เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ห้าปีแล้วห้าปีเล่า

บทที่ 40 ห้าปีแล้วห้าปีเล่า

บทที่ 40 ห้าปีแล้วห้าปีเล่า


เพียงสุราดอกท้อหยดเดียว ก็ทำให้นายอำเภอซุนหลับใหลไปถึงสามวันสามคืน

หลังจากตื่นขึ้นมาที่จวน เมื่อเห็นบุตรชายที่กำลังมีสีหน้ากังวลใจพาหมอมารักษาตน นายอำเภอซุนก็โบกมือไล่ไปอย่างส่งเดช

จากนั้น เขาก็นึกถึงคำพูดที่ลั่วเฉินกล่าวกับตนเมื่อสามวันก่อนขึ้นมาได้ จึงอดไม่ได้ที่จะพึมพำว่า "ท่านลั่วมอบอายุขัยให้ข้าตั้งห้าสิบปีเชียวหรือ?"

"คงไม่ได้กำลังล้อข้าเล่นกระมัง?"

"ไม่น่าจะใช่... ถึงอย่างไรท่านลั่วเองก็มีรูปโฉมที่ไม่แปรเปลี่ยนมาแต่ไหนแต่ไร..."

"แต่สุราเพียงหยดเดียวที่หยิบยื่นให้ กลับทำให้คนมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ได้นานขึ้นอีกครึ่งศตวรรษ... นี่ไม่ใช่ยอดคนแล้ว แต่มันคือเซียนชัดๆ..."

"น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ..." นายอำเภอซุนส่ายหน้าถอนหายใจ "หากท่านลั่วมาเป็นนายอำเภอแห่งนี้... ไม่ถูกสิ คนเช่นท่านลั่ว เกรงว่าต่อให้เชิญไปนั่งบัลลังก์มังกรก็คงไม่ชายตาแลด้วยซ้ำ..."

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อนดังขึ้น! "ท่านพ่อ!" นายอำเภอซุนที่ตกใจสะดุ้งรีบเอ่ยตำหนิ "จะมาเร่งเอาวิญญาณหรืออย่างไร? เคาะเร่งร้อนปานนี้ทำไมกัน?"

"ท่านพ่อ ข้าแค่อยากจะถามว่าท่านไม่ต้องให้หมอตรวจดูอาการจริงๆ หรือขอรับ?" ซุนเหว่ย บุตรชายของนายอำเภอซุนผลักประตูเข้ามาอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

นายอำเภอซุนกลอกตาบน ลุกขึ้นจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว พลางสวมเสื้อผ้าและเอ่ยว่า "ตรวจผายลมน่ะสิ ข้าจะไปที่ทำการอำเภอแล้ว"

"จะรีบร้อนไปทำไมกันขอรับ" ซุนเหว่ยรั้งตัวบิดาไว้ "กินข้าว ดื่มน้ำสักหน่อยแล้วค่อยไปเถิด!"

"ท่านไม่ได้มีน้ำหรือข้าวตกถึงท้องมาสามวันสามคืนแล้วนะขอรับ อย่าปล่อยให้หิวจนล้มป่วยไปสิ!"

"ปล่อยมือ ข้าในยามนี้สบายดีสุดๆ" นายอำเภอซุนสะบัดมือบุตรชายออก แล้วเอ่ยต่อ "สามวันที่ข้าไม่ได้ไปที่ทำการอำเภอ เจ้าได้ไปลางานให้ข้าหรือไม่?"

ซุนเหว่ยพยักหน้า "ไปแล้วขอรับ เดิมทีกุนซือคิดว่าไม่ได้มีเรื่องใหญ่อะไร ท่านไม่ไปก็ไม่เป็นไร"

"แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ในวันที่สองที่ข้าไปลางานให้ท่าน ทางเมืองอิ้งเทียนกลับส่งคนมารับตำแหน่งแทนท่านชั่วคราว..."

"ได้ยินว่าคนผู้นี้มีความเกี่ยวดองเป็นญาติมิตรกับผู้ว่าการฟางที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ขอรับ..."

