิวน้ำเฉกเช่นเดียวกับเกิ่งเอ้อร์หนิว
"ท่านลั่ว!" น้ำเสียงของเกิ่งเอ้อร์หนิวชะงักไป บนใบหน้าเต็มไปด้วยความละอายใจ "ขออภัยด้วยขอรับ ข้าทำให้ข่าวคราวที่ท่านมอบให้ต้องสูญเปล่าเสียแล้ว..."
"มีอะไรให้ต้องสูญเปล่ากันเล่า"
ลั่วเฉินแย้มยิ้มแล้วเอ่ยต่อ "ข้าเพียงแค่ตอบรับคำขอทำนายของเจ้า ส่วนเจ้าจะเลือกเช่นไร ล้วนไม่เกี่ยวข้องอันใดกับข้า"
"เอ๋?"
ไม่คิดว่าลั่วเฉินจะกล่าวเช่นนี้ เกิ่งเอ้อร์หนิวเหม่อลอยไปเนิ่นนานกว่าจะเอ่ยปาก "สรุปคือท่านลั่วไม่โทษที่ข้าทำให้การทำนายของท่านต้องสูญเปล่าก็พอแล้วขอรับ"
"เฮ้อ..."
"ข้าเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน ว่าโอกาสไปเกิดใหม่ถึงสามครั้งที่แสนง่ายดายนั้น จะถูกข้าทำให้พังไม่เป็นท่าไปเสียหมด"
"ทว่าตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยในชีวิตนี้ของข้า จวบจนถึงวันที่วิญญาณสลายสิ้น ข้าก็ไม่เคยทำร้ายผู้ใด"
"อย่างน้อยข้าก็ได้เป็นคนดี เป็นผีดี..."
ลั่วเฉินเอ่ยหยอกล้อ "ยังขาดเทพที่ดีไปอีกหนึ่งกระมัง?"
"โธ่~" เกิ่งเอ้อร์หนิวยิ้มเจื่อน "ท่านลั่วอย่าหยอกล้อข้าเลย เดิมทีข้ายังพอทนอยู่ได้อีกสักพัก แต่เพราะต้องสวมบทเป็นเทพารักษ์แม่น้ำนี่แหละ พลังหยินในร่างจึงถูกผลาญไปจนหมดสิ้น..."
ลั่วเฉินยิ้มพลางถาม "เสียใจหรือไม่เล่า?"
เกิ่งเอ้อร์หนิวตอบกลับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย "ไม่เสียใจขอรับ"
ลั่วเฉินเอ่ย "ไม่เสียใจก็ดีแล้ว จงอยู่กับปัจจุบันก็พอ"
"อยู่กับปัจจุบัน..." เกิ่งเอ้อร์หนิวขบคิดถึงคำพูดของลั่วเฉินอย่างละเอียด ก่อนจะหัวเราะออกมา "ท่านลั่วกล่าวถูกต้อง! ตอนนี้จิตใจของข้าปลอดโปร่ง เช่นนั้นก็นับว่าเป็นจุดจบที่ดีที่สุดแล้ว!"
"ท่านลั่ว ขอบคุณท่านมากนะขอรับ..."
ลั่วเฉินแย้มยิ้มพลางเอ่ยถาม "เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเจ้าถึงไม่มีไอแค้น ทว่าหลังจากตายไปกลับกลายเป็นผีจมน้ำได้?"
เกิ่งเอ้อร์หนิวถามด้วยความสงสัย "ไม่ใช่ว่าคนที่ถูกน้ำจมตายล้วนเป็นเช่นนี้หรอกหรือขอรับ?"
"จะเป็นไปได้อย่างไร" ลั่วเฉินส่ายหน้า "อย่าได้ดูแคลนผีจมน้ำเชียวล่ะ หลังจากเจ้าตายไปก็มีพละกำลังมหาศาล ทั้งยังสนิทสนมกับน้ำในแม่น้ำ จึงทำให้มีพลังในการควบคุมน้ำอยู่บ้าง"
"สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสามารถของผู้บำเพ็ญเพียร ซ้ำยังไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกปรือจนสำเร็จได้ตั้งแต่เริ่มแรกเสียด้วย"
"หากทุกคนที่จมน้ำตายล้วนเป็นเช่นนี้ได้ โลกนี้มิใช่วุ่นวายไปหมดแล้วหรือ?"