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของนายอำเภอซุนก็เคร่งขรึมลง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "แซ่ฟางผู้นี้ พอเป็นขุนนางใหม่รับตำแหน่งก็จุดไฟสามกองเพื่อข่มขวัญ กลับเอาไฟมาเผาข้าก่อนเลยหรือนี่!"

"ไปเตรียมม้าให้ข้า ข้าจะไม่ไปที่ทำการอำเภอแล้ว แต่จะไปเมืองอิ้งเทียนโดยตรง!"

ซุนเหวี่ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "ท่านพ่อ ท่านคงไม่ได้จะไปทะเลาะกับผู้ว่าการคนใหม่หรอกนะขอรับ..."

นายอำเภอซุนส่ายหน้า "ข้าจะไปด่าโคตรพ่อโคตรแม่มัน"

ซุนเหว่ย "..."

...

นายอำเภอซุนแห่งอำเภอผิงเซียงต่ออายุราชการอีกห้าปีสำเร็จ!

นายอำเภอซุนผู้มีฝีปากกล้าล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้น!

ผู้ว่าการฟางส่งคนมารับตำแหน่งแทนในชั่วข้ามคืน!

นายอำเภอซุนตื่นขึ้นมาควบม้าเร็ว 'บุกโจมตี' เมืองอิ้งเทียน 'ตวัดทวน' ใส่ผู้ว่าการคนใหม่!

ผู้ว่าการฟางพ่ายแพ้ปราชัย ต้องเตรียมม้าและคุ้มกันนายอำเภอซุนกลับอำเภอด้วยตนเอง!

เรื่องราวเหล่านี้ ล้วนกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลังมื้ออาหารของชาวเมืองอิ้งเทียน ตลอดจนราษฎรในอำเภอที่ขึ้นตรงต่อเมืองอิ้งเทียน

ทุกคนต่างไม่แปลกใจกับการกระทำของผู้ว่าการคนใหม่และนายอำเภอซุน

คนหนึ่งคิดจะฉวยโอกาสกำจัดตัวปัญหา ส่วนอีกคนก็แสดงฝีไม้ลายมือตามปกติ

ภายใต้ความขัดแย้งที่โจมตีใส่กันนี้ ยังคงเป็นนายอำเภอซุนที่แม้จะชราแต่ก็ยังแข็งแกร่ง สามารถ 'ฟัน' ผู้ว่าการฟาง 'ตกม้า' ไปได้

เกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ มีข่าวลือในหมู่ชาวบ้านมากมาย

ในบรรดาข่าวลือเหล่านั้น ข่าวลือที่ไร้สาระที่สุดก็คือ มีคนกล่าวว่าทันทีที่นายอำเภอซุนพบหน้าผู้ว่าการคนใหม่ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยสิ่งใด ก็ตบหน้าอีกฝ่ายจนล้มคว่ำไปกองกับพื้น เมื่อผู้ว่าการเห็นว่าอีกฝ่ายลงมือเอาจริง จึงรีบก้มหัวกราบกราน...

สรุปก็คือ ข่าวลือในหมู่ชาวบ้านนั้นเหลวไหลสิ้นดี คนส่วนใหญ่ต่างก็ฟังเป็นเรื่องตลกขบขัน และไม่มีใครเชื่อ...

ทว่า หลังจากที่ลั่วเฉินได้ฟังคำบอกเล่าจากปากของเจ้าตัวโดยตรง เขาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ "บางครั้งเรื่องจริงก็หลุดโลกยิ่งกว่าข่าวลือเสียอีก..."

เหตุที่เขากล่าวเช่นนั้น เป็นเพราะว่านายอำเภอซุนนั้น 'บ้าระห่ำ' เกินไปจริงๆ

เขาถึงกับพกผ้าแพรขาวสามฉื่อวิ่งไปแขวนคอตายกลางที่ว่าการของคนอื่น...

ผู้ว่าการที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ จะเคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร?