เกิ่งเอ้อร์หนิวราวกับคิดอะไรบางอย่างออก จึงเอ่ยถามขึ้น "ท่านลั่ว ความหมายของท่านคือ ข้าค่อนข้างพิเศษหรือขอรับ?"
"ดังนั้นถึงได้กลายเป็นผีจมน้ำใช่หรือไม่ขอรับ?"
"ถูกต้อง" ลั่วเฉินพยักหน้า "ดวงชะตาแปดอักษรของเจ้าล้วนมีธาตุน้ำเป็นหลัก ประกอบกับเป็นผู้ที่เกิดในยามหยิน สวรรค์จึงลิขิตให้มีดวงชะตาน้ำกุ่ย"
"ดังนั้นเมื่อเจ้าจมน้ำตายในแม่น้ำแห่งนี้ ผนวกเข้ากับแก่นแท้แห่งแม่น้ำของสถานที่แห่งนี้ จึงกลายเป็นผีจมน้ำไปโดยปริยาย"
"กลายเป็นสิ่งอัปมงคลเช่นผีจมน้ำ ยังจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยปริยายได้อีกหรือขอรับ?" เกิ่งเอ้อร์หนิวแทบไม่อยากเชื่อ "ดวงชะตาของข้าจะย่ำแย่เกินไปแล้วกระมัง?"
"ในโชคร้ายมักมีโชคดีซ่อนอยู่ ในโชคดีก็มักมีโชคร้ายแฝงอยู่เช่นกัน"
ลั่วเฉินหัวเราะเบาๆ "แต่ไหนแต่ไรมาโชคดีและโชคร้ายมักพึ่งพาอาศัยกัน ผีจมน้ำไม่ทำร้ายคน หนำซ้ำยังช่วยชีวิตคน นั่นก็คือการพลิกผันสัญชาตญาณเดิม และเป็นวิถีทางที่เชื่อมโยงสู่ความเป็นเทพ"
เกิ่งเอ้อร์หนิวร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ "ความเป็นเทพ? เทพที่เป็นเทพเซียนน่ะหรือขอรับ?"
"ใช่" ลั่วเฉินยิ้ม "ตอนนี้เจ้าก็กำลังเดินอยู่บนหนทางสายนี้แล้ว"
"ไม่ถูกสิขอรับ ท่านลั่ว!" เกิ่งเอ้อร์หนิวเอ่ยด้วยความสงสัย "หรือว่าเทพทั้งหมด ล้วนกลายสภาพมาจากผี?"
ลั่วเฉินถามกลับ "เจ้าคิดว่า เทพและผีมีความแตกต่างกันอย่างไร?"
"เทพควรช่วยเหลือผู้คน ควรมีรัศมีเรืองรองเจิดจรัสและได้รับการเคารพยกย่องจากผู้คน"
"ไฉนเลยจะเหมือนสภาพผีสางเช่นข้าได้เล่า"
เกิ่งเอ้อร์หนิวตอบกลับ
ลั่วเฉินถามอีกครั้ง "ผู้ใดกำหนดเอาไว้เล่า?"
"เรื่องนี้..." เกิ่งเอ้อร์หนิวลังเลอยู่นาน "ไม่ใช่ว่าทุกคนล้วนคิดเช่นนี้หรอกหรือขอรับ?"