หากปล่อยให้นายอำเภอซุนผู้เป็นที่รักใคร่ของราษฎร ซึ่งได้รับการต่ออายุราชการมาแล้วหลายครั้ง ต้องมาตายในที่ว่าการจริงๆ ล่ะก็ ตำแหน่งผู้ว่าการของเขาคงไม่ต้องเป็นต่อแล้ว

ดังนั้น ผู้ว่าการฟางจึงต้องยอมอ่อนข้อให้ครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายเมื่อถูกบีบคั้นจนหมดหนทาง จึงถึงกับต้องตบปากตนเองเพื่อยอมรับผิด จึงจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายสงบสติอารมณ์ลงได้...

ว่ากันว่า หลังจากผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ ผู้ว่าการคนใหม่ก็ตั้งใจจะใช้กลยุทธ์ 'รอคนแก่ตาย' ในการรับมือกับนายอำเภอเทพหายนะผู้นี้

ไม่ใช่ว่าจะทำสงครามยืดเยื้ออะไรหรอก ทว่าในมุมมองของเขา นายอำเภอเทพหายนะผู้นี้คงทำงานต่อไปได้อีกไม่นานแล้ว จึงปล่อยให้เขาทำตามใจชอบไป และพยายามไม่ไปยั่วยุอีกฝ่ายให้มากที่สุด

แค่ทนรอจนกว่าอีกฝ่ายจะพ้นจากตำแหน่งก็พอ...

ทว่า ห้าปีแล้วห้าปีเล่า ในทุกครั้งที่ชาวบ้านในอำเภอผิงเซียงต้องลงคะแนนเสียงเพื่อตัดสินใจว่านายอำเภอซุนจะได้ดำรงตำแหน่งต่อหรือไม่

ผู้ว่าการฟางมักจะวางงานราชการในมือลง แล้วมาดูชาวบ้านลงคะแนนเสียงด้วยตนเอง พร้อมกันนั้นก็คอยสังเกตดูว่าสุขภาพร่างกายของนายอำเภอเทพหายนะผู้นี้เป็นอย่างไรบ้าง

ห้าปีแรก หลังจากเห็นนายอำเภอซุนได้รับการต่ออายุราชการ อีกฝ่ายก็รำง้าวให้ชาวบ้านดูตรงนั้นเลย

ง้าวนั้นหนักถึงเจ็ดสิบห้าชั่ง เทพหายนะในวัยแปดสิบกลับร่ายรำได้อย่างพลิ้วไหว

ผู้ว่าการฟางในวัยห้าสิบแอบลองยกดู แค่ยกขึ้นมายังยากลำบาก...

ห้าปีที่สอง นายอำเภอเทพหายนะได้รับการต่ออายุราชการอีกครั้ง

ผู้ว่าการฟางอยากจะตรวจสอบคะแนนเสียง เพื่อดูว่าการลงคะแนนนั้นยุติธรรมโปร่งใสหรือไม่ แต่เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่ายุติธรรมยิ่งนัก ชาวบ้านในอำเภอผิงเซียงล้วนอยากให้นายอำเภอเทพหายนะรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปจากใจจริง ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากตรวจสอบเสร็จ ก็ยังมีชาวบ้านที่มาสาย วิ่งหน้าตั้งมาเพื่อลงคะแนนเสียงให้อีกฝ่าย...

ต่อเรื่องนี้ ผู้ว่าการฟางได้แต่พูดไม่ออก ทำเพียงเอ่ยคำพูดตามมารยาทไม่กี่คำ และกำชับให้นายอำเภอซุนรักษาสุขภาพ ก่อนจะตั้งใจจากไป

ผลปรากฏว่า นายอำเภอซุนจงใจรำง้าวให้เขาดูอีกครั้ง และยังคงเป็นง้าวด้ามเดิมเมื่อห้าปีก่อน ผู้ว่าการฟางลองยกดูบ้าง ผลคือข้อมือเคล็ด ต้องฝืนยิ้มจากไป...

ห้าปีที่สาม และห้าปีที่สี่ก็คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่กล่าวมา ผู้ว่าการฟางมักจะมาด้วยความเบิกบานใจ แล้วจากไปด้วยความหดหู่ใจเสมอ...