"ฮ่าๆ~" ลั่วเฉินหัวเราะออกมา "มหาเต๋าล้วนมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน แม้ต่างวิถีแต่ก็บรรจบที่ปลายทางเดียวกัน สิ่งที่เรียกว่าเทพ เซียน ปีศาจ และมาร ความดีและความชั่วร้ายล้วนถูกกำหนดโดยจิตใจ"
"ผีสามารถเป็นเทพได้ เซียนก็สามารถเป็นมารได้ ดีและชั่ว ล้วนเกิดจากความคิดเพียงเสี้ยวเดียว"
"ดีและชั่ว ล้วนเกิดจากความคิดเพียงเสี้ยวเดียว"
เกิ่งเอ้อร์หนิวพึมพำคำพูดของลั่วเฉินซ้ำๆ อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงความรู้สึกต่อต้านในยามที่ตนเองช่วยชีวิตคน และความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกหลังจากที่ได้ช่วยชีวิตคนไปแล้ว
"ท่านลั่ว ข้าคล้ายจะเข้าใจ แต่ก็คล้ายจะไม่เข้าใจขอรับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลั่วเฉินก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "ไม่จำเป็นต้องเข้าใจ เจ้าก็แค่ถือเสียว่าข้ากำลังพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับเจ้าก็แล้วกัน"
"รอให้เจ้าเป็นเทพารักษ์แม่น้ำไปนานๆ เข้า วันหน้าเจ้าก็จะคิดตกและเข้าใจไปเองโดยปริยาย"
"เป็นเทพารักษ์แม่น้ำ!" เกิ่งเอ้อร์หนิวร้องอุทานเสียงหลง "ข้ายังสามารถเป็นเทพารักษ์แม่น้ำได้อีกหรือขอรับ?"
ลั่วเฉินพยักหน้า "เดิมทีแม่น้ำถู่ป้าก็ไม่มีเทพารักษ์อยู่แล้ว ตอนนี้เจ้าได้สร้างกุศลกรรมถึงสามครา เหตุใดจึงจะเป็นเทพารักษ์แม่น้ำแห่งนี้ไม่ได้เล่า?"
"แต่ว่า..." เกิ่งเอ้อร์หนิวเอ่ยด้วยความขัดเขินอยู่บ้าง "ข้าไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยนี่ขอรับ ก่อนหน้านี้ตอนที่เป็นผีจมน้ำ ความคิดที่จะทำร้ายผู้คน รวมถึงสถานะในตอนนั้น ล้วนเกิดขึ้นมาเองโดยปริยายทั้งสิ้น!"
"อืม หากเจ้าไม่ช่วยถังเมิ่งหลานผู้นั้นพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เพียงแค่ช่วยชีวิตนางไว้ เวลาที่เหลืออยู่ของเจ้า ก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้ากลายเป็นเทพารักษ์แม่น้ำโดยปริยายไปแล้ว..."
ลั่วเฉินชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ "แต่ตอนนี้เจ้ากลับจัดฉากละครงิ้วเช่นนี้ขึ้นมา ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องเหตุและผล เพียงแค่พลังวิญญาณหยินที่สูญเสียไป ก็ทำให้เจ้าต้องติดอยู่ในพันธนาการแล้ว"
"ท่านลั่ว..." เกิ่งเอ้อร์หนิวเอ่ยถาม "ข้าช่วยเหลือถังเมิ่งหลาน นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือขอรับ?"
"เหตุใดพอฟังท่านกล่าวเช่นนี้ คล้ายกับว่ามันจะไม่ใช่เรื่องดีเลยเล่า?"
ลั่วเฉินเอ่ย "เจ้าจงจำไว้ บนโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่ดีหรือชั่วอย่างแท้จริง การฝืนสัญชาตญาณเดิมเพื่อช่วยชีวิตคนก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ผู้อื่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง"
"สรุปก็คือ การช่วยเหลือของเจ้าในครั้งนี้ ทำให้พลังต้นกำเนิดของเจ้าต้องเสียหาย จนไม่อาจบรรลุถึงขอบเขตที่เกิดขึ้นโดยปริยายนั้นได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่?"
"คล้ายจะเข้าใจแล้วขอรับ..." เกิ่งเอ้อร์หนิวพยักหน้า "ทว่าข้าไม่เสียใจหรอก หากข้าไม่ช่วยถังเมิ่งหลาน ข้าถึงจะต้องเสียใจ"
"เทพารักษ์แม่น้ำนี้ เป็นไม่ได้ก็ต้องวิญญาณสลายสิ้น นั่นก็ถือว่าดวงชะตาของข้าไม่ดีเอง..."
ลั่วเฉินเอ่ยชมจากใจจริง "กล่าวได้ดี ข้าลั่วชื่นชมเจ้ายิ่งนัก"
"แหะๆ~" เกิ่งเอ้อร์หนิวยิ้มอย่างขัดเขิน "ท่านลั่ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร การที่ข้าได้มีประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์เช่นนี้ ล้วนต้องขอบคุณท่านขอรับ"
"ต่อให้วิญญาณของข้าต้องสลายสิ้น ข้าก็ไม่กล้าลืมเลือนพระคุณของท่าน"
"ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้แล้ว" ลั่วเฉินโบกมือ "รอให้ข้าไปถึง ข้าจะฝืนลิขิตสวรรค์เปลี่ยนดวงชะตาให้เจ้าเอง"
เกิ่งเอ้อร์หนิว "หืม???"
"ท่านลั่ว ประโยคเมื่อครู่นี้ของท่าน แต่ละตัวอักษรข้าฟังเข้าใจนะขอรับ แต่พอนำมารวมกันแล้ว เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องสักตัวอักษรเดียวเลยเล่า?"
"อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะเข้าใจเอง"
"เอ่อ..."
ผ่านไปไม่นาน เมื่อเกิ่งเอ้อร์หนิวเห็นว่าตรงหน้ามีท่านลั่วอยู่สองคน ซ้ำคนที่ปรากฏตัวออกมาก่อนในตอนแรกยังสลายกลายเป็นเงาจางๆ หายไป เขาก็งุนงงไปในทันที...
เมื่อร่างจริงของลั่วเฉินมาถึง ร่างจำแลงที่ทอดทิ้งไว้ก็ย่อมต้องสลายไป
เขามองเห็นความตื่นตะลึงของเกิ่งเอ้อร์หนิว ทว่าก็ไม่ได้อธิบายสิ่งใด และเริ่มการสลัดร่างบรรลุเป็นเซียนในทันที!
นิมิตอัศจรรย์แห่งขุนเขาและชีพจรปฐพีปรากฏขึ้นรอบกายของเขาอย่างฉับพลัน!
ยังไม่ทันรอให้เกิ่งเอ้อร์หนิวได้ดึงสติกลับมา ลั่วเฉินก็บรรลุเป็นเซียนซือเจี่ยไปแล้ว!
ในยามนี้ เกิ่งเอ้อร์หนิวคือผีจมน้ำ ลั่วเฉินคือเซียนซือเจี่ย ทั้งสองล้วนอยู่ในวิถีวิญญาณหยินเหมือนกัน
ดังนั้น ในสายตาของเกิ่งเอ้อร์หนิว ลั่วเฉินที่กลายเป็นเซียนซือเจี่ยไปแล้ว ก็คือจักรพรรดิผี!
ส่วนตัวเขาเอง ก็เป็นเพียงผีเร่ร่อนไร้ญาติขาดมิตรตนหนึ่งเท่านั้น!
แรงกดดันจากผู้ที่อยู่สูงกว่าแผ่ซ่านลงมาสู่ผู้ที่อยู่ต่ำกว่า มันมาจากสัญชาตญาณ หรือหากจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นสัญชาตญาณดิบ
ด้วยเหตุนี้ เกิ่งเอ้อร์หนิวจึงคุกเข่าโขกศีรษะให้ลั่วเฉินอย่างแทบจะควบคุมตนเองไม่ได้!
เมื่อเขาดึงสติกลับมาได้ ก็ได้ยินลั่วเฉินเปล่งถ้อยคำด้วยภาษาที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่ากลับสามารถฟังเข้าใจได้!
ความหมายคร่าวๆ คล้ายกับว่า :
[ขุนเขาและแม่น้ำแห่งฟ้าดินในสารทิศนี้จงฟังคำสั่ง!]
[อำนาจแห่งเทพารักษ์แม่น้ำ จงตกเป็นของเกิ่งเอ้อร์หนิวแต่เพียงผู้เดียว!]
[ประกาศิต!]