เมื่อถึงการลงคะแนนเสียงต่ออายุราชการครั้งที่ห้า นายอำเภอซุนก็มีอายุถึงเก้าสิบห้าปีแล้ว

ผู้ที่มีอายุมากถึงเพียงนี้ แต่ยังคงเป็นนายอำเภออยู่นั้น ทั่วทั้งราชวงศ์ต้าฮุยไม่อาจหาได้แม้แต่คนเดียว...

ในสายตาของผู้ว่าการฟาง นี่คือห้าปีที่มีความหวังมากที่สุด และเป็นห้าปีสุดท้ายที่เขาจะดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ...

แผน 'รอคนแก่ตาย' รอมาตลอดยี่สิบปีแล้ว ตัวเขาเองก็รอตั้งแต่ตอนอายุสี่สิบจนล่วงเลยมาถึงหกสิบ

ตามกฎแล้ว ผู้ว่าการเมืองที่อายุครบหกสิบห้าปีจะต้องถูกเปลี่ยนตัว ดังนั้นเขาจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าก่อนที่ตนเองจะเกษียณอายุราชการ เขาจะสามารถรวบรวมอำเภอที่ขึ้นตรงต่อเมืองอิ้งเทียนทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้...

เป็นไปตามที่เขาคาดหมาย ซุนโส่วเต๋อในวัยเก้าสิบห้าปีได้รับการต่ออายุราชการอีกครั้ง

แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือ นายอำเภอเทพหายนะผู้นี้กลับยังคงรำง้าวไหว

เมื่อเขาเห็นชายชราผู้นี้รำง้าวได้ดุดันเหมือนดั่งวันวาน เขาก็ตระหนักได้ว่า ตนเองคงไม่มีทางทนรอจนชายชราที่อายุมากกว่าเขาถึงสามสิบห้าปีผู้นี้ตายได้เสียแล้ว...

เป็นไปตามคาด วันที่เขาพ้นจากตำแหน่ง ก็คือวันที่ชายชราวัยร้อยปีอย่างซุนโส่วเต๋อได้รับการต่ออายุราชการอีกครั้ง

ในครั้งนี้ เขากลับไม่ได้ไปดูการลงคะแนนเสียงที่อำเภอผิงเซียงซึ่งหาได้ยากยิ่ง

เพราะเขาไม่อยากดู และเขาเองก็ต้องพ้นจากตำแหน่งแล้วจึงปลีกตัวไปไม่ได้

ทว่า นายอำเภอเทพหายนะกลับมาหาด้วยตนเองเสียอย่างนั้น!

เมื่ออีกฝ่ายมาปรากฏตัวที่ที่ว่าการเมือง เขาคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจมาเยาะเย้ยตน

ผลคือกลับไม่เป็นเช่นนั้น

นายอำเภอเทพหายนะผู้นี้ ถึงกับนำของขึ้นชื่อจากอำเภอผิงเซียงมาส่งมอบให้เขา

นายอำเภอเทพหายนะกล่าวว่า "หลายปีมานี้ นอกเหนือจากช่วงที่ท่านเพิ่งเข้ารับตำแหน่งแล้ว เวลาอื่นๆ ท่านล้วนน่าพึงพอใจกว่าผู้ว่าการคนก่อนเสียอีก ทั้งยังมาดูข้าในทุกครั้งที่ต่ออายุราชการด้วย"

"เช่นนั้นในเมื่อยามนี้ท่านกำลังจะจากไป ข้าจึงมาเยี่ยมเยียนและมาส่งท่านเสียหน่อย"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ภายในใจของผู้ว่าการฟางก็พลันปะทุความรู้สึกละอายใจอย่างสุดซึ้งขึ้นมา

ผ่านไปครู่ใหญ่ เมื่อเขาได้สติกลับมา จึงลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับให้แก่ชายชราวัยร้อยปีที่อยู่เบื้องหน้า "ผู้อาวุโสซุน ฟางผู้นี้นับถือท่านจากใจจริง"

จบบทที่ บทที่ 40 ห้าปีแล้วห้าปีเล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